แฉลากยาวคดีเบนซ์ หวังใช้มาตรา7วรรค3 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แฉลากยาวคดีเบนซ์ หวังใช้มาตรา7วรรค3

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2559 07:01
4,737 ครั้ง


“บิ๊กต๊อก” โยนสังคมคิดเองคดีรถหรู ย้ำทุกอย่างทำตามกฎหมาย ขณะเดียวกันกลุ่มสนับสนุนโผล่ดีเอสไอยื่นหนังสือ โดยตัวแทนกลุ่มซัดกลับกลุ่มพระที่เรียกร้องให้ รมว.ยุติธรรม ลาออกจากตำแหน่ง บิดเบือนใส่ความ ด้านนักวิชาการศาสนาชี้เกมสอบรถเบนซ์โบราณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หวังลากยาวเพื่อใช้มาตรา 7 วรรคสาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์

ปัญหาการตั้งสมเด็จพระสังฆราชที่ยังคาราคาซัง และบานปลายเป็นการออกมากดดันให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ลาออกจากตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม หลังให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินคดีรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 22 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการตรวจสอบรถโบราณดังกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้ซักถามเรื่องนี้กับตนแต่อย่างใด ทุกอย่างตนทำตามหน้าที่ และไม่ขอชี้แจงอะไรอีกแล้วเพราะพูดไปหมดแล้ว ส่วนที่ยังมีความวุ่นวายอยู่นั้น อยากให้สังคมคิดกันเอง เพราะชี้แจงไปหมดแล้ว ที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาตนก็รับฟังไว้

ส่วนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันเดียวกัน กลุ่มตัวแทน 10 เครือข่ายชาวพุทธ ประกอบด้วย เครือข่ายปกป้องพระธรรมวินัยแห่งประเทศไทย เครือข่ายพิทักษ์ปกป้องพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เครือข่ายนิสิตเก่ามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ไม่เอาลัทธิธรรมกาย เครือข่ายจรรโลงพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ชมรมรักษ์พระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนา ชมรมพุทธบริษัทสี่ดำรงธรรม ชมรมพิทักษ์พุทธศาสนา ชมรมตามแนวชีวิตนี้น้อยนัก ชมรมขอตามรอยพระสิทธัตถะ และชมรมรักษ์พุทธศาสนา นำโดยนางบุษบา ตวงทอง นางกัญจนชรัศม์ ศริญญาวัจน์ เข้ายื่นเอกสารต่อ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ เพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ดำเนินการตามกฎหมาย กรณีตรวจสอบรถเบนซ์โบราณ ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์โดยนางบุษบากล่าวว่า แถลงการณ์ของกลุ่มพระภิกษุต่างๆ ที่ออกมาเรียกร้องให้ รมว.ยุติธรรม ลาออกจากตำแหน่ง ถือเป็นการบิดเบือนและใส่ความ รมว.ยุติธรรม ทั้งที่เป็นการให้เกียรติสมเด็จช่วงอย่างเต็มที่แล้ว นอกจากนี้ รมว.ยุติธรรม ก็ได้กล่าวห่วงใยสมเด็จ ช่วงจะเสียหายจากการกระทำของคณะทนายความ

ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์กล่าวว่า พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มอบหมายให้มาเป็นตัวแทนรับหนังสือดังกล่าว ส่วนการสอบปากคำพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ และเลขานุการส่วนตัวสมเด็จช่วง เมื่อคำวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ถือว่าเรียบร้อยดี ส่วนจะออกหมายเรียก สมเด็จช่วงอีกหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนจะประชุมหารือกับอัยการร่วมสอบสวนอีกครั้ง

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายพิศาฬเมธ แช่มโสภา นักวิชาการศาสนา ชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ถึงกรณีรถเบนซ์โบราณของทางวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ว่าหากติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง จะพบว่าเรื่องนี้ยาวแน่ และจะไม่เป็นผลดีทั้งแก่ฝ่ายสงฆ์และรัฐบาล ที่สำคัญสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีตำแหน่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งมีสิทธิ์เช่นเดียวกับสมเด็จพระสังฆราช ต่างกันเพียงแต่ไม่ใช้ราชาศัพท์เท่านั้น โดยคำว่า “ผู้ปฏิบัติหน้าที่” เป็นไปตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2535 วรรคแรก เนื่องจากไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งคำว่า “ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช” เป็นภาษาพระ มีความหมายเท่ากับ “ผู้รักษาราชการแทนในตำแหน่ง” ทั้ง 2 คำ มีสถานภาพทางกฎหมาย เหมือนตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ หรือรักษาราชการแทน อีกทั้งชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่ได้รับการสถาปนาโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ชื่อที่ใครจะเรียกอย่างไรก็ได้ อย่างที่มีการเรียกเพียง “สมเด็จ” แล้วต่อด้วยชื่อจริง ถือว่าไม่เหมาะอย่างยิ่ง

พร้อมกันนี้ นายพิศาฬเมธยังมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เจตนาที่จะใช้เกมลากยาวเพื่อรอที่จะใช้มาตรา 7 วรรคสาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่ระบุว่า ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช เพราะสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ปัจจุบันอายุ 92 ปี ดังนั้น สภาพทางกายภาพของท่านจึงเป็นช่องว่างให้ผู้คิดแผนลากยาว เพื่อใช้มาตรา 7 วรรคสาม ดังกล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    61.3%
  • ไม่ชอบ
    23.2%
  • สนุก
    8.5%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    7.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement