กรธ.ทำยักท่า ชี้ปรับแก้ตามคสช. ไม่มีใครได้เต็มร้อย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กรธ.ทำยักท่า ชี้ปรับแก้ตามคสช. ไม่มีใครได้เต็มร้อย

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มี.ค. 2559 05:48
2,027 ครั้ง


“สรรเสริญ” แจงวางสเปก ส.ว.ลากตั้ง เหมือนที่ใช้เลือก สนช.จากทุกสาขาอาชีพ ใครเห็นต่างให้ประชามติตัดสิน โฆษก กรธ.ยักท่า “บิ๊กตู่” ต้องการแบบไหนให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรมา “ชาติชาย” แนะอย่าบีบรัฐบาลเลือกตั้งมากไป ไม่มีใครได้เต็มร้อยขอพบกันครึ่งทาง “ประสงค์” ไม่เชื่อ ส.ว.กดปุ่มเดินหน้าปฏิรูปสำเร็จ “ดิเรก” ซูฮกคสช.วางหมากแยบยล สุมไฟขัดแย้งรอบใหม่ อดีตปธ.วุฒิฯบอกเห็นลาง รธน.ฉบับ 21 กลิ่นปฏิวัติลอยมาแต่ไกล “อภิสิทธิ์” ห่วงให้ดาบ ส.ว.ลงมติไม่ไว้วางใจ ตอก “วิษณุ” ยกเหตุผลย้อนแย้งตัวเอง พท.โวยไม่ใช่หน้าที่ ผบ.เหล่าทัพจะมานั่งสภาสูง “ตู่” ฉะข้อเสนอ คสช.หวังให้เกิดเรื่อง เย้ย กปปส.ยึดหลักการมั่นไม่เอาประชาธิปไตย กปปส.เตือนอย่าหลงคิดว่าบ้านเมืองสงบสุข

การยกร่างรัฐธรรมนูญใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้าย ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นัดเก็บตัวเพื่อยกร่างสุดท้ายวันที่ 23-26 มี.ค. ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายต่างๆต่อข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในหลายประเด็นร้อนยังคงมีออกมาต่อเนื่อง

“ไก่อู” แจงสเปก ส.ว.ลากตั้งแบบ สนช.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 มี.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิจารณ์ข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้มีแต่ ส.ว.สรรหา 250 คน เพื่อควบคุมช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ว่า ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงชัดเจนแล้ว ผู้ที่แสดงความคิดเห็นแตกต่างถือเป็นสิทธิของแต่ละคน สุดท้ายต้องไปสู่การทำประชามติให้ประชาชนตัดสิน ส่วนที่นายกฯระบุว่า ส.ว.สรรหาต้องมี 6 กลุ่มงานของ คสช.นั้น เป็นแนวทางที่ต้องการให้ได้ตัวแทนประชาชนจากทุกสาขาอาชีพมาเป็น เหมือนที่เคยใช้ในการเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาช่วงนายกฯลงพื้นที่ จ.อุดรธานีนั้น การลงพื้นที่มีคนต้อนรับมาก ทำให้นายกฯมีกำลังใจแก้ปัญหาให้ประเทศ คนส่วนใหญ่ทั้งนักธุรกิจ ข้าราชการ ประชาชน เห็นด้วยกับแนวทางการทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน การมีคนเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมายก็แล้วกัน

กรธ.ขอคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ข้อเสนอของ คสช. ในทางปฏิบัติยังไม่ทราบว่าจะได้เช่นนั้นหรือไม่ ทุกเรื่องที่ คสช.เสนอมา กรธ.บางส่วนคิดเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม เข้าใจว่า คสช.ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น รู้ว่าอะไรต้องแก้ไข เราต้องให้เกียรติเขาส่วนหนึ่ง แต่การจะแก้ออกมาอย่างไรเป็นฉันทามติ ไม่มีการเอาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นตัวตั้ง ไม่มีใครเสียงดังกว่าใคร ส่วนข้อเสนอนายกฯเรื่องการแบ่งกลุ่ม ส.ว.เป็น 6 กลุ่ม เราจะนำคำสัมภาษณ์ของนายกฯมาปรับแก้ทุกครั้งก็ไม่ใช่เรื่อง ต้องทำมาเป็นลายลักษณ์อักษรถึงจะรับฟังได้ การแบ่งกลุ่มต้องตั้งกรรมการสรรหาขึ้นมาเองจะเอากี่กลุ่ม ถ้าต้องการให้มี 6 กลุ่ม ก็ต้องทำเป็นเอกสารส่งเข้ามา แต่หลักการสรรหาไม่ควรอยู่ในรัฐธรรมนูญ เพราะละเอียดเกินไป แต่อาจไปอยู่ในกฎหมายประกอบ หรือหากกลัวไม่รัดกุมก็อาจเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล

แนะอย่าบีบรัฐบาลเลือกตั้งมากไป

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. กล่าวว่า ส่งรายละเอียดข้อเสนอ คสช. ให้ กรธ.ทุกคนไปคิดเป็นการบ้าน แนวทางที่จะออกมามี 3 รูปแบบ คือ 1.ไม่เอาเลยเพราะผิดหลักการรัฐธรรมนูญฉบับถาวรของ กรธ. 2.เห็นด้วยกับ คสช.ทุกอย่าง 3.เจอกันครึ่งทาง โดยดูว่าแต่ละข้อที่ขอมาจะทำได้เพียงไหน มีเงื่อนไขไม่บีบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมากเกินไปและให้ปฏิรูปได้ เราต้องดูด้วยว่าไม่ใช่มีแล้วทำให้รัฐบาลเลือกตั้งออกกฎหมายอะไรไม่ได้เลย ฉะนั้น จึงบอกไม่ได้ว่าหน้าตาร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร ที่ผ่านมา กรธ.ไม่เคยโหวตกันเลย แต่จะหว่านล้อมจนกว่าจะเห็นด้วย ครั้งนี้คงเป็นแบบนั้นหาจุดร่วมกัน และนายมีชัยคงต้องเล่นบทหนักในครั้งนี้เพื่อให้ลงเอยด้วยดี

ไม่มีใครได้เต็มร้อยพบกันครึ่งทาง

นายชาติชายกล่าวว่า ข้อเสนอ คสช.ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล แต่อยู่ที่ว่าเราจะเสี่ยงหรือไม่ เมื่อเขียนมาเช่นนี้คงดูแล้วว่าทางการเมืองเขารับมือได้ อย่างน้อยมีวิธีเจรจากับกลุ่มการเมือง หากเราเอาด้วยหรือไม่เอากับ คสช. กรธ.ก็ถูกด่าอยู่แล้วเพราะโดนด่าตั้งแต่ตั้งมาแล้ว ยังมองว่าทางเลือกข้อ 3 น่าจะดีสุด ให้รัฐบาลเลือกตั้งเขาทำอะไรได้บ้าง เพราะโลกนี้ไม่มีใครได้อะไร 100 เปอร์เซ็นต์ แบ่งๆกันไป หากมองในแง่การเมือง การเขียนมาเช่นนี้เปิดหน้ามาแล้ว เขาน่าจะลุยเต็มที่ให้ประชามติผ่าน

ดันข้อเสนอแม่น้ำ 4 สายประชามติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า การประชุมวันที่ 22 มี.ค. จะเปิดให้กรรมาธิการฯเสนอความเห็นการตั้งคำถามประชามติของ สปท.ส่งให้ สนช.พิจารณาว่าควรถามคำถามลักษณะใด ตนจะติดตามการแถลงชี้แจงการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.วันที่ 21 มี.ค. ว่าสอดคล้องตามข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สายหรือไม่ หากประเด็นไหนที่ถกเถียงกันมากแล้วไม่ได้ข้อสรุป กมธ.การเมืองอาจหยิบมาผลักดันให้ตั้งคำถามประชามติต่อไป การถามประชาชนจะได้ทางออกดีที่สุด

สนช.อาศัยเวทีไอพียูแจงโรดแม็ป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. นำคณะ สนช.เดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (IPU) ครั้งที่ 134 ระหว่างวันที่ 17-25 มี.ค.2559 ที่กรุงลูซากา ประเทศแซมเบีย มีโอกาสเข้าหารือทวิภาคีกับนายชุนอิจิ ซุสุกิ หัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาญี่ปุ่น จากนั้นเข้าพบนายซาแบร์ โฮซเซน เชาว์ดรี ประธานสหภาพรัฐสภา และนายมาร์ติน จุนกอง เลขาธิการสหภาพรัฐสภา เพื่อชี้แจงสถานการณ์ของไทย และทุกอย่างจะเดินตามโรดแม็ปรัฐบาล พร้อมกับยืนยันว่า สนช.ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญ การลงประชามติ ซึ่งนายซาแบร์ โฮซเซน เชาว์ดรี รับทราบสถานการณ์ของไทย และจะรายงานพัฒนาการประชาธิปไตยที่ดีของไทย ต่อคณะมนตรีบริหารของสหภาพรัฐสภาต่อไป

“ประสงค์” ไม่เชื่อ ส.ว.กดปุ่มปฏิรูปได้

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวว่า ข้อเสนอ คสช.ให้มี ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ทำให้ดูเหมือนว่าใครตั้งมาก็เป็นคนของคนนั้น ความน่าเชื่อถือจะลดลงโดยอัตโนมัติ อาจถูกมองว่าสั่งการได้ กลายเป็นจุดอ่อนในการทำงานของ ส.ว.ชุดนี้ ส่วนตัวเห็นว่า การเลือกตั้งทั้งหมดเป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่หากเกรงว่า ส.ว.เลือกตั้งจะมีฐานเสียงเดียวกับฝ่ายการเมือง ก็มีทางออกโดยมี ส.ว.แต่งตั้ง 1 ใน 3 ของ ส.ว.ทั้งหมด ส่วนที่เหลือให้มาจากการเลือกตั้ง เพื่อมาผสมกันน่าจะดีขึ้น ส่วนที่ คสช.อ้างว่า เพื่อเดินหน้าการปฏิรูปนั้น ตนไม่เชื่อ เพราะตอนนี้มีอำนาจขนาดนี้ แต่การปฏิรูปตำรวจ การปฏิรูปพลังงาน ยังทำไม่เต็มที่ ลองทำ 2 เรื่องนี้ให้ดูก่อน ส่วนเรื่องนายกฯคนนอกเขาคงหวังแก้ปัญหาทางตันทางการเมือง แต่ตนเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญสามารถแก้ปัญหาได้อยู่แล้ว เรื่องนี้วิจารณ์กันเยอะ หากนายกฯมาจากกระบวนการเลือกตั้งจะทำให้ภาพลักษณ์สง่างามกว่า

“ดิเรก” ซูฮก คสช.วางหมากแยบยล

นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีต ส.ว.นนทบุรี กล่าวว่า ข้อเสนอ คสช. ให้มี ส.ว.สรรหา 250 คน โดยมี ผบ.เหล่าทัพร่วมเป็น ส.ว.ด้วยนั้น ชัดเจนว่าต้องการเข้ามาคุมอำนาจ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะบริหารงานไม่ได้ ทำอะไรไม่ถูกใจจะถูกเขี่ยทิ้งด้วยน้ำมือ ส.ว.สรรหา ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก เพราะมี ส.ว.สรรหาคอยคุมเกมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่รองนายกฯบางคนบอกว่า ในอดีตแก้ไขรัฐธรรมนูญกันเฟอะฟะ คงพูดอย่างเข้าใจผิด ที่ผ่านมาแก้ในจุดที่ขัดหลักสิทธิเสรีภาพประชาชน การวางเกมให้ ส.ว.สรรหามาคุมเกมแบบนี้ วางหมากแยบยล แต่จะเป็นชนวนเริ่มต้นความขัดแย้งรอบใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อย่าคล้อยตาม ควรสร้างระบบให้เป็นสากล เน้นปราบทุจริตจริงจัง แล้วพัฒนาคนเข้ามา อย่าถอยหลังสู่อดีต บ้านเมืองเราเดินมาสู่ประชาธิปไตยแล้ว ถ้าย้อนยุคกลับไป สุดท้ายก็ปฏิวัติอีก

เห็นลาง รธน.ฉบับ 21 ลอยมาแต่ไกล

นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ข้องใจเรื่องอำนาจหน้าที่ กับกระบวนการสรรหา ส.ว.ทั้ง 250 คน คำถามคือ จะให้ สนช.กับ สปท.หรือข้าราชการประจำ มานั่งเป็น ส.ว.สรรหาได้หรือไม่ ส่วนการให้ ส.ว.อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ เหมือนเป็นประชาธิปไตย หรือเป็นเจตนาดีอยากปฏิรูปประเทศ แต่ความจริงไม่ใช่ คสช.ไม่วางใจนักการเมือง ไม่วางใจประชาชนที่ทำหน้าที่เลือกผู้แทนเข้ามา ไม่วางใจคนอื่นว่าจะปฏิรูปตามแผนของตนได้ ระบบนี้ถ้าเข้าสู่การเลือกตั้ง มี ส.ส.หรือรัฐบาล ที่เป็นขั้วตรงข้ามเข้าสภาเมื่อไหร่ จะไม่เป็นธรรม ความขัดแย้งเกิดแน่ ลูกระเบิดบางทีก็มาแบบนึกไม่ถึง สิ่งใดไม่เป็นสากล ขัดหลักความถูกต้องของสังคมมนุษย์ ขอเตือนว่าจะไปได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆสุดท้ายแล้วจะติดล็อก ตนเห็นเค้าลางรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป ฉบับที่ 21 ลอยมาแต่ไกล เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญขัดหลักการ ทำให้แก้ยาก จะมีทางออกอื่นใดได้นอกจากฉีกอีกครั้ง

“มาร์ค” ห่วงให้ ส.ว.ลงมติไม่ไว้วางใจ

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกฯกำหนดให้แบ่ง ส.ว.สรรหาเป็น 6 กลุ่ม ว่า ไม่ทราบว่า กรธ.จะเห็นชอบกับข้อเสนอ คสช.หรือไม่ แต่การลงรายละเอียดจัดแบ่งกลุ่ม ส.ว.สรรหาอย่างไรนั้นเป็นเรื่องรอง เรื่องหลักที่กังวลคืออำนาจของ ส.ว.ชุดแรก จะจำกัดขอบเขตอย่างไร หากให้ประชุมร่วมตามปกติ หรือติดตามเรื่องการปฏิรูป คงไม่เป็นไร แต่หากเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงมติไม่ไว้วางใจ หรือไว้วางใจรัฐบาล คงไม่เหมาะสม “เป็นกำลังใจให้ กรธ.ขอให้รักษาระบบหลัก เพราะในที่สุดแล้วหากร่างรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับของประชาชน ประชาชนจะสนับสนุน กรธ.ในการลงประชามติ”

ตอก “วิษณุ” เหตุผลย้อนแย้งตัวเอง

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุ ส.ว.สรรหาชุดแรก จะช่วยเหนี่ยวรั้งกรณีที่ ส.ส.ต้องการแก้รัฐธรรมนูญบ่อยครั้งนั้น การให้ ส.ว.เข้ามาถ่วงดุลเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญในช่วงแรก เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะอาจมีความกังวลว่าถ้าไม่เปิดโอกาสให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย จะมีคนพยายามเข้ามารื้อรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะกำหนดให้ ส.ว.เข้ามามีอำนาจลงมติไม่ไว้วางใจหรือให้ข้าราชการประจำมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย เมื่อถามว่านายวิษณุยืนยันว่า ผบ.เหล่าทัพที่เข้ามาเป็น ส.ว.แค่ 6 คน ไม่มีพลังกำหนดทิศทาง ส.ว.ทั้งหมดได้ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจะเข้ามาเป็น ส.ว. เพราะอะไร เหตุผลขัดแย้งในตัวเอง เหตุใดต้องทำให้เสียหลักการระบบประชาธิปไตย ให้ข้าราชการประจำมาเป็นนักการเมือง

คสช.อย่าจุ้นเลือกนายกทนายฯ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และประธานทนายความรุ่นที่ 16 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ล่าสุด คสช.มีคำสั่งให้สภาทนายความฯชะลอจัดการเลือกนายกสภาทนายความฯและคณะผู้บริหาร โดยอ้างประกาศ คสช.ที่ 7/2557 ห้ามชุมนุมทางการเมือง โดยให้ผู้บริหารชุดเดิมทำหน้าที่รักษาการไปก่อน ทั้งที่การเลือกตั้งของสภาทนายความฯเป็นองค์กรวิชาชีพ ไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง และไม่ใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งข้อกฎหมายและพฤติการณ์จึงไม่ถือว่าขัดคำสั่ง คสช. ถามว่าเหตุใดสภาวิชาชีพอื่น อาทิ สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา สภาวิศวกรรม หรือนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย สามารถเลือกตั้งในยุค คสช.ได้ แต่กลับห้ามสภาทนายความ จึงขอให้ คสช.ทบทวนคำสั่ง หากยังไม่ยกเลิกคำสั่ง จะทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ว่า ทำไมถึงเลือกปฏิบัติเฉพาะสภาทนายความ ในอนาคตเมื่อ คสช.หมดอำนาจ คิดหรือว่าไม่ต้องพึ่งพาทนายความเมื่อมีผู้ฟ้องร้องท่าน

ปมไหนร้อนทำประชามติวัดกันเลย

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอ คสช. ทั้งประเด็นนายกฯคนนอก ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ระบบเลือก ส.ส. เขตแบบพวงใหญ่ เห็นว่าควรเอาไปเป็นคำถามทำประชามติจากประชาขนเจ้าของประเทศ เพื่อลดความขัดแย้ง ถ้าประชาชนไม่เอาข้อเสนอนี้ก็ตกไป ถ้าประชาชนเอาข้อเสนอเหล่านี้จะเป็นรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามวิถีประชาธิปไตยเสียงข้างมาก เชื่อว่าจะช่วยลดความขัดแย้งในอนาคตได้ และลดผลกระทบต่อร่างรัฐธรรมนูญหลักที่ทำกันมาไกลมากแล้ว

พท.โวยไม่ใช่หน้าที่ ผบ.เหล่าทัพ

ด้านนายอํานวย คลังผา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่าที่ให้ ผบ.เหล่าทัพเข้ามาเป็น ส.ว.สรรหา เพื่อป้องกันการรัฐประหารนั้น ไม่เห็นด้วย หน้าที่ ผบ.เหล่าทัพคือดูแลความสงบตามแนวชายแดน สร้างความปรองดองในชาติ วันนี้ชายแดนใต้ยังมีปัญหาอยู่ การปรองดองก็ยังไม่เกิด ถ้าให้ ผบ.เหล่าทัพมาเป็น ส.ว.สรรหา เวลาที่จะดูแลภารกิจเหล่านั้นจะหายไป แต่หากจะให้ ผบ.เหล่าทัพมาเป็น ส.ว.จริง ก็ควรให้รับเงินเดือนทางเดียว รับสองทางไม่ได้ เมื่อรับทางไหนก็ควรทำงานทางนั้นให้เต็มที่ แต่ถ้าจะลาออกจาก ผบ.เหล่าทัพมาเป็น ส.ว.อย่างเดียว ไม่ขัดข้อง หากกรธ.ปรับแก้ตามข้อเสนอ เกรงว่าร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติ และ กรธ.ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด

จี้ “บิ๊กตู่” ยึดกฎหมายอย่าเข้าข้างใคร

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีแกนนำ กปปส. ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. หลังถูก กกต.ฟ้องร้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย เพราะทำให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะนั้น ขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ย่อมรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น กปปส.ไปขัดขวางการเลือกตั้งอย่างไร ขณะที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำหน้าที่ อำนวยความสะดวกให้ กกต.ทุกอย่าง เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้วก็เป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ การใช้จ่ายหรือเบิกจ่ายงบประมาณต้องขออนุมัติจาก กกต.ทุกเรื่อง อดีต กกต. 2 ท่าน คือ นายโคทม อารียา และนางสดศรี สัตยธรรม ยังพูดชัดเจนว่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย คือ กปปส.และ กกต.เท่านั้น อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ยึดหลักการแห่งกฎหมาย ไม่ต้องไปเข้าข้างฝ่ายใด กฎหมายบ้านเมืองจะได้มีความศักดิ์สิทธิ์ และขบวนการยุติธรรมจะได้เป็นที่เคารพยึดมั่นของสังคม

ฉะข้อเสนอ คสช.หวังให้เกิดเรื่อง

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกลผ่านทางยูทูบ ว่า ข้อเสนอ คสช. 3 ข้อ หวังผลให้ทุกอย่างจบสิ้น หวังให้เกิดเรื่อง ลำพังแค่ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ก็ลูกผีลูกคนอยู่แล้ว ดังนั้นบทบาทของนายมีชัย หลังจากนี้ยิ่งเป็นที่จับตา เพราะถ้า กรธ.ร่างไม่เสร็จภายใน 180 วัน จะขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 หรือลาออกก่อนกำหนดต้องมาร่างใหม่ทั้งหมด ข้อเสนอ 3 ข้อของ คสช.จึงมีเป้าประสงค์ชัดเจนว่า ต้องการให้เกิดเรื่อง ให้การร่างรัฐธรรมนูญต้องยุติลง ต้องจับตาดูว่านายมีชัยจะเปิดประตูไปถึงประชามติ หรือจะฮาราคีรีตัวเองก่อนเพื่อให้ คสช.ตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่

เย้ย กปปส.ไม่เอา ปชต.อยู่แล้ว

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ส่วนที่กลุ่ม กปปส.สนับสนุนนายกฯคนนอกนั้น เป็นการแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ต้องการประชาธิปไตย เพราะแม้จะกำหนดต้องได้เสียงสนับสนุน 3 ใน 5 ของ ส.ส.ทั้งหมด ยังไม่เพียงพอให้นายกฯอยู่ได้ เพราะมีเงื่อนไข ส.ว. 250 คน ที่เป็นพรรคการเมืองของทหาร มีสิทธิอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ปลดนายกฯได้ โดยไม่ต้องรอการถอดถอน หากนายกฯจะปลอดภัย ต้องมีถึง 450 เสียง ซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

อย่าหลงประเด็นบ้านเมืองสงบสุข

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. กล่าวว่า จุดน่าสนใจที่สุดอยู่ที่การวิเคราะห์ของ คสช. ว่าต่อให้เดินตามโรดแม็ปมีเลือกตั้ง ความขัดแย้งก็ไม่จบ คสช.ตีความว่าอาจเกิดการใช้เสียงข้างมากออกกฎหมายนิรโทษกรรม ข้อเสนอของ คสช.เป็นกลไกใหม่ที่ยังไม่เคยเจอ จึงถูกวิจารณ์ คำถามคือ บ้านเมืองขณะนี้อยู่ในภาวะปกติหรือไม่ ถ้ามีเดินขบวน จนเกิดขัดแย้งอีกจะทำอย่างไร การเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผ่านสื่อต่างประเทศบ่อยขึ้น เขาสู้แน่นอนในสิ่งที่ต้องสู้ ถ้านำกลับไปสู่การนิรโทษกรรม มวลมหาประชาชนไม่ยอมแน่ ทุกคนกำลังหลงประเด็นว่าบ้านเมืองยังปกติอยู่ ควรถามว่าบ้านเมืองขณะนี้ปกติไหม ถ้าไม่ปกติจะทำอย่างไร แล้วเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์

“ตือ” ขอให้ปล่อยไปตามธรรมชาติ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี แสดงว่าหลังจากนั้นต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอีกหรือ ทำไมต้องถ่วงดุลฝ่ายการเมือง ทำไมไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไก ตามระบบที่ถ่วงดุลกันโดยอัตโนมัติของฝ่ายนิติบัญญัติกับรัฐบาล ที่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือยื่นถอดถอนได้ ควรปล่อยไปตามธรรมชาติมิเช่นนั้นจะดำรงอยู่ยาก ที่ผ่านมา ส.ว.มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย แต่งตั้งองค์กรอิสระ ถอดถอนการเสนอให้ ส.ว.เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เป็นการทับซ้อนกันกับสภาผู้แทนฯ หรือไม่

“มีชัย” รักษาศักดิ์ศรีได้ถ้ายึดหลักการ

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเสนอให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ลาออกเพื่อรักษาศักดิ์ศรีตัวเอง นายสมศักดิ์ตอบว่า อยู่ที่ว่าจะรักษาศักดิ์ศรีอย่างไร ข้อเสนอที่เข้ามาแล้วไม่ทำตาม ก็ถือว่ารักษาศักดิ์ศรีเช่นกัน หากเชื่อมั่นในหลักการก็ว่าไป ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วยคงทำวิธีใดวิธีหนึ่งที่จะให้ตกไปเหมือนเดิม ถ้าตนเป็นนายมีชัยคงไม่ลาออก ถ้าเคารพการทำงานของตัวเองว่าสุจริตใจ สามารถชี้แจงเหตุและผลกับแม่น้ำทั้ง 4 สายได้ สู้กันด้วยเหตุด้วยผล ถ้าลาออกยิ่งยุ่งยาก ส่วนที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเผด็จการยังอยู่อีกนาน ก็เห็นชัดอยู่แล้ว อาทิ การตั้ง ส.ว.สรรหา 250คน มีอำนาจมหาศาล ทำให้นักวิชาการ นักการเมือง พรรคการเมือง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ต้องรับฟังว่าทำไมพวกเขาถึงออกมา อย่าไปมองเพียงว่าออกมาเพราะดิ้นรนเพื่อตัวเอง ทุกคนต่างเคารพประชาธิปไตยสากลทั้งนั้น

คสช.ยังไม่พบเคลื่อนไหวผิดปกติ

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันจะตั้งกองกำลังที่ 3 โดยไม่กลัวการตรวจสอบของรัฐบาลว่า คสช.ก็รับฟัง เพราะ พล.อ.ชวลิตเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อาจมีการพูดคุยตามประสาทหาร คิดว่าคงไม่มีอะไร เป็นการออกมาให้ข้อคิดเห็นของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่คิดดีและทำดีเพื่อคนไทย เมื่อให้ข้อมูลมาเจ้าหน้าที่จะไปติดตาม แต่ พล.อ.ชวลิตบอกแล้วว่าไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธ แต่เป็นคนมาช่วยบ้านเมือง เข้าใจว่าเป็นแนวคิดที่ปรารถนาดีต่อ บ้านเมือง ท่านคงไม่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่เราต้องเฝ้าดู ยืนยันว่ายังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติใดๆ

ตั้งแง่ วปอ.ยังเปิดหลักสูตรพิเศษเฉย

อีกเรื่อง นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เคยเรียกร้องต่อศาลและองค์กรอิสระว่าไม่ควรจัดอบรมหลักสูตรพิเศษให้คนนอก ภาคเอกชนเข้ามาอบรมโดยใช้งบประมาณราชการเดินทางดูงานต่างประเทศ ปรากฏว่าผู้นำหลายองค์กร อาทิ ศาลปกครองสูงสุด ศาลยุติธรรม และสถาบันพระปกเกล้า ให้การตอบรับ แต่ยังมีอีกหลายองค์กรแสดงอาการทองไม่รู้ร้อน เช่น สภาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ยังเปิดให้เอกชนเข้าเรียนได้ ทั้งที่มติ ครม.เมื่อวันที่ 23 ก.พ.59 ให้ชะลอหลักสูตรต่างๆออกไปก่อน หรือฟังแต่ไม่เข้าใจ จึงยกเว้นไม่ทำตามมติ ครม.ทำให้องค์กรอิสระอื่นอาจเลียนแบบตาม

ห่วงโกงหนักทำโครงการน้ำสะดุด

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวว่า ได้เดินทางไปดูสภาพน้ำที่กว๊านพะเยา พบว่าเหลือปริมาณน้ำผลิตน้ำประปาได้เพียง 50 วัน รู้สึกหนักใจต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามที่เป็นข่าวขณะนี้ น่าเป็นห่วงว่าโครงการอาจหยุดชะงักลง จึงเสนอให้รัฐบาลจัดทำโครงการเร่งด่วน คือประสานงานกับผู้รับเหมาภาคเอกชน เพื่อขุดลอกดินตะกอนในทุกอ่างเก็บน้ำ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนให้นำดินตะกอนไปจำหน่ายเอง จะช่วยประหยัดเงินงบประมาณแผ่นดินได้มาก และจะเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำในฤดูฝนได้อีกหลายเท่าที่สำคัญช่วยตัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในวงราชการได้อีกด้วย

เกษตรฯโพล “บิ๊กตู่–บิ๊กป้อม” นำลิ่ว

วันเดียวกัน ศูนย์เชี่ยวชาญการตลาดภูมิภาคเอเชีย คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง “ความกินดีอยู่ดีของคนไทยในรอบ 1 ปี 6 เดือน” รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยคะแนนเต็มสิบ พบว่าค่าเฉลี่ยความกินดีอยู่ดีของประชาชนภาคเหนือ อยู่ที่ 6.22 ภาคตะวันออก 6.19 ภาคกลาง 5.53 อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 5.46 และภาคใต้ 5.37 อยู่ในระดับที่น้อย สำหรับรัฐมนตรีที่มีบทบาทส่งเสริมความกินดีอยู่ดี รวมทั้งรัฐบาลอยู่ที่ 5.99 อยู่ในระดับปานกลาง โดยรัฐมนตรี 5 อันดับแรก ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ 8.12 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม 8.07 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ 8.01 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ 7.98 และนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง 7.45 ส่วน 5 อันดับสุดท้ายเรียงจากคะแนนน้อยสุด ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม

ปลื้มขายยางได้เฉียด 5.5 หมื่นล้าน

ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปหาแนวทางกระตุ้นราคายางพาราให้สูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการจับคู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางไป 2 ครั้ง ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มียอดสั่งซื้อ 54,398 ล้านบาท รวมปริมาณการใช้ยางภายในประเทศราว 785,450 ตัน และหลายประเทศลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) รวม 8 ฉบับ เพื่อสั่งซื้อคิดเป็นมูลค่า 17,500 ล้านบาท และที่สั่งซื้อนอกเหนือจากเอ็มโอยู อีก 2,160 ล้านบาท ส่งมอบภายใน 1 ปี ทั้งนี้นายกฯ เร่งรัดให้กระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการนำยางไปใช้ประโยชน์ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และรายงาน ครม.

สภาฯสั่งถอดนาฬิกาดิจิตอลฉาว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ผู้รับเหมาจากบริษัทอิคลิป แมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญาสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในโครงการปรับปรุงนาฬิกาภายในและภายนอกรัฐสภา จำนวน 240 เรือน มูลค่าโครงการ 14.8 ล้านบาท เข้ามารื้อถอนนาฬิกาดิจิตอลที่ติดตั้งภายในอาคารรัฐสภาและบริเวณโดยรอบออก หลังจากไม่สามารถใช้งานได้ ตั้งแต่กลางปี 2558 อย่างไรก็ตามนาฬิกาดิจิตอลที่ติดตั้งในรัฐสภานั้นเคยใช้งานไม่ได้ตามปกติมาแล้วครั้งหนึ่ง คือ ช่วงเดือนสิงหาคม 2556 สาเหตุจากความขัดข้องของระบบปฏิบัติงาน แต่ได้รับการซ่อมแซมจนสามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ เหตุผลที่ทางสำนักงานรักษาความปลอดภัย สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ให้คนของบริษัทที่ซื้อขายนาฬิกา มาถอดนาฬิกาออกนั้น คาดว่าเพื่อไม่ให้เกิดภาพเสียหายกับภาพลักษณ์ของสำนักงานฯ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    15.2%
  • ไม่ชอบ
    60.6%
  • สนุก
    23.2%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement