กรธ.จ่อถกร่างรธน. บทบาทส.ว.ให้จบใน22มี.ค.ก่อนทบทวนเนื้อหาทั้งชุด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

กรธ.จ่อถกร่างรธน. บทบาทส.ว.ให้จบใน22มี.ค.ก่อนทบทวนเนื้อหาทั้งชุด

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 มี.ค. 2559 05:05
1,618 ครั้ง


พท.ยุส่งคสช. ลากยาวต่อ5ปี

กรธ.เตรียมถกหาบทสรุปร่าง รธน.ก่อนขนคณะปิดจ๊อบที่หัวหิน ชี้พิจารณาบทบาทหน้าที่ ส.ว.ก่อนตัดสินใจกำหนดระบบที่มา “วันชัย” เชียร์แหลก ส.ว.ลากตั้งดีสุดๆ ร่วมมือกับฝ่ายค้านไล่รัฐบาลชั่วสบายแฮ แต่ “สุชน” ชี้ ส.ว.สรรหาจะขัดแข้งขัดขารัฐบาลจนเป็นง่อยทำงานไม่ได้ พท.ฉะขบวนการมัดมือประชาชนรับร่าง รธน. ชี้ไม่เอาเจอฉบับเลวร้ายกว่า เชื่อ กรธ.อึดอัดกลายเป็นคณะหุ่นเชิดรับใบสั่ง คสช. พร้อมยุ คสช.อยู่ยาวไปเลยอีก 5 ปี ให้รู้แล้วรู้รอด นปช.จวกยับสร้างกติกาลวงโลก จัดเลือกตั้งเป็นอีเวนต์ตบตาว่ามี ปชต.แล้ว ชี้ “มีชัย” หนีไม่พ้นศรัทธาเสื่อมทรุดต้องรับออเดอร์ คสช. ด้าน ปชป.ชงปรับแก้ไขข้อเสนอ คสช.ทุกเรื่อง ชี้เป็นระเบิดเวลาและชนวนประชามติแหกโค้ง หนุน คสช.-กรธ.พบกันครึ่งทาง สิ้นหวัง คสช.ปราบทุจริตล้มเหลว เลือกปฏิบัติ ขาดความจริงจัง

ความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญโค้งสุดท้าย หลายฝ่ายยังจับจ้องไปที่ข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ส่งไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่าจะได้รับการตอบสนองมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากข้อเสนอหลัก 3 ข้อ ทั้งที่มานายกฯ ระบบเลือกตั้ง ส.ส. และการกำหนดให้มี ส.ว.สรรหา ล้วนถูกฝ่ายการเมืองวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าจะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ และจะเป็นชนวนทำให้ประชามติไม่ผ่าน

กรธ.เตรียมถกสรุปบทเฉพาะกาล

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 มี.ค.ว่า จะเตรียมพิจารณาอย่างเร่งรัดในบทเฉพาะกาลในเรื่องสำคัญ แต่ไม่มั่นใจว่าจะเสร็จในวันเดียวหรือไม่ เพราะหลายอย่างยังไม่ชัดเจน แต่อะไรที่เป็นมติก็ต้องยอมรับ โดย กรธ.จะอาศัยฉันทามติ คือความพึงพอใจร่วมกันเป็นหลัก ส่วนในหมวดอื่นๆจะพิจารณาทบทวนในการประชุมนอกสถานที่ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

วางบทบาทก่อนหารูปแบบ ส.ว.

ด้านนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า ในวันที่ 21 มี.ค. จะพิจารณาสอบถามความคิดเห็นของ กรธ.แต่ละคน ที่ศึกษาความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย ทั้งฝ่ายการเมือง สื่อมวลชน เสียงสะท้อนจากสังคม เช่น ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เพราะในส่วนบทเฉพาะกาลนั้นมีความคิดเห็นที่หลากหลายแตกต่างกันมาก จะพิจารณากรณี ส.ว.ควรจะมีบทบาทหน้าที่อย่างไร เพื่อหาแนวทางว่าจะออกมาอย่างไร ต้องจบให้ได้ภายในวันที่ 21-22 มี.ค.นี้ ก่อนไปทบทวนเนื้อหาทั้งหมดในการประชุมนอกสถานที่ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการประชุม กรธ.มักไม่ใช้การโหวต แต่ใช้การฟังเหตุผลดูข้อดีข้อเสียเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็คิดถึงเรื่องการทำประชามติ ถ้าทำออกมาแล้วคนไม่ยอมรับเป็นสิ่งที่เราไม่อยากเห็น

“วันชัย” เชียร์ไม่เลิก ส.ว.ลากตั้งดีสุดๆ

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายวันชัย สอนศิริ โฆษก กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองออกมาต่อต้านข้อเสนอ คสช.ในการเสนอแก้ร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นความคิดเดิมๆที่เห็นแก่ได้ มองแต่พรรคและตัวเองเท่านั้น ไม่คำนึงถึงประเทศชาติประชาชน ถ้าจะถอดรหัสข้อเสนอ คสช.ที่มี ส.ว.สรรหา 250 คน ก็เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการรัฐประหาร หรือเกิดการชุมนุมไล่รัฐบาลอีก ต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ส.ว.250 คน กับฝ่ายค้านจะไปทำอะไรกับรัฐบาลที่ดีได้ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่ทุจริตแบบมีใบเสร็จ ในอดีตแม้จะอภิปรายไล่กัน 5 วัน 5 คืน ก็ยังไล่กันไม่ได้ แต่ต่อไปนี้ ส.ว. 250 คนที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาอาชีพต่างๆ และฝ่ายมั่นคงที่ร่วมนั่งฟังอยู่ด้วย หากเห็นว่าไม่ควรจะเอารัฐบาลไว้ จะร่วมกับฝ่ายค้านโหวตไล่รัฐบาลได้ ทำให้การประท้วง ชุมนุม การรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้น ถ้าใครมาเป็นรัฐบาลที่ดีก็ไม่มีอะไรน่ากลัว แต่ถ้าเป็นรัฐบาลชั่วหวังกอบโกยโกงกิน พึงรู้ไว้ว่าไม่ง่ายแบบเก่าแล้ว

“สุชน” อัดฉุดรัฐบาลเป็นเป็ดง่อย

นายสุชน ชาลีเครือ กรรมาธิการขับเคลื่อนประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ในฐานะเคยเป็น ส.ว.หลายสมัย เข้าใจเจตนาของ คสช.ที่ให้มี ส.ว.สรรหา 250 คน ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เพื่อเป็นกลไกมาควบคุมและถ่วงดุล ส.ส. ไม่ขัดข้องหากจะมีตัวแทนเหล่าทัพมาเป็น ส.ว.สรรหา แต่ไม่ควรให้อำนาจ ส.ว.สรรหามากเกินไป โดยเฉพาะการร่วมลงมติไม่วางใจรัฐบาล ควรให้ ส.ว.สรรหาชุดนี้ทำหน้าที่เพียงการพิทักษ์รัฐธรรมนูญอย่างเดียวน่าจะเพียงพอแล้ว จะเกิดความปรองดองมากกว่า เพราะการให้อำนาจร่วมกับ ส.ส.ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้อาจจะส่งผลให้รัฐบาลชุดต่อไปกลายเป็นรัฐบาลเป็ดง่อย ทำงานได้ไม่เต็มที่ หาก ส.ว.สรรหาเกิดเห็นต่างจากรัฐบาลในการทำงาน อาจจะใช้เสียง ส.ว.เข้ามาลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็นการใช้กลไกควบคุมรัฐบาลเกินความจำเป็น อยากให้ กรธ.ทบทวนข้อเสนอดังกล่าวของ คสช.ให้ดี

พท.ฉะมัดมือประชาชนรับ รธน.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การทำประชามติที่กำลังจะมีขึ้น เหมือนประชาชนไม่มีทางเลือก ถูกมัดมือชก ถ้าไม่ผ่านอาจได้รัฐธรรมนูญที่เลวร้ายกว่าเดิม และยังมีมาตรา 44 มาจำกัดสิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็น มี กกต.มาเปลี่ยนกฎหมายทำประชามติ กำหนดบทลงโทษขั้นหนัก ปิดกั้นเสรีภาพอย่างรุนแรงกับผู้ที่ไม่เห็นด้วย เท่าที่ฟังเสียงประชาชนมีไม่น้อยที่ไม่แน่ใจว่าจะลงประชามติได้อย่างแท้จริง เพราะดูเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญแล้วไม่เป็นประชาธิป-ไตยอย่างมาก ร่างแบบนี้เพื่อให้ล้มในขั้นทำประชามติ แล้ว คสช.จะได้ร่างใหม่ โดยไม่ต้องลงประชามติอีก คำพูดของผู้นำ คสช.หลายคนสะท้อนชัดมุ่งหมายให้ได้รัฐธรรมนูญที่ตัวเองต้องการ ในอนาคตความไม่พอใจ ความขัดแย้งจะปะทุขึ้นแน่ ส่วนตัวอยากเสนอให้การทำประชามติมีการถามพ่วงได้หลายคำถาม อาทิ หากประชามติไม่ผ่านอยากให้มีการเลือกตั้งเร็วหรือไม่ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใดจะให้ คสช.ยกร่างเอง หรือตั้งคณะมายกร่างกันใหม่ หรือตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

กรธ.อึดอัดเป็นแค่คณะหุ่นเชิด

“ท่าทีของ กรธ.หลายคนดูอึดอัดจากคำสั่งคสช. รวมถึงความเห็นของผู้นำ คสช.ในช่วงหลัง ยิ่งพูดถึงเรื่องแบ่ง ส.ว.เป็น 6 กลุ่ม แสดงว่าเขาคิดกันไว้หมดแล้ว มันเป็นวิธีการทำให้ คสช.สามารถมีอำนาจต่อไปอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หากผู้นำ คสช.จะเป็นนายกฯก็ง่ายนิดเดียว ถ้าจะไม่เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งมีสาเหตุเดียว คือไม่ต้องการจะเป็น ส่วนนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่ขณะนี้อายุมากแล้ว หากคำนึงถึงชื่อเสียง ประวัติบั้นปลายชีวิต แน่นอนต้องคิดต่าง แต่ไม่ว่าอย่างไรหลังจากดูคำสั่ง คสช.กับฟังคำพูดผู้นำคนสำคัญของ คสช.แล้ว คงจะทำให้แตกต่างออกไปได้ยากมาก” นาย จาตุรนต์กล่าว

ฉะเปลี่ยนระบอบสู่ “คณาธิปไตย”

นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 40 ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เนื้อหาโดยรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ. จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองประเทศ ที่ไม่เน้นความเป็นประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชนชาวไทยจะเหลือเพียงในนามเท่านั้น สภาผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกมาจะกลายเป็น “ลูกไก่ในกำมือ” ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ ที่ล้วนมาจากการแต่งตั้ง มีอำนาจสูงสุดในประเทศ เป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยทั้งสามอย่าง ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้กันใน “ระบอบคณาธิปไตย” นายกฯที่มาจาก ส.ส. จะถูกกำจัดพร้อมคณะรัฐมนตรี รวมทั้ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ในระยะเวลาอันสั้น เว้นเสียแต่จะทำตัวเป็น “เด็กดี” ในสายตาของทั้ง 3 องค์กรที่กล่าวมาข้างต้น

ยื่นผู้ตรวจร้องร่าง รธน.เป็นโมฆะ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า วันที่ 21 มี.ค. จะไปยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบการร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ว่าไม่ชอบหรือเป็นโมฆะหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดเผยออกมาในวันที่ 29 ม.ค. ยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ เกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็น คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประชาชน เพื่อประกอบการร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่มีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 39/1 อีกทั้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญที่เลขา คสช.ส่งไปยัง กรธ.นั้น มาจากการหารือของประธานแม่น้ำแต่ละสาย ไม่ได้เป็นการหารือขององค์กรซึ่งไม่เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรีบวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว เพราะหากเอาร่างรัฐธรรมนูญที่ถือว่าไม่สมบูรณ์นี้ไปทำประชามติ จะทำให้ประเทศชาติเสียหายเป็นเงินหลายพันล้านบาท

ยุ คสช.อยู่ต่อไปอีก 5 ปีเลยดีกว่า

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระแสคัดค้านข้อเสนอที่ คสช.ส่งไปยัง กรธ. แรงขึ้นทุกวัน หาก กรธ.ทำตามข้อเสนอดังกล่าว และปรากฏว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ก็อยากให้ คสช.ตอบคำถามต่อไปนี้ 1.คสช.หรือ กรธ.จะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนมาใช้ในการเลือกตั้งตามโรดแม็ป 2.ถ้า คสช.ห่วงว่าช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี รัฐบาลต่อไปจะไม่ทำตามการปฏิรูปที่วางไว้ ทำไมไม่อยู่บริหารประเทศต่อ 5 ปี แล้วค่อยคืนอำนาจให้ประชาชน 3.แกนนำ กปปส.บอกแล้วว่าบ้านเมืองยังไม่สงบสุขจริง เลือกตั้งเสร็จอาจเกิดความวุ่นวายได้อีก แล้ว คสช.ทำไมไม่อยู่ยาวต่อไปเลย 4.ในเมื่อทุกวันนี้ดูเหมือนว่าการแก้ปัญหาบ้านเมืองโดย คสช.เดินหน้าไปได้ดี ไม่ว่าจะเป็นผลการสำรวจความคิดเห็น หรือที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. บอกว่าต่างชาติเข้าใจและสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ ทำไมไม่ยอมเหนื่อยเสียสละตนเอง บริหารงานต่อไปอีก เพราะใครก็เก่งสู้นายกฯที่รู้ทุกเรื่องไม่ได้

เย้ยเป็นรัฐบาลนานาชาติรังเกียจ

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ไปร่วมเตะฟุตบอลทีมสวนกุหลาบ กับทีมวีไอพี ชลบุรี ขอบคุณทีมชลบุรีที่เล่นฟุตบอลด้วยน้ำใจนักกีฬา ไม่ฉวยโอกาสเอาเปรียบ ทำให้ตนอยู่ได้ครบ 90 นาที หลายคนชมว่าแข็งแรง จึงตอบกลับไปว่ายังมีภารกิจต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ร่างกายและจิตใจต้องพร้อม เพราะกำลังต่อสู้กับคนหลายประเภท บางคนเพลินกับการใช้อำนาจ พูดจาไม่ให้เกียรติประชาชน ลืมไปว่าอำนาจที่ใช้อยู่คืออำนาจที่ยึดไปจากประชาชน บางคนคิดว่าประชาชนโง่ ไม่พร้อมปกครองตัวเอง ต้องให้คนที่ผู้มีอำนาจคัดสรรมาดูแลประเทศต่อไปอีก 5 ปี ชาติบ้านเมืองจึงจะปลอดภัย ประชาชนจะมีความสุขด้วยค่านิยม 12 ประการที่ผู้นำคิดให้ท่อง ถ้าประชาชนโง่แบบที่เขาคิด ทำไมจึงเลือกรัฐบาลที่สร้างความเจริญจนนานาชาติให้การยอมรับ ส่วนรัฐบาลของคนฉลาดทำไมเศรษฐกิจตกต่ำ นานาชาติรังเกียจไม่ยอมรับ สรุปแล้วที่ว่าโง่ประชาชนจริงหรือ กรุณาอย่าได้ประเมินประชาชนต่ำ เพราะตั้งแต่มีโลกใบนี้มายังไม่เคยมีใครชนะประชาชน

นปช.สับกติกาจอมปลอมลวงโลก

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ถึงข้อเสนอของ คสช.ในการแก้ร่างรัฐธรรมนูญว่า บ่งชี้ได้ชัดเจนว่า ต้องการสืบทอดอำนาจด้วยวิธีสร้างกติกาจอมปลอม จัดเลือกตั้งเพื่อตบตาต่างประเทศว่ามีประชาธิปไตย กติกาเช่นนี้ไม่มีนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ได้ เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรกลายเป็นเสียงข้างน้อย มี ส.ว.สรรหาควบคุมรัฐบาล ชี้เป็นชี้ตายรัฐบาลเลือกตั้งด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่จะไม่เป็นปัญหากับนายกฯคนนอก ซึ่งนายกฯคนใหม่คงไม่พ้นจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุที่มา ส.ว.สรรหาจาก 6 ด้านนั้น ถามว่า นายกฯมีสิทธิอะไรไปคิดแทนประชาชน

“มีชัย” รับออเดอร์สิ้นลายซือแป๋

นายจตุพรกล่าวว่า ส่วนที่ กรธ.จะประชุมเพื่อตัดสินใจข้อเสนอของ คสช.นั้น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. คงทำได้เพียงร่างรัฐธรรมนูญตามใจผู้มีอำนาจสั่งการเท่านั้น ทำให้ยาแรงปราบทุจริตต้องหลบทางไป การร่างรัฐธรรมนูญนี้มีความชัดเจนที่จะอยู่ในอำนาจ 5 ปี แล้วจะมาเสียเงินเลือกตั้งหรือทำประชามติทำไม หากอยากอยู่ต่อก็อยู่ไปเลย เพราะ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังอ้างประเทศไทย ติดกลุ่มประเทศมีความสุขทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก แต่ไม่รู้วัดจากไหน สิ่งนี้คือการกระทำที่เหนือกว่ารัฐบาลเลือกตั้ง ช่างกล้าพูดในสิ่งที่ตรงข้ามที่ประชาชนสัมผัสอยู่ ใช้กลเม็ดการเมืองพูดซ้ำๆ ซากๆ เพื่อกล่อมให้ประชาชนเชื่อ เหมือนที่กำลังหลอกตัวเอง การกระทำเช่นนี้เข้าทำนองทฤษฎีกบอยู่ในกะลา

ปชป.แนะปรับแก้ข้อเสนอ คสช.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอให้กำลังใจ กรธ.ที่จะพิจารณาข้อเสนอของ คสช.ด้วยความหนักใจ ขอให้ กรธ.มีจิตใจมั่นคง เป็นอิสระ มีจิตสำนึกคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าของกลุ่มบุคคลหรือคนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้ เห็นว่ามี 3 ประเด็นที่ควรปรับเปลี่ยนคือ 1.นายกรัฐมนตรีควรเป็น ส.ส. แต่หากจะเป็นคนนอกต้องมาในสภาวะวิกฤติตามแนวทางเดิมของ คสช.และร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ โดยนายกฯคนนอกควรได้เสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนฯอย่างน้อยมากกว่าครึ่งหนึ่งของสภา โดยให้ กรธ.ใช้ดุลพินิจพิจารณาเองว่าเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ 2.ที่มาของ ส.ว.สรรหา หาก กรธ. จะทำตามข้อเสนอของ คสช. ควรมาจากกลุ่มสาขาอาชีพที่หลากหลายให้ประชาชนมีส่วนร่วมพิจารณา โดยไม่มี 6 ตำแหน่ง ผบ.ทหารและตำรวจ 3. ส.ว. สรรหาไม่ควรมีอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากจะเกี่ยวข้องต้องมีเงื่อนไขพิเศษเฉพาะที่ไม่เกี่ยวข้องกับอำนาจ ส.ส. ในส่วนของระบบเลือกตั้งพวงใหญ่ 3 คนเลือกได้คนเดียวนั้น ยืนยันว่ากระทบต่อการพัฒนาทางการเมือง ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลง สวนทางการพัฒนาประชาธิปไตย หาก กรธ.หยิบเอาข้อเสนอของ คสช.ทั้งหมดมาบรรจุในรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะเป็นระเบิดเวลาผูกติดรัฐธรรมนูญที่กระทบต่อการเดินหน้าประเทศ และรัฐธรรมนูญอาจไม่ผ่านประชามติ

ขอดูร่างสุดท้ายก่อนบอกรับ–ไม่รับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายองอาจตอบว่า ต้องรอดูร่างสุดท้ายที่ออกมาว่าจะมีการปรับแก้อย่างไร โดยเฉพาะในบทเฉพาะกาล จะมีการบรรจุเนื้อหาตามที่ คสช.เสนอมาหรือไม่ อย่างไรก็ตามท่าทีของพรรคคงไม่สามารถออกมาได้ชัดเจน เพราะยังไม่สามารถจัดประชุมสมาชิกพรรคได้ แต่สุดท้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คงมีท่าทีออกมาผ่านการปรึกษาหารือและเช็กเสียงอย่างไม่เป็นทางการว่าส่วนใหญ่มีความเห็นอย่างไร ทั้งนี้ อยากขอให้ กรธ.พิจารณาเพิ่มเติมข้อเสนอของตนและพรรคประชาธิปัตย์เรื่องเรียนฟรี 12 ปี ซึ่งเคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 50 แต่ในร่างปัจจุบันลดเหลือแค่ภาคบังคับ 9 ปี

หนุน คสช.–กรธ.พบกันครึ่งทาง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวทางของ กรธ. ที่เสนอให้เจอกันครึ่งทางเพื่อพิจารณาข้อเสนอ คสช.ว่าส่วนตัวเห็นด้วย ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายจะคุยกันคนละครึ่งทาง เพราะตามหลักประชาธิปไตยก็เป็นเช่นนี้ ต้องมีการหารือและประนีประนอมเหตุผลของแต่ละฝ่าย หากทั้ง 2 ฝ่ายคุยกันจำเป็นต้องชี้แจงเหตุผลต่อสาธารณะว่า ที่นำหลักการเช่นนี้มาเพราะอะไร ถ้า กรธ.บอกว่าไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ คสช.เพราะขัดประชาธิปไตยต้องออกมาชี้แจงว่า ยอมทำตามข้อเสนอของ คสช.ไม่ได้เพราะอะไร หรือถ้า คสช.ยังยืนยันว่าข้อเสนอนี้จำเป็นมาก ก็ต้องชี้แจงให้สังคมยอมรับให้ได้เช่นกัน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเหตุผลของแต่ละฝ่ายเองว่าของใครมีน้ำหนักมากกว่ากัน

“วัชระ” ฉะ “วันชัย” สอพลอขอตำแหน่ง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม. พรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นายวันชัย สอนศิริ สปท.สนับสนุนให้มี ส.ว.สรรหา ระบุเหตุผลเพื่อไม่ให้เกิดรัฐประหารและขับไล่รัฐบาลชั่ว พร้อมกล่าวหาฝ่ายการเมืองที่คัดค้านว่าเห็นแก่ตัว ไม่คำนึงถึงประเทศชาติและประชาชนนั้น เป็นหลักคิดของพวกได้ตำแหน่งจากการแต่งตั้ง ที่มองนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชนเลวหมด ที่อ้างว่าเพื่อไม่ให้มีการรัฐประหารนั้น เลอะเทอะไปกันใหญ่ ไม่มีองค์กรใดในประเทศจะป้องกันวัฏจักรวงจรอุบาทว์ของการเมืองไทยได้ หรือที่อ้างว่ามี ส.ว.แต่งตั้งไว้ขับไล่รัฐบาลชั่วนั้น แค่ประชาชนธรรมดาก็มีสิทธิ์ขับไล่รัฐบาลชั่วได้อยู่แล้ว มีแต่บางคนจ้องจะเป็น ส.ว.สรรหาจนตัวสั่น เพราะได้กินเงินเดือนฟรีปีละล้านกว่า นั่งเครื่องบินฟรี เอาญาติมาเป็นผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญอีกปีละร่วม 2 ล้านบาท อยู่ 5 ปี ได้โบนัสฟรีคนละ 10 ล้านบาท โดยมองไม่เห็นหัวประชาชน เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ขอแค่สอพลอผู้มีอำนาจเท่านั้น

กปปส.ชี้จิตสำนึกอยู่เหนือระบบ

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ระบุพาดพิง กปปส.ว่า ไม่เอาประชาธิปไตย สนับสนุนนายกฯคนนอก และ ส.ว.สรรหา 250 คน ว่า กล่าวหาเกินไป เพราะนายกฯคนนอกต้องผ่านการเลือกตั้งจาก ส.ส.โดยใช้เสียง 3 ใน 5 ถามว่าขัดต่อหลักการ ประชาธิปไตยอย่างไร ที่ผ่านมาเรามีนายกฯที่เป็น ส.ส.โดยตรง แต่บางคนใช้อำนาจหน้าที่หาประโยชน์จนต้องหนีคุก บางคนกำลังจะติดคุกจากการสนับสนุนการทุจริต ทั้งที่รู้ว่ามีการโกงแต่ยังเพิกเฉย ส่วนนายกฯคนนอกในอดีตบางคนทำดีจนเป็นรัฐบุรุษ บางคนเป็นต้นแบบของสังคม การกล่าวหาแค่เปลือกหรือใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย บางครั้งจึงไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคนว่าต้องรับผิดชอบต่อประเทศชาติหรือพวกพ้อง

อัด นปช.อย่าอ้าง ปชต.ปลุกปั่น

“อย่าอาศัยคำว่าประชาธิปไตยมาปลุกปั่น ทั้งที่พฤติกรรมพรรคเพื่อไทยเป็นเผด็จการเสียงข้างมากในสภา ออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยให้ตัวเองและพวกพ้อง การที่เขาไม่เห็นด้วยเพราะรู้ว่าตัวเองกำลังถูกตรวจสอบเข้มข้นยิ่งขึ้น กปปส.แค่สกัดการออกกฎหมายสุดซอยได้ แต่การปฏิรูปยังไม่สำเร็จ ยิ่ง คสช.ต้องการตัดวงจรอุบาทว์ คือการทุจริตคอร์รัปชันและใช้เงินบาปมาทุจริตซื้อ
เสียงเข้ามามีอำนาจในสภาคนที่โปร่งใสมีธรรมาภิบาลไม่ต้องกลัวการถูกตรวจสอบ กรณี ส.ว.สรรหา 250 คน ถือเป็น ส.ว.กลั่นกรองที่ปรึกษา ถ้ามาจากการเลือกตั้งข้อเท็จจริงต้องยอมรับว่ามาจากฐานเสียงของพรรคการเมือง จึงไม่ต่างจาก ส.ส. และเกิดปัญหาสภาทาสมาแล้ว แต่ตำแหน่ง 6 ผบ. เหล่าทัพนั้น ผมไม่เห็นด้วย ใครที่เสียดสี กปปส. ขอให้ใจเย็นรอดูการทำประชามติของประชาชนจะดีกว่า” นายถาวรกล่าว

“ไพบูลย์” หนุน ส.ว.ลากตั้งถ่วงดุล

วันเดียวกันที่โรงแรมสุโกศล กลุ่มกรีนและ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภาและรักษาการณ์ หัวหน้ากลุ่มกรีน จัดเสวนาในหัวข้อ “ร่างรัฐธรรมนูญกับอนาคตปฏิรูปประเทศไทย” โดยมีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง (สปท.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ ร่วมเสวนา

นายไพบูลย์กล่าวว่า ขอชื่นชม คสช.ที่เสนอใช้บัตร 2 ใบ แทนบัตรใบเดียวในการเลือกตั้ง ส.ส. ถือเป็นการปฏิรูปพรรคการเมืองที่ทำให้นักการเมืองไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจพรรค และเห็นด้วยกับข้อเสนอให้ ส.ว.มาจากการสรรหา เพื่อถ่วงดุลอำนาจของ ส.ส.และคณะรัฐมนตรี แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้ ส.ว.อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี เพราะจะเกิดความขัดแย้ง

ป้องกันการเมืองอาละวาดบนถนน

ด้านนายเสรีกล่าวว่า ข้อเสนอเรื่อง ส.ว.ที่มาจากการสรรหา สปท.ด้านการเมืองได้เสนอก่อน คสช. รวมถึงนายกฯคนนอก เพราะเราเล็งเห็นจาก วิกฤติที่ผ่านมา ยืนยันว่าที่ สปท.ไม่สนับสนุนให้ใครสืบทอดอำนาจ แต่เป็นความรับผิดชอบของคนที่มีหน้าที่และมีอำนาจในปัจจุบันต้องทำภารกิจให้สำเร็จ ขอย้ำว่าที่เสนอนี้เป็นทางออก หากไม่ควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย ไม่ควบคุมธุรกิจการเมือง ไม่สามารถถ่วงดุลอำนาจการเมืองได้ สุดท้ายประชาชนจะออกมาเดินถนนอีก สำหรับ ส.ว.แบบใหม่ที่เสนอให้ข้าราชการเข้ามาทำหน้าที่ได้ เป็นการรักษาเสถียรภาพ ความสงบเรียบร้อยของประเทศ หากรัฐบาลไม่ดี ก็เห็นด้วยที่ให้ ส.ว.เข้ามาคานอำนาจและเปิดอภิปรายได้ เพื่อให้การตรวจสอบเข้มข้นมากขึ้น หรือให้ ส.ว.มาทำหน้าที่ขับเคลื่อนต่อไป

ข้องใจปฏิรูปไม่คืบต้องฝาก รบ.หน้า

ขณะที่นายสุริยะใสกล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้วางความสำคัญไว้ในสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านมากเกินไป จนเรื่องของประชาชนที่ต้องแก้ไขในปัจจุบันถูกบดบังลง อีกทั้ง คสช.นำการปฏิรูปไปอยู่ในรัฐธรรมนูญทุกเรื่อง จึงอยากเห็นแผนการปฏิรูป 5-6 เรื่องในการประชุมแม่น้ำ 5 สาย แยกออกจากรัฐธรรมนูญ โดยไม่ต้องฝากการปฏิรูปไว้ในมือของรัฐบาลหน้า ส่วนตัวไม่แปลกใจกับข้อเสนอเรื่องที่มา ส.ว.สรรหา เป็นการเสนอที่ชัดเจน ไม่ปกปิดเหมือนการร่างของนายบวรศักดิ์ แต่มีคำถามว่า ทำไมต้องเป็น 5 ปี ถ้าไปถึงปีที่ 4 จะขอต่อหรือไม่ และการนำผู้ทรงคุณวุฒิมาคัดเลือก 8-10 ท่านนั้นเป็นใคร และใครจะตรวจสอบทั้ง 250 คนที่มาจากการแต่งตั้ง ประชาชน 2 หมื่นรายชื่อ ถอดถอนได้หรือไม่ และไม่ต้องห่วงว่า คสช. กับ กรธ.จะขัดแย้งกัน เพราะ นายมีชัยระบุว่า จะเขียนฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้าย

“พิเชฐ” ซัดผู้มีอำนาจไม่ฟังประชาชน

นายพิเชฐกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจรัฐไม่ฟังเสียงของประชาชน ขณะนี้บ้านเมืองตกต่ำมากในทุกมิติ ไร้ความยุติธรรม การปฏิรูปไม่เกิด การสืบทอดอำนาจมีมากขึ้น ทำให้บ้านเมืองเกิดปัญหา ข้อเสนอ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง 250 ตำแหน่งนั้น ไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างแท้จริง แต่การแต่งตั้ง ส.ส.หรือ ส.ว.ไม่สำคัญเท่ากับการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองได้อย่างแท้จริง หากบ้านเมืองยังมีการคอร์รัปชัน รัฐธรรมนูญที่กำลังจะออกมาก็ไม่มีประโยชน์ ภาระทั้งหมดจะตกอยู่กับประชาชน

“วิลาศ” ชี้ คสช.ปราบทุจริตเหลว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ผ่านมามีการอ้างว่าการทุจริตลดลงในช่วงรัฐบาลคสช. แต่พบว่าไม่เป็นความจริง เพราะทั้งก่อนและหลังรัฐประหารดัชนีชี้วัดความโปร่งใสยังเท่ากัน คือ อยู่ที่ตัวเลข 3.8 จากเต็ม 10 คะแนน และเมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรียังระบุว่า การทุจริตไม่ได้ลดลง ตัวอย่างชัดเจนคือ กรณีการทุจริตยาปราบศัตรูพืช แม้มีการลงโทษคนที่ทำผิดบางส่วน แต่กลับไม่ดำเนินการกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดเลยที่เป็น สนช.ขณะนี้ หากไม่ทำก็ต้องยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ลงโทษอดีตผู้ว่าฯบึงกาฬ เพราะทำผิดในลักษณะ เดียวกัน การเลือกลงโทษบางคนชี้ให้เห็นว่าคนทำไม่เอาจริงกับการปราบโกง ก็คงแก้ไม่ได้ นอกจากนี้ขอเสนอให้กำหนดกรอบการปฏิบัติงานขององค์กรอิสระที่ปราบปรามการทุจริต ไม่ใช่กำหนดเฉพาะนักการเมือง แต่ให้รวมกับข้าราชการ ทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจด้วย

เสนอโละธนบัตรเก่าสแกนโกง

“ผมเสนอให้ยกเลิกธนบัตรเดิม และพิมพ์ธนบัตรใหม่เพื่อปราบการทุจริต โดยกำหนดระยะเวลาให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศที่มีเงินไปแลกธนบัตร ใหม่ภายในเวลาหนึ่งปี ไม่แลกถือว่าสละสิทธิ์ จะดูว่าคนที่โกงแล้วบอกว่าไม่ได้โกง จะทำกันอย่างไร และถ้าใครแลกเกินสองล้านต้องชี้แจงที่มาที่ไปของเงิน ถ้าเกินสิบล้านหรือมีเงินฝากเกินสิบล้านทุกบัญชีรวมกัน หน่วยงานที่รับแลกต้องประกาศให้ประชาชนรับทราบจำนวนเงินเพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ คนที่ไม่กล้าแลกเงินจะมีมากหลายล้านล้านบาทที่โกงสะสมเงิน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถนำมาสร้างรถไฟความเร็วสูงโดยไม่ต้องกู้เงิน” นายวิลาศกล่าว

จี้ไล่ออก “สุวิจักขณ์” ปมนาฬิกาฉาว

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปลดนาฬิกาเทวดา 412 เรือน ราคาเรือนละ 7.5 หมื่นบาท รวมวงเงินเกือบ 15 ล้านบาท ที่มีปัญหาการทุจริตราคาแพงเกินจริงลงว่า เป็นความสำเร็จที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ร้องเรียนให้มีการตรวจสอบ แต่ยังไม่มีการดำเนินการกับอดีตเลขาธิการสภาฯ และนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง ที่น่าสนใจคือบริษัทอิควิปแมน จำกัด ที่ชนะประมูล ได้ยกนาฬิกาของกลางทั้งหมด แลกกับการขอคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 1005257 ลงวันที่ 29 มี.ค.2556 มูลค่า 744,554.15 บาท แต่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ไม่กล้ารับนาฬิกาของกลาง ใช้วิธีปลดลง ขอเรียกร้องให้นายกฯออกคำสั่งไล่นายสุวิจักขณ์ หรือวัชระชัยย์ นาควัชระชัย อดีตเลขาธิการสภาฯ ในขณะนั้น ออกจาก ราชการ เพราะสร้างความเสียหายให้กับราชการ และขอให้ตรวจสอบเอาผิดกับนักการเมืองที่เกี่ยวข้องด้วย

ชงใช้ ม.44 แก้ ก.ม.สางคดีทุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงวิธีการทำงานของ ป.ป.ช.ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงที่ผ่านมา มีกรรมการ ป.ป.ช. 9 คน และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. 200 คน ร่วมประชุม โดยที่ประชุมมีการเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่มีประสบการณ์ทำงานระดับหนึ่งหรือเทียบเท่าระดับซี 4-5 มาร่วมทำสำนวนคดีทุจริต จากปัจจุบันที่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ระดับชำนาญการหรือเทียบเท่าข้าราชการระดับซี 6 ขึ้นไป ขณะนี้ ป.ป.ช.มีเจ้าหน้าที่ระดับชำนาญการ 200 คน ทำให้แต่ละคนต้องรับผิดชอบสำนวนจำนวนมากคนละ 20-30 สำนวน หากผ่องถ่ายสำนวนให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการได้จะช่วยการทำงาน ป.ป.ช.รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่การแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. ต้องใช้เวลามาก ที่ประชุม จึงหารือว่าควรเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้ออกคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.ในประเด็นดังกล่าว ขณะนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. สั่งให้ฝ่ายกฎหมาย ป.ป.ช. ไปจัดทำร่างแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.ประเด็นดังกล่าว เพื่อส่งมาให้พิจารณา หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศในวันที่ 20 มี.ค.

“ยรรยง” สงสัยจีทูจีไม่โปร่งใส

นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ผิดหวังกับการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล เพราะความเป็นอยู่ของเกษตรกรตกตํ่า ลงมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ราคาข้าวตกตํ่า แทนที่ รัฐบาลจะวางแผนแก้ปัญหา กลับแก้ตัวว่าเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจโลก และสิ่งที่คาใจคือ การระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลกว่า 10 ล้านตัน ทั้งการขายให้อุตสาหกรรมและการขายข้าวแบบจีทูจีให้จีน มีพิรุธหลายประการ สวนทางกับนโยบายปราบโกงของรัฐบาล อาทิ การระบายข้าวเสื่อมให้อุตสาหกรรม ทำไมการประมูลจำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมบางประเภทไม่เปิดกว้าง และเหตุใดจึงกีดกันไม่ให้เซอร์-เวเยอร์ที่ผู้เชี่ยวชาญการตรวจคุณภาพข้าวร่วมตรวจ อีกทั้งการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้จีน ก็มีหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติชวนสงสัยว่าจะเป็นการขายแบบรัฐต่อรัฐจริงหรือไม่ ในเมื่อชูนโยบายปราบโกง ก็ควรจัดการอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

“นิด้าโพล” ชี้คนรับได้ ส.ว.สรรหา

วันเดียวกัน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหา ในช่วงเปลี่ยน ผ่าน 5 ปี” จากประชาชน 1,250 ตัวอย่างที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกระดับการศึกษาและอาชีพ พบว่า
ร้อยละ 52.08 เห็นด้วยต่อการให้มี ส.ว.สรรหาช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะบ้านเมืองจะได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ตรวจสอบและควบคุมดูแลการทำงานของรัฐบาล ขณะที่ร้อยละ 40.64 ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า ส.ว.ควรมาจากการเลือกตั้งของประชาชน หรืออย่างน้อยให้มีการเลือกตั้งด้วยส่วนหนึ่ง และระยะเวลา 5 ปีนานเกินไป อาจเป็นการสืบทอดอำนาจ เมื่อถามถึงการให้ คสช.เข้ามาเป็น ส.ว.สรรหา ร้อยละ 51.36 เห็นด้วย ร้อยละ 44.64 ไม่เห็นด้วย ส่วนการให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้ามาเป็น ส.ว.สรรหา ร้อยละ 53.76 เห็นด้วย

ขณะที่ร้อยละ 36.72 ไม่เห็นด้วย สำหรับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 54.80 เห็นด้วยที่จะให้มาเป็น ส.ว.สรรหา ส่วนอีกร้อยละ 36.16 ไม่เห็นด้วย ต่อข้อถามถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพมาเป็น ส.ว. สรรหาโดยตำแหน่ง ร้อยละ 49.31 เห็นด้วย เพราะผู้บัญชาการเหล่าทัพมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ร้อยละ 42.07 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการสืบทอดอำนาจของทหาร อาศัยระบบพวกพ้อง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    45.0%
  • ไม่ชอบ
    16.8%
  • สนุก
    26.7%
  • ประหลาดใจ
    5.8%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    5.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement