รอยยิ้มละลายใจ! ไฮโซหน้าหวาน โปรไฟล์แซ่บ มีมงฯ วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

รอยยิ้มละลายใจ! ไฮโซหน้าหวาน โปรไฟล์แซ่บ มีมงฯ วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2559 06:05
21,887 ครั้ง


น้าน…นานกว่าจะครบอาทิตย์ กลับมาเจอกันคราวนี้ ไฮโซโปรไฟล์ มีหนึ่งเซเลบฯ สาวสวยแสนหวานชวนให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ได้รู้จักกันอีกแล้ว ซึ่งเธอมีดีกรีเป็นถึงสาวแฮ็คส์ปี 2002 เลยทีเดียว ไม่เพียงแต่ทั้งหน้าตาสวยหวาน รอยยิ้มละลายใจ และน้ำเสียงนุ่มๆ จะชวนให้หนุ่มๆ หลงใหลจนมองตาไม่กะพริบ ทว่าความคิด และความสามารถของเธอยังล้นเหลือเก่งไม่เป็นรองใคร ว่าแล้ว เราไปล้วงเดอะเบสท์โปรไฟล์ของเธอพร้อมๆ กันเลยดีกว่า!

มาทำสวนในขวดแก้วกันเถอะ!

แนะนำตัวเองกันหน่อย

ค่ะ ชื่อ วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล เรียกสั้นๆ ว่า 'วิ' ก็ได้ค่ะ (อากงตั้งให้) ตอนนี้อายุ 32 ปีแล้ว งานหลักๆ ที่ทำก็จะมีงานพิธีกร และธุรกิจส่วนตัวที่เป็นบริษัทโปรดักชั่นเกี่ยวกับเบื้องหลังการผลิตต่างๆ ทั้งรายการ อีเวนต์ และสารคดีค่ะ

วันเกิด : 25 มกราคม 2527
ส่วนสูง-น้ำหนัก : 168 ซม.- 45 กก.
การศึกษา : ป.ตรี คณะรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครองระหว่างประเทศ (ภาคพิเศษ) ม.รามคำแหง
อาชีพปัจจุบัน : พิธีกร และธุรกิจบริษัทโปรดักชั่น
อาหารที่ชอบ : อาหารญี่ปุ่น
ที่เที่ยวสุดโปรด : กรุงปราก (Prague) สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic)
คติประจำใจ : ทำทุกวันให้มีความสุขที่สุด
สิ่งที่คาดหวังในอนาคต : ครอบครัวที่อบอุ่น
Instagram : wiiami_jong
Facebook : Wii Jongratanameteekul

'วิ-วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล' ดีกรีสาวแฮ็คส์ปี 2002

อัพเดตงานโทรทัศน์ และธุรกิจตอนนี้
ตอนนี้เราเป็นพิธีกรอยู่ 2 รายการ คือรายการ 'ผู้หญิงรู้จริง' ที่ช่อง S Channel และก็รายการ 'สร้างสรรค์เพื่อให้' ที่ช่องไทยรัฐทีวี ส่วนธุรกิจส่วนตัวก็ไปได้เรื่อยๆ มีอะไรให้เราต้องเรียนรู้อีกมาก ทั้งระบบขั้นตอนการผลิตของรายการ สารคดี และก็งานอีเวนต์ที่เราเพิ่งจะขยับขยายส่วนนี้ได้ไม่นาน เรื่องงานละครเราก็มีกลับเข้าไป บริษัททีวีธันเดอร์ ที่เคยเป็นต้นสังกัดอยู่ เห็นผู้ใหญ่บอกภายในปีนี้ ถ้ามีบทที่เหมาะสมก็คงจะนึกถึงเรา อันนี้ก็ต้องรอดูโปรเจกต์ต่อไปว่ายังไงบ้าง

เริ่มเข้าวงการบันเทิงได้ยังไง
ย้อนกลับไปคงเริ่มจากตอนประกวดสาวแฮ็คส์ ปี 2002 เลย ซึ่งเราได้รางวัลชนะเลิศกลับมา ตอนนั้นเราได้มีโอกาสเข้าไปสวัสดีปีใหม่กับทางผู้ใหญ่ แล้วเหมือนทางผู้ใหญ่คงจะเห็นแววอะไรสักอย่างในตัวเรา หรือคิดว่าเราน่าจะเหมาะกับคาแรกเตอร์นั้น ก็เลยให้เราเซ็นสัญญา (ที่บริษัททีวีธันเดอร์) ประเดิมเล่นละครเรื่องแรกเลย จำได้ว่าตอนนั้นเล่นเรื่อง เต่ากินผักบุ้ง ทางช่อง 3 รู้สึกตื่นเต้นมากๆ คือไม่คิดไม่ฝันเลยว่าตัวเองจะได้เข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง มันเหมือนอะไรๆ ก็บังเอิญจับพลัดจับผลูไปซะหมด เราคิดว่ามันคือโอกาสที่ดีนะที่เราควรคว้าไว้ เอาจริงๆ ปกติเราไม่ได้เป็นคนกล้าแสดงออกขนาดนั้น แถมจะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่เลยด้วย แต่ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่เห็นอะไรในตัวเราเลยให้โอกาสนั้นมา ซึ่งเราก็ยินดีที่จะรับมันไว้ และทำมันให้ออกมาดีที่สุด

'วิ-วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล' ดีกรีสาวแฮ็คส์ปี 2002

การปรับตัวเมื่ออยู่ในวงการฯ
เข้ามาแรกๆ ค่อนข้างปรับตัวเยอะทีเดียวล่ะ โดยเฉพาะเมื่อก่อนนี้ เราเป็นคนขี้อายมากๆ เวลาออกงานทีไรก็ต้องพยายามทำตัวเล็กๆ ลีบๆ เพราะเราไม่ชิน และรู้สึกไม่มั่นใจ มันเลยทำให้บุคลิกเราเสีย แต่พอเริ่มได้ออกงานบ่อยๆ เข้าหาผู้ใหญ่ หรือพี่ๆ ในวงการบันเทิง จะบอกเสมอตลอดว่าเรื่องบุคลิกภาพสำคัญมาก ต่อให้ข้างในรู้สึกไม่มั่นใจ แต่ข้างนอกก็ต้องพยายามแสดงให้ดูมั่นใจในตัวเอง ทำบุคลิกให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น พอสักพักมันจะออกมาจากอินเนอร์ข้างในเองจริงๆ

เสียดายไหมที่ต้องทิ้งสายวิชาที่เรียนมา (การเมืองการปกครองระหว่างประเทศ)
เอาจริงๆ มันก็ไม่เชิงทิ้งนะ เพราะมันสามารถเอามาประยุกต์ผสมผสานได้ในชีวิตประจำวันกับทุกๆ อาชีพเหมือนกัน เช่น เอามาใช้กับงานในเรื่องของทักษะการพูด การต่อรอง อย่างงานพิธีกรที่เราทำอยู่ก็สามารถเอามาปรับใช้ได้ หรือเวลาที่เราไปบรีฟงานกับฝ่ายต่างๆ เราก็ต้องใช้ทักษะนี้อยู่ด้วยเหมือนกัน ถ้าสมมติถึงจุดๆ หนึ่ง เราอยากกลับไปทำงานสายเดิมก็ยังสามารถทำได้อยู่ เพียงแต่ว่าตอนนี้โอกาสมันมาหาเรา เราก็ต้องคว้ามันไว้ก่อน เพราะโอกาสแบบนี้มันก็ไม่ได้มาบ่อยๆ…จริงไหมล่ะ?

ไลฟ์สไตล์วันว่างๆ
เราเป็นคนค่อนข้างติดบ้านนะ อยู่บ้านเราก็ชอบจัดสวน หาซื้อของมา Decoration บ้าน คือจันทร์-ศุกร์ เราทำงานมาอย่างหนักหน่วงแล้ว ฉะนั้นเสาร์-อาทิตย์ หรือสัปดาห์ไหนที่เราว่างแค่วันเดียว เราก็จะให้เวลากับตัวเองได้ทำกิจกรรมต่างๆ ที่ชอบ อาจจะมีไหว้พระ สวดมนต์บ้าง เพื่อขัดเกลาจิตใจ หรือนั่งทำสมาธิสัก 1-2 ชม. เพื่อให้จิตใจสงบ ถ้าต้องออกไปข้างนอกเราก็จะไปดูหนัง ฟังเพลงบ้างตามประสา เพื่อความสุนทรีย์ในชีวิต (หัวเราะเล็กๆ)

เฉลยเคล็ดลับการดูแลหุ่น
สำหรับคนอื่นไม่รู้นะ แต่เราง่ายๆ เลย คือ งดแป้ง หลัง 6 โมงเย็นหรือ 1 ทุ่ม อย่างเคร่งครัด ทว่าถ้าวันไหนที่เราต้องทานจริงๆ เราก็จะควบคุมแป้งโดยการ 'งดทานแป้ง' ในอีกวันหนึ่ง เพราะว่าเราเป็นคนอ้วนแป้งง่ายมาก...ก ฉะนั้นถ้าเกิดวันนี้เราทานแป้ง พรุ่งนี้เราต้องรู้ตัวแล้วว่า ห้ามทานแป้งอย่างเด็ดขาด! มันต้องมีวินัยเรื่องการทานนิดนึง เพราะอีกอย่างเราก็ไม่ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอขนาดนั้น เวลาเราอ้วนจะรู้เลยว่า มันอ้วนแป้ง ไม่ใช่อ้วนแบบกล้ามเนื้อ ฉะนั้นพอยท์หลักๆ ของเราคือแป้ง ถ้าเราควบคุมแป้งได้ เราก็จะควบคุมรูปร่างได้

กีฬาอะไรที่ออกบ่อยที่สุด? ถ้ากีฬาแบบหนักหน่วงเราจะไม่เล่นสักเท่าไหร่นะ การออกกำลังกายเอาจริงๆ คือแทบจะน้อยมากเลย ถ้าจะมีก็คงเป็นโยคะร้อน มันจะช่วยในเรื่องระบบทางเดินหายใจให้ดีขึ้น เพราะเราเป็นภูมิแพ้ด้วย โยคะร้อนจะช่วยให้อาการภูมิแพ้ต่างๆ ที่เป็นค่อยๆ ดีขึ้น

เอวเพรียวบาง หุ่นเป๊ะสุดๆ
พร็อพแต่งตัวเยอะสุดๆ

ไลฟ์สไตล์การแต่งตัว
เราแต่งได้ทุกสไตล์เลยนะ เพราะเรารู้สึกว่ายังหาตัวเองไม่เจอ (หัวเราะนิดๆ) แต่ว่าเวลาไปงานไหนๆ เราพยายามจะทำการบ้านให้มันแมตซ์เข้ากับธีมของงาน เพื่อเป็นการให้เกียรติงานที่เราไป ถ้าถามว่าจริงๆ เรามีลุคแบบไหน ก็คงจะเป็นแนวทะมัดทะแมงนะ ไม่ได้หวานจ๋า หรือเปรี้ยวจ๋า ยิ่งเซ็กซี่ๆ จะหาจากเราได้น้อยมากจริงๆ ปกติส่วนใหญ่เราจะแต่งตัวอมหวาน ออกห้าวๆ เท่ๆ มากกว่า สายเซ็กซี่แบบเว้าหลังเยอะๆ นี่ไม่ใช่แนวเลย

คะแนนการติดแบรนด์หรู
ไม่ค่อยนะ แต่ก็มีบ้าง ต้องยอมรับว่าแบรนด์มีผลต่อการแต่งตัวเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคัตติ้ง การตัดเย็บ ดีไซน์อะไรต่างๆ ถ้าเอามาเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้แต่งแบรนด์แล้ว มันก็ค่อนข้างต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้ามองข้ามตรงนี้ไป แล้วมองในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของคนสมัยนี้แทน เราว่ามันไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์แล้วนะ คือดีไซเนอร์รุ่นใหม่สามารถที่จะออกแบบมาแล้วให้เรารู้สึกว่า มันคือตัวเราอ่ะ มันโอเคกับเราอ่ะ! ทว่าถ้าถามเราจริงๆ อันนี้ก็ต้องดูเป็นงานๆ ไป ว่าวันนั้นเราไปไหน ต้องแต่งตัวยังไง ถ้าไปชิลเอาต์กับเพื่อนๆ ก็ไม่จำเป็นต้องมีแบรนด์มากก็ได้มั้ง แต่ถ้าเกิดเราไปงานใหญ่ๆ เจอคนมากมาย อันนี้ก็อาจต้องมองหาแบรนด์สักนิด อย่างน้อยเป็นแอคเซสเซอรี่เก๋ๆ อย่างรองเท้า กระเป๋า หมวกชิคๆ สักใบก็ยังดี

แบรนด์ในดวงใจ? มี 2 แบรนด์ที่ชอบ คือ ไอคอนนิค (Iconic) และ ลาบูทีคส์ (La Boutique) สองแบรนด์นี้เราใส่มาตั้งแต่แรกๆ เลย เรารู้สึกว่าเสื้อผ้าของเขาเรียบๆ แต่ดูหรู และสีคลาสสิกมากสามารถใส่ได้เรื่อยๆ คืออีก 10 ปีข้างหน้า มันก็ยังไม่เอาต์-อินเทรนด์ได้ทุกฤดูกาล

ใครเห็นเป็นต้องหลง (รัก) ใบหน้าสวยหวาน

สเต็ปต่อไปในอนาคตกับชีวิต และการทำงาน

ถ้าชีวิตครอบครัว เราเพิ่งแต่งงานไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนนี้ทุกอย่างถือว่าลงตัวสุดๆ เลย ในอนาคตก็หวังจะมีลูกสักคนมาทำให้ครอบครัวสมบูรณ์ขึ้น ส่วนเรื่องการงาน เราก็อยากจะพัฒนาตัวเองให้สามารถอยู่ในสายอาชีพของเราไปได้ตลอด เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะตอนที่เป็นพิธีกร หรือว่าการทำโปรดักชั่นเฮาส์ที่ดี เพื่อให้ลูกค้าได้ผลงานดีๆ กลับไป

บริษัทโปรดักชั่นของเราพยายามที่จะทำเบื้องหลังให้ครอบคลุมทุกด้าน อย่างตอนเริ่มแรก เราทำรายการโทรทัศน์ก่อน แล้วก็ขยับขยายมาเป็นสารคดีทางด้านการศึกษา (เป็นโบราณคดีจะอิงกับมหา'ลัยศิลปากร) แล้วตอนนี้ก็ขยายฐานไปในเรื่องการจัดงานอีเวนต์ ถึงเราจะทำงานอยู่เบื้องหน้า แต่เราก็ต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด-ไม่ย่ำอยู่กับที่ และการทำงานเบื้องหลังมันทำให้เรารู้อะไรหลายๆ อย่าง ทั้งกระบวนการทำงาน การวางแผนว่าก่อนที่จะมาถึงเบื้องหน้า มันจะต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง สำหรับเรามันเป็นอะไรที่ควบคู่กันนะ และการทำงานเบื้องหลังก็เป็นการสร้างฐานความมั่นคงให้กับอาชีพการงานด้วยเหมือนกัน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    27.2%
  • ไม่ชอบ
    65.6%
  • สนุก
    3.5%
  • ประหลาดใจ
    2.7%
  • เสียใจ
    0.5%
  • ให้กำลังใจ
    0.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement