แอร์พอร์ตลิงก์-รฟท. เข้มความปลอดภัย หลังเหตุระเบิดบรัสเซลส์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
advertisement

แอร์พอร์ตลิงก์-รฟท. เข้มความปลอดภัย หลังเหตุระเบิดบรัสเซลส์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 18:37
312 ครั้ง


รมช.คมนาคม สั่งทุกหน่วยในสังกัด เข้มยกระดับความปลอดภัย หลัง เกิดเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ด้าน แอร์พอร์ต เรล ลิงก์-รฟท. เพิ่มมาตรการเข้มงวด ทั้งด้านความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคง พร้อม ประสานงานทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ...

วันที่ 23 มี.ค.59 นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการยกระดับความปลอดภัย ที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดยกระดับความปลอดภัย โดยไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนก

ขณะที่ ปัจจุบันได้เฝ้าระวังระบบการขนส่งต่างๆ อยู่แล้ว เช่น ท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีการเฝ้าระวังอยู่ในระดับที่ 3 ซึ่งมีการใช้ระดับนี้มานานแล้ว แต่หากยกระดับเป็นระดับที่ 4 คือ การก่อเหตุจลาจล ซึ่งยังไม่จำเป็นต้องยกระดับถึงระดับที่ 4

ส่วนเรื่องความคืบหน้าของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ที่มีปัญหาขัดข้องนั้น ขณะนี้ สามารถใช้ได้ตามปกติแล้ว โดยระยะห่างระหว่างขบวนอยู่ที่ 12 นาทีต่อคัน ซึ่งในวันศุกร์ (25 มี.ค.) นี้ ผู้บริหารของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์จะต้องสรุปสาเหตุมารายงานที่กระทรวงคมนาคม

สำหรับการจัดซื้อระบบสำรองไฟฟ้า หรือ ระบบยูพีเอส ในวันที่ 24 มี.ค. บอร์ดของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ จะมีการพิจารณา ก่อนเสนอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย และบอร์ดของการรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาในวันที่ 29 มี.ค.นี้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่า ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก แต่อย่างไรก็ตาม แม้ปัญหาที่เกิดขึ้นจะเกิดจากปัญหาทางเทคนิค แต่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ก็ต้องมีแผนฉุกเฉินรองรับมาตรการ

ด้าน พลเอกดรัณ ยุทธวงษ์สุข กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิดรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

บริษัทฯ จึงได้กำหนดให้เพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร โดยมีมาตรการ 3 ส่วน คือ มาตรการด้านความปลอดภัย (Safety) มาตรการด้านความมั่นคง (Security) และมาตรการด้านการติดต่อประสานงาน กรณีเหตุฉุกเฉินและการตอบสนองต่อเหตุการณ์

ทั้งนี้ มาตรการด้านความปลอดภัย จะมีการดำเนินการแก้ไขทันที หากพบว่าโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ขัดข้องหรือชำรุด นายสถานีเฝ้าระวังพื้นที่โดยผ่าน CCTV และควบคุมผ่านวิทยุสื่อสาร โดยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจตราดูอาคารสถานที่ทำการ สถานี ห้องสุขา ที่จอดรถ ที่ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ถังขยะ และพื้นที่ที่เป็นจุดลับตา และมีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง และให้เดินตรวจตามจุดเสี่ยงทุก 1 ชั่วโมง ในทุกๆ สถานี

นอกจากนี้ จะตรวจทุกทางเข้า-ออกสถานี รวมถึงหากพบวัตถุต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่สถานีหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทันที รวมถึงจัดชุดตรวจพื้นที่ภายในโรงซ่อมบำรุง พื้นที่แนวรั้ว

สำหรับการกำหนดวัตถุต้องห้าม ที่ไม่สามารถให้ผู้โดยสารนำเข้ามาในระบบ มีดังนี้ อาวุธและของมีคมทุกชนิด ลูกโป่ง ดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด และวัตถุไวไฟอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดเปลวไฟ

ต่อมา มาตรการด้านความมั่นคง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานีพญาไทและสถานีราชปรารภ ประจำชั้นจำหน่ายตั๋วโดยสาร สุ่มตรวจด้วยเครื่องตรวจสอบโลหะมือ พร้อมไฟฉายส่อง ในอัตราส่วน 1:20 พื้นที่จอดรถใต้อาคารสถานีมักกะสัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจรถที่เข้ามาจอดทุกคัน โดยตรวจสอบฝากระโปรง ใต้ท้องรถ และจดบันทึกรถที่เข้า-ออก ทุกคัน และสังเกตรถที่มีลักษณะแปลกปลอมให้เฝ้าสังเกตเป็นพิเศษ ให้กำชับกวดขันเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ผู้ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ คอยสอดส่องและระมัดระวังป้องกันเหตุอันตราย การก่อวินาศกรรมตามอาคาร สถานที่ จุดสำคัญต่างๆ รวมทั้งระมัดระวังการเกิดอัคคีภัย และภัยธรรมชาติตลอดเวลา ให้มีการตรวจสอบกระเป๋า หรือกล่องหีบห่อ สัมภาระที่วางทิ้งไว้ผิดสังเกต โดยไม่ทราบเจ้าของ หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที อย่าได้หยิบฉวยหรือเปิดดูเป็นอันขาด

ส่วนมาตรการด้านการติดต่อประสานงาน กรณีเหตุฉุกเฉินและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินนั้น จะมีการประสานงานและติดต่อตามช่องทางที่กำหนดและซักซ้อมไว้ โดยศูนย์ควบคุมการเดินรถไฟฟ้า (OCC) จะทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงาน อำนวยการ และติดตามสถานการณ์ สนับสนุนและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากผู้ใดพบเห็นสิ่งผิดปกติ สิ่งของ หรือบุคคลต้องสงสัย หรือไม่น่าไว้วางใจ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีโดยทันที

ขณะที่ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมการเฝ้าระวังเหตุอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในด้านต่างๆ ดังนี้ 1. มีการตรวจสอบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ภายในสถานีและบนขบวนรถให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์สามารถใช้การได้ 2. จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจตราบริเวณโดยรอบสถานี ตลอด 24 ชั่วโมง 3. ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) จำนวน 27 สถานี มีการตรวจสอบความปลอดภัยของสภาพรางและเส้นทางการเดินรถ เป็นประจำทุกวัน พร้อมติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดแบบ X-ray ช่องอุโมงค์สัมภาระ เครื่องตรวจจับวัตถุโลหะแบบเดินผ่าน และเครื่องตรวจจับวัตถุโลหะแบบมือถือพกพา สำหรับใช้งานที่สถานี 4. เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟและพนักงานประจำสถานีและบนขบวนรถ และ 5. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสาร

นายวุฒิชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรถไฟฯ ขอความร่วมมือผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของการรถไฟฯ เพื่อให้การบริการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่ประจำสถานีหรือบนขบวนรถทันที

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement