ลุ้นหนัก ทุเรียนนนท์สวนป้าต้อย! รอดน้ำท่วมใหญ่ เจอแล้ง-น้ำเค็มรุก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ลุ้นหนัก ทุเรียนนนท์สวนป้าต้อย! รอดน้ำท่วมใหญ่ เจอแล้ง-น้ำเค็มรุก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มี.ค. 2559 20:39
2,196 ครั้ง


ป้าต้อย-ลุงหมู เจ้าของทุเรียนนนท์ที่ยังเหลืออยู่เพียงไม่กี่เจ้า ลงทุนเจียดเนื้อที่ในสวนขุดสระกักน้ำเพื่อคลายความเค็ม หลังเจอภัยแล้ง-น้ำเค็มรุก นำไปรดต้นแล้วเหี่ยวเฉา บอกตรงๆ ปีนี้ ทุเรียนนนท์ราคาจะเพิ่มอีกเท่าตัว...


เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 59 ที่สวนทุเรียนนนท์ ป้าต้อย-ลุงหมู หมู่ 3 ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสวนที่อนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนนทบุรี เช่น ก้านยาว หมอนทอง ชะนี และ กบสายพันธุ์พื้นบ้าน บนเนื้อที่ 4 ไร่ เป็นสวนทุเรียนของ จ.นนทบุรี เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งที่รอดพ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ทำให้ผลผลิตเหลือน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคที่อยากลิ้มลองรสชาติความอร่อยของทุเรียนนนท์ที่ขึ้นชื่อลือชา และผลผลิตที่ได้น้อยลง ทำให้ทุเรียนเมืองนนท์มีราคาแพงมากขึ้น เป็นที่รู้กันดี

นางมะลิวัลย์ หาญใจไทย วัย 53 ปี และ นายสมนึก หาญใจไทย วัย 55 ปี หรือ ป้าต้อย-ลุงหมู สองสามีภรรยา อาชีพทำสวนทุเรียนมรดกตกทอดมาจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ กล่าวเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า สวนทุเรียนของตนถือว่าโชคดีมากที่รอดพ้นจากถูกน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 เพราะขณะที่น้ำเริ่มไหลบ่ามาตนพร้อมด้วยสามีและลูกๆ ได้ช่วยกันทำแนวคันดินเสริมป้องกันน้ำท่วมไม่ให้ทะลักเข้ามาในพื้นที่สวน จนสามารถป้องกันเอาไว้ได้ ทำให้ทุเรียนของจังหวัดนนทบุรียังไม่สูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ หลังจากผ่านน้ำท่วมมาแล้วคิดว่าจะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นอีก แต่ก็ยังประสบปัญหาเรื่องน้ำทะเลหนุน ตอนแรกยังไม่ทราบจึงได้นำน้ำมารดต้นทุเรียน ปรากฏว่าต้นทุเรียนเริ่มเฉาแห้ง และมียืนต้นตาย สาเหตุมาจากน้ำที่นำมารดมีความเค็มสูง

ป้าต้อย กล่าวอีกว่า ได้ตัดสินใจแก้ปัญหาโดยวางแนวท่อประปาตามโคนต้นทุเรียนเพื่อนำน้ำประปามาใช้ ปรากฏว่าน้ำประปามีสารคลอรีน เมื่อนำมารดต้นทุเรียนทำให้ต้นทุเรียนเกิดใบสีน้ำตาลและร่วงหมด หลังทดลองนำน้ำประปาปล่อยลงท้องร่องเพื่อให้สารคลอรีนระเหย ก่อนนำน้ำมารดต้นทุเรียน ปรากฏว่าได้ผลดี จึงตัดสินใจยอมเสียพื้นที่ปลูกทุเรียนเพื่อขุดบ่อน้ำขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 9 เมตร ลึก 4 เมตร กักเก็บน้ำไว้ใช้ พร้อมทั้งใช้เป็นบ่อพักน้ำประปาอีกด้วย แต่ยังต้องคอยใช้เครื่องวัดค่าความเค็มก่อนนำน้ำรดต้นทุเรียนทุกครั้ง และเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันเกิดภัยแล้งอย่างมาก เกรงว่าน้ำที่กักเก็บไว้ใช้จะไม่เพียงพอจึงได้ติดตั้งแท็งก์น้ำขนาด 6,000 ลิตร สำรองไว้อีกจำนวน 2 ถัง

"สำหรับผลผลิตของทุเรียนปีนี้จะได้ผลผลิตที่น้อยลงมาก จากภัยแล้งที่รุนแรง และอากาศที่ร้อน ทำให้ใบทุเรียนเกิดอาการแห้งเหี่ยว ปลายใบ เป็นสีน้ำตาล ส่งผลกระทบในการเจริญเติบโตของผลทุเรียนที่อยู่บนต้น ถ้าไม่ดูแลรักษาให้ดีก็จะร่วงหมด คาดว่าราคาทุเรียนนนท์ในปีนี้จะมีราคาพุ่งสูงขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมาถึงเท่าตัว" ป้าต้อย กล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    62.5%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    12.5%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    25.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement