'องอาจ' เตือน กรธ. 'ใบสั่ง คสช.' คือระเบิดเวลา - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'องอาจ' เตือน กรธ. 'ใบสั่ง คสช.' คือระเบิดเวลา

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มี.ค. 2559 14:50
2,732 ครั้ง


"องอาจ" ชี้ กรธ.ต้องพิจารณาข้อเสนอ แม่น้ำ 4 สาย อย่างรอบคอบ-เป็นที่ยอมรับจาก ปชช. แนะหั่นอำนาจ ส.ว.ลากตั้ง พร้อมแก้ปม "นายกฯคนนอก" ให้มีได้แค่ช่วงวิกฤติ ส่วนจะรับ-ไม่รับ ขอดูร่างฯ สุดท้ายก่อน

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 59 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอในการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ ของแม่น้ำ 4 สาย ว่า ที่ผ่านมาการดำเนินงานของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีการปรับแก้เนื้อหาตามที่แต่ละฝ่ายเสนอตามสมควร ซึ่งการที่ กรธ.จะพิจารณาข้อเสนอของ คสช.เกี่ยวกับบทเฉพาะกาลในวันที่ 21 มี.ค.นี้ คงสร้างความหนักใจให้กับ กรธ. เพราะมีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและคัดค้าน จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ตนจึงอยากให้กำลังใจ กรธ.ให้มีจิตใจมั่นคง เป็นตัวของตัวเอง มีจิตสำนึกคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าของคนใดคนหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า กรธ.เป็นผู้ทรงคุณวุฒิน่าจะพิจารณาได้ว่าข้อเสนอของ คสช.มีความเหมาะสมแค่ไหน สมควรจะบัญญัติไว้แค่ไหนอย่างไร ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้านเพื่อให้บทเฉพาะกาลได้รับการยอมรับจากประชาชน โดยเห็นว่าควรมีการปรับเปลี่ยนข้อเสนอของ คสช. คือ ในเรื่องที่มานายกรัฐมนตรีนั้นควรเป็น ส.ส. แต่กรณีที่จะให้มาจากคนนอกได้ควรเข้ามาในสภาวะวิกฤติตามแนวทางเดิมของ คสช.และร่าง รธน.ฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และหากจะให้มีนายกฯ คนนอกในสถานการณ์ปกติก็ควรได้เสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือต้องได้เสียงมากกว่านายกรัฐมนตรีที่มาจาก ส.ส.

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่มาของ ส.ว.สรรหา หาก กรธ.จะทำตามข้อเสนอของ คสช.ก็ควรมาจากกลุ่มสาขาอาชีพที่หลากหลาย และให้ประชาชนมีส่วนร่วมพิจารณาด้วย ที่สำคัญคือไม่ควรมีตำแหน่งทางทหารและตำรวจเข้ามาเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่ของ ส.ว.สรรหา ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากจะเกี่ยวข้องต้องมีเงื่อนไขพิเศษเฉพาะที่ไม่เกี่ยวข้องกับอำนาจ ส.ส. ขณะที่เรื่องระบบเลือกตั้งในระยะเปลี่ยนผ่านนั้น เห็นว่าไม่ควรมีผลกระทบต่อการพัฒนาทางการเมือง เพราะการเลือกตั้งเขตใหญ่จะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ อีกทั้งไม่สามารถตอบโจทย์ที่จะทำให้บ้านเมืองช่วงเปลี่ยนผ่านไม่เกิดปัญหาได้ และการซื้อเสียงจะมีมากขึ้นด้วย จึงหวังว่าจะมีการปรับแก้ให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายองอาจ กล่าวอีกว่า ถ้า กรธ.หยิบเอาข้อเสนอของ คสช.ทั้งหมดมาบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญ ก็เชื่อว่าการผ่านประชามติจะลำบากมากขึ้นและเป็นระเบิดเวลาผูกติดรัฐธรรมนูญอีกนาน ไม่เป็นผลดีต่อการทำให้บ้านเมืองเดินหน้า สำหรับท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ต้องดูร่างสุดท้ายที่ออกมาว่าจะมีการปรับแก้อย่างไร โดยเฉพาะในบทเฉพาะกาลว่าจะมีการบรรจุเนื้อหาตามที่ คสช.เสนอมาหรือไม่ อย่างไรก็ตามท่าทีของพรรคคงไม่สามารถออกมาได้ชัดเจน เพราะประชุมไม่ได้ แต่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คงมีท่าทีออกมาผ่านการปรึกษาหารือและซาวเสียงอย่างไม่เป็นทางการว่าส่วนใหญ่มีความเห็นอย่างไร.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    68.6%
  • ไม่ชอบ
    25.8%
  • สนุก
    2.5%
  • ประหลาดใจ
    0.6%
  • เสียใจ
    2.5%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement