รับมือภัยแล้ง! อีสท์ วอเตอร์ ผนึกกำลังป้องภาคตะวันออกขาดน้ำ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

รับมือภัยแล้ง! อีสท์ วอเตอร์ ผนึกกำลังป้องภาคตะวันออกขาดน้ำ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 17:05
416 ครั้ง


3 หน่วยงานน้ำเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง อีสท์ วอเตอร์ นำทีมโครงการชลประทานระยอง และ กนอ. ประกาศชัด อีสเทิร์น ซีบอร์ด ต้องพ้นวิกฤติแล้ง...

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ร่วมกับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และโครงการชลประทานระยอง กรมชลประทาน ชี้แจงความพร้อมรับมือภัยแล้ง เพื่อสร้างความชัดเจนและมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ เนื่องจากพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกถือเป็นที่ตั้งของเขตอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย

นายโสกุล เชื้อภักดี ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำขณะนี้จะเห็นว่าโดยรวมพื้นที่ภาคตะวันออกยังไม่น่าเป็นห่วง ยกเว้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทราที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งเรามีแผนสำรองเพื่อป้องกันภัยแล้ง โดยจะผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มายังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ปริมาณ 87 ล้าน ลบ.ม. เพื่อส่งจ่ายไปยังผู้ใช้น้ำภาคอุตสาหกรรมและอุปโภค บริโภค ในพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี รวมถึงการเร่งรัดโครงการวางท่อส่งน้ำดิบหนองปลาไหล-หนองค้อ เส้นที่ 2 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจ่ายน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลให้กับผู้ใช้น้ำในพื้นที่ปลวกแดง-บ่อวิน ให้สามารถพร้อมส่งจ่ายน้ำได้ภายในต้นเดือนพฤษภาคม 2559

ส่วนพื้นที่ฉะเชิงเทรามีปริมาณความต้องการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งประมาณ 7 ล้าน ลบ.ม. จากการเกิดภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาป่าสัก ทำให้ อีสท์ วอเตอร์ ต้องช่วยส่งน้ำไปให้กับพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มเติมเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมแผนการจัดหาแหล่งน้ำสำรองจากบ่อดินเอกชนเพิ่มเติม เพื่อเตรียมรองรับไว้แล้ว 2.5 ล้าน ลบ.ม. และคาดว่าจะหาเพิ่มได้อีก 4.5 ล้าน ลบ.ม. จะช่วยให้พื้นที่ฉะเชิงเทรามีแหล่งน้ำสำรองในฤดูแล้งอย่างเพียงพอ จากความร่วมมือร่วมใจของทุกหน่วยงานจะช่วยแก้ไขปัญหา และมั่นใจว่าจะผ่านแล้งนี้ไปได้เหมือนทุกครั้ง

ด้าน นายประสานต์ พฤกษาชาติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานระยอง กรมชลประทาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำยังมีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และใช้งานในภาคอุตสาหกรรมตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ โดยอ่างเก็บน้ำหลักในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ดอกกราย คลองใหญ่ มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 192.8 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 66.8% มากกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน 30.4% และอ่างเก็บน้ำประแสร์มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 195.0 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 66% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี สำหรับอ่างเก็บน้ำบางพระและอ่างเก็บน้ำหนองค้อ ในพื้นที่ชลบุรี มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 37.18 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 26.9% ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 32.27%

ส่วน นายวิฑูรย์ อยู่ทิม รองผู้ว่าการ สายงานปฏิบัติการ 3 การนิคมอุตสากรรมแห่งประประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ.มีแผนการรับมือปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2559 โดยมีการสั่งให้จัดทำแผนบริหารจัดการภัยแล้งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งทั่วประเทศ ทั้งยังมีการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยประสานกับกรมชลประทานและกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อรับมือกับปัญหาได้อย่างทันท่วงที และมีการทำงานร่วมกับผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการแจ้งผู้ประกอบการเป็นระยะเพื่อเตรียมความพร้อมตลอดเวลา

นอกจากความร่วมมือดังกล่าว อีสท์ วอเตอร์ ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การนำเทคโนโลยี SCADA มาใช้ควบคุมระบบสูบส่งน้ำของอีสท์ วอเตอร์ ช่วยให้ลดปริมาณน้ำสูญเสียในเส้นท่อได้เหลือน้อยกว่า 3% เป็นการใช้น้ำอย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงนำเสนอแนวคิดการบริหารจัดการน้ำที่เน้นการใช้น้ำทุกหยดอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในโครงการ Water Complex ซึ่งเป็นการวางระบบน้ำแบบครบวงจรให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละอุตสาหกรรม และสามารถนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งระบบนี้ยังสามารถนำมาใช้กับภาคครัวเรือนได้ด้วยการวางระบบน้ำ Reclaimed หรือระบบน้ำแบบ 2 เส้นท่อ แยกท่อน้ำดีกับท่อน้ำเสียออกจากกัน เพื่อนำน้ำที่ใช้แล้วมาผ่านระบบบำบัดขนาดเล็ก และกระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ในระบบฟลัดชิ่งและรดน้ำต้นไม้ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะสามารถตอบโจทย์รัฐบาลในการแก้ปัญหาภัยแล้งได้อย่างยั่งยืน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement