เก๋งพุ่งอัดต้นงิ้วข้างทาง ไฟท่วมย่างสด 2 ศพ ที่พรหมพิราม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เก๋งพุ่งอัดต้นงิ้วข้างทาง ไฟท่วมย่างสด 2 ศพ ที่พรหมพิราม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2559 16:01
5,383 ครั้ง


2 หนุ่มควบเก๋ง กลับจากเที่ยวงานเลี้ยง อสม.ลานดิน เสียหลักพุ่งชนต้นงิ้วข้างทาง ทำให้ไฟลุกไหม้รถ ถูกย่างสดเสียชีวิตทั้งคู่ ที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 19 มี.ค.59 พ.ต.ท.บุญทิ้ง อินทุภูติ รอง ผกก.สอบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 บก.ภ.จ.พิษณุโลก ว่า มีเหตุรถยนต์เกิดอุบัติเหตุและมีเพลิงไหม้ มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน บริเวณถนนสายหนองตม-พรหมพิราม หลักกิโลเมตรที่ 16-17 หมู่ 6 ต.หนองแขม อ.พรหมพิราม หลังจากรับแจ้งจึงประสานขอรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลวงฆ้อง และเทศบาลตำบลพรหมพิราม แล้วรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียน เสียหลักพุ่งชนกับต้นงิ้วข้างทาง จนเกิดไฟลุกไหม้ทั้งคัน กว่าทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเดินทางมาถึงและช่วยดับเพลิง ปรากฏว่าเพลิงได้ลุกไหม้วอดทั้งคันเหลือแต่ซาก ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือผู้ติดอยู่ภายในได้ จึงต้องรอจนเพลิงสงบ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในรถยนต์ พบศพเป็นชาย 2 ราย สภาพศพถูกไฟไหม้จนดำเกรียม ไม่พบหลักฐานใดๆ เนื่องจากถูกไฟไหม้จนหมดเกลี้ยง ทางเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก จึงนำศพส่งนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อชันสูตรรูปพรรณสัณฐาน เพื่อให้ญาติมารับศพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุว่า ชายทั้ง 2 ราย กำลังขับรถยนต์คันดังกล่าวมุ่งหน้าบ้านหนองตม อ.พรหมพิราม มาด้วยความเร็ว แล้วรถเกิดเสียหลักพุ่งชนกับต้นไม้ข้างทางอย่างเต็มแรง เป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว คนขับและผู้ที่นั่งมาด้วย ไม่สามารถออกจากตัวรถได้ทัน เป็นเหตุให้ถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุอีกครั้ง

ต่อมาช่วงสายวันเดียวกันนี้ ขณะที่ พ.ต.ท.เรณุกา หมอนแพร นวท.สบ.3 ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 กับพวก กำลังตรวจพิสูจน์ซากรถเพื่อหาเลขตัวถัง เพื่อจะได้สืบหาผู้ครอบครองรถอยู่ที่หน้า สภ.พรหมพิราม นายอรรควรรต์ สาระสุข อายุ 21 ปี นายปิติภูมิ ทองคำ อายุ 26 ปี และนายเจตนิพัทร อยู่ยง อายุ 26 ปี ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน

โดย นายอรรควรรต์ ขอดูหลักฐานต่างๆ ที่หลงเหลือของผู้เสียชีวิต พบว่านาฬิการาโด้ที่ตำรวจเจอในรถเป็นของพี่ชายตน คือ นายธรรมกร สาระสุข อายุ 24 ปี และจำแบตเตอรี่รถยนต์ที่กระเด็นออกจากตัวรถไม่ถูกไฟไหม้ได้ว่าเป็นของรถยนต์พ่อคือ นายวัฒนา สาระสุข นายสถานีรถไฟชุมแสง จ.นครสวรรค์ ที่เพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ และให้พี่ชายไว้ใช้งาน เป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีเทา ทะเบียน กจ 9201 พิษณุโลก ส่วนนายปิติภูมิให้การว่าผู้เสียชีวิตอีกรายที่นั่งโดยสารมาด้วยคือน้องชายตนชื่อ นายจักรกฤษ ทองคำ อายุ 20 ปี

ด้าน นายเจตนิพัทร เพื่อนของผู้เสียชีวิตทั้งสองรายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสองคนดื่มสังสรรค์กับพวกตนที่บ้านพัก ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา จึงย้ายวงไปฟังดนตรีและเต้นรำกันที่หน้าเวทีการแสดง บริเวณงานเลี้ยง อสม.ลานดินหน้าธนาคารออมสิน สาขาพรหมพิราม จนใกล้เวลา 22.00 น. จึงแยกย้ายกันกลับบ้านพัก โดยนายจักรกฤษได้นั่งโดยสารไปกับรถยนต์เก๋งของนายธรรมกร ขับออกจากงานเลี้ยงมุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอพรหมพิราม ไม่ทราบว่าจะไปที่ใดเพราะเห็นบ่นว่าอยากจะกินต่อกันอีก

กระทั่งมาทราบข่าวอีกทีจากนายอรรควรรต์ว่า นายธรรมกรยังไม่กลับบ้าน พอไปตามหานายจักรกฤษที่บ้าน ก็พบว่ายังไม่กลับมาที่บ้านเหมือนกัน พอดีทราบข่าวจากเพื่อนบ้านมีรถยนต์เก๋งเกิดอุบัติเหตุตกถนนชนต้นไม้ มีไฟลุกไหม้ย่างคนขับ และคนโดยสารเสียชีวิตอยู่ภายในรถ จึงชวนกันมาดูที่ สภ.พรหมพิราม เมื่อดูหลักฐานต่างๆ เชื่อว่าเป็นเพื่อนทั้งสองคนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะได้พิสูจน์ตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อจะได้มอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    24.6%
  • ไม่ชอบ
    2.9%
  • สนุก
    8.7%
  • ประหลาดใจ
    8.7%
  • เสียใจ
    40.6%
  • ให้กำลังใจ
    14.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement