'มีชัย'ถอย 2ฝ่ายพบกันครึ่งทาง ให้คสช.จิ้ม200ส.ว. อีก50เลือกไขว้ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'มีชัย'ถอย 2ฝ่ายพบกันครึ่งทาง ให้คสช.จิ้ม200ส.ว. อีก50เลือกไขว้

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 มี.ค. 2559 06:24
5,240 ครั้ง


“มีชัย” เรียกทีมโฆษกฯ-เลขาฯถกนอกรอบ ปมสื่อตีข่าว กรธ. บ่นอึดอัดใจใบสั่ง คสช. ถามทีมโฆษกฯยันไม่ได้พูดว้ากอย่าบิดเบือนเพื่อความมันในอารมณ์ กรธ.ผุดสูตรพิสดารเปิดทาง คสช. จิ้มเลือก 200 ส.ว.ลากตั้ง อีก 50 ไปเลือกไขว้กันเอง ทำเหนียมกัน 6 เก้าอี้ให้ ผบ.เหล่าทัพ แต่ตัดอำนาจเปิดซักฟอกรัฐบาล บัตรเลือกตั้ง ส.ส.ใช้ใบเดียว เปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกช่วงเปลี่ยนผ่านได้ “บิ๊กตู่” ไม่สน ใครจะคิดอะไรทุกอย่างทำไปเพราะหวังดี เย้ยพรรคใหญ่ถ้าทำดีแล้วจะกลัวอะไรกับ 6 บิ๊ก ส.ว. “วิษณุ” เห็นใจ กรธ. แต่เป็นหน้าที่ต้องทำ ชี้ฉบับถาวร-บทเฉพาะกาลขัดกันได้ ปชป.เชื่อข้อเสนอ คสช.จบที่ครึ่งทาง “ตู่” เหน็บคนแก่เจ้าเล่ห์สร้างบ้านน่ากลัว “วรชัย” แห่ตามจ้องทุบบ้านทิ้งมากกว่า โปรดเกล้าฯแล้ว รธน. ฉบับแก้ไขทำประชามติ ยูเอ็นดอดพบ “พิชัย” ถกสิทธิมนุษยชน

หลังจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนกรานมาตลอดว่า การปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ จะยึดตามหลักการ แต่ทำตามใบสั่งใคร ล่าสุด กรธ. พิจารณาข้อเสนอแนะการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสร็จแล้ว โดยมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ

“มีชัย” เรียกทีมโฆษกฯถกนอกรอบ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้เรียกทีมโฆษกและทีมเลขานุการ และ กรธ.หลายคนเข้าหารือในห้องทำงานส่วนตัว อาทิ นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ นายอุดม รัฐอมฤต นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการ กรธ. นายศุภชัย ยาวะประภาษ นายอัชพร จารุจินดา และนายภัทระ คำพิทักษ์ กรธ. โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นนายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม กรธ.ว่า ยังมีคนเข้าใจผิดจำนวนมาก เช่น ประเด็นสิทธิเสรีภาพ กรธ.กังวล จึงหารือกันนอกรอบว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อเผยแพร่ให้คนเข้าใจถูกต้อง บางเรื่องเราได้แก้ไขแล้วแต่ไม่ถูกเผยแพร่ คนก็ยังไม่รู้ จึงต้องคุยกันว่าจะต้องทำอย่างไร

ยันปิดจ๊อบร่างเสร็จทันกำหนด

นายมีชัยกล่าวอีกว่า การพิจารณาข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) น่าจะได้เรื่อง เสร็จแล้วจะให้โฆษก กรธ.แถลง ยืนยันว่าปรับแก้เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้ทันตามกำหนด วันที่ 29 มี.ค. จะส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้รัฐบาลได้ การหารือที่ใช้เวลานานเพราะให้แต่ละคนอภิปรายเป็นรายบุคคล ขณะนี้พอจับทิศทางได้แล้ว จะทยอยเปิดเผยเนื้อหาแทนที่จะเปิดเผยหมดในทีเดียว เพราะคนขี้เกียจอ่าน การออกไปชี้แจงตามพื้นที่จะมีกระทรวงอื่นช่วย ทำลักษณะดาวกระจาย แต่จะมีปัญญาทำได้มากแค่ไหนไม่รู้ เพราะคนมีอยู่แค่นี้ ส่วนการประสานกับรัฐบาลนั้นก็ยังช่วยอยู่ แต่เวลาออกต่างจังหวัดอาจต้องตั้งคนเข้ามาเป็นอนุกรรมการเผยแพร่เพื่อช่วยงาน

โวยสื่อมโนไปเรื่อย กรธ.บ่นอึดอัด

เมื่อถามว่าบรรยากาศการประชุมประเด็นข้อเสนอของ คสช.เป็นอย่างไรบ้าง นายมีชัยตอบว่า ไม่ได้ถกเถียง เป็นการอภิปรายทีละคน ความเห็น กรธ.แต่ละคนไม่ค่อยต่างกัน ส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกัน จะไม่มีการโหวตแน่นอน เมื่อถามว่ามีข่าวว่า กรธ.มีปัญหาและแตกแยกทางความคิด นายมีชัยตอบว่า “นั่นสื่อนำไปลงเอง เท่าที่สังเกตดูสื่อจะลงอะไรที่ผิดอยู่เรื่อย ไม่รู้ว่าใครสั่งมา ขอความกรุณาสื่อว่าเรื่องมันก็ยากอยู่แล้ว หากไปบิดเบือนนิดหน่อยเพื่อความมันในอารมณ์ เหมือนกับไม่ได้ทำหน้าที่ที่ดี อยากขอความร่วมมือเพื่อทำหน้าที่ไปด้วยกันได้ทุกฝ่าย ผมเห็นพาดหัวหนังสือพิมพ์แล้วก็รู้สึกตกใจ สอบถามโฆษก กรธ.ก็ยืนยันว่าไม่ได้พูดสักคำ”

เปิดทาง คสช.จิ้ม 200 ส.ว.ลากตั้ง

ต่อมานายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. แถลงภายหลังการประชุม กรธ.ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปจากข้อเสนอ คสช. เริ่มจากประเด็น ส.ส.ที่ข้อเสนอ คสช.ต้องการให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เขตเลือกตั้งเขตใหญ่ แต่ กรธ.จะไม่กำหนดเนื้อหาส่วนนี้ไว้ในบทเฉพาะกาล ให้ใช้การเลือกตั้งใบเดียวและรูปแบบวิธีนับคะแนนตามแบบเดิมของ กรธ. ส่วนที่มา ส.ว.จะให้เขียนในบทเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่านระยะแรก 5 ปี ให้ ส.ว.มาจากการสรรหาจำนวน 250 คน โดย 200 คน ให้มาจากการคัดเลือกโดยคณะกรรมการสรรหา 8-0 คน ที่ตั้งโดย คสช. อีก 50 คนให้มาจากการเลือกไขว้จาก 20 กลุ่มอาชีพ ที่สมัครและเลือกไขว้กันมาตั้งแต่ระดับอำเภอถึงจังหวัด เป็นการพบกันครึ่งทาง เพื่อให้เรามีประสบการณ์สำหรับการเลือกตั้งทางอ้อม ส.ว. ที่กำหนดไว้ในบทหลัก โดยยกเว้นให้ ส.ว. 6 คน สามารถเป็นข้าราชการประจำได้ โดยไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นผู้นำเหล่าทัพ ขึ้นอยู่กับ คสช.จะเลือก

ตัดอำนาจเปิดศึกซักฟอกรัฐบาล

นายนรชิตกล่าวต่อว่า ส่วนหน้าที่ ส.ว.เป็นไปตามบทปกติ ให้มีอำนาจผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปร่วมกับ ส.ส. สำหรับการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในบทการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สมาชิกทั้ง 2 สภามีส่วนร่วมอยู่แล้ว แต่คำขอให้ ส.ว.กำกับดูแลฝ่ายบริหาร ขอเปิดอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจ กรธ.เห็นว่าหน้าที่ดังกล่าวควรเป็นอำนาจของ ส.ส. จึงไม่กำหนดส่วนนี้ไว้

มีนายกฯคนนอกช่วงเปลี่ยนผ่านได้

นายนรชิตกล่าวอีกว่า คำขอให้งดเว้นการเสนอ 3 รายชื่อนายกฯก่อนการเลือกตั้ง กรธ.มองว่า การจัดตั้งรัฐบาลต้องเป็นเรื่องของ ส.ส. จึงกำหนดส่วนนี้ให้ต้องทำตามกระบวนการปกติก่อน คือ พรรคการเมืองต้องเสนอ 3 รายชื่อนายกฯก่อนการเลือกตั้ง เมื่อเปิดประชุมสภา พรรคการเมืองต้องเลือกนายกฯตามบัญชีรายชื่อ แต่หากพรรคการเมืองไม่สามารถเลือกนายกฯได้ จึงกำหนดให้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง ยื่นขอเปิดประชุมร่วมกับวุฒิสภา เพื่อขอมติ 2 ใน 3 ของที่ประชุมรัฐสภาให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกฯนอกบัญชีรายชื่อได้ ทั้งนี้หากไม่สามารถเลือกนายกฯได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ต้องยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ตามที่กำหนดไว้ในร่างแรก ยืนยันว่าเราพิจารณาคำขอแก้ไขจากแม่น้ำ 4 สาย ไปตามเหตุผล รอบคอบ และขอบคุณแม่น้ำ 4 สายที่ส่งมาให้พิจารณา ยืนยันว่าการไม่ออกมาแถลงข่าวของ กรธ. เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ไม่ได้เกิดจากการแตกแยก แต่เป็นเพราะต้องการความรอบคอบ

“บิ๊กตู่” ยันหวังดีไม่สนใครคิดอะไร

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกระแสข่าว กรธ.บางส่วนอยากให้การปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอ คสช. แบบพบกันครึ่งทางว่า ยังไม่รู้ว่าครึ่งทางไหน แต่ยังไม่มีข้อเสนอแนะไปเพิ่มเติม เพราะยังไม่ทราบผลสรุปจะออกมาอย่างไร เอาอย่างนี้แล้วกัน ตนทำไปด้วยความหวังดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง ใครจะคิดอย่างไรก็ตามแต่ถ้ามันออกมาได้ก็น่าจะดี ถ้าออกไม่ได้ก็ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมด ประชาชนด้วย เมื่อถามว่า การเปิดให้มีพรรคเล็กทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จะทำไมถ้าพรรคเล็กมา หากพรรคใหญ่ไม่ดีจะมาได้อย่างไร ถ้าพรรคใหญ่ดีมันต้องมาได้ คนต้องเลือก แต่ละพรรคต้องหาคนดีมาให้เลือก ทุกเรื่องตั้งเป็นกลไกเฉยๆมีการคัดกรองเยอะแยะ จากนี้จะมี ส.ว.ดูทุกเรื่อง ต้องทำงานด้วยกัน ไม่ใช่กลัวพรรคเล็กจะเข้ามามาก ที่ผ่านมามีปัญหาหรือไม่เพราะมีคนพรรคใหญ่มากเกินไป แล้วทำดีหรือไม่

ถ้าทำดีแล้วไม่ต้องกลัว 6 บิ๊ก ส.ว.

เมื่อถามถึงข้อเสนอกำหนดโควตา ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.สรรหา 6 ที่นั่ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เพื่อดูแลให้ข้อมูล เพราะคุมหน่วยทหาร ตำรวจอยู่ เวลารัฐบาลจะใช้อะไรจะได้ไม่ต้องแยกใช้ ไม่ได้ให้ไปสั่งใคร ส.ว. ส.ส.ทำหน้าที่ภายใต้ระบบรัฐสภา วันหน้าจะมาโทษอีกว่าทำไมทำให้คนนี้ ไม่ทำให้คนโน้น ไปเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลด้วยซ้ำ ไปกลั่นกรองให้ผิดตรงไหน กลัวอะไรพวกนี้จะเอากำลัง ไปยึด ส.ว.หรือ เขามีสมอง รัฐบาลทำให้ดีไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ทำให้รัฐบาลใหม่ทั้งนั้น ถามว่า ตนได้อะไรหรือ อยู่เมื่อถึงเวลาที่ต้องอยู่ จากนั้นใครได้ประโยชน์ประชาชน รัฐบาลใหม่ใช่ไหม วันนี้เราเหมือนใครในโลกหรือไม่ ต้องคิดให้เหมือนคนทั้งโลกก่อน ถึงจะเอากติกาคนทั้งโลกมาใช้ ค่อยๆเดินหน้าไป แยกออกหรือยังว่าประเทศประชาธิปไตยแตกต่างจากประเทศสังคมนิยมประชาธิปไตยอย่างไร สหพันธรัฐเป็นอย่างไร ต้องมีพื้นฐานตรงนี้ก่อน ถึงจะนำมาสู่ว่าไทยอยู่ตรงไหน แบบไหน

คุยมีอำนาจมากแต่ไม่เคยใช้ฟุ้งเฟ้อ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถามว่าเอาของตนไปเปรียบเทียบกับประเทศสังคมนิยมได้ไหม ทำไมเขาเจริญเติบโตก้าวหน้า แบบเราทำบ้างไหม บางประเทศอยากจะสร้างถนนเขาชี้เส้นตรงแล้วลุยเลย มีใครค้านเขาได้ มันต่างกันตรงนี้ เขาเรียกว่าการใช้อำนาจมันต่างกัน ความจริงตนมีอำนาจมากกว่าอีกยังทำไม่ได้เลย เพราะคนไทยไม่ค่อยยอมรับผลประโยชน์คนอื่น นอกจากดูตัวเองก่อน คนดีเยอะแต่มีคนชักนำให้เสียหาย จากการไปพบชาวบ้าน ประชาชนอยากได้ถนนหนทาง ก็บอกให้ไปบอกคนที่ค้านถ้าไม่ค้านมากนักก็ทำได้ เสร็จไปนานแล้ว ตนมาลดเวลาให้ก็หาว่ายกเลิกอีไอเออีก มันทำได้ที่ไหนเข้าใจหรือยัง การสร้างเส้นทางรถไฟสร้างแบบหลบไปหลบมา เลี่ยงซ้ายเลี้ยวขวาเป็นเลขแปด เพื่อหลบที่คนไม่ให้ทางได้หรือไม่ แล้วกลับมาว่ารัฐบาลทำไม่ได้

เห็นใจ กรธ.แต่เป็นหน้าที่ต้องทำ

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี กรธ.บ่นรู้สึกอึดอัดข้อเสนอของ คสช. เพราะขัดกับหลักการที่ กรธ.ร่างมาแต่ต้นว่า หาก กรธ.รู้สึกว่าลำบากใจ ก็เห็นใจ ข้อเสนอที่ส่งไปได้ชี้แจงครบหมดแล้ว คงไม่ต้องชี้แจงอะไรเพิ่มเติม นอกจากจะซักถามมา ความหนักใจเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อถูกมอบหมายให้ทำอะไร แต่เมื่อเป็นหน้าที่ก็ต้องทำไป ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็บอกเหตุผลมา ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนที่เขารู้สึกว่าขัดหลักการที่ทำมานั้น ทุกฝ่ายรู้ว่ามันกระทบหลักการ แต่ข้อเสนอที่ส่งไปเป็นส่วนของบทเฉพาะกาล 20-30 มาตรา ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ต้องการคำอธิบายอีกแบบหนึ่งเท่านั้น ส่วนหลักการที่ กรธ.อธิบายมาตลอด เป็นส่วนของบทถาวร สิ่งที่เสนอไปจึงไม่น่าขัดกับการเดินสายรับฟังของ กรธ. เขาต้องดูว่าจำเป็นต้องเขียนหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเขียน แต่ถ้าจำเป็นก็เขียนตามที่ คสช.เสนอ ถ้าคิดว่าหนักไปหรือมากเกินไปก็ลองพิจารณาดู

ฉบับถาวร-บทเฉพาะกาลขัดกันได้

เมื่อถามว่าบทถาวรกับบทเฉพาะกาลสามารถขัดกันได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ได้ ที่ผ่านมามีเยอะไปที่รัฐธรรมนูญในบทถาวรและบทเฉพาะกาลขัดกัน เมื่อถามย้ำว่า กรธ.ไม่จำเป็นต้องทำตามข้อเสนอทั้งหมดใช่หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่อยากพูดอย่างนั้น แต่จะให้พูดอย่างอื่นได้อย่างไร ในเมื่อกรธ.เป็นคนทำ ถ้าเขาทำอีกแบบหนึ่ง หรือไม่ทำเลย คสช.จะทำอย่างไรได้ ไม่มีใครไปทำอะไรเขาได้ เมื่อถามว่ามีเสียงบ่นจาก กรธ.ว่าถ้าทำตามข้อเสนอทั้งหมด กรธ.จะไม่มีที่ยืนในสังคม นายวิษณุตอบว่า ถือเป็นคำเปรยจาก กรธ. ไม่อยากสมมติว่าถ้า กรธ.ไม่ทำตามข้อเสนอจะเป็นอย่างไร จะกลายเป็นการยั่วยุ เมื่อ กรธ.บอกว่าร้องไห้ก็ไม่ได้ หัวเราะก็ไม่ได้ ท่านเดินยิ้มแล้วก็ปล่อยให้ท่านยิ้มไป ส่วนข้อเสนอที่ให้เลือกตั้งแบบเขตใหญ่ ไม่ใช่ต้องการสลายขั้วการเมือง แต่ต้องการให้โอกาสพรรคเล็ก เมื่อเราจะเก็บคะแนนทุกเม็ดก็ต้องให้โอกาส

ปชป.เชื่อข้อเสนอ คสช.จบที่ครึ่งทาง

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอของ คสช. เชื่อว่าเป็นการยื่นเสนอในลักษณะต่อรองเงื่อนไขมากกว่า เพราะเป็นข้อเสนอที่สุดโต่ง สังคมรับไม่ได้ กรธ.เองก็ไม่สามารถปฏิบัติตามคำขอได้ จึงจบที่การต่อรองพบกันครึ่งทาง ขอให้ กรธ.ไตร่ตรองว่าแม้จะพบกันครึ่งทาง แต่ขอให้สังคมยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงนี้ด้วย ส่วนตัวเห็นว่าประเด็นที่ควรแก้ไขคือ 1.อำนาจหน้าที่ของ ส.ว.สรรหา ควรตัดอำนาจการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลออก เหลือเพียงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ 2.ระบบการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ใช้แบบเขตใหญ่ พวงใหญ่ 3 เบอร์ เลือกได้ 3 คน หรือถ้าจะเลือกได้คนเดียวก็ควรเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว 3.ที่มานายกรัฐมนตรีคนนอกต้องมีเงื่อนไข เสียงสนับสนุนโหวตเลือก 3 ใน 5 ของ ส.ส.ทั้งสภา หากเป็นเช่นนี้เชื่อว่าสังคมพอรับได้

“ตู่” เหน็บคนแก่เจ้าเล่ห์สร้างบ้าน

อีกด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เปรียบการร่างรัฐธรรมนูญเป็นการสร้างบ้าน ว่า ตามสำนวนไทย การคบเด็กสร้างบ้านเป็นการเปรียบเพื่อเตือนถึงปัญหาที่จะตามมา แต่คนแก่สร้างบ้านเป็นคนเจ้าเล่ห์ น่ากลัว เพราะมีสารพัดพิษกว่า ส่วนข้อเสนอให้พบกันครึ่งทาง แนวทางประชาธิปไตยไม่มีการแบ่งครึ่งใดๆได้ นิทานคนสร้างบ้านนั้น นายมีชัยและ กรธ.เป็นผู้รับเหมาที่เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจาก คสช.เป็นคนให้สร้างกับผู้รับเหมาเป็นพวกเดียวกัน จึงเป็นการแบ่งงานกันทำ เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะส่งคนไปอยู่เพื่อความปลอดภัยคงไม่เป็นไร หากบ้านหลังนั้นเป็นของ คสช. ไม่ใช่บ้านของคนทั้งประเทศ นิทานคนสร้างบ้านจึงเป็นตรรกะดูถูกประชาชน สุดท้ายปลายทางเมื่อรับงานจากพวกเดียวกัน จึงต้องสร้างให้พวกเดียวกันมาอยู่ คสช.กล้าสาบานหรือไม่ว่า จะไม่มีคน คสช.มาเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก ขอภาวนาร่างรัฐธรรมนูญให้เดินไปถึงวันทำประชามติ 7 ส.ค. ซึ่งเป็นวันระพี

“วรชัย” ฉะจ้องทุบบ้านทิ้งมากกว่า

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มองว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ไม่ได้ทำรัฐธรรมนูญแบบสร้างบ้าน แต่เป็นการทำรัฐธรรมนูญแบบรื้อบ้าน ทุบบ้านทิ้งมากกว่า ทำลายบรรยากาศประเทศ ทำลายความรู้สึกประชาชนทั้งประเทศ รัฐธรรมนูญแบบนี้จะทำให้ปัญหาความขัดแย้งลุกลามบานปลายไม่สิ้นสุด หากนำรัฐธรรมนูญฉบับใบสั่งนี้ไปทำประชามติ จะเกิดวิกฤติครั้งสำคัญ กรธ.อย่าคิดเพียงว่าเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ แล้วคนจะยอมให้ร่างผ่านเพื่อเลือกตั้ง เพราะประชาชนต้องการเลือกตั้งด้วยรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย หากจะยัดเยียดร่างแบบนี้มา ประชาชนไม่รับ ไม่ต้องเอาไปทำประชามติ ถึงอย่างไรก็ไม่ผ่าน เสียดายเงินเปล่าๆ ขอให้นายมีชัยทำดีเพื่อแผ่นดินสักครั้ง ขอให้ทำตามใจประชาชนบ้าง

โปรดเกล้าฯแก้ รธน.ทำประชามติ

ช่วงเย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) มีสาระสำคัญปรับแก้เพื่อทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดคุณสมบัติผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันออกเสียงประชามติเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงได้ ส่วนคำถามประชามติเพิ่มให้ สนช.เสนอประเด็นอื่นใดไม่เกินหนึ่งประเด็น โดยให้ สนช.รับฟังความคิดเห็นสปท.ด้วย ทั้งนี้ ถ้าผลการออกเสียงประชามติมีคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่าไม่เห็นชอบ ให้นายกฯนําร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯถวายภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการออกเสียงประชามติ แต่ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย และพระราชทานคืนมา หรือเมื่อพ้นกําหนด 90 วันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา ให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป และอนุโลมให้ กรธ.และ สนช.ปฏิบัติหน้าที่ต่อ เพื่อจัดทำร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นที่จำเป็น แต่เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่แล้วการปฏิบัติหน้าที่ของ สนช. และ กรธ.ให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้

เชื่อครู 4-5 แสนพอใจปฏิรูปศึกษา

อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก-รัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการออกคำสั่งคสช. เพื่อปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการว่า ปรับให้เกิดการบูรณาการ ที่ผ่านมากระจัดกระจายจนไม่มีอำนาจในการปฏิรูป ช่วงนี้จำเป็นต้องออกกฎหมายในมาตรา 44 ไม่ใช่ไปออกเพื่อให้การศึกษามันดีขึ้น แต่มอบหมายให้รัฐมนตรีมีเอกภาพในการทำงาน และจะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา ประกอบด้วย ปลัดกระทรวง และ 5 แท่งงาน มีการเสนอแนวทางปฏิบัติทั้งในส่วนของประถม มัธยม อาชีวะ และอุดมศึกษา ที่เดิมแยกแท่งงาน พอนโยบายรัฐบาลออกไปก็ไม่สอดคล้องกัน ต่อไปเมื่อทุกคนพึงพอใจในกติกาจะได้เดินไปในทางเดียวกัน และต้องคิดถึงประโยชน์สูงสุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงให้ความสำคัญกับกระทรวงศึกษา แต่ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ต้องร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย จึงมาลองปรับใหม่ว่าจะดีขึ้นหรือไม่ เท่าที่ตรวจสอบครู 4-5 แสนคนพอใจกับคำสั่งดังกล่าว มีที่มีปัญหาอยู่บ้าง 2,000 กว่าคน ที่เป็นผู้บริหารและยังติดอยู่กับกติกาเดิม

ศาลฎีกายื่น สนช.ค้าน ก.ม.ชะลอฟ้อง

ที่รัฐสภา นายชาญณรงค์ ปราณีจิต ผู้พิพากษาหัวคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักงานประธานศาลฎีกา เป็นตัวแทนนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ยื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้ข้อเสนอแนะร่าง พ.ร.บ.มาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา ของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยนายชาญณรงค์กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว อยู่ระหว่างนำเข้า ครม. เพื่อส่งให้ สนช.พิจารณา แต่ศาลยุติธรรมเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.นี้ ขัดหลักการรัฐธรรมนูญ และหลักสิทธิมนุษยชน ให้อำนาจอัยการสั่งคุมประพฤติ ทำกิจกรรมบริการสังคม หรือสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีอาญาที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีได้ โดยไม่ผ่านการพิจารณาของศาล ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือกระบวนการยุติธรรม ร่างกฎหมายนี้ถูกเสนอมาตั้งแต่ปี 2532 แต่ยังไม่ถูกสภานำเข้ามาพิจารณา เพราะศาลยุติธรรมแสดงข้อกังวลหลายครั้ง หากกฎหมายนี้ผ่าน สนช. จะกระทบต่อสังคมและกระบวนการทางอาญา ขอให้สนช.ช่วยพิจารณาด้วย

นายพรเพชรกล่าวว่า ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งระหว่างองค์กร เมื่อประธานศาลฎีกาส่งสัญญาณถึงตนต้องรับฟัง ที่ผ่านมาตัวแทนศาลฎีกาไปยื่นเรื่องนี้ให้รัฐบาลแล้ว แต่ได้มายื่นเรื่องต่อ สนช. เพื่อดักคอไว้ก่อนที่เรื่องจะถูกส่งมาให้ สนช.

ยูเอ็นพบ “พิชัย” ถกสิทธิมนุษยชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี นาย Imesh Pokharel และ น.ส.ประทับจิต นีละไพจิตร ผู้แทนจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชน (OHCHR) เข้าพบนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องความเปลี่ยนแปลง และการคาดการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมืองที่อาจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ในปี 2016- 2018 และขอคำแนะนำเกี่ยวกับบทบาทขององค์การสหประชาชาติ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่านของไทย

อัดรัฐแจกเงิน ขรก.ทำเหลื่อมล้ำ

น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีรัฐบาลเตรียมอนุมัติแจกเงินช่วยค่าครองชีพให้กับข้าราชการ วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ยินดีกับข้าราชการที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ แต่อยากให้เป็นไปอย่างทั่วถึงกับประชาชนทุกกลุ่ม ที่กำลังเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจ เกษตรกรต้องเผชิญภัยแล้ง ผู้ใช้แรงงานเดือดร้อนมาก อยากถามว่ารัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร การนำมาตรการช็อปช่วยชาติเพื่อใช้หักภาษีกลับมาใช้อีกครั้งในช่วงสงกรานต์ ทั้งที่ช่วงปีใหม่ก็สร้างความรู้สึกเหลื่อมล้ำ คนกลุ่มหนึ่งแย่งกันไปช็อปปิ้ง ขณะที่คนส่วนใหญ่รายได้ยังไม่พอประทังชีวิต อีกทั้งยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ไม่ต่างกับนโยบายแจกเงิน 2,000 บาท ของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต ที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ อยากให้คิดโครงการที่ช่วยสร้างเสริมความสามารถการแข่งขันของประเทศระยะยาวมากกว่า

ถ้าผล “ราชภักดิ์” ไม่เคลียร์สอบใหม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบคดีอุทยานราชภักดิ์ว่า วันที่ 23 มี.ค. จะแถลงข่าวกรณีให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไปตรวจสอบเพิ่มเติม ได้สั่งการให้เลขาธิการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เชิญนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และนายเรืองไกร ลีกิจ– วัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย มาร่วมฟังการแถลงข่าวด้วย โดยการแถลงข่าวจะต้องตอบประเด็นค่าหัวคิว การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการใช้งบประมาณให้ได้ และได้แจ้งต่อนายกรัฐมนตรีแล้วว่าถ้ามีอะไรที่ตอบสังคมไม่ได้ ก็จะให้สอบใหม่

ป.ป.ช.เล็งสอบเพิ่มอุทยานราชภักดิ์

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้ข้อมูลจาก สตง. และคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงกลาโหมแล้ว พบว่ามีข้อมูลบางส่วนตรงกัน บางส่วนทั้ง 2 หน่วยงานยังไม่ได้ตรวจสอบ ป.ป.ช.ต้องหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ซึ่งมีประเด็นใหม่ 2-3 ประเด็น คณะทำงานของ ป.ป.ช.กำลังรวบรวม ส่วนประเด็นหลักที่ ป.ป.ช.จะแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมคือ ข้อร้องเรียนที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ยื่นกล่าวหา พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ขณะดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. และ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากอาจมีการหักหัวคิว 10 เปอร์เซ็นต์ จากเซียนพระ และยังปรากฏว่า พล.ต.สุชาติ พรหมใหม่ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และ พ.อ.คชาชาต บุญดี อดีตนายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำกองทัพภาคที่ 3 (นายทหารคนสนิทของ พล.อ. อุดมเดช ปัจจุบันถูกถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว) อาจมีส่วนร่วมกับโครงการดังกล่าว ข้อมูลส่วนนี้สำนักงาน ป.ป.ช.กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่

จะปฏิรูปโกงอย่าซุกขยะใต้พรม

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายพรเพชร วิชิต–ชลชัย ประธาน สนช. ระบุว่า การปลดนาฬิกาดิจิตอลของสำนักงานเลขาธิการ สภาฯไม่ได้รับความเสียหาย ว่า โครงการนี้นายทวีเกียรติ เชาวลิตถวิล สามีของเลขาธิการสภาฯคนปัจจุบันเป็นประธานเปิดซองประมูลราคา โดยบริษัท อีควิป แมน จำกัด อ้างว่าเคยติดตั้งนาฬิกาประเภทนี้ที่สนามบินสุวรรณภูมิมาก่อนจึงได้รับงานนี้มูลค่า 14.8 ล้านบาท แต่ตรวจสอบไปที่สนามบินสุวรรณภูมิพบว่าไม่เคยติดตั้งนาฬิกาที่กล่าวอ้าง ไม่ทราบเหตุใดจึงให้รับงานของสภาหลายโครงการ นายพรเพชรพูดได้อย่างไรว่าสำนักงานฯไม่เสียหาย เพราะยังไม่สิ้นสุดตามกระบวนการ การทุจริตจะเกิดขึ้นสมัยไหนก็แล้วแต่ เมื่อปรากฏหลักฐานหรือมีการร้องเรียนว่าส่อทุจริต ใครอยู่ในตำแหน่งต้องตรวจสอบ ไม่ใช่อ้างว่าเป็นเรื่องเกิดก่อนตัวเองมารับตำแหน่ง ไม่ใช่ซุกขยะใต้พรมแล้วมาอ้างว่าทำงานปฏิรูปปราบปรามการโกง อย่างนี้มันปฏิรูปไม่จริง

อุทธรณ์สั่งรับฟ้อง “ธาริต” หมิ่น “เทือก”

ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ คดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายวรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการ บริษัท ข่าวสด จำกัด และนายสุริวงศ์ เอื้อปฏิภาน บรรณาธิการ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา จากกรณีนายธาริต จำเลยที่ 1 แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กล่าวหาโจทก์ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงสัญญาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 โรงพัก จากประมูลรายภาครวมเป็นรายเดียว ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายสุเทพนำสืบถึงความเป็นมาการอนุมัติโครงการ ที่นายธาริตแถลงข่าวขัดกับข้อเท็จจริงและกฎหมายอย่างไร ต้องพิสูจน์พยานหลักฐานต่อไป ชั้นนี้พยานที่โจทก์นำเข้าสืบมีมูล จึงพิพากษากลับให้รับฟ้อง ให้ศาลชั้นต้นประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา พร้อมนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 16 พ.ค.59

แนะคนไทยปรับตัวรับสถานการณ์

อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุม ครม. โดยก่อนประชุม ครม. นายอภินันท์ จันทรษี อธิบดี กรมประชาสัมพันธ์ นำหนังสือ สมาร์ท ฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) รู้ไว้...ทำได้จริง คัมภีร์ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจที่น้อมนำกระแสพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มามอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อนำเสนอประชาสัมพันธ์การทำการเกษตรรูปแบบใหม่ที่ใช้พืชน้ำน้อย และการทำการเกษตรแปลงใหญ่ไร่นาสวนผสม โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเกษตรต้องปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ได้ส่งเรื่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดูแลให้สอดคล้องกับการวิจัยพัฒนา และงานช่างฝีมือเพื่อนำไปสู่การส่งออกสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ที่สำคัญต้องมีการแปรรูปเพื่อส่งออก ส่วนปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันรัฐบาลไม่เคยปล่อยปละละเลย

“บิ๊กตู่” บินจีนถกแม่โขง–ล้านช้าง

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หัวหน้า คสช. พร้อมด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางโดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ แอร์บัส เอซีเจ 320 เที่ยวบินพิเศษอาร์ทีเอเอฟ 216 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเฟิ่งหวง เมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้า ร่วมประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 1 ที่ศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติอ่าวหย่าหลง จากนั้นเมื่อเดินทางถึง ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำที่เข้าร่วมประชุม ที่โรงแรมเชอราตัน ซานย่า รีสอร์ต โดยมีนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเจ้าภาพ

คืนความสุขทหาร-ตร.เฮทั่วหน้า

อีกเรื่อง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม ครม. ว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการเยียวยาข้าราชการทหาร ตำรวจ ที่มีความเหลื่อมล้ำของอัตราเงินเดือน หลังปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนไปก่อนหน้านี้ ทำให้สูงกว่าทหารและตำรวจ ทั้งที่เคยมีอัตราเงินเดือนเท่ากัน โดยเห็นชอบให้ปรับปรุงอัตราเพดานเงินเดือนข้าราชการทหารและตำรวจให้เท่ากับข้าราชการพลเรือนในหลายระดับชั้น อาทิ ระดับ พล.ท. พล.อ.ท. พล.ร.ท. และ พล.ต.ท. เพดานเงินเดือนเดิมอยู่ที่ 74,320 บาทต่อเดือน ให้ไปอยู่ที่ 75,560-76,800 บาทต่อเดือน เท่ากับผู้บริหารระดับสูง ขณะที่ พล.ต. พล.อ.ต. พล.ร.ต. และ พล.ต.ต. เพดานเงินเดือนเดิมอยู่ที่ 69,040 บาทต่อเดือน ไปอยู่ที่ 70,360-74,320 บาท เท่า
กับผู้บริหารระดับต้น ส่วนระดับ พ.อ. นาวาเอก นาวาอากาศเอก และ พ.ต.อ. จากเดิมอยู่ที่ 58,390 บาทต่อเดือน ให้ไปอยู่ที่ 59,500 บาทต่อเดือน เท่ากับระดับอำนวยการต้นหรือผู้ชำนาญการพิเศษ

อัดฉีดเพิ่มเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ครม.ยังเห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอให้ขยายเวลาการจ่ายเงินอุดหนุนโครงการ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จากเดิมที่กำหนดให้จ่ายเงินเด็กแรกเกิดจนอายุครบ 1 ปี เป็นเงิน 400 บาทต่อเดือน เป็นตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 3 ปี พร้อมทั้งเพิ่มวงเงินเป็น 600 บาทต่อเดือน เพราะเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี เป็นช่วงที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต

ครม.อนุมัติกฎหมาย ปปง. 9 ฉบับ

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ครม.ยังมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงและเห็นชอบในหลักการ ร่างกฎหมายที่ออกตามความในกฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวม 9 ฉบับ ตามที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เสนอ อาทิ ร่างกฎกระทรวงกำหนดจำนวนเงินสดและมูลค่าทรัพย์สินในการทำธุรกรรม ที่สถาบันการเงินต้องรายงานต่อ ปปง. ร่างกฎกระทรวงกำหนดจำนวนเงินในการทำธุรกรรมที่ใช้เงินสด ซึ่งผู้ประกอบอาชีพต้องรายงานต่อ ปปง. ร่างกฎกระทรวงกำหนดผู้ประกอบอาชีพ ที่ดำเนินธุรกิจทางการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่มิใช่เป็นสถาบันการเงินที่ต้องรายงานการทำธุรกรรมต่อสำนักงาน ร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกรรมที่สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพต้องจัดให้ลูกค้าแสดงตน

นายกฯสั่งปรับเดินหน้าประเทศไทย

พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ได้สั่งในที่ประชุม ครม. ให้ปรับปรุงรูปแบบรายการเดินหน้าประเทศไทย ที่ออกอากาศทุกวันเวลา 18.00 น. ผ่านโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยใหม่ทั้งหมด โดยวันที่ 25 มี.ค. ทีมงานรายการจะประชุมเพื่อปรับรูปแบบรายการใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. นายกฯขอความร่วมมือรัฐมนตรี ถ้ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการใด กระทรวงใด ให้รัฐมนตรีช่วยกันอธิบายผ่านรายการ เพื่อทำความเข้าใจและสร้างความชัดเจนต่อสังคม มากกว่าให้โฆษกในรายการเป็นผู้ชี้แจง

“ปู” ให้กำลังใจยุคเศรษฐกิจอ่อนไหว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 22 มี.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊ก ขณะเยี่ยมชมและซื้อผลิตภัณฑ์ร้านค้าของหลานสาว ที่ชั้นล่างอาคารชินวัตร 3 ซึ่งเป็นบุตรของนางมณฑาทิพย์ ชินวัตร พร้อมโพสต์ข้อความว่า วันนี้มาเยี่ยมและอุดหนุนซื้อผลิตภัณฑ์ “คิมมิดอลล์” ของหลานสาว ทั้งสมุดบันทึกและตุ๊กตาประจำวันเกิด ทำให้อดไม่ได้ ที่จะให้กำลังใจเด็กรุ่นใหม่ที่เริ่มหัดทำธุรกิจ และกำลังเริ่มก่อร่างสร้างตัวยังต้องการโอกาสและความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ รวมถึงภาครัฐอีกมาก โดยเฉพาะช่วงภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงและอ่อนไหวแบบนี้ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ ในการเป็นเถ้าแก่น้อยด้วย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    13.9%
  • ไม่ชอบ
    85.9%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.2%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement