รองผอ.พระมงกุฏฯยัน'แพรวา'ช่วยงานจริง กรมคุมประพฤติโต้-ปัดข่มขู่ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

รองผอ.พระมงกุฏฯยัน'แพรวา'ช่วยงานจริง กรมคุมประพฤติโต้-ปัดข่มขู่

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 มี.ค. 2559 06:25
9,300 ครั้ง


“พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์” อธิบดีกรมคุมประพฤติ โต้ผู้ปกครอง “แพรวา” ไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติข่มขู่ หรืออาจลวนลาม ยืนยันไม่ได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 ไม่น่าเกิดเหตุ ด้านรองเลขาฯผู้ตรวจการแผ่นดินเผย มีการเข้าร้องเรียนจริง แต่ไม่มีประเด็นข่มขู่ เป็นเพียงการขอให้ตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ ด้านรอง ผอ.รพ.พระมงกุฎฯ ยัน “แพรวา” มาบำเพ็ญประโยชน์กับผู้ประสบอุบัติเหตุที่ รพ.จริง มีรูปยืนยัน แถมมีเจ้าหน้าที่คุมประพฤติตามมาดู แต่ทำไมไม่แจ้ง การมาบำเพ็ญประโยชน์ไม่ถูกต้อง ปัดมีญาติเป็นอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ขอให้ช่วย

กรณี น.ส.แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน ฎว 8461 กรุงเทพมหานคร ด้วยความเร็วสูงพุ่งชนรถตู้โดยสาร ทะเบียน 13-7795 กรุงเทพมหานคร จนเสียหลักหมุนชนขอบกั้นทางโทลล์เวย์พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ แต่ขณะเกิดเหตุยังเป็นเยาวชนจึงต้องขึ้นศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ส.ค.55 ให้จำคุก 3 ปี ฐานขับรถโดยประมาท ก่อนศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษอีก 1 ปี รวมเป็น 4 ปี พร้อมทั้งให้บำเพ็ญประโยชน์ ปีละ 48 ชั่วโมงจนครบ 4 ปี ภายหลังถูกศาลตัดสินมีกระแสข่าวว่า น.ส.แพรวาไม่ยอมมารายงานตัวและไม่ไปบำเพ็ญประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติ

ความคืบหน้าจากกระทรวงยุติธรรม เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มี.ค. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว. ยุติธรรมกล่าวว่า คดีนี้ตนไม่ได้ลงไปดูมาก แต่อธิบดีกรมคุมประพฤติรายงานมา ต้องบอกก่อนว่า ตนไม่แม่นกฎหมาย ตามปกติกรมคุมประพฤติจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลเท่านั้น หากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามจะผิดกฎหมาย ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ เมื่อศาลสั่งแล้วต้องปฏิบัติตาม ตามขั้นตอนเมื่อศาลสั่งแล้วผู้ถูกคุมประพฤติจะต้องประสานกรมคุมประพฤติว่า จะ ให้ไปช่วยเหลือสังคมหรือบำเพ็ญประโยชน์ที่ไหน เมื่อไหร่ และใครเป็นผู้เซ็นเอกสาร ไม่งั้นใครไปบำเพ็ญประโยชน์ที่ไหนก็ได้ ให้ใครเซ็นก็จบ ไม่งั้นคนที่ถูกศาลสั่ง 100 คนทำแบบนี้หมดแล้ว

ที่ห้องประชุม กรมคุมประพฤติ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ แถลงว่า กรมคุมประพฤติมีหน้าที่ทำตามคำสั่งศาล ให้ควบคุมดูแลผู้ที่กระทำผิด หรือผู้ที่ถูกศาลสั่งจำคุกและศาลเมตตาให้มาอยู่ในความดูแลของกรมฯ บำเพ็ญประโยชน์ตามที่กำหนด ให้กระทำตามเงื่อนไข และห้ามเที่ยวสถานบันเทิง ส่วนกรณี น.ส.แพรวา เบื้องต้นทราบว่า ศาลชั้นต้นสั่งรอลงอาญา 3 ปี แต่ศาลอุทธรณ์เพิ่มอีก 1 ปี รวมเป็น 4 ปี และให้กรมคุมประพฤติดูแลบำเพ็ญประโยชน์ปีละ 48 ชั่วโมง 4 ปี 192 ชั่วโมง ครบกำหนดวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมา น.ส.แพรวาไม่ได้มารายงานตัวและบำเพ็ญประโยชน์ ตามที่ศาลสั่ง อ้างว่าติดเรียน



อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวต่อไปว่า จากรายงานต้องชม น.ส.แพรวาด้วยว่า ผลการเรียนดี ไม่มีรายงานว่าไปเที่ยวสถานบันเทิง หรือทำเรื่องผิดระเบียบ กระทั่งช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา น.ส.แพรวาไปบำเพ็ญประโยชน์ ที่ รพ.พระมงกุฎเกล้าจำนวน 90 ชั่วโมง โดยไม่ได้ประสานเจ้าหน้าที่คุมประพฤติเขตนนทบุรีพื้นที่ในเขตที่พัก ประกอบกับ รพ.พระมงกุฎฯไม่ได้เป็นภาคีกับกรมคุมประพฤติ เลยเกิดปัญหาว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับทราบและรับรู้ว่า บำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุตามเจตนารมณ์ที่ศาลสั่ง เพื่อให้รู้ว่าคนที่ประสบอุบัติเหตุเป็นอย่างไร จะได้ปรับปรุงนิสัย ก่อนให้เจ้าหน้าที่ รพ.พระมงกุฎฯ เซ็นเอกสารตอบรับ ให้ทนายไปยื่นต่อศาลเอง โดยไม่ได้ประสานกรมคุมประพฤติ

“นอกจากนี้ทราบว่าผู้ปกครอง น.ส.แพรวาไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดินว่า เจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติข่มขู่ หรืออาจลวนลามด้วย จากรายงานทราบว่า เจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติที่ไปติดต่อ น.ส.แพรวานั้นไม่ได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 และไม่น่าจะเกิดการลวนลาม อาจพูดในเชิงกฎหมายว่า หากไม่ปฏิบัติตามศาลสั่งจะมีผลต่อเงื่อนไขการคุมประพฤติในอนาคตได้ ปัจจุบันเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนศาล ศาลรับเอกสาร น.ส.แพรวาไปแล้ว กรมคุมประพฤติไม่อาจก้าวล่วงได้ รอพิจารณาไต่สวนวันที่ 21 มิ.ย.นี้ และรอคำวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย” พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าว

พ.ต.อ.ณรัชต์เผยด้วยว่า ที่ผ่านมามีจำเลยที่ศาลสั่งให้กรมคุมประพฤติดูแลประมาณ 330,000 ราย แต่ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม ไม่มารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่มีประมาณ 53,000 ราย หรือประมาณ 17% หลังจากนี้จะนำเข้า ครม.เพื่อขอให้แก้กฎหมายให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติมีอำนาจหน้าที่เหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากผู้ที่ศาลสั่งคุมประประพฤติไม่ปฏิบัติตาม ไม่บำเพ็ญประโยชน์และหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถขอหมายค้นจากศาลตามจับกุมตัวได้เลย เพื่อกันการหลบหนีบิดพลิ้วของผู้ที่ศาลสั่งให้คุมประพฤติ กฎหมายจะได้ศักดิ์สิทธิ์

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายธาวิน อินทรจำนงค์ รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยว่า น.ส.แพรวายื่นคำร้องมาที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจริง เรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังไม่สามารถเปิด เผยรายละเอียดตามคำร้องได้ เมื่อถามว่า น.ส.แพรวา ร้องว่าถูกเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติข่มขู่จริงหรือไม่ นายธาวินกล่าวว่า อาจเข้าใจคลาดเคลื่อน ที่ร้องเข้ามาเป็นการร้องว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทุกกระบวนการดำเนินการตามคำสั่งศาลครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เหมือนเป็นข้อกังวลว่าที่ดำเนินการมาถูกต้องหรือไม่ ยังไม่มีประเด็นเรื่องการข่มขู่ ส่วนการพิจารณาของผู้ตรวจฯจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ แต่ในการประชุมของผู้ตรวจฯพิจารณาเรื่องดังกล่าวไปบ้างแล้ว

ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พ.อ.พีรพล ปกป้อง รอง ผอ.รพ.พระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า น.ส.แพรวาขอเข้ามาปฏิบัติสาธารณประโยชน์ 138 ชม. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.-12 ก.พ. เราเห็นว่าเป็นไปตามคำสั่งศาล ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ราชการด้วยกัน จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล มีตนเป็นประธาน มีเงื่อนไขอีกว่าขอให้ดูแลคนป่วยที่เป็นเหยื่อจากการจราจร รวมถึงทหารที่ได้รับอุบัติเหตุรถยนต์และเป็นอัมพาต ระหว่าง น.ส.แพรวาปฏิบัติหน้าที่จดเวลาเข้าออกการทำงาน มีรายงาน มีผู้ควบคุมการปฏิบัติ และเมื่อวันที่ 27 ม.ค. มีเจ้าหน้าที่คุมประพฤติจาก จ.นนทบุรี เข้ามาดูแลการปฏิบัติของ น.ส.แพรวาและพูดคุยกับตน จึงรายงานตามวาจาให้ทราบและพาไปพบขณะปฏิบัติงานอยู่ ก็ไม่มีการทักท้วงว่าอีกฝ่ายทำผิดหรืออะไรแล้วกลับไป หลังจากที่ น.ส.แพรวา ปฏิบัติงานครบโรงพยาบาลก็ออกใบรับรองว่าเขาได้ปฏิบัติงานครบแล้วตามนี้จริง
“น.ส.แพรวาปฏิบัติงานทั้งเดือน ตั้งแต่ 11 ม.ค.-12 ก.พ. วันเสาร์-อาทิตย์ มาตามที่สะดวก ปฏิบัติงานตั้งแต่ 09.00-15.00 น. ยืนยันว่าปฏิบัติงาน

ตามนั้นจริง แต่หลังอธิบดีกรมคุมประพฤติออกมาเปิดเผยว่า น.ส.แพรวาไม่ได้มาปฏิบัติงานจริง เบื้องต้นยังไม่ได้พูดคุยด้วย หากพูดว่าเราไม่ถูกต้องในฐานะที่ รพ.พระมงกุฎฯ ไม่ได้อยู่ในเขต จ.นนทบุรี ก็ยอมรับเพราะไม่ทราบ เป็นรายละเอียดข้อกฎหมาย แต่เราเอื้อประโยชน์ให้ทางราชการไป โดยให้ น.ส.แพรวาเข้ามาปฏิบัติงาน ถ้าใช้ไม่ได้ให้อธิบดีกรมคุมประพฤติบอกให้ น.ส.แพรวาไปหาโรงพยาบาลใน จ.นนทบุรี ก็จบ ไม่อยากให้เป็นเรื่องระหว่างหน่วยงานราชการ” พ.อ.พีรพลกล่าว

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า รพ.พระมงกุฎเกล้าเอื้อประโยชน์และช่วยเหลือให้ น.ส.แพรวา เพราะมีญาติเป็นอดีตนายทหารระดับสูงของกองทัพบก พ.อ.พีรพลกล่าวว่า ตนไม่ทราบว่า น.ส.แพรวามีญาติเป็นอดีตนายทหารที่ไหน เพราะตอนนั้นตนเป็นรอง ผอ.รพ.พระมงกุฎเกล้า ต้องเป็นประธานจัดการบำเพ็ญประโยชน์ของ น.ส.แพรวา รพ.พระมงกุฎฯ มีผู้ที่เข้ามาบำเพ็ญจิตกุศลจำนวนมาก มีเหยื่อประสบอุบัติเหตุมากพอสมควร สถาบันเราค่อนข้างใหญ่ ชื่อ รพ.เป็นพระนามพระมงกุฎเกล้า เราไม่เอาชื่อพระนามมาทำให้ รพ.เสื่อมเสีย ด้วยการรับรอง น.ส.แพรวา โดยไม่ได้ปฏิบัติงานจริง เรามีผู้ป่วยที่ได้รับ การดูแลจาก น.ส.แพรวา ยืนยันได้ คนไข้ไม่ทราบว่าคนที่ดูแลเขาเป็นใคร แต่เราเอารูปของ น.ส.แพรวา ให้คนไข้ดู คนไข้บอกว่าเป็นคนที่ดูแลเขา เพราะฉะนั้นเขาจริง แต่เราจัดสถานที่ไว้ให้ปฏิบัติงาน เพราะห่วงว่าถ้ามีคนรู้ว่า น.ส.แพรวามาคงไม่ได้ปฏิบัติงาน

“ไม่ได้พูดเพื่อ น.ส.แพรวา รพ.งานเยอะมาก พอมาเจอปัญหานี้รู้สึกแย่ แต่ศาลจะสั่งอย่างไรก็ได้ ให้เขาไปทำที่ไหนเพิ่มเติมอีกเราไม่ว่า แต่เขามาทำที่ รพ.จริง มอบหมายให้ดูแลคนไข้ข้างเตียง ช่วยคนไข้เคลื่อนไหวและมีรูปขณะตัดเล็บให้คนไข้ ช่วยคนไข้ทำกายภาพบำบัด เป็นเพื่อนพูดคุย ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้ เพราะเราเป็นสถาบันใหญ่ ทำอะไรไม่ถูกต้องไม่ได้แน่นอน ล่าสุดทำหนังสือรายงานเรื่องดังกล่าวไปยัง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น พร้อมระบุว่า หากต้องการเข้ามาตรวจสอบการปฏิบัติงานยินดีให้ตรวจสอบ เพราะมีตัวตนทั้งหมด ทั้งคนไข้ และเจ้าหน้าที่ที่ดูแล

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    4.7%
  • ไม่ชอบ
    55.9%
  • สนุก
    5.6%
  • ประหลาดใจ
    32.4%
  • เสียใจ
    0.9%
  • ให้กำลังใจ
    0.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement