เริ่มแล้วจ้า บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 37 ไปเดินส่องโปรโมชั่นกันดีกว่า - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เริ่มแล้วจ้า บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 37 ไปเดินส่องโปรโมชั่นกันดีกว่า

โดย อาคม รวมสุวรรณ 22 มี.ค. 2559 19:30
36,413 ครั้ง


23 มีนาคมถึง 3 เมษายน 2559 เวลาทองสำหรับผู้ที่รักรถยนต์กับงานแสดงรถยนต์ครั้งยิ่งใหญ่ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ในปีนี้ แม้เศรษฐกิจจะซบเซา แต่วงการรถยนต์ในประเทศไทยยังคงคึกคักเหมือนเดิม การตั้งตัวเลขยอดขายไว้สูงลิ่วทำให้แต่ละค่ายบริษัทผู้ผลิตมีงานล้นมือในการที่จะปั้นตัวเลขยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ งานแสดงรถยนต์ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จัดขึ้นโดย กรังด์ปรีซ์ กรุ๊ป ยังคงความยิ่งใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลง ภายในงานยังอัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่พร้อมโปรโมชั่นยั่วความอยากสำหรับท่านที่กำลังเล็งๆ จะเปลี่ยนพาหนะคันใหม่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง และนี่คือข้อเสนอสุดพิเศษที่แต่ละค่ายแข่งกันนำเสนอเพื่อกระตุ้นยอดขายสร้างรายได้เข้าบริษัท ขอเชิญรับชม ณ บัดนาว

BMW
BMW Group ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียม เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี และการรับรางวัล “Car & Bike of the Year 2016” สูงสุด 19 รางวัล ทั้งรถยนต์ BMW/ MINI และ BMW Motorrad ด้วยการยกทัพรถยนต์รุ่นล่าสุดมาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 เช่น BMW 330e M-Sport พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด, BMW M2 Coupe BMW X1 sDrive18d ใหม่, BMW X5 sDrive25d / BMW 525d รุ่นพิเศษครบรอบ100 ปี / BMW 730Ld M Sport และครั้งแรกในไทยกับการเปิดตัว MINI Cooper S Convertible 2016 รุ่นใหม่ล่าสุด ผู้สนใจสามารถพบกับข้อเสนอพิเศษจาก BMW ได้ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2559 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

มร.แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน BMW Group กล่าวว่า “ความสำเร็จของ BMW Group ไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความยิ่งใหญ่ตลอดกว่า 100 ปีที่ผ่านมา โดย BMW เพิ่งเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ศตวรรษข ณ กรุงมิวนิค เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของBMW Group Thailand เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับลูกค้าพร้อมเดินหน้าขยายการประกอบรถยนต์ในประเทศ ในรุ่นต่างๆ ซึ่งขณะนี้รถยนต์ BMW 730Ld M Sport เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่จะมีการประกอบในประเทศตามมาตรฐานการผลิดของ BMW ในปีนี้จะมีการเผยโฉม BMW 330e M Sport รถยนต์ตระกูล Series- 3 รุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี ปลั๊กอิน ไฮบริด โดยอัตราการปล่อย CO2 ของ BMW 330e M Sport อยู่ที่ 57 กรัมต่อกิโลเมตรซึ่งนับเป็นอัตราที่น้อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย สำหรับประเภทรถยนต์นั่งซีดานส่วนรถที่มีอัตราการปล่อย CO2 น้อยที่สุดอันดับหนึ่งในรถยนต์ทุกประเภทรวมถึงรถยนต์ประเภท Eco Car คือ BMW i8 ที่มีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตร นอกจากนี้ BMW ได้เปิดตัวเทคโนโลยี iPerformance เพื่อนำนวัตกรรมล้ำยุคจากรถยนต์ในตระกูล BMW i มาปรับใช้ในรถยนต์ตระกูลหลักของ BMW โดยชื่อรุ่น iPerformance ใหม่นี้จะถูกใช้ในรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริดทุกรุ่นนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป

ความสำเร็จของ BMW และ MINI ในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป อันเป็นผลมาจากนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดยในปีนี้ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Car of the Year) สูงสุดถึง15 รุ่น ได้แก่
BMW330i M Sport
BMW 320d Gran TurismoSport
BMW i8
BMW X5 xDrive40e M Sport
BMW 528i Luxury
BMW 525d M Sport
BMW 740 Li
BMW 428i Gran Coupe M Sport,
BMW420d Coupe M Sport
BMW 218i Coupe M Sport
BMW 218i Gran Tourer Luxury
BMWX4 xDrive20d M Sport
BMW X6 xDrive30d M Sport
MINI John Cooper Works และ MINI COOPER S CLUBMAN

BMW 330e M Sport ใหม่ พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด
ราคา: 3,099,000 บาท (ราคารวม VAT)
Series-3 รุ่น 330e M Sport เป็นรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด รุ่นถัดจากรถยนต์ BMW i8 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2557 และ BMW X5 xDrive40e ที่ออกสู่ตลาดในปี 2558 โดยนับเป็นปีที่ 3 แล้วที่ BMW Group Thailand นำเสนอเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเพื่อนำพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาสู่ท้องถนนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง Series-3 330e M Sport เป็นนวัตกรรมที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา ได้รับการออกแบบเพื่อสุนทรียะในการขับขี่ของผู้โดยสาร ประหยัดน้ำมันด้วยเทคโนโลยี iPerformance ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ที่ทรงพลังของ BMW ซึ่งได้รับรางวัล International Engine of the Year มาแล้วถึง 2 ครั้ง กำลังสูงสุดที่ 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า พร้อมแรงบิด 290 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้ามอบกำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 65 กิโลวัตต์ หรือ 88 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ให้สมรรถนะที่พร้อมตอบสนองในเสี้ยววินาทีตามสไตล์ระบบส่งกำลังไฟฟ้า ทำงานประสานกันกับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะ โดยสามารถเลือกขับขี่โดยใช้พลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนในโหมดไฮบริด 330e M Sport เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ในเวลา 6.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อใช้งานร่วมกันเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมอบกำลังสูงถึง 185 กิโลวัตต์ หรือ 252 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 40.8 กิโลเมตรต่อลิตร และลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 57 กรัมต่อกิโลเมตร เป็นอัตราที่น้อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยสำหรับประเภทรถยนต์นั่งแบบซีดานส่วนรถที่มีอัตราการปล่อย CO2 น้อยที่สุดอันดับหนึ่งในรถยนต์ทุกประเภทรวมถึงรถยนต์ Eco Car คือ BMW i8 ที่มีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตร

เทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด ในบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างคุ้มค่าช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและยังสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสียเลยในระยะ 40 กิโลเมตร แบตเตอรี่ของรถมีความจุ 7.6 กิโลวัตต์ ชั่วโมง และสามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยมีช่องเก็บสายชาร์จอยู่ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระตอนท้าย เมื่อแบตเตอรี่หมดสามารถชาร์จด้วยไฟบ้านให้เต็มได้โดยใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงหรือเลือกเสริมประสิทธิภาพการชาร์จด้วยอุปกรณ์ BMW i Wallbox Pure ที่ทั้งปลอดภัย ใช้งานง่ายและรวดเร็ว ด้วยกำลังไฟถึง 3.7 กิโลวัตต์ (16 แอมป์/230 โวลต์) สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 12 นาที

BMW M2 Coupe ใหม่ ราคา: 5,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
M2 Coupe 2016 เป็นยนตรกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ต โดยเฉพาะมาพร้อมขุมกำลัง BMW M TwinPower Turbo 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชม. ที่ 4.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ BMW M2 Coupe ดีไซน์โฉบสไตล์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน สปอยเลอร์หน้าที่ใหญ่และดุดันกว่าเดิม กระจังหน้าในแบบเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูล M ล้อ M ขนาดใหญ่ 19 นิ้ว ลาย M Double Spoke ท่อไอเสียคู่แยกออก 2 ทาง ภายในห้องโดยสารหรูหราด้วยโทนสีดำ มาพร้อมการดีไซน์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยหนังแบบ M และเบาะที่นั่งหนังแบบสปอร์ต มอบความรู้สึกแบบรถสปอร์ตพันธุ์แท้ที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ยังมีระบบ BMW Apps ที่รองรับการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Go Pro และ M Laptimer ช่วยบันทึกและวิเคราะห์การขับขี่พร้อมทั้งแชร์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้

บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18d ใหม่ ราคา: 2,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
X1 sDrive18d ใหม่ เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของ BMW X1 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo ดีเซล 4 สูบ รุ่นใหม่ล่าสุด 1,995 ซีซี 150 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 21.3 กิโลเมตร/ลิตร และอัตราการปล่อย CO2 ที่ 125กรัม/กิโลเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ Steptronic Sport 8 สปีด อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใน 9.2 วินาที นอกจากนี้ BMW X1 sDrive18d ใหม่ยังมาพร้อมกับดีไซน์แบบสปอร์ตที่ดูทรงพลังด้วยชุดแต่ง xLine ภายในตกแต่งด้วยลายไม้โอ๊ค ไฟหน้าแอลอีดี และตกแต่งด้วยเบาะนั่งหนังแท้ดาโกต้า (Dakota) พร้อมระบบปรับเบาะแบบไฟฟ้าที่สามารถจดจำตำแหน่งฝั่งคนขับได้ ส่วนพวงมาลัยไฟฟ้ามัลติฟังก์ชั่นแบบ Servotronic หุ้มหนังแบบสปอร์ต ให้สัมผัสที่นุ่มมือในขณะขับขี่ ขณะที่ห้องโดยสารมีพื้นที่เก็บสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,550 ลิตร มอบความบันเทิงผ่านจอภาพขนาด 8.8 นิ้ว ระบบสั่งงานด้วยเสียง พร้อมปุ่มควบคุม iDrive และระบบแผนที่นำทาง


เปิดตัว BMW X5 sDrive25d และ BMW 525d Celebration Edition รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 100 ปี
ราคา: BMW X5 sDrive25d Celebration Edition : 4,699,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
BMW 525d Celebration Edition : 3,899,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

BMW เปิดตัว X5 sDrive25d และ Series-5 525d รุ่นพิเศษ ที่มีเพียงรุ่นละ 100 คัน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งความสำเร็จ มาพร้อมโลโก้พิเศษ “One of 100” และฟีเจอร์พิเศษต่างๆ เช่น หน้าจอ BMW Head-Up และหน้าจอควบคุมแบบมัลติฟังก์ชั่น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเห็นข้อมูลต่างๆ ได้ในขณะขับขี่ BMW X5 sDrive25d Celebration Edition เป็นรถยนต์ที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหราในแบบรถยนต์ SAV เติมเต็มทุกความต้องการการใช้งาน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว เทคโนโลยี TwinPower Turbo กำลังสูงสุดที่ 170 กิโลวัตต์ หรือ 231 แรงม้า พร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,500-3,000 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 18.2 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อย CO2 ที่ 146 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 525d Celebration Edition ทรงพลังในทุกสมรรถนะการขับขี่และประหยัดพลังงานด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว เทคโนโลยี TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ หรือ 218 แรงม้า พร้อมแรงบิด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ใน 6.9 วินาทีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 21.3 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อย CO2 ที่ 123 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 730Ld MSport ใหม่ (ราคายังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ)
เพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านการผลิตนวัตกรรมแห่งยานยนต์การให้บริการด้วยมาตรฐานระดับสากล และตอบแทนความเชื่อมั่นของลูกค้า BMW จึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการขยายการประกอบรถยนต์ในประเทศในรุ่น 730Ld M Sport ซึ่งเป็นรถยนต์หรูขนาดใหญ่ที่ให้ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมยกระดับสมรรถนะความปราดเปรียวในการขับขี่ และความปลอดภัย 730Ld M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ แถวเรียงรุ่นใหม่ ปริมาตรกระบอกสูบ 3 ลิตร และเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 620 นิวตันเมตร ทำงานเชื่อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.2 วินาที อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 17.6 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 150 กรัมต่อกิโลเมตร Series-7 730Ld M Sport มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพร้อมไฟที่โฉบเฉี่ยว และสามารถเลือกปรับโหมดการขับรถได้หลายแบบตามต้องการ ทั้งโหมด SPORT, SPORT+, ECO PRO, COMFORT และ COMFORT+ พร้อมหน้าจอมัลติฟังก์ชั่นและอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง ซึ่งรวมถึงระบบเครื่องเสียงที่ทำงานร่วมกับ iDrive ตอบรับทุกความต้องการของผู้ขับขี่เพื่อสุนทรียะแห่งการเดินทางและมีชุดแต่ง M Sport ซึ่งประกอบด้วย ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้วแบบ Double-spoke และดีไซน์ภายนอกด้วยเส้นสาย High-Gloss Shadow Line ในแบบของ BMW และชุดแต่ง M aerodynamics

เปิดตัว MINI Cooper S Convertible 2016 รุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในประเทศไทย ราคา: 3,050,000 บาท (ราคารวม VAT)
ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 นี้ บรรดาแฟน MINI ชาวไทยยังได้ร่วมสัมผัสถึงรายละเอียดของยนตรกรรมระดับหรูขนาดเล็กรุ่นใหม่ล่าสุด MINI Convertible ซึ่งเปิดตัวไปในงานมอเตอร์โชว์ที่กรุงโตเกียว MINI Cooper Convertible เป็นนวัตกรรมแห่งความสำเร็จอีกขั้นของการดีไซน์ที่เติมเต็มทุกอารมณ์โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน ด้วยความล้ำสมัยโฉบเฉี่ยวและมิติที่เพิ่มขึ้นพร้อมพื้นที่ภายในตัวรถกว้างขวางขึ้นเช่นเดียวกับมิติภายนอก MINI Cooper S Convertible สมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo Technology ให้ประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด 141 กิโลวัตต์ หรือ 192 แรงม้า มีอัตราความเร็วสูงสุด 228 กิโลเมตรต่อ ชม. และอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ภายใน 7.1 วินาที โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย เพื่อความรื่นรมย์ในยามขับขี่แบบเปิดประทุนตามสไตล์ MINI แผงหลังคารถเป็นวัสดุผ้าใบหรือซอฟต์ท็อปที่พับเก็บได้อัตโนมัติ ทางเลือกดีไซน์ลายธงยูเนียนแจ็คเอกลักษณ์ของ MINI สำหรับหน้าปัดแสดงผลส่วนกลาง โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี LED ใหม่ล่าสุดที่ให้แสงไฟสีสันต่างๆ รอบวงแหวนซึ่งสามารถเปลี่ยนตามฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ใช้ขณะขับขี่

ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากับโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ BMW Services Inclusive (BSI) และ MINI Service Inclusive (MSI) ซึ่งขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง นอกเหนือจากสมรรถนะและดีไซน์ที่โดดเด่นของผลิตภัณฑ์ หัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดคือความสบายใจของลูกค้า ดังนั้น รถยนต์ BMW และ MINI มาพร้อมกับโปรแกรมบริการหลังการขาย BSI (BMW Services Inclusive) และ MSI (MINIService Inclusive) ซึ่งมอบบริการบำรุงรักษารถยนต์สำหรับ BMW และ MINI ระยะเวลา 5 ปี ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ BMW และ MINI ยังมีโปรแกรมการรับประกันที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางด้วย

ข้อเสนอพิเศษในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 7
ลูกค้าที่ทำการจองรถยนต์ภายในงานและรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนเมษายน 2559 จะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้-ลุ้นโอกาสในการเป็นเจ้าของรถยนต์ BMW ด้วยการผ่อนชำระรายเดือนในอัตราเริ่มต้นที่ 17,999 บาทต่อเดือน และรับฟรีทันที นาฬิกา BMW Motorsport ICE รุ่น steel Unisex หรือ รุ่น steel Chrono เมื่อซื้อรถยนต์- โปรแกรม “Fantastic Loyalty Reward” จากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายเดิมของบีเอ็มดับเบิลยูลีสซิ่ง (ประเทศไทย)-โปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) 5ปี / 100,000 กิโลเมตร และโปรแกรมการรับประกันระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางสำหรับลูกค้ามินิที่ทำการจองรถยนต์ภายในงานและรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนเมษายน 2559 จะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้- ฟรีกล้อง Go Pro Hero4 Silver*-ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ด้วยเงินสดและลูกค้าของ MINI Financial Services (*ยกเว้นมินิ คลับแมนและมินิ คอนเวอร์ทิเบิล) ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญดังกล่าวหรือผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ จาก BMW Financial Services และ MINI Financial Services ได้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

TOYOTA
วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดบูธโตโยต้าในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 นำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ต้นแบบระดับโลก Toyota C-HR Concept พร้อมรถยนต์รุ่นล่าสุด และรถยนต์รุ่นพิเศษอีกหลากหลายรุ่นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการนานาชาติอิมแพค เมืองทองธานี

บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมแสดงยนตรกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการเติมเต็มความสุขสำหรับทุกรูปแบบการใช้ชีวิตภายใต้แนวคิด “The Reflection of Excitement” ที่จะสะท้อนทุกมุมมองใหม่ของการขับขี่ ด้วยการออกแบบที่เน้นรูปทรงเหลี่ยมเพชรบนพื้นที่จัดแสดง กว่า 1,988 ตารางเมตร โดยจัดแสดงนวัตกรรมอันล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสื่อให้เห็นถึงแนวคิดของยานยนต์แห่งอนาคตที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการขับขี่ให้สนุกสนาน และตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนแนวทาง “ขับเคลื่อนความสุข” ของโตโยต้าที่ตั้งใจให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสถึงความสุข พร้อมนำรถยนต์รุ่นล่าสุดและรุ่นพิเศษหลากหลายรุ่นมาจัดแสดงภายในงาน

โตโยต้า “C-HR Concept” ระบบขับเคลื่อนแบบ Full Hybrid
ยานยนต์ต้นแบบ “C-HR Concept” รถต้นแบบประเภท Compact Crossover เป็นยนตรกรรมผสมระหว่างรถยนต์ประเภท B-SUV และ C-SUV มาพร้อมกับดีไซน์รูปทรงเหลี่ยมเพชร และระบบขับเคลื่อนแบบ Full Hybrid สะท้อนให้เห็นถึงศาสตร์แห่งการออกแบบทางสถาปัตยกรรมในรูปแบบใหม่ ที่ปราดเปรียวทันสมัย ผสมผสานความอเนกประสงค์ของตัวรถเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า และสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหมาะกับสภาพการจราจรในศตวรรษที่ 21 บ่งบอกถึง Lifestyle ที่แท้จริงของคนในเมือง

Hilux REVO TRD Sportivo
รถกระบะแห่งอนาคต หนึบ เร้าใจ สไตล์สปอร์ตด้วยชุดแต่ง TRDSportivo รอบคัน ภายนอกเพิ่มภาพลักษณ์ความสปอร์ตสุดล้ำ ด้วยล้ออัลลอย 17 นิ้ว และภายในตกแต่งด้วย ลายคาร์บอน เคฟล่าร์พร้อมแถบสีแดง ยิ่งไปกว่านั้น ระบบช่วงล่าง ที่ปรับจูนพิเศษเฉพาะรุ่น TRDSportivo เกาะถนนดีเยี่ยม ลงตัวทั้งความแกร่ง และความนุ่มนวลเพื่อเพิ่มสมรรถนะความเร้าใจในทุกการขับขี่ ด้วยคุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก เลือกเป็นเจ้าของ Hilux REVO TRDSportivo ได้ 3 สี
สีดำ…Attitude Black Mica
สีขาว...Super White II
และสีใหม่ สีส้ม...Orange Metallic

ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)
รุ่น ดับเบิ้ล แค็บพรีรันเนอร์ 2.4 TRD Sportivo 2WD A/T 978,000 บาท
รุ่น ดับเบิ้ล แค็บพรีรันเนอร์ 2.4 TRD Sportivo 2WD M/T 928,000 บาท
รุ่น สมาร์ท แค็บพรีรันเนอร์ 2.4 TRD Sportivo 2WD A/T 882,000 บาท
รุ่น สมาร์ท แค็บพรีรันเนอร์ 2.4 TRD Sportivo 2WD M/T 832,000 บาท
รุ่น สมาร์ท แค็บ 2.4TRD Sportivo 2WD M/T 722,000 บาท (สำหรับสี Metallic ราคาเพิ่มอีก 7,000 บาท)

New Fortuner TRD Sportivo
รถอเนกประสงค์ยอดนิยมรุ่นพิเศษ New FortunerTRD Sportivo ภายใต้แนวคิด “Premium Sport” มาพร้อมกับเอกลักษณ์และความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงสมรรถนะในการขับขี่ที่น่าหลงใหลโดยเฉพาะช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่แบบสปอร์ตมากขึ้น ทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์อเนกประสงค์ เลือกเป็นเจ้าของ New Fortuner TRDSportivo ได้ 2 สี
สีขาวมุก…White Pearl CS (สามารถเลือกเพิ่มฟิลม์ดำ Black Top)
สีดำ…AttitudeBlack Mica

ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)
รุ่น 2.8 TRD Sportivo (4WD) สี White Pearl CS/ Black Top 1,769,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD Sportivo (4WD) 1,749,000 บาท (สำหรับสี White Pearl CS ราคาเพิ่มอีก 12,000 บาท)
รุ่น 2.8 TRD Sportivo (4WD) สี White Pearl CS/ Black Top 1,699,000 บาท
รุ่น 2.8 TRD Sportivo(2WD) 1,679,000บาท (สำหรับสี White Pearl CS ราคาเพิ่มอีก 12,000 บาท)

YARIS TRD Spotivo
รถยนต์นั่งคอมแพ็คแฮตช์แบ็คยอดนิยม ปรับแต่งรูปลักษณ์ ให้มีความสปอร์ต ฟังก์ชั่นครบครันมากยิ่งขึ้น กับ Yaris TRD Sportivo ใหม่ ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน เท่เต็มอารมณ์กับ LED Daytime Running Lights พร้อมไฟตัดหมอก ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 15 นิ้ว ภายในสปอร์ตด้วยเบาะหนังสีดำสลับส้ม กล้องมองหลัง เลือกเป็นเจ้าของ Yaris TRDSportivo ได้ 2 สี
สีขาว…Super White ll
สีส้ม…Orange Metallic
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)
Yaris TRD Sportivo 649,000 บาท

วีออส... รุ่นปรับปรุงใหม่” และ “วีออส...รุ่น Exclusive”
วีออส รุ่นปรับปรุงใหม่ รถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยมเครื่องยนต์ใหม่ Dual VVT-i และเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ระบบความปลอดภัยเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น วีออส รุ่น Exclusive คืออีกหนึ่งทางเลือกสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบความหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความสปอร์ต โดยโตโยต้าออกแบบให้สวยสะดุดตายิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายในพร้อมความคุ้มค่าด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

วีออส รุ่นปรับปรุงใหม่ 4 รุ่นพร้อม ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)
รุ่น 1.5SCVT 749,000 บาท
รุ่น 1.5G CVT 714,000 บาท
รุ่น 1.5E CVT 669,000 บาท
รุ่น 1.5JCVT 599,000 บาท

ราคารุ่น Exclusive (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)
รุ่น Exclusive 719,000 บาท

โคโรลล่า อัลติส … SoExcited
โคโรลล่า อัลติสรุ่นปรับปรุงใหม่รถยนต์นั่งยอดนิยมของคนไทย รูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ต สมรรถนะการขับขี่ดี เทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ในเครื่องยนต์ทุกรุ่นได้อย่างมั่นใจตามมาตรฐานจากโรงงานของโตโยต้า ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับสากล
เลือกเป็นเจ้าของ โคโรลล่า อัลติสรุ่นปรับปรุงใหม่ ได้ 6 สี
สีน้ำตาล..Dark Brown MicaMetallic
สีเทา..Gray Metallic
สีขาว..Superwhite (เฉพาะรุ่น 1.6 ลิตร)
สีขาวมุก..WhitePearl Crystal (เฉพาะรุ่น 1.8 ลิตร)
สีเงิน..Silver Metallic
สีดำ..AttitudeBlack Mica

ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)
รุ่น 1.8 V Navi 1,079,000 บาท
รุ่น 1.8 G 999,000 บาท
รุ่น ESPORT 939,000 บาท
รุ่น 1.8 E 849,000 บาท
รุ่น 1.6 G 844,000 บาท
รุ่น 1.6 E CNG 954,000 บาท
รุ่น 1.6 J 779,000 บาท
หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก White Pearl Crystal (เฉพาะในรุ่น 1.8 ลิตร) ราคาจะเพิ่ม 10,000 บาท จากราคาที่แสดงข้างบน

ISUZU
อีซูซุตอกย้ำความแรงของ “ปรากฏการณ์อีซูซุบลูเพาเวอร์” ส่งรถทุกรุ่น พร้อมแนะนำ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ 1.9 ดีดีไอบลูเพาเวอร์” ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 อีซูซุเปิดบูธในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ตอกย้ำกระแสความแรงของ “ปรากฏการณ์อีซูซุบลูเพาเวอร์” นวัตกรรมเปลี่ยนโลก! นำรถ “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ 1.9 ดีดีไอบลูเพาเวอร์” เป็นครั้งแรกในโลกที่นำเครื่องยนต์ขนาด 1,900 ซีซี มาใช้ในรถยนต์นั่งอเนกประสงค์พร้อมให้สัมผัสก่อนการเปิดตัวที่โชว์รูม ทั้งยังนำทัพรถใหม่ครบทุกรุ่นทั้ง “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอบลูเพาเวอร์” “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอบลูเพาเวอร์” เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรีส์ 1.9 ดีดีไอบลูเพาเวอร์” พร้อมเติมเต็มความสุขกับกิจกรรมที่หลากหลายในบูธอีซูซุ

ปนัดดา เจณณวาสิน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “จากเสียงตอบรับและยอดจองที่เข้ามาอย่างท่วมท้นของ “ปรากฏการณ์อีซูซุ บลูเพาเวอร์” เป็นการประกาศความสำเร็จอย่างงดงามของรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” นวัตกรรมเปลี่ยนโลก! ที่มาพร้อมขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคตขนาด 1,900 ซีซี ที่ “จิ๋วแต่เจ๋ง” ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดีเซลระดับโลกของอีซูซุพร้อมการพัฒนารถรุ่นต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้งานของผู้บริโภคทั้งสมรรถนะในการขับขี่ สิ่งอำนวยความสะดวก และดีไซน์ที่โดดเด่น ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 อีซูซุได้นำรถ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” เป็นครั้งแรกในโลกที่นำเครื่องยนต์ขนาด 1,900 ซีซี มาใช้ในรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มาให้สัมผัสก่อนการเปิดตัวที่โชว์รูมพร้อมนำทัพรถในตระกูล “บลูเพาเวอร์” ทุกรุ่น ทุกเครื่องยนต์ เผยโฉม ได้แก่

รถ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอบลูเพาเวอร์” ที่มาพร้อมชุดเกียร์ใหม่!ออโตเมติก 6 สปีด ที่หลายคนรอคอย และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด รถอเนกประสงค์สุดหรู

“อีซูซุมิว-เอ็กซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” เอกสิทธิ์แห่งผู้นำกำหนดอนาคต

“อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรีส์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” รถปิกอัพที่ปลุกทุกหัวใจสปอร์ตในโทนดำ-แดงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และรุ่นพิเศษ “อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส 4x4 เดอะ ลิมิเต็ด 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” เท่ ดุดัน ด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคัน”

“อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” เกียร์ออโตเมติก 6 สปีด เปลี่ยนเกียร์นุ่ม พร้อมโหมด REV TRONIC ใหม่ช่วยให้ขับสนุก และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ถึง 2 ตำแหน่ง โดยทั้งเกียร์ออโตเมติกและเกียร์ธรรมดา ให้ความประหยัดน้ำมันเหนือชั้นที่เกียร์ 5 และ 6

อีซูซุมิว-เอ็กซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ |
เอกสิทธิ์แห่งผู้นำกำหนดอนาคตเต็มที่กับทุกรูปแบบการใช้ชีวิต มาพร้อมขุมพลังล่าสุด “อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” นวัตกรรมเทคโนโลยีดีเซลแห่งอนาคตที่ทำงานเงียบสุด ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในรถระดับเดียวกัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการนำเครื่องยนต์ขนาด 1,900 ซีซี มาใช้ในรถอเนกประสงค์ โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 2 รุ่น ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์และเครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบที่สุดแห่งความแรงและสมรรถนะ มีให้เลือกทั้งชุดเกียร์ออโตเมติก 6 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ใหม่! สะดวกสบายอีกระดับด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ CruiseControl และกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อม Built-in Safety Camera กล้องบันทึกวิดีโอขณะขับขี่แบบ Full-HD เพิ่มความมั่นใจในการเดินทางอีกขั้นห้องโดยสารโทนสีเข้ม อารมณ์สปอร์ต ตกแต่งพิเศษด้วยสี Hi-gloss Black และ Chromium

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรีส์ 1.9 ดีดีไอบลูเพาเวอร์
รถปิกอัพที่จะปลุกทุกหัวใจสปอร์ตให้โลดแล่นไปกับมิติแห่งดีไซน์ล้ำสมัยในโทนดำ-แดงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีให้เลือกถึง 2 รุ่น ทั้งรุ่น SPEED ปิกอัพสำหรับผู้ชื่นชอบสปอร์ตเรซซิ่งและรักการแต่งรถและรุ่น HI-LANDER ปิกอัพสายพันธุ์สปอร์ตพรีเมียมหรูหรามีสไตล์ ภายนอกโดดเด่นด้วยชุดแต่งสเกิร์ต พร้อมเส้นสายสีแดงเสริมความเข้มสะกดทุกสายตากระจังหน้าดีไซน์ใหม่! โฉบเฉี่ยวเร้าใจด้วยสัญลักษณ์ ISUZU สีแดงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ล้อแม็กซ์อัลลอยสี Dark Grey พร้อมสัญลักษณ์อีซูซุ สีแดงสุดสปอร์ต ภายใน ในรุ่น HI-LANDER4 ประตู เบาะนั่งสีดำดีไซน์หรู สปอร์ต เดินด้ายแดงพร้อมชุดแต่งคอนโซลและแผงข้างประตูสี Dark Grey และในรุ่น SPEED เบาะนั่งสีดำแดง พร้อมชุดแต่งคอนโซลและแผงข้างประตูสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ X ดุดัน เร้าใจทั้ง 2 รุ่น นอกจากนี้ยังได้จัดทำรุ่นพิเศษ “อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4x4 เดอะลิมิเต็ด 3.0 ดีดีไอบลูเพาเวอร์” สำหรับผู้ที่พร้อมสำหรับการผจญภัยใหม่ๆ ให้ชีวิตท้าทายกว่าเคย ภายนอกสะกดทุกสายตาด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคัน ราวหลังคาสีดำ กระจังหน้าสีดำสปอร์ตการ์ดกันชนหน้าดีไซน์พิเศษ บันไดข้างและล้อแมกซ์สี Dark Grey พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่ท้าทายยิ่งขึ้นด้วยชุด Cargo Rail และ Cargo Divider พร้อมชุดเสริมขอบกระบะภายในเท่เร้าใจด้วยโทนสีดำ ชุดแต่งที่คอนโซล และแผงข้างประตูสี Dark Grey จำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น”

ล่าสุดในการประกาศรางวัล “รถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี” (CAR AND BIKE OF THE YEAR 2016) นั้น เครื่องยนต์ “อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ยังได้รับรางวัลเครื่องยนต์ที่มีนวัตกรรมไฮ-เทคที่สุด (THE MOST HI-TECH DIESEL ENGINE) ในส่วนของรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ยังคว้าอีก 4 รางวัล ได้แก่ รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม (THE BESTPICKUP 2WD UNDER 2,500 CC) รางวัลรถปิกอัพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด (THE BEST ECO-FRIENDLY PICKUP) รางวัลรถปิกอัพประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี (THE BEST FUEL ECONOMY PICKUPUNDER 2,500 CC) รางวัลรถปิกอัพยอดนิยม (THE MOST POPULAR PICKUP) นอกจากนี้ รถ “อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” คว้ารางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีคุณภาพการขับขี่ดีที่สุด (THE BEST PICKUP 4WD UNDER 3,200 CC) และรถ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ยังได้รับรางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 3,200 ซีซี ยอดเยี่ยม (THEBEST PPV DIESEL 2WD)

พบกับความสุขและความสนุกสนานจากพิธีกรคนดังที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างความสุขสนุกสนานตลอด 12 วัน อาทิ เป็ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์ มิค-บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ เอ๊าะ-กีรติ เทพธัญญ์ และ VJ น็อต พร้อมกิจกรรมมากมายภายในบูธ อีซูซุ อาทิ~โชว์สุดพิเศษจาก 2 ซูเปอร์พรีเซนเตอร์สุดฮอตของอีซูซุ “บอย - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” และ “ก้อง - สหรัถ สังคปรีชา” ~Fashion Show จากสาวสวยสุดเซ็กซี่ในคอนเซปต์ BluePower Sport Fashion Lifestyle การประกวดภาพถ่าย Isuzu Motor Show Photo Contest 2016 ส่งภาพที่ถ่ายจากกล้องถ่ายภาพดิจิตอล (DSLR) หรือกล้องมือถือผ่าน instagram เพียงใส่ Hashtag # isuzuinstagram ลุ้นรับรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท สอบถามข้อมูลรถอีซูซุหรือกิจกรรมต่างๆภายในงานได้จากสาวๆ i-Girl สัมผัสและทดลองขับ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” และ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” นวัตกรรมเทคโนโลยีดีเซลแห่งอนาคตครบรุ่นที่บูธอีซูซุ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี

MAZDA
มาสด้ายกทัพรถใหม่สกายแอคทีฟบุกงานมอเตอร์โชว์กรุงเทพฯ
มาสด้าพร้อมนำรถยนต์รุ่นใหม่ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟบุกงานมอเตอร์โชว์พร้อมกันครบทุกรุ่นเพื่อดึงลูกค้าเข้าชมภายในบูธ โดยในปีนี้มาสด้าจัดเต็มกว่าในทุกๆ ปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวครบทุกเซ็กเม้นต์ รวมทั้งยังจับเอามาสด้า CX-3 มาตกแต่งพิเศษให้ลูกค้าได้ชมเป็นครั้งแรกคาดว่างานในปีนี้จะมีประชาชนหลั่งไหลจากทั่วทุกสารทิศเข้ามาชมรถยนต์รุ่นใหม่ๆ รวมถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคต คาดว่าจะส่งผลให้ยอดจองรถยนต์มาสด้าในงานนี้ทะลุเกิน 4,000 คัน

ฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานมอเตอร์โชว์ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดรถยนต์ในทุกๆ ปี เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่จะทำการจองซื้อรถใหม่มาตั้งแต่ช่วงปลายปี และเริ่มทยอยส่งมอบยาวมาจนถึงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ส่งผลให้ในช่วง 2 เดือนแรกของทุกปี ตลาดรถยนต์จะมียอดขายที่ไม่สูงมากแต่เมื่อมาถึงช่วงเวลาของการจัดงานมอเตอร์โชว์ตลาดก็จะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง รวมทั้งบริษัทรถยนต์ต่างก็เตรียมรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด รวมทั้งแคมเปญส่งเสริมการขายซึ่งถือว่าช่วงนี้จะทำให้เกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดทำให้ตลาดรถยนต์เริ่มกลับมามีสีสันอีกครั้ง สำหรับงานในปีนี้มาสด้านำเอาขุนพลภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟมากันครบทุกรุ่นเพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของด้วยเงื่อนไขที่สะดวกสบาย

เริ่มจากรถอเนกประสงค์เอสยูวีที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ New Mazda CX-5 สกายแอคทีฟใหม่ กอดคอมากับน้องใหม่อย่าง All NewMazda CX-3 ที่กำลังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทยรวมทั้งการกลับอย่างยิ่งใหญ่ของสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ไม่มีวันตายของรถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ที่นั่ง All New Mazda MX-5 เจ้าตำนานความสนุกสนานในการขับขี่ตามมาด้วยรถยนต์นั่งสปอร์ตคอมแพคคาร์ All New Mazda3 และรถยนต์นั่งซับคอมแพ็คคาร์ All New Mazda 2 รวมทั้งรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร

นอกจากนี้ มาสด้ายังเอาใจคอรถสปอร์ตที่อยากเห็นความงดงามจากการตกแต่งพิเศษ มาสด้าจึงจับเอารถสปอร์ตครอสโอเวอร์ มาสด้า CX-3 ใหม่มาตกแต่งพิเศษให้ลูกค้าได้ยลโฉมเป็นครั้งแรก สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด คือ มาสด้ากำลังจะกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเพียงรายเดียวที่กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ไว้ให้โลกต้องจารึก นั่นคือ รถยนต์มาสด้าในเจนเนอเรชั่นที่ 6 ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และการออกแบบภายใต้โคโดะ ดีไซน์ Soulof Motion ที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายกว่า 3,000,0000 ล้านคันทั่วโลก กำลังสร้างชื่อเสียงให้กับชาวญี่ปุ่นและชาวเอเชีย ด้วยการคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมอันทรงเกียรติต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะมาสด้า CX-5 มาสด้า 2 และมาสด้า MX-5 ได้คว้ารางวัลชนะเลิศ Japan Car of the Year ในปี 2012-2013, 2014-2015, 2015-2016 และมาสด้า 3 เข้ารอบสุดท้ายติดหนึ่งใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก World Car of the Year 2014 และในครั้งนี้ มาสด้า MX-5 ก็เข้ารอบสุดท้ายติด 1 ใน 3 ที่จะคว้ารถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก World Car of the Year 2016 นอกจากนี้ มาสด้า MX-5 และมาสด้า CX-3 ยังเข้าไปติด 1 ใน 3 ของ WorldCar Design of the Year 2016 อีกหนึ่งรางวัล หลังจากที่มาสด้า CX-3 เคยประสบความสำเร็จคว้ารางวัลการออกแบบ Best Design จากประเทศเยอรมนีมาแล้ว นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวมาสด้าที่สามารถสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะและความสวยงามให้คนทั่วโลกและชาวไทยได้เป็นเจ้าของอย่างภาคภูมิใจ

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดมาสด้า เซลล์ ประเทศไทยกล่าวว่า งานมอเตอร์โชว์จะสร้างการจับจ่ายของผู้บริโภคมากขึ้นทำให้มาสด้ามั่นใจว่าจะได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจเลือกให้รถยนต์มาสด้าเป็นมากกว่ายานพาหนะ ตั้งเป้ายอดจองภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 นี้อยู่ที่ 4,000 คันและเพื่อขอบคุณ 50,000 ความไว้วางใจในยนตรกรรมสกายแอคทีฟของมาสด้า “SKYACTIV CELEBRATION” รับข้อเสนอสำหรับลูกค้าที่จองรถมาสด้าภายในงาน สำหรับมาสด้า 2 มาสด้า 3 มาสด้า CX-3 และมาสด้า CX-5 รับฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา Mazda Care นาน 3 ปี มาสด้า MX-5 รับฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี ส่วนมาสด้า บีที-50 โปร ลูกค้าที่นำรถคันเก่ามาแลกรับรถใหม่รับเงินเพิ่มสูงสุด 50,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองภายในงานจะได้รับกระเป๋าเดินทางหรือนาฬิกาลิขสิทธิ์แท้จากมาสด้า

NISSAN
นิสสัน เปิดตัว แบรนด์ “นิสโม” ขีดสุดแห่งความเหนือชั้น อย่างยิ่งใหญ่พร้อมอวดโฉม “อัลเมรานิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพ็กเกจ” ในงานบางกอก อินเตอร์ เนชันแนลมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ชูจุดเด่น ยนตรกรรม ล้ำสมัยที่สร้างความเร้าใจ เต็มอารมณ์สปอร์ต ทุกเซ็กเมนต์

ตามพันธสัญญาในการนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจวันนี้บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวแบรนด์ “นิสโม” ขีดสุดแห่งความเหนือชั้น (Ultimate Essence) อย่างยิ่งใหญ่ในงานบางกอก อินเตอร์ เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 พร้อมเปิดตัว “อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์แพ็กเกจ” และ “อัลเมรานิสโม แอโร แพ็กเกจ” และยกทัพรถยนต์นิสสันยอดนิยมเติมเต็มอารมณ์สปอร์ตทุกเซ็กเมนต์มาแสดงและจำหน่าย โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นิสสัน มอเตอร์สปอร์ตฯ บินตรงมาร่วมงาน พร้อมนำ นิสสัน “จีที-อาร์ นิสโม” สุดยอดซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ที่คว้าชัยชนะมาแล้วหลายสนามมาสร้างความคึกคัก รวมถึงมีการเปิดตัวนิสสันจู๊ค คัลเลอร์สตูดิโอ ใหม่ล่าสุด นิสสันตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดจากยอดจองในงานประมาณ 10%

มร. โชอิชิ มิยาตานิ (Shoichi Miyatani) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิสสัน มอเตอร์สปอร์ต อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (Nissan Motor Sport International Co., Ltd. – NISMO) ได้ประกาศเปิดแบรนด์นิสโมสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการว่าการเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนก้าวสำคัญของแผนการขยายความสำเร็จ และความแข็งแกร่งของแบรนด์นิสโมไปทั่วโลกเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงขีดสุดแห่งความเหนือชั้นของแบรนด์นิสสัน ดังพันธสัญญาในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เพื่อสร้างความเร้าใจให้กับลูกค้า หรือ “Innovation that Excites” NISMO เป็นชื่อย่อของ Nissan Motorsports ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2527 ซึ่งตลอดระยะเวลา 32 ปีที่ผ่านมา นิสสันได้ใช้แบรนด์ นิสโม ในการทำกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเยี่ยม เช่น การกวาดชัยชนะถึง 9 รายการในการแข่งขันระดับโลกในปี 2558 รวมถึงการแข่งขันรายการซุปเปอร์จีทีที่นิสสันสามารถคว้าแชมป์ทั้งรุ่น GT500 และ GT300 นิสโมมีส่วนสำคัญในการสร้างแบรนด์ของนิสสันให้แข็งแกร่ง

ในฐานะแบรนด์ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ โดยหน้าที่หลักของนิสโมคือ พัฒนาเทคโนโลยีและสมรรถนะสำหรับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต และพัฒนา Road Cars หรือรถยนต์ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วยการนำประสบการณ์แรงบันดาลใจ และเทคโนโลยีจากสนามแข่ง มาใช้ในการพัฒนาสมรรถนะรถของนิสสันมีความเหนือชั้นขึ้นไปอีกทั้งด้านการดีไซน์ การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ การควบคุมรถ และสมรรถนะ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงความโดดเด่นและความแตกต่างที่เยี่ยมยอดของรถที่ได้อย่างชัดเจน นิสโมยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ก้าวข้ามข้อจำกัดสู่เส้นทางการเป็นนักแข่งรถมืออาชีพทีมนิสโม ภายใต้โครงการ นิสสัน จีที อคาเดมี (Nissan GT Academy) สานฝันเซียนเกม สู่นักแข่งระดับโลก ซึ่ง นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยได้ประกาศยืนยันว่า จะเข้าร่วมโครงการนี้ เป็นปีที่ 3

มร. คะซุทากะนัมบุ ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นิสสันมีแผนที่จะทยอยเปิดตัวรถยนต์นิสโมรุ่นต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากรุ่นแรกคือ อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์แพ็กเกจ (Almera Nismo Performance Package) และ อัลเมรา นิสโม แอโรแพ็กเกจ (Almera Nismo Aero Package) “มั่นใจว่าความสำเร็จของแบรนด์นิสโม จะสร้างความคึกคักให้กับแบรนด์นิสสันในประเทศไทยและจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์นิสสันในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งความพิเศษของรถอัลเมรา นิสโม เกิดจากการผสานแรงบันดาลใจประสบการณ์ และสุดยอดเทคโนโลยีจากสนามแข่ง ของทีมวิศวกรที่ออกแบบและพัฒนารถยนต์นิสสันจีที-อาร์จนสามารถคว้าชัยชนะจากแข่งขันรายการซุปเปอร์จีทีเป็นความพิเศษสุด ที่เราอยากให้สัมผัส ซึ่งลูกค้าจะรู้สึกถึงความแตกต่างในทันทีที่ได้เข้าไปนั่งควบคุมอยู่หลังพวงมาลัยรถ” สำหรับเหตุผลที่เลือก “นิสสัน อัลเมรา” เป็นรุ่นแรกเนื่องจาก ครองใจลูกค้าชาวไทยมายาวนานในฐานะอีโคคาร์ซีดานอันดับ 1 ที่ประสบความสำเร็จในตลาดอย่างมาก ด้วยยอดขายสะสมปัจจุบันรวมกว่า 130,000 คัน

ภายในงานฯ นิสสันจัดแสดงยนตรกรรมล้ำสมัยภายใต้คอนเซปต์ Innovationthat Excites โดยนายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เพื่อฉลองการเปิดตัวแบรนด์นิสโมอย่างเป็นทางการ บริษัทฯ ได้นำ นิสสัน “จีที-อาร์ นิสโม” สุดยอดสมรรถนะสูงของนิสสัน ที่สร้างชื่อเสียงคว้าแชมป์ในเวทีมอเตอร์สปอร์ตโลกมาแล้วหลายรายการโดยเฉพาะ “ซุปเปอร์ จีที” มาร่วมจัดแสดงด้วยนายประพัฒน์กล่าวเสริม ถึงแผนการสื่อสารทางการตลาดว่า จะใช้สื่อที่เข้าถึงลูกค้าในรูปแบบต่างๆ หลากหลายภายใต้คอนเซปต์ ‘ความเร้าใจที่ไปได้สุด’ หรือ ‘Performance Unleashed’ รวมถึงเพิ่มการรับรู้จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ อาทิ เว็บไซต์นิสโมไทยแลนด์ (nismo.nissan.co.th) ตลอดจนกิจกรรมสำหรับนิสโม พริวิลเลจ เมมเบอร์ (Nismo Privilege Member) อีกมากมาย

ในงานบางกอก อินเตอร์ เนชันแนลมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 นี้ นิสสันยังได้สร้างความเร้าใจ ด้วยการเปิดตัว นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ สปอร์ตครอสโอเวอร์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองของผู้ขับขี่ได้อย่างดีโดยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้ามีความสนุกสนานในการเลือกจับคู่ระหว่างสีภายนอกและสีของอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายใน นอกจากนี้ยังนำยนตรกรรมยอดนิยมในทุกเซ็กเมนต์ของนิสสัน มาให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

โดยในกลุ่มซีดาน นิสสันภูมิใจนำเสนอ นิสสัน ซิลฟี ดีไอจี เทอร์โบสปอร์ตซีดาน ที่หรู แรงเกินตัว ด้วยพลังที่แรงที่สุดในคลาส ถึง 190 แรงม้า เทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร และนิสสันเทียน่าที่สุดของซีดานหรูที่บรรจุเทคโนโลยีล้ำสมัยรอบด้าน ส่วนในกลุ่มรถยนต์ SUV นำเสนอ นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริดที่มาพร้อมเทคโนโลยีคลัตช์คู่อัจฉริยะ (Intelligence Dual Clutch system) และกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงหลังจากเปิดตัวเข้าสู่ตลาดเมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ด้านกลุ่มรถกระบะ นำเสนอ นิสสัน นาวารา รุ่นสปอร์ตเทค (Sportech) กระบะพันธุ์แกร่ง ที่มีความเท่ล้ำสมัย มีดีไซน์ที่โดดเด่นมาพร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน ส่วนกลุ่มอีโคคาร์ นำเสนอ นิสสัน มาร์ชอีโคคาร์ยอดนิยมกับออปชันที่เพิ่มเครื่องเล่น DVD เพื่อเสริมความคุ้มค่า ทั้งนี้ นิสสัน ตั้งเป้าที่ได้ส่วนแบ่งการตลาดจากยอดจองในงานประมาณ 10% ด้านการส่งเสริมการขายนิสสันได้จัดโปรโมชั่นด้วยข้อเสนอสุดพิเศษในงานมอเตอร์โชว์ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกหลากหลายในแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไข ดาวน์ต่ำ หรือ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นที่ 0% หรือฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี ซึ่งผู้ที่สนใจ ยนตรกรรมจากนิสสัน สามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ 213 แห่งทั่วประเทศ สำหรับ นิสสันอัลเมรา นิสโม ทั้ง แอโร แพ็กเกจ และ เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพ็กเกจ สามารถติดต่อที่ ผู้จำหน่ายนิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์อย่างเป็นทางการ (Nismo Certified Dealer) หรือไปชมและทดลองขับได้ในงานหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center หมายเลข 02 401 9600 หรือที่ www.nissan.co.th

CHEVROLET
เชฟโรเลตเผยโฉมโคโลราโด เอ็กซ์ตรีม และเทรลเบลเซอร์ พรีเมียร์ภายในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2016 ครั้งที่ 37· โคโลราโด เอ็กซ์ตรีม และเทรลเบลเซอร์พรีเมียร์ กำหนดทิศทางใหม่อันน่าตื่นเต้นของตลาดรถกระบะและรถเอสยูวี· เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นปี 2016 เป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกในประเทศไทยที่รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์· โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าและผู้เข้าชมงานตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนเมษายน เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย เผยโฉมโคโลราโด เอ็กซ์ตรีม (Colorado Xtreme) และเทรลเบลเซอร์ พรีเมียร์ (TrailblazerPremier) ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2016 ครั้งที่ 37 Show vehicle ทั้งสองคันนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางใหม่ของเชฟโรเลตในการทำตลาดรถกระบะและรถเอสยูวีในประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสแนวทางการออกแบบของเชฟโรเลตในอนาคต

มาร์คอส เพอร์ตี้ กรรมการผู้จัดการ จีเอ็ม ประเทศไทย และเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย กล่าวระหว่างงานแถลงข่าวที่บูธเชฟโรเลตภายในงานมอเตอร์โชว์ว่า “Show vehicle ทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบขึ้นมาอย่างสร้างสรรค์เพื่อยกระดับความน่าตื่นเต้นและเพิ่มอารมณ์ความเป็นรถกระบะและรถเอสยูวี ซึ่งเซกเมนต์ที่มีความสำคัญตลอดจนเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเชฟโรเลตที่มีต่อตลาดรถในประเทศไทย


วันชนะ อูนากูล ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายวิศวกรรม จีเอ็มประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เรานำเสนอรถสองคันที่พัฒนาบนโครงสร้างแพลตฟอร์มเดียวกัน ซึ่งรถทั้งสองคันนี้มีบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงศักยภาพและความสามารถที่จะปรับตัวได้ของแพลตฟอร์มดังกล่าว

โคโลราโด เอ็กซ์ตรีม แสดงถึงความเป็นรถกระบะอเมริกันพันธุ์แกร่งโดดเด่นด้วยสกู๊ปดักลมบนฝากระโปรง บันไดข้าง สปอร์ตบาร์ตลอดจนซาฟารี บาร์ เน้นประโยชน์ใช้สอย ศักยภาพ และความแข็งแกร่งความบึกบึนของเอ็กซ์ตรีมยังถูกถ่ายทอดเข้าสู่ห้องโดยสารด้วยมาตรวัดเสริม และอุปกรณ์ตกแต่งอย่างมือจับฝั่งผู้โดยสารบนแดชบอร์ดและมาตรวัดระดับความเอียง ความลุยของเอ็กซ์ตรีมยังรวมถึงยางออฟโรดเต็มรูปแบบขนาด 18 นิ้ว หน้าจอทัชสกรีนขนาดแปดนิ้ว และระบบมายลิงค์รุ่นล่าสุดที่รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแอปเปิลคาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้ ขณะที่เทรลเบลเซอร์ พรีเมียร์ เป็นรถเอสยูวีที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวที่ชื่นชอบการเดินทางบนเส้นทางแปลกใหม่แต่ยังต้องการความสะดวกสบายและความหรูหรา เทรลเบลเซอร์ พรีเมียร์มีความนุ่มนวลและละเอียดอ่อนกว่าโคโลราโดเอ็กซ์ตรีมในแง่ของสีสันและวัสดุ เน้นย้ำความหรูหราด้วยการใช้โครเมียมโทนสีสว่างและวัสดุระดับพรีเมียมอย่างไม้ออสเตรเลียที่คัดสรรและผลิตด้วยมือ

ด้วยความใส่ใจสูงสุดต่อความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสารภายในห้องโดยสารเทรลเบลเซอร์พรีเมียร์ได้รับการตกแต่งและประกอบด้วยคุณภาพเหนือระดับ การใช้สี วัสดุและพื้นผิวที่มีความละเอียดและมีเอกลักษณ์สร้างความรู้สึกพรีเมียมในแบบที่ไม่ได้พบเห็นบ่อยครั้งนักสำหรับเซกเมนต์นี้เทคนิคและกระบวนการตกแต่ง อย่างการขลิบขอบผ้าแบบพิเศษและการตัดเย็บตาข่ายด้านหลังเบาะที่นั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยมือช่วยเพิ่มบรรยากาศระดับพรีเมียมสุดพิเศษ

ภายในห้องโดยสาร นอกจาก Showvehicle ทั้งสองคัน ผู้เยี่ยมชมบูธเชฟโรเลตจะได้สัมผัสกับเชฟโรเลตแคปติวา รุ่นปี 2016 โฉมใหม่ซึ่งเป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกในประเทศไทยที่รองรับแอปเปิลคาร์เพลย์ผ่านระบบมายลิงค์แสดงข้อมูลผ่านหน้าจอทัชสกรีนขนาดเจ็ดนิ้ว ใช้กราฟิกที่มีสีสันชัดเจนไอคอนที่อ่านง่ายขึ้น และทำงานเร็วขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์เพิ่มความสะดวกสบาย ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสาร ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยผ่านการสั่งงานด้วยเสียงทั้งการโทรศัพท์และการส่งข้อความ แคปติวายังเป็นรถรุ่นแรกของเชฟโรเลตที่มาพร้อมระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา (Side Blind Zone Alert) ระบบแจ้งเตือนการจราจรและสิ่งกีดขวางด้านหลัง (RearCross Traffic Alert) เพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้น

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือการออกแบบกระจังหน้าแบบดูอัลพอร์ทใหม่ที่มาพร้อมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวันในตัวแบบแอลอีดีรวมถึงไฟตัดหมอกที่กันชนด้านหน้า นอกจากนี้ยังมีการปรับตำแหน่งของโบไทสัญลักษณ์ของเชฟโรเลตให้สูงขึ้นอีกด้วยเมื่อมองในภาพรวม แคปติวามีรูปลักษณ์ที่สดใหม่ขึ้นเต็มไปด้วยเทคโนโลยีและความรู้สึกร่วมสมัย การพัฒนาด้านเทคโนโลยียังรวมไปถึงความสามารถในการตรวจสอบแรงดันลมยางแบบแยกส่วนแต่ละล้อได้นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลได้จากสวิตช์ด้านข้างพวงมาลัยสวิตช์บนคอนโซลเรืองแสงสีขาวช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์และถูกปรับตำแหน่งเพื่อความสะดวกสบายตามหลักการยศาสตร์ของผู้ขับขี่

ในงานมอเตอร์โชว์เชฟโรเลตยังจัดแสดงเทรลเบลเซอร์ รถอเนกประสงค์ยอดนิยมรุ่นพิเศษที่มีชื่อว่าเทรลเบลเซอร์ เออร์แบน แพ็ค II (Trailblazer Urban Pack II) ซึ่งถูกตกแต่งเพิ่มเติม เพิ่มความแข็งแกร่งในขณะเดียวกันยังคงรักษาภาพลักษณ์ความหรูหราของตัวรถไว้เช่นเดิม โดยการติดตั้งสปอยเลอร์บนหลังคาสีเดียวกับตัวรถพลาสติกกันรอยที่กันชนหลัง อุปกรณ์ตกแต่งประตูข้างแบบโครเมียม ไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบแอลอีดีล้ออัลลอยสีทูโทน และจอมอนิเตอร์แอลอีดีขนาด 10.1 นิ้วบนเพดานภายในห้องโดยสารเทรลเบลเซอร์ เออร์แบน แพ็ค II มีจำหน่ายในรุ่น 2.8 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อนสี่ล้อ LTZ1 มีสามสีให้เลือก ได้แก่ สีขาว Summit White สีดำ Black Sapphire และสีน้ำตาล Auburn Brown โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,512,000 บาท

นอกจากความอลังการของ Show vehicle และรถรุ่นใหม่ที่เชฟโรเลตนำมาจัดแสดง ผู้เยี่ยมชมบูธเชฟโรเลตและลูกค้าจะได้เพลิดเพลินไปกับมุมอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับรถเชฟโรเลตภายในงานและโปรโมชั่นสุดพิเศษ โดยเฉพาะแคมเปญรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ (trade-in program) ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ลูกค้าที่นำรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อ มาแลกซื้อรถเชฟโรเลต จะได้รับส่วนลดเพิ่มจากราคาประเมินรถคันเก่า สำหรับเป็นส่วนลดแลกซื้อรถเชฟโรเลตคันใหม่มูลค่าสูงสุดถึง 50,000 บาท และรับส่วนลดเงินสดสูงสุดถึง 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยต่ำสุด 0.49 เปอร์เซ็นต์และประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี

สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานมอเตอร์โชว์หรือที่ศูนย์ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศระหว่างวันที่ 21 มีนาคมถึง 3 เมษายน 2559 และรับมอบรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2559 จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมฟรีทุกค่าใช้จ่าย หรือเลือกรับส่วนลดเงินสดเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท และรับกระเป๋าเดินทางสุดหรูของเชฟโรเลตมูลค่า 3,000 บาทนอกจากนี้สำหรับลูกค้าที่จองรถเชฟโรเลตระหว่างวันที่ 8 มีนาคมถึง 30 เมษายน 2559 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษบินลัดฟ้าสู่ประเทศอังกฤษรับประทานอาหารค่ำท่ามกลางบรรยากาศสุดหรูในเชฟโรเลต เซนเทนเนียล สวีท ชมเกมการแข่งขันของทีมปิศาจแดง และพบปะกับนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างใกล้ชิด ผู้เยี่ยมชมงานและลูกค้าเชฟโรเลตจะได้รับของขวัญที่ระลึก อาทิ กระเป๋าผ้าหรือแก้วจากเชฟโรเลต เมื่อลงทะเบียนภายในงาน และรับคูปองจากแมคโดนัลด์เมื่อทดลองขับ พบยนตรกรรมอันน่าตื่นเต้นภายในบูธเชฟโรเลต A12 อิมแพค ชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี งานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมระหว่างวันที่ 23 มีนาคมถึง 3 เมษายน 2559 ตั้งแต่เวลา 12.00 – 22.00 น.ในวันธรรมดา และ 11.00– 22.00 น. ในช่วงสุดสัปดาห์

HONDA
ฮอนด้า พลิกโฉม บูธจัดแสดงรถยนต์แนวคิดใหม่ ต้อนรับ ซีวิค เจนเนอเรชั่นที่ 10 ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 รองรับกระแสดีเกินคาด ด้วยยอดจองกว่า 3,000 คัน เพียง 10 วัน หลังเปิดตัว

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พลิกโฉมบูธจัดแสดงรถยนต์ด้วยแนวคิด Road Through The Tunnel of Time เส้นทางแห่งความท้าทายผ่านมิติของกาลเวลาสู่โลกยนตรกรรม เพื่อต้อนรับฮอนด้า ซีวิค เจนเนอเรชั่นที่ 10 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ณ บูธ A9 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2559

พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซีวิค ยนตรกรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของฮอนด้า กว่า 43 ปี นับตั้งแต่การเปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 1 ในปี 2515 และได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเจนเนอเรชั่นที่ 9 และมาสู่การพลิกโฉมครั้งสำคัญใน ฮอนด้า ซีวิคเจนเนอเรชั่นที่ 10 นำมาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบบูธฮอนด้า ให้มีความพิเศษ และแตกต่างจากทุกปี เพื่อเป็นการต้อนรับฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ภายใต้แนวคิด Road Through The Tunnel of Time เส้นทางแห่งความท้าทาย ผ่านมิติของกาลเวลา สู่ที่สุดแห่งโลกยนตรกรรม ด้วยการเปิดมุมมองของบูธในทุกด้าน และมีเส้นถนนสีแดงทอดยาวผ่านกลางบูธเพื่อนำสายตาของทุกท่านไปยังอุโมงค์รูปตัว C ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฮอนด้า ซีวิค

การจัดแสดงในปีนี้ มีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ซึ่งได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเยี่ยมด้วยยอดจองกว่า 3,000 คัน นับจากการเปิดตัว เพียง 10 วัน และมาพร้อมหลากหลายยนตรกรรมฮอนด้ารวม 8 รุ่น ที่จะพาทุกท่านเดินทางสู่ทุกเส้นทางแห่งความท้าทายและตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ” ไฮไลต์ของฮอนด้าในปีนี้คือ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มาพร้อมการออกแบบภายนอกในสไตล์พรีเมียมสปอร์ตพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment พร้อมด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร และ 1.5 ลิตร VTEC TURBO ใหม่ ซึ่งให้สมรรถนะที่ทรงพลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเทียบเท่าเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร

ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) และมาตรฐานความปลอดภัยเหนือระดับ อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric ParkingBrake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น ซึ่งนับเป็นการยกระดับซีวิคให้ก้าวล้ำนำสมัยสู่ความเป็นที่สุดของซีวิค

ตอกย้ำสปอร์ตดีเอ็นเอของซีวิคฮอนด้าได้แนะนำ ฮอนด้า ซีวิค รุ่น TURBO RS ที่มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน ด้วยไฟหน้าแบบ LED และไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED กันชนหน้าและกระจังหน้าสไตล์สปอร์ตแบบ RS สปอยเลอร์หลังแบบ wing พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED และแป้นเหยียบคันเร่งดีไซน์สปอร์ตรวมทั้งยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยอันล้ำสมัย ซึ่งพร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดที่บูธฮอนด้าในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 37

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เปลี่ยนมุมมองใหม่สู่โลกแห่งความหรูหรา
สะท้อนอีกขั้นของความลงตัวที่สมบูรณ์แบบแห่งโลกยนตรกรรมระดับพรีเมียม ด้วยความโดดเด่น ของรูปลักษณ์ภายนอกที่คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แห่งความหรูหราแต่เสริมความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวในทุกเส้นสาย ห้องโดยสารที่กว้างขวางและหรูหรา ด้วยชุดตกแต่งภายในลายไม้และสีดำเปียโนแบล็ก สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม และมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยมาตรฐานความปลอดภัย ที่ครบครันล้ำสมัย

ฮอนด้าบีอาร์-วี
ยนตรกรรมแอคทีฟสปอร์ตครอสโอเวอร์ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ตที่แข็งแกร่งในทุกมิติและช่วงล่างยกสูงสไตล์รถเอสยูวีสะดวกสบายด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง เพิ่มความหรูหราด้วยเบาะหนังสีดำระดับพรีเมียมมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น SV เบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย และรุ่น V เบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ด้านท้ายขนาดใหญ่พร้อมขับเคลื่อนสู่ทุกเส้นทางท้าทาย ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เอิร์ธดรีมเทคโนโลยีให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกทั้งรองรับพลังงานทางเลือก E85 และมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครัน

เพื่อความมั่นใจในทุกการขับขี่ ภายในงานลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยแคมเปญสุดพิเศษและข้อเสนอที่แตกต่างกันสำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น ได้แก่

แคมเปญ สุขเลือกได้ ฮอนด้า ออกให้มีรายละเอียดดังนี้

ฮอนด้า ซิตี้ / ซิตี้ซีเอ็นจี / แจ๊ซ / โมบิลิโอ ออกค่าผ่อน เดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน หรือ ดาวน์ ผ่อนได้ 0% นาน 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ฮอนด้า ซีอาร์-วีออกค่าผ่อน เดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน หรือ ออกค่าน้ำมัน 36,000 บาท

ฮอนด้า บริโอ้ และ บริโอ้ อเมซ ดาวน์ต่ำ 19,000 บาท หรือดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย

ฮอนด้า ซิตี้ และ ซิตี้ซีเอ็นจี ดาวน์เริ่มต้น 5% หรือ ดอกเบี้ย 0% หรือดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0.69% พร้อมฟรีประกันภัย หรือเงื่อนไขพิเศษลดดอกเบี้ย สำหรับข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มอาชีพพิเศษ

ฮอนด้า แจ๊ซ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.59% หรือดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2.29% พร้อมฟรีประกันภัย

ฮอนด้า โมบิลิโอ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.29% หรือ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย หรือเงื่อนไขพิเศษดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย สำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจและกลุ่มอาชีพพิเศษ

ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0.99% หรือดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.49% พร้อมฟรีประกันภัย

สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า ทุกรุ่น (Honda Loyalty) Øฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ / ซีวิค ใหม่ / แอคคอร์ด ใหม่ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2.09%

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0.79% หรือดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.29% พร้อมฟรีประกันภัย


สำหรับลูกค้าที่รับรถ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ภายในวันที่ 31 มี.ค.รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท

พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้า (ยกเว้น ฮอนด้าซีวิค ใหม่ และ แอคคอร์ด ใหม่) ภายในวันที่ 3 เม.ย. และรับรถภายในวันที่ 30 เม.ย. 2559 รับ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.และสิทธิพิเศษบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมงรวม 5 ปีผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ของฮอนด้าพร้อมพบกับข้อเสนอได้ที่งานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ณ บูธ A9 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2559 และพบกับข้อเสนอเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.honda.co.th

SUBARU
ซูบารุเปิดตัวสุดยอดเอสยูวี “เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ (TheNew Forester)” พร้อมแคมเปญล่าสุด “Is There Anything You Can’t Do?” 

บริษัททีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการ เปิดตัวสุดยอดเอสยูวี “เดอะนิว ฟอเรสเตอร์ (The New Forester)” ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 โดย เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ รุ่นใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพในการขับขี่ผสานเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ยกระดับสุนทรียลักษณ์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับครอบครัวที่มีไลฟ์สไตล์ที่ท้าทายพร้อมนำเสนอแคมเปญล่าสุด “Is there Anything You Can’t Do?” แคมเปญดังกล่าวถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบรับกับการใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่รวมถึงผู้ขับขี่ที่นิยมกิจกรรมที่ท้าทายแบบไม่หยุดยั้งที่เชื่อว่าไม่มีสิ่งใดในชีวิตที่จะทำไม่ได้ เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ เป็นรถยนต์ที่แสดงออกทั้งความสร้างสรรค์และศักยภาพที่ไม่มีวันสิ้นสุดเพื่อไปให้ถึงในสิ่งที่ต้องการ

เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า “การเปิดตัว เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ ที่มาพร้อมกับแคมเปญทางการตลาดล่าสุดในครั้งนี้ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ ที่พร้อมจะเปลี่ยนทุกการขับเคลื่อนให้เป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นโดยไม่หยุดยั้ง แคมเปญ “Is there Anything You Can’t Do?” จะกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายเกิดพลังแห่งความท้าทายเพื่อก้าวสู่จุดหมายที่รออยู่ข้างหน้า โดยมี เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ เป็นเพื่อนร่วมทางไปตลอดการผจญภัยในทุกครั้ง”

เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ มี 3 รุ่นให้เลือก
2.0i ราคา 1,398,000บาท
2.0i-P ราคา 1,498,000 บาท
2.0 XT ราคา 2,290,000 บาท

ซุบารุมุ่งมั่นพัฒนา เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ ให้เป็นรถเอสยูวีอเนกประสงค์ที่ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยในทุกสภาพถนนเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่รักการผจญภัย ในรุ่น 2.0i และ 2.0i-P มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Boxer ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว รุ่น FB 20 เพื่อสร้างพลังการขับเคลื่อนออกมาถึง 150 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบต่อนาที ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นที่ระดับ 7.9 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร ส่วนรุ่น 2.0XT มาพร้อมเครื่องยนต์ Boxer Direct-Injection Turbo 241 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 รอบต่อนาที อัตราการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพที่ระดับ 8.5 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร

นิวฟอเรสเตอร์ มาพร้อมระบบ X-Mode ซึ่งจะประสานการทำงานของคันเร่ง ระบบส่งกำลัง และระบบ AWD เพื่อช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างปลอดภัยในพื้นถนนที่ไม่เอื้ออำนวยทุกรูปแบบเพราะซูบารุยึดมั่นในรากฐานของการเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้ในทุกสภาพถนนเดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ จึงได้รับการพัฒนายกระดับระบบช่วงล่างและชุดคอยล์สปริง เพื่อให้เกิดความนุ่มนวลในการขับขี่ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพการบังคับควบคุมในระดับสูงสุดเพิ่มประสบการณ์การขับขี่อันสะดวกสบายและมีคุณภาพแต่ยังคงควบคุมทิศทางของรถได้เฉียบคมทั้งบนถนนในเมืองและออฟ-โรด

รถทุกรุ่นจะมาพร้อมกับกระจังหน้ารูปแบบใหม่ไฟท้าย และล้อลายใหม่ ส่วนภายในมีการตกแต่งที่แตกต่างไปในแต่ละรุ่นโดยได้รับการออกแบบและตกแต่งห้องโดยสารใหม่ พร้อมชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมียมและชุดจอแสดงผลแบบแอลอีดี นอกจากนั้นยังมีการใช้วัสดุเก็บเสียงรูปแบบใหม่ รวมทั้งเพิ่มความหนาของกระจกเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามายังภายในห้องโดยสาร สร้างความสบายให้กับผู้ขับให้ได้มากที่สุดขณะที่ออกไปสนุกสนานกับกีฬาท้าทาย ทั้งวิ่งปีนเขา หรือขี่จักรยานบนเขาที่ลาดชัน ก็อาจจะเกิดเหตุไม่คาดคิดที่ทำให้ลูกกุญแจสูญหายหรือเสียหายได้ดังนั้น เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ จึงเพิ่มระบบรหัสระบุตัวตน (Personal Identification Number : PIN) เพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถเก็บกุญแจไว้ในรถเพื่อออกไปทำกิจกรรมและเพียงป้อนรหัสที่ถูกต้องก็สามารถปลดล็อกประตูได้

ระบบความปลอดภัยนั้นถือเป็นหัวใจหลักของรถยนต์ซุบารุทุกรุ่นและมีการพัฒนาระบบความปลอดภัยเชิงรุก (active safety) และระบบความปลอดภัยเชิงรับ (passive safety) เช่น โครงสร้างนิรภัย แบบ Ring Shaped Reinforcement Frame ช่วยปกป้องผู้โดยสารให้ปลอดภัยในกรณีที่เกิดการพลิกคว่ำของตัวรถ, ระบบไฟหน้า LED ปรับองศาตามทิศการหมุนพวงมาลัย ทำให้วิสัยทัศน์การมองเห็นอยู่ในระดับสูงสุด สัมผัสสมรรถนะที่เหนือชั้นของเอสยูวีคุณภาพ “เดอะ นิว ฟอเรสเตอร์ (The New Forester)” ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 725 1888 หรือชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.subaru.asia/th

MG
สัมผัสและทดลองขับสปอร์ตเอสยูวีรุ่นใหม่ NEW MG GS เร้าใจด้วยขุมพลังเบนซิน TURBO 2.0 ลิตร แรงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร· ตอกย้ำความมุ่งมั่นของการทำตลาดในไทยด้วยการเปิดตัวแพสชั่น เซอร์วิส (Passion Service)· พบ 3 ยนตรกรรมจาก เอ็มจี ครบทั้ง MG3 NEW MG5 และ NEW MG6 พร้อมรับแคมเปญพิเศษ

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดร่วมจัดแสดงยนตรกรรม เอ็มจี ครบทุกรุ่นภายในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 นำโดย NEW MG GS สปอร์ตเอสยูวีสำหรับผู้นำ แรงเหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์เบนซิน TURBO 2.0 ลิตร 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครันพร้อมเปิดตัว แพสชั่น เซอร์วิส (Passion Service) คอนเซปต์ใหม่ของการให้บริการลูกค้าที่ดียิ่งขึ้นเพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ที่ต้องการสร้างความพึงพอใจสูงสุดและพร้อมเดินหน้าเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย

เอ็มจีจัดงานแถลงข่าวเปิดตัว NEW MG GS สปอร์ตเอสยูวี รุ่นใหม่ต่อสื่อมวลชนเมื่อไม่นานมานี้ และพร้อมนำเสนอสู่สายตาสาธารณชนครั้งแรกที่งานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถอเนกประสงค์แนวสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์และเหนือกว่าคู่แข่งในทุกมิติโดดเด่น ลงตัวทุกมุมมองด้วยดีไซน์อันทันสมัยภายใต้แนวคิด “บริท ไดนามิค” (Brit Dynamic) เช่นเดียวกับรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบสมรรถนะ การควบคุม และความปลอดภัย ซึ่งเหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน “รถอเนกประสงค์กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกเวลานี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเปิดตัว NEW MG GS รถเอสยูวีรุ่นใหม่ของเราเพื่อลูกค้าชาวไทย” มร. หวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าว “ด้วยคุณสมบัติที่เพียบพร้อมทั้งการออกแบบที่โดดเด่น เต็มเปี่ยมกับสมรรถนะการขับขี่ ระบบความปลอดภัยที่เชื่อมั่นได้และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า NEW MG GS จะสามารถสร้างความประทับใจและได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทยได้อย่างแน่นอน”

การออกแบบของ NEW MG GS สะกดทุกสายตา ถ่ายทอดผ่าน DNA มาจากศูนย์ออกแบบรถยนต์ยูเค เทคนิคคัล เซนเตอร์ (UK Technical Centre) ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากโคมไฟในยูเค พาวิลเลี่ยน เวิลด์ เอ็กซ์โป (UK Pavilion World Expo) ประเทศอังกฤษ ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวทุกมุมมองสะท้อนเอกลักษณ์แบบไม่ตามใคร (Follow NoOthers) กับคอนเซปต์การออกแบบ Diamond Flow Design เพื่อเน้นความสปอร์ตและปราดเปรียว กระจังหน้าทรงเรียวเชื่อมต่อกรอบไฟบนฝากระโปรงมีเส้นสันคมที่เน้นย้ำโลโก้เอ็มจี กรอบไฟตัดหมอกทรงเหลี่ยมสอดรับกับแผงกันกระแทกรอบคัน พร้อมเสริมบุคลิกด้วยปลายท่อไอเสียทรง 4 เหลี่ยม เครื่องยนต์เบนซิน TURBO 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ไดเรคอินเจคชั่นพละกำลังสูงสุด 218 แรงม้าที่ 5,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 2,500 – 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ (AWD) ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ TST – Twin Clutch Sportronic Transmission แบบ 6 สปีด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.2 วินาที สามารถรองรับเชื้อเพลิง E85 อีกหนึ่งความโดดเด่นของ NEW MG GS คือเทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะอินคาเน็ต (inkaNet) ที่เชื่อมต่อทุกการสื่อสารและสั่งการรถยนต์ผ่านสมาร์ทโฟนได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสพร้อมหน้าจอแสดงขนาด 8 นิ้ว เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งานด้วยระบบนำทางเนวิเกชั่นและระบบเครื่องเสียงเพื่อตอบสนองความบันเทิงรองรับมัลติมีเดียและการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ พร้อมยูเอสบี (USB) เอยูเอ็กซ์ (AUX) และยังสามารถแสดงภาพจากกล้องมองหลัง

Synchronized Protection System 13 ระบบความปลอดภัยที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว พร้อมกันนี้ เอ็มจี ยังตระหนักดีว่าผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมต้องมาพร้อมการบริการที่สมบูรณ์แบบเอ็มจี จึงได้ทำการเปิดตัว แพสชั่น เซอร์วิส การบริการหลังการขายรูปแบบใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าของ เอ็มจี ให้ได้รับการบริการและประสบการณ์อันยอดเยี่ยมพร้อมความประทับใจตลอดการขับขี่รถยนต์ เอ็มจี แพสชั่น เซอร์วิส ประกอบด้วย รถบริการตรวจเช็กเคลื่อนที่เพื่อให้บริการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะทางนอกสถานที่ ด้วยการนัดหมายผ่านทาง CALL CENTRE โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม มั่นใจยิ่งขึ้นกับระยะเวลารับประกันสูงสุด 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะรับประกันที่นานที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน บริการให้คำแนะนำแก่ลูกค้าโดย CALL CENTRE ตลอด 24 ชั่วโมง เสมือนหนึ่งเป็นเพื่อนร่วมทางตลอดการเดินทาง และการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ROADSIDE ASSISTANCE 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 4 ปี นอกจากนี้ทาง เอ็มจี ยังมีบริการรถสำรองใช้ระหว่างรอซ่อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

นอกจากสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจและความปลอดภัย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์เอ็มจี ทุกรุ่นแล้ว ลูกค้ายังสามารถเชื่อมั่นในคุณภาพการให้บริการ เพราะเรามีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยบุคลากรที่ดีมีคุณภาพเพียบพร้อมด้วยเครื่องมืออันทันสมัย และพัฒนาเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด หวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวเสริม

นอกจากการเปิดตัว NEW MG GS และ แพสชั่น เซอร์วิส แล้วทางเอ็มจี ยังจัดแสดงยนตรกรรมภายใต้แนวคิด บริทไดนามิค ครบทุกรุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย อาทิ MG3 (รุ่น Hatchback และ Xross) และ NEW MG5 ที่เพิ่งคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Car of the year 2016) ประเภทรถยนต์นั่งเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี และ NEW MG6 รถสปอร์ตซีดานระดับพรีเมียม โดยลูกค้าสามารถเยี่ยมชมพร้อมทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆของ เอ็มจี เพื่อพิสูจน์สมรรถนะที่เหนือชั้นได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 และที่ผู้จำหน่าย เอ็มจีทั่วประเทศ ผู้ที่สนใจสามารถชมและทดสอบรถยนต์ NEW MG GS ได้แล้วที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมนี้ หรือ พบกันที่บูธ A15 ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    78.7%
  • ไม่ชอบ
    5.3%
  • สนุก
    1.3%
  • ประหลาดใจ
    5.3%
  • เสียใจ
    4.0%
  • ให้กำลังใจ
    5.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement