คุ้มแล้วหรือ เพื่อลุคคุณหนู? สั่งซื้อวัสดุจัดฟันออนไลน์ ติดเองง่าย กับปัญหาฟันตายในปาก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คุ้มแล้วหรือ เพื่อลุคคุณหนู? สั่งซื้อวัสดุจัดฟันออนไลน์ ติดเองง่าย กับปัญหาฟันตายในปาก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 05:30
14,503 ครั้ง


จ่ายเงินราคาเบาๆ เพื่อลุคคุณหนู สวยหรู ดูเด็กแนว คุ้มแล้วหรือ? กับปัญหาฟันตายในปาก...!?

เมื่อวันนี้สังคมได้ถูกครอบงำด้วยค่านิยมต่างๆ ทั้งความอยากสวย อยากขาว อยากผอม อยากหน้าวีเชฟ ฯลฯ จึงไม่แปลกที่มักเห็นว่าปัจจุบันธุรกิจเพื่อความงามทั้งหลายต่างผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วบ้านทั่วเมือง เพื่อตอบสนองความต้องการของค่านิยมที่เปลี่ยนไป จึงไม่แปลกที่ราคาก็มักจะแพงตามไปด้วย...เพราะฉะนั้น เมื่อมีของแท้ก็ต้องมีของก๊อบ ทำให้เด็กวัยรุ่นที่ชอบตามกระแสแต่ยังอยู่ในวัยที่ยังไม่มีรายได้ จึงอาจตกเป็นเหยื่อของสินค้าและบริการเหล่านี้ได้ง่าย เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ด้วยเหตุนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้เล็งเห็นธุรกิจหนึ่งที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี กระแสความนิยมก็ไม่เคยลดน้อยลง นั่นคือ 'ธุรกิจติดลวดดัดฟันแฟชั่น' ในวันนี้ถูกเปลี่ยนรูปแบบเป็นการขายผ่านออนไลน์ โดยซื้อมาติดเองได้ง่ายๆ เพียง 500 บาท นั้น มีความปลอดภัยแค่ไหน? ถึงกับอันตรายถึงชีวิตเลยหรือไม่? แล้ววันนี้มีหน่วยงานใดเข้าไปดำเนินการควบคุมร้านขายวัสดุจัดฟันแฟชั่นเหล่านี้บ้างหรือไม่ ติดตามได้ในรายงานพิเศษชิ้นนี้...

ตัวอย่างการจัดฟันแฟชั่น
ตัวอย่างการจัดฟันแฟชั่นแบบแบล็กเก็ตยึดติดกับฟัน
ย้อนไทม์ไลน์ ตั้งแต่ยุคกำเนิด ‘จัดฟันแฟชั่น’ 

ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล อุปนายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า ในคนไข้ที่มีความผิดปกติของฟัน เช่น ฟันขึ้นซ้อนเกเรียงไม่เป็นระเบียบ ฟันล่างครอบฟันบน หรือฟันเรียงผิดตำแหน่งทำให้เคี้ยวข้าวได้แค่ข้างเดียวนั้น ทันตแพทย์จะสามารถรักษาให้ได้โดยการ “จัดฟัน” ซึ่งจะเป็นการติดเครื่องมืออุปกรณ์จัดฟันเข้าไปในช่องปาก เพื่อดึงฟันให้เคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งไปช้าๆ โดยใช้เวลาหลายปีจนฟันมีการเรียงตัวสวยและฟันสบเป็นปกติ แต่เมื่อการจัดฟันเริ่มเป็นที่สนใจของวัยรุ่นมากขึ้น กระแสของการมีเครื่องมืออุปกรณ์ในปากกลายเป็นค่านิยมความสวยงามมากกว่าความต้องการรักษาจริงๆ ดังนั้น จึงมีแม่ค้าพ่อค้าที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ ได้ฉวยโอกาสให้บริการ ‘จัดฟันแฟชั่น’ ขึ้นเพื่อตอบสนองค่านิยมของวัยรุ่นดังกล่าว

ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล อุปนายกทันตแพทยสภา

ทั้งนี้ หากพูดถึงการ ‘จัดฟันแฟชั่น’ เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินมานานมากแล้ว แต่หากนึกย้อนไทม์ไลน์จะเห็นว่า ยุคกำเนิดการจัดฟันแฟชั่นนั้น จริงๆ แล้ว เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2547 โดยในยุคนั้นจะใช้คำว่า ‘ดัดฟันแฟชั่น‘ รูปแบบลวดดัดฟันจะเป็นลูกปัดที่ยึดติดมากับลวด ซึ่งมีขายทั่วไปตามตลาดนัด สามารถหาซื้อง่าย

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2549 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้นำลวดดัดฟันแฟชั่นที่มีขายตามท้องตลาดไปตรวจสอบพบว่า ลวดดัดฟันแฟชั่นมีโลหะหนัก พลวง สารหนู ตะกั่ว เป็นส่วนผสมอยู่ กระทั่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สคบ. ออกประกาศห้ามขายสินค้าเหล่านี้ เพราะถือเป็นสินค้าอันตราย 

หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2550-2552 ลวดจัดฟันแฟชั่นถูกพัฒนา เพื่อให้มีรูปแบบที่คล้ายกับการจัดฟันจริงมากขึ้น โดยเป็นลักษณะของการติดแบล็กเก็ตยึดติดกับฟัน และมียางสีสันสดใสเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปดอกไม้ มิกกี้ เมาส์ ซึ่งเป็นที่นิยมมากในขณะนั้น 

ขณะเดียวกัน ในยุคนี้เป็นช่วงที่มีร้านจัดฟันแฟชั่นมากที่สุดแล้ว เรียกว่าเดินไปทางไหนก็เจอ เพราะจัดกันทั่วไปตามตึกแถว ห้องแถว แผงลอยในตลาด ห้างสรรพสินค้า ร้านเสริมสวย ฯลฯ ซึ่งเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการจัดฟันก็จะเป็นอุปกรณ์เครื่องมือช่างทั่วไป เช่น คีม สว่าน และตะขอเกี่ยวยางที่ทำขึ้นมาเอง 

อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในร้านบริการจัดฟันเถื่อน เช่น คีม สว่าน
เครื่องมือที่ใช้ในการเกี่ยวยางดัดฟันเถื่อน จะเป็นตะขอที่ทำขึ้นมาเอง

ซึ่งในยุคนี้ การจัดฟันแฟชั่นค่อนข้างฮิตเป็นพิเศษ เพราะสามารถวัดได้จากจำนวนร้านที่เปิดรับจัดฟันแฟชั่น และจำนวนเด็กวัยรุ่นที่เข้าไปใช้บริการ อย่างไรก็ดี แม้ว่าการจัดฟันแฟชั่นจะสามารถทำได้ง่าย ในราคาเพียงหลักร้อยบาท แน่นอนว่าก็ต้องมีกรณีเป็นอุทาหรณ์เกิดขึ้น ในช่วงปี 2552 เกิดกรณีเด็กหญิงเสียชีวิตหลังจากที่ไปทำการจัดฟันแฟชั่น ซึ่งแม้ว่ายังไม่มีการสรุปอย่างแน่ชัดว่าเป็นผลมาจากการจัดฟันแฟชั่นโดยตรงหรือไม่ แต่ก็ทำให้หลายหน่วยงานหันมาสนใจเรื่องการจัดฟันแฟชั่นไว้เป็นกรณีศึกษา และถือเป็นการกระทุ้งให้วัยรุ่นในยุคนั้นฉุกคิดขึ้นมาบ้าง โดยหลังจากนั้นการจัดฟันแฟชั่นก็เริ่มลดลง 

กระทั่งกลับมาฮิตอีกครั้งในปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน โดยธุรกิจจัดฟันแฟชั่นเหล่านี้ ถูกเปลี่ยนรูปแบบมาขายผ่านออนไลน์แทน

ซื้อวัสดุติดฟันแฟชั่น 500 บาท แถมสารพิษสะสมในร่างกายตลอดชีวิต

ทพ.ธงชัย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการจัดฟันแฟชั่น มี 2 แบบ ด้วยกันคือ จัดฟันแบบติดแบล็กเก็ตยึดติดแน่นกับฟัน และแบบรีเทนเนอร์ท่อสีที่สามารถถอดเข้าถอดออกได้ง่าย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ โดยรูปแบบของการจัดฟันแฟชั่นจะเปลี่ยนมาขายเป็นวัสดุสำหรับจัดฟันผ่านออนไลน์ ซึ่งจะขายเป็นเซ็ต พร้อมคู่มือการติดฟันด้วยตัวเอง 

รูปแบบที่ 1 ชุดจัดฟันแบบแบล็กเก็ตยึดติดกับฟัน ราคาชุดละ 500 บาท ประกอบด้วย แบล็กเก็ต กาวใส กาวขุ่น กรดปรับสภาพฟัน ยาง ลวด รวมถึงมีคู่มือขั้นตอนการติดฟันด้วยตัวเอง โดยจะบอกวิธีการทากาว ข้อระวังในการติดฟันมีอะไรบ้าง ซึ่งวัสดุจัดฟันแฟชั่น โดยส่วนใหญ่เป็นวัสดุที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นวัสดุที่มีคุณภาพต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพและส่วนผสมว่าเป็นสินค้าอันตรายหรือไม่ 

ชุดจัดฟันแบบแบล็กเก็ตยึดติดกับฟัน ขายทางออนไลน์ ในราคาชุดละ 500 บาท ประกอบด้วย แบล็กเก็ต กาวใส กาวขุ่น กรดปรับสภาพฟัน ยาง ลวด ซึ่งมีการโฆษณาว่าสามารถซื้อมาติดเองได้ง่ายๆ

เพราะฉะนั้น หากซื้อวัสดุเหล่านี้มาติดฟันเอง ปัญหาที่จะเกิดขึ้นคือ โอกาสที่ติดผิดวิธีค่อนข้างสูง เพราะหากติดไม่ถูกวิธี แบล็กเก็ตที่ยึดติดกับฟันก็จะหลุดง่าย ซึ่งจากการสุมสำรวจพบว่ากลุ่มวัยรุ่นจัดฟันแฟชั่นส่วนใหญ่ แก้ปัญหาโดยการใช้กาวตราช้างติดแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจเป็นอย่างมากว่า วัยรุ่นในปัจจุบันไม่กลัวเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แม้จะทราบดีว่า กาวตราช้างคือสารพิษ แต่วัยรุ่นจะมองเพียงว่า “เขาก็ไม่ได้เป็นอะไร และเพื่อนๆ รอบข้างก็ไม่มีใครเป็นอะไรด้วย ดังนั้น เขาก็ไม่ได้เดือดร้อน” ซึ่งเป็นสิ่งที่วัยรุ่นจัดฟันแฟชั่นคิด

ดังนั้น สิ่งที่อยากจะเตือนคือ วันนี้เราอาจจะไม่เป็นอะไร และไม่ก่อให้เกิดอันตรายทันทีทันใด แต่ให้ลองนึกภาพว่า สารพิษ เข้าไปสะสมอยู่ภายในร่างกาย ซึ่งหากเข้าไปในปริมาณมากและระยะยาว สารพิษเหล่านี้อาจไปทำลายระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้เสื่อมประสิทธิภาพได้ รวมถึงยางที่ใช้สำหรับจัดฟันแฟชั่นที่มีสีสันสดใส ซึ่งเป็นยางที่มีส่วนผสมของโลหะหนัก เพราะฉะนั้นสีของยางจะซีดเร็วมาก ทำให้สารสีเหล่านี้เข้าไปสะสมอยู่ในตับ ส่งผลต่อการทำงานของตับ และหากเข้าไปในปริมาณมาก อาจส่งผลต่อระบบหายใจและระบบประสาทได้

ลวดจัดฟันแฟชั่นถูกพัฒนา เพื่อให้มีรูปแบบที่คล้ายกับการจัดฟันจริงมากขึ้น มียางสีสันสดใสเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปดอกไม้ มิกกี้ เมาส์ ซึ่งฮิตมากในสมัยนั้น

รูปแบบที่ 2 ชุดจัดฟันแบบรีเทนเนอร์ ราคาชุดละ 700 บาท ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในกลุ่มคนจัดฟันแฟชั่น เนื่องจากถอดง่าย โดยในเซ็ตนี้จะมีผงพิมพ์ฟัน 1 ถุง พร้อมคู่มือพิมพ์ฟันเอง เนื่องจากก่อนจะใส่แบบรีเทนเนอร์ได้ จะต้องผ่านกระบวนการพิมพ์ฟัน หลังจากพิมพ์ฟันเสร็จ จะต้องส่งแบบพิมพ์ฟันไปให้ร้านทำเป็นรีเทนเนอร์ ฉะนั้นขั้นตอนการพิมพ์ฟันถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการทำรีเทนเนอร์ เพราะหากใครที่จัดฟันจริงจะทราบดีว่า ขั้นตอนนี้ค่อนข้างทำยาก หากพิมพ์ฟันผิดวิธี หรือดึงแบบพิมพ์ออกไม่ดี แบบพิมพ์ที่ออกมาก็จะบิดเบี้ยว ผิดรูป ซึ่งไม่ตรงตามรูปฟันจริง ดังนั้น รีเทนเนอร์ที่ออกมาก็จะไม่พอดีกับฟัน ส่งผลให้เมื่อใส่เข้าไปบางรายอาจรู้สึกแน่นมาก จนเกิดอาการปวดรุนแรง และหากฝืนใส่ต่อไป อาจทำให้เส้นเลือดหรือเส้นประสาทที่มาเลี้ยงฟันฉีกขาด ทำให้เกิดฟันเสียชีวิต หรือ ‘ฟันตาย’ ได้  

จัดฟันแบบรีเทนเนอร์ท่อสี ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในกลุ่มคนจัดฟันแฟชั่น เนื่องจากถอดง่าย
ชุดจัดฟันแบบรีเทนเนอร์ ในเซ็ทพิมพ์ฟันจะมีแป้งผง พร้อมแบบพิมพ์
จัดฟันแฟชั่น เสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จริงหรือ?

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หากซื้อวัสดุจัดฟันแฟชั่นมาติดเอง จะเกิดผลเสียหรืออันตรายเพียงใด? ได้รับคำตอบจาก ทพ.ธงชัย ว่า กรณีซื้อวัสดุจัดฟันมาติดเอง จะได้รับอันตรายในเรื่องของสารพิษและสารเจือปนจากยางจัดฟัน เข้าไปสะสมในร่างกาย แต่หากเข้าไปใช้บริการติดฟันแฟชั่นกับคลินิกเถื่อนที่ไม่ได้ทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ เช่น คีม สว่าน ตะขอที่ทำขึ้นมาเอง ไม่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อที่ถูกต้อง โดยทั่วไปเพียงเช็ดด้วยแอลกอฮอล์เท่านั้น ซึ่งเชื้อโรคไม่ตาย เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะได้รับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ และโรคติดต่ออื่นๆ ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ผลกระทบที่อาจเกิดจากการใส่เครื่องมือจัดฟันแฟชั่นก็อาจจะโดนลวดบาดปาก ลวดแทงกระพุ้งแก้ม และอาจทำให้เกิดแผลในปากและเกิดการติดเชื้อได้ 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการจัดฟันแฟชั่นจะไม่ได้ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างเฉียบพลัน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ยังเคยเกิดกรณีเสียชีวิตอันด้วยเนื่องมาจากการจัดฟันแฟชั่นมาแล้ว ทพ.ธงชัย ไขข้อข้องใจให้ฟังว่า สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตได้นั้น ล้วนมาจากปัจจัยหลายๆ อย่างร่วมด้วย อาจไม่ได้เกิดจากการจัดฟันแฟชั่นเพียงอย่างเดียว ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจ ความดัน หรือโรคที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เป็นต้น รวมถึงอาการปวดฟันอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะตามมา และเกิดความเครียดได้ง่าย ซึ่งอาการข้างเคียงเหล่านี้ก็อาจเป็นสาเหตุให้ไปกระตุ้นโรคที่เป็นอยู่แล้วทรุดหนักได้

ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล

“สำหรับวัยรุ่นที่มองการจัดฟันแฟชั่นเหล่านี้เป็นสิ่งเสริมความมั่นใจ เพื่อทำให้ตัวเองดูดีจากการมีเหล็กเป็นสีๆ อยู่บนฟัน ผมอยากฝากว่าคนรุ่นใหม่ไม่ควรตกเป็นเหยื่อค่านิยมเช่นนี้ จริงๆ แล้วอยากให้วัยรุ่นภูมิใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ อีกทั้งอยากจะฝากว่า สารพิษหรือสารอันตรายที่มากับวัสดุจัดฟันเหล่านี้ จะเกิดการสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งวันนี้อาจไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายทันทีทันใด แต่หากสะสมไปมากๆ วันหนึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ และอย่าเชื่อว่า จัดฟันแฟชั่นจะแก้ไขการเรียงฟันให้เป็นระเบียบได้ เพราะการแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันหรือการสบฟันผิดปกตินั้น จะต้องทำโดย ทันตแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถเท่านั้น” ทพ.ธงชัย กล่าว.

โฆษณาอวดอ้าง “ติดฟันเองได้ ไม่ต้องง้อทันตแพทย์” รู้หรือไม่ ผิด พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ 

ด้าน ภญ.ยุวดี พัฒนวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์ และรักษาราชการผู้อำนวยการกองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงธุรกิจขายวัสดุการจัดฟันผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ว่า ปัจจุบันยอมรับว่า มีร้านขายวัสดุจัดฟันออนไลน์ค่อนข้างมาก ทั้งยังมีการโฆษณาอวดอ้างว่า สามารถติดเองได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งทันตแพทย์ ซึ่งกรณีนี้ถือว่า มีความผิดทางการโฆษณา ตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 ระบุว่า การโฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภญ.ยุวดี กล่าวอีกว่า โดยทั่วไปเครื่องมือแพทย์ที่ใช้เพื่อการบำบัดรักษา จะต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน โดยต้องขอหนังสือรับรองการประกอบการนำเข้าจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่สำหรับวัสดุหรือสินค้าจัดฟันแฟชั่นออนไลน์นั้น ยังไม่ได้มีการเข้าไปตรวจสอบและควบคุมอย่างจริงจัง 

วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในธุรกิจจัดฟันแฟชั่นเถื่อน ส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ โดยมากก็เพียงการล้างด้วยแอลกอฮอล์ ซึ่งเชื้อโรคไม่ตาย

ส่วนกรณีที่มีการเปิดร้านรับจัดฟันแฟชั่น เพื่อความสวยความงามนั้น จะมีความผิดทาง พ.ร.บ.วิชาชีพทางทันตกรรม ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดเป็นผู้ประกอบวิชาทันตกรรมทำการประกอบวิชาชีพทันตกรรมหรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

ดังนั้น อยากจะฝากไปถึงเด็กรุ่นใหม่ที่มองการจัดฟันแฟชั่นเป็นทางเลือกในการอยากสวยว่า หากมีความจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการจัดฟัน ก็ควรเลือกจัดฟันภายใต้การควบคุมดูแลของทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดฟันโดยตรง เนื่องจากการซื้อวัสดุเหล่านี้มาติดเอง หรือใส่เครื่องมือที่ร้านจัดฟันก็ตาม อาจได้รับอันตรายได้ เนื่องจากเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน 

สคบ. เตือนลวดดัดฟันแฟชั่นอันตราย ห้ามใช้บริการ 

ขณะที่ ร้อยตรีไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา (สคบ.) กล่าวว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้มีคำสั่งห้ามจำหน่าย ‘ลวดดัดฟันแฟชั่น’ มาตั้งแต่ปี 2552 เนื่องจากทันตแพทยสภา กรมอนามัย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แจ้งว่า สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าอันตราย มีสารปนเปื้อน และไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า วัสดุจัดฟันแฟชั่นเหล่านี้ เป็นวัสดุที่ไม่มีมาตรฐานและคุณภาพ เช่น ลวด ซึ่งเป็นลวดธรรมดา โดยที่ไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อใดๆ และกาวส่วนใหญ่เป็นกาวตราช้าง เป็นต้น 

ร้อยตรีไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา (สคบ.)

นอกจากนี้ ยังตรวจพบอีกว่า ธุรกิจดัดฟันแฟชั่นโดยส่วนใหญ่ ใช้อุปกรณ์ประกอบการจัดฟัน เช่น คีมที่ใช้สำหรับช่าง ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่เหมาะสม เพราะการซื้อวัสดุจัดฟันแฟชั่นที่ไม่มีคุณภาพมาใส่ในช่องปาก อาจทำให้เกิดการบาดเหงือก กระทั่งแผลติดเชื้อ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นจึงอยากขอเตือนว่าอย่าไปใช้บริการดังกล่าว หากจำเป็นต้องรักษาฟัน ต้องดำเนินการใส่โดยทันตแพทย์เท่านั้น

ทั้งนี้ หากพบผู้จำหน่ายวัสดุจัดฟันแฟชั่น จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดขายสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสั่งห้ามขาย เพราะสินค้านั้นอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าวัสดุจัดฟันแฟชั่น มีโทษเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จับกุมร้านจัดฟันเถื่อน
ชุดจัดฟันแบบรีเทนเนอร์ สามารถถอดเข้าออกได้ง่าย

นอกจากนี้ ทีมข่าวฯ ได้ติดต่อไปยัง พ.ต.อ.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อสอบถามถึงการเข้าไปควบคุมและปราบปรามเว็บไซต์ขายวัสดุจัดฟันออนไลน์หรือไม่? ได้รับคำตอบว่า การเปิดร้านจำหน่ายสินค้าจัดฟันแฟชั่นทางออนไลน์ ผู้จำหน่ายจะมีความผิดตาม 1. พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม 2. พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และ 3. พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งหากข้อความที่ระบุในโซเชียลมีเดียเข้าข่ายผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ เช่น การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อในข้อเท็จจริง ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทาง ปอท. ก็สามารถทำหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดได้ แต่ทั้งนี้ เนื่องจากว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ร้องเรียนกรณีดังกล่าวเข้ามา เพราะฉะนั้นหากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าสุขภาพเถื่อนบนเว็บไซต์ สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)

ตัวอย่างร้านขายวัสดุจัดฟันออนไลน์ ให้ซื้อไปติดเอง

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ 
สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    57.1%
  • ไม่ชอบ
    16.3%
  • สนุก
    10.2%
  • ประหลาดใจ
    6.1%
  • เสียใจ
    6.1%
  • ให้กำลังใจ
    4.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement