แอร์พอร์ตลิงก์เดือด! 'ออมสิน'สั่งล้อมคอก ซัดต้องมีคนรับผิดชอบ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แอร์พอร์ตลิงก์เดือด! 'ออมสิน'สั่งล้อมคอก ซัดต้องมีคนรับผิดชอบ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2559 06:26
7,524 ครั้ง


แอร์พอร์ตลิงก์เดือด! “ออมสิน ชีวะพฤกษ์” รมช.คมนาคม ยันต้องมีคนรับผิดชอบ ซัดเหตุใดกรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ไม่ไปสั่งการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง จี้ให้ชี้แจงหลังพบแผนเผชิญเหตุไม่ชัดเจน รวมทั้งงบซ่อมใหญ่ 385.94 ล้านบาท นำไปใช้ซ่อมย่อยเพียง 85 ล้านบาท นายกรัฐมนตรีบอกรู้มีปัญหาหมักหมมมานานแล้ว ต้องลงโทษระดับผู้ปฏิบัติ เผยหลังเกิดเรื่องผู้รับผิดชอบเตรียมล้อมคอกใช้เงินก้อนใหญ่ซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้า 7 ชุด และเครื่องสำรองไฟฟ้าติดขบวนรถ 9 ขบวน รวมกว่า 50 ล้านบาท

กรณีระบบเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ขัดข้อง ทำให้ขบวนรถไฟฟ้าจอดนิ่งคารางลอยฟ้าระหว่างสถานีหัวหมากมุ่งหน้าสถานีรามคำแหง มีผู้โดยสาร 745 คนติดอยู่เป็นเวลานานนับชั่วโมง มีบางส่วนเป็นลมเพราะขาดอากาศหายใจ ก่อนผู้โดยสารจะช่วยงัดประตูลงจากรถ เดินย้อนกับมาที่สถานีหัวหมากเพื่อนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นผู้รับผิดชอบระบุเหตุจากระบบจ่ายไฟฟ้าขัดข้อง รวมทั้งเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองเก่าใช้การไม่ได้ อยู่ระหว่างรออนุมัติจัดซื้อ

ความคืบหน้า ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 22 มี.ค. นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงเหตุการณ์นี้ว่า เตรียมนำเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อถกถึงปัญหาในที่ประชุม ครม. ส่วนการแก้ไขปัญหา วันที่ 29 มี.ค. เรียกประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณาการจัดซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้าใหม่ด้วยวิธีพิเศษ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นสอบถาม พล.อ.ดรัณ ยุทธวงษ์สุข กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ทราบว่ารู้ปัญหามาตั้งแต่ปลายปี 58 ไม่เข้าใจว่ารู้นานแล้วและมีอำนาจจัดซื้อโดยวิธีพิเศษในวงเงิน 25 ล้านบาทที่ ร.ฟ.ท.มอบอำนาจให้ แต่ทำไมไม่ทำ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายออมสินกล่าวต่ออีกว่า ตอนเป็นประธานบอร์ด ร.ฟ.ท.ได้อนุมัติซ่อมแซมใหญ่ทั้ง 9 ขบวน แต่กลับซ่อมเล็กๆน้อยๆ แล้วขออนุมัติกว่า 380 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเอาเงินไปทำอะไร แบบนี้ต้องมีมาตรการ ลงโทษ เพราะเป็นอำนาจที่ต้องแก้ไขปรับปรุง อำนาจผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ยกให้ทั้งหมดตั้งแต่สมัยนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ในปี 56

“เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ผมเหนื่อยมาก เดินไปจนถึงตัวรถที่เกิดเหตุระยะทาง 2 กม. ถามว่า พล.อ.ดรัณอยู่ไหน ได้คำตอบว่ารออยู่ที่ออฟฟิศ เลยถามว่าทำไมไม่มาแก้ปัญหา เพราะเรื่องนี้เคยพูดกับนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด ตอนที่เกิดปัญหาว่า การเป็นผู้บริหารสูงสุดรับผิดชอบองค์กร เมื่อเกิดปัญหาต้องมาถึงที่เกิดเหตุก่อนคนอื่นหรือโทรศัพท์มาสั่งการก็ได้ แต่กลับไม่ทำ ปล่อยให้ผู้โดยสารลำบาก กรณีนี้เช่นเดียวกัน แทนที่จะลงพื้นที่แก้ปัญหากลับปล่อยให้ผู้โดยสารทนไม่ได้ ต้องเดินออกมาท่ามกลางอากาศร้อนๆ” นายออมสินกล่าว

นายออมสินยังระบุว่า สั่งการให้ฝ่ายรับผิดชอบรายงานแผนเผชิญเหตุภายในวันที่ 22 มี.ค. ว่ามีแผนเผชิญเหตุหรือไม่ ถ้ามีแล้วทำไมถึงไม่ทำ งานนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ หลังจากนี้จะไปดูรายละเอียดทั้งหมดเพื่อดูว่าดำเนินการครบถ้วนหรือไม่ ก่อนตัดสินว่าจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบหรือไม่ จะอ้างว่าไม่มีงบฯและไม่มีอำนาจไม่ได้

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตรวจสอบแล้วแอร์พอร์ตลิงก์เส้นนี้มีปัญหามานานแล้วและไม่ได้เกิดจากรัฐบาลนี้ ประเด็นสำคัญคือจำนวนขบวนรถ ไม่ได้เตรียมการในเรื่องระบบต่างๆทดแทน เหตุที่เกิดขึ้นมาจากระบบไฟฟ้าหลักเสีย นอกจากนี้ ยังพบระบบไฟฟ้าสำรองเสียมาหลายเดือนแล้ว อยู่ระหว่างสอบสวน หากทุกคนทำงานเอาใจใส่ก็จบ ที่ผ่านมาอยากบอกว่ามันไม่ใช่ใครที่ต้องไปแถลงตรงโน้นตรงนี้ รมว.คมนาคมได้ให้ รมช.เป็นผู้ชี้แจง ใครอยู่ใกล้ก็ไปก่อนแค่นั้นเองและคนที่ไปช้าต้องตอบให้ได้ว่าทำไมไปช้าเพราะมันเป็นหน้าที่ ในระดับนโยบาย ตนและรัฐมนตรี ส่วนระดับอื่นมีผู้ปฏิบัติอยู่แล้วต้องไปลงโทษผู้ปฏิบัติ ไปหามาตรการไม่ให้เกิดซ้ำอีก การลงโทษมีทั้งเบาไปหาหนัก ไม่ใช่เอาไปฆ่าทิ้ง ต้องแก้ให้ถูกจุด

“สั่งการให้หาทางซ่อมแซมก่อน รถที่ใช้ตอนนี้แน่นเกินไปเพราะเป็นที่นั่งแบบบิสซิเนสหมด อาจต้องเอา 4 ขบวนมาปรับปรุงให้เสร็จภายใน 4 เดือน จะทำให้ได้ที่นั่ง ที่ยืนมากขึ้น สามารถขนคนได้มากขึ้น ส่วนการซื้อใหม่ยังไม่ซื้อ จะซื้อใหม่ตอนที่แก้ปัญหาเสร็จ ทุกคนมุ่งแต่จะซื้อใหม่หมด ผมยังไม่ให้ทั้งหมดหรอก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ที่กระทรวงคมนาคม เย็นวันเดียวกัน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยอีกครั้งว่า สั่งการ ให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินเพิ่มเติมส่งกลับมาใหม่ภายในวันที่ 25 มี.ค. เพราะแผนที่ส่งมาไม่มีรายละเอียดชัดเจน อาทิ แผนช่วยเหลือ แผนงบประมาณซ่อมแซม และผู้รับผิดชอบ นอกจากนี้ยังสั่งการให้ประชุมบอร์ดในวันที่ 24 มี.ค. เรื่องขออนุมัติจัดซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้า 7 ชุด วงเงิน 32,114,000 บาท ก่อนเสนอขออนุมัติคณะกรรมการบอร์ดรถไฟวันที่ 29 มี.ค. หากดำเนินการตามขั้นตอนปัญหาที่เกิดขึ้นจะหมดไป ส่วนเรื่องรายละเอียดที่บอร์ดแอร์พอร์ตลิงก์นำงบประมาณกว่า 85 ล้านบาท ไปซ่อมรถบางส่วนก่อน ทั้งที่บอร์ดรถไฟอนุมัติงบกว่า 385.94 ล้านบาท เพื่อซ่อมใหญ่ แต่กลับเลือกซ่อมบางส่วน มองว่าทำไมต้องปรับลดรายการซ่อมจาก 17 รายการเหลือ 13 รายการ ต้องรายงานข้อเท็จจริงกลับมาภายในวันที่ 25 มี.ค. รวมถึงมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นและผู้รับผิดชอบ เพื่อเป็นแนวทางรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

พล.อ.ดรัณ ยุทธวงษ์สุข กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า เบื้องต้นสั่งการให้นำเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำรองที่มีอยู่ไปใช้ทดแทนของเดิมที่ไม่สามารถใช้งานไปติดตั้งที่สถานีรามคำแหงแล้ว คาดระหว่างที่รอบอร์ด ร.ฟ.ท.อนุมัติให้จัดซื้อ จะสามารถให้บริการได้โดยไม่มีปัญหาเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวมีอายุการใช้งานนาน 5 ปีแล้ว เห็นควรเปลี่ยนใหม่หมด และในวันที่ 28 มี.ค. บริษัทจะมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่ผ่านมามีการซักซ้อมประมาณเดือนละครั้ง นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมจัดซื้อแบตเตอรี่สำรองไฟเพื่อติดตั้งไว้ในขบวนรถไฟฟ้าทั้ง 9 ขบวนที่มีอยู่ เพื่อให้ขบวน รถมีไฟฟ้าใช้กรณีเกิดไฟดับหรือไฟตก รวมเป็นเงิน 18 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2-3 เดือน

ด้านนายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มสายงานปฏิบัติการและซ่อมบำรุง บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นมีผู้โดยสาร 8 ราย ได้รับผลกระทบ โดย 7 รายได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย ขณะนี้เดินทางกลับบ้านได้แล้ว ที่เหลืออีก 1 รายเป็นโรคหืดหอบ ยังรักษาที่โรงพยาบาลสินแพทย์ บริษัทรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่มีผู้โดยสารรายใดร้องเรียนหรือเรียกร้องค่าเสียหาย รวมทั้งไม่มีปัญหาผู้โดยสารที่ติดอยู่ในขบวนรถตกเที่ยวบินแต่อย่างใด

“ขอยืนยันว่าไม่มีกระจกหรือตัวรถส่วนใดได้รับความเสียหายจากการทุบทำลาย เนื่องจากผู้โดยสารที่เปิดประตูรถปฏิบัติตามคำแนะนำ คือทุบแผ่นพลาสติกที่ซีลปุ่มเปิดประตูฉุกเฉินให้แตกออก จากนั้นดึงสลักเพื่อเปิดประตู ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจจะเกิดปัญหาไฟฟ้าช็อตได้หากผู้โดยสารเดินลงไปในรางนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากขบวนรถมีการรับไฟฟ้าผ่านทางหลังคาไม่ใช่การส่งผ่านทางรางเหมือนรถไฟฟ้าบีทีเอส ขณะที่การซ้อมแผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินว่า ยืนยันว่าได้ทำตามขั้นตอนและเป็นไปตามมาตรฐานการอพยพคนออกจากขบวนรถ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 นาที แต่วันที่เกิดเหตุมีปัจจัยอื่นทำให้การอพยพล่าช้า คือผู้โดยสารเปิดประตูทำให้ขบวนลากหยุดทำงาน ต้องรอรถขบวนใหม่เข้ามาช่วยเหลือแทน” นายสุเทพกล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    88.7%
  • ไม่ชอบ
    5.7%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    3.8%
  • เสียใจ
    1.9%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement