บิ๊กต๊อก-ทนายโต้ข้อกม. กรณีสอบ‘สมเด็จช่วง’ ‘หลวงพี่แป๊ะ’คิวต่อไป - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

บิ๊กต๊อก-ทนายโต้ข้อกม. กรณีสอบ‘สมเด็จช่วง’ ‘หลวงพี่แป๊ะ’คิวต่อไป

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 มี.ค. 2559 05:41
2,315 ครั้ง


“พล.อ.ไพบูลย์” ย้ำดีเอสไอให้เกียรติ “สมเด็จช่วง” ในฐานะพระชั้นผู้ใหญ่แล้ว ยอมรับควันออกหูหลังทีมทนายแถลงให้ส่งประเด็นการสอบสวนให้ดูก่อน ติงทนายอย่าทำให้ท่านเสีย รู้ไม่รู้ก็ตอบตามกระบวนกฎหมายไป ด้านอธิบดีดีเอสไอยันไม่ทำหนังสือประเด็นส่งวัดปากน้ำ หากไม่ให้สอบ พนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมหลักฐานตามที่มี ส่วนสอบปากคำหลวงพี่แป๊ะวันจันทร์นี้รอทนายประสานมา ด้านทนายสมเด็จช่วงโต้กลับประเด็นสอบกว้างไปสำหรับพระผู้ใหญ่

จากกรณี พ.ต.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดี ดีเอสไอ ในฐานะตัวแทน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดี ดีเอสไอ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนสำนักภาษีอากร ดีเอสไอ 5 นาย อัยการสำนักสอบสวน 2 ท่าน เดินทางไปที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อสอบปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ตามคำเชิญของสมเด็จช่วงในฐานะพยานผู้ซื้อรถจดประกอบ ก่อนทนายตั้งโต๊ะแถลงข่าว ให้อธิบดีดีเอสไอทำหนังสือส่งประเด็นการสอบปากคำให้ทีมทนายดูก่อน และให้สอบในประเด็นที่สมเด็จช่วงทราบเท่านั้น เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา

คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 18 มี.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เผยว่า แม้ตนจะเป็นรัฐมนตรี แต่ไม่เคยสั่งการลงรายละเอียดมาก ให้หน่วยงานอื่นๆทำตามขั้นตอนไป ส่วนคดีนี้ที่ต้องสั่งการเพราะเห็นว่าสมเด็จช่วง ท่านเป็นพระที่มีฐานะในสังคม เข้าใจเป็นเรื่องที่อ่อนไหว อะไรที่ทำได้ก็ทำเพื่อเป็นการให้เกียรติกัน ยืนยันว่าการให้เกียรติไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมาย และท้ายสุดรถคันนี้จะหายไปไหนได้ มันผิดกฎหมายต้องนำมาส่งให้เจ้าหน้าที่รัฐ การเดินทางเข้าพบพระผู้ใหญ่ ตนกำชับให้นำดอกไม้ ธูป เทียนแพ ไปด้วยเพราะเรานับถือศาสนาพุทธทำให้เหมาะสม ทางวัดกลับให้เจ้าหน้าที่ห้ามพกโทรศัพท์ติดตัวเข้าไปก็ไม่เป็นไร เราเห็นแก่สมเด็จช่วง ก็ไม่ต้องไปสัมภาษณ์อะไร และให้กลับโดยไม่มีการสัมภาษณ์อะไร กลับมาตั้งหลักคิดดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เผอิญ การให้ข่าวของทนายพูดไม่ค่อยดี ยอมรับว่าควันออกหู เพราะถ้าไม่ให้สัมภาษณ์ก็จบ ไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียง

พล.อ.ไพบูลย์เผยต่อว่า ส่วนเรื่องวันที่ 21 มี.ค.นี้ ดีเอสไอต้องเดินทางไปสอบปากคำหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรือไม่และ จะเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกับกรณีสอบปากคำสมเด็จช่วงหรือไม่นั้น ถ้าให้ดีเอสไอไปสอบก็ไปหากไม่อยากไปก็เรียกมาเจ้าหน้าที่ทำได้ทั้งหมด ถ้าเกิดมีปัญหามากจะเรียกมาสอบ ถ้าไม่มาก็ออกหมายจับ แต่หมายจับอยู่ที่ศาล และตนไม่อยากยุ่งต้องไปถาม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ส่วนการสอบปากคำสมเด็จช่วง จะมีการออกหมายเรียกหรือไม่นั้น ที่ผ่านมาไม่เคยมีวิธีการลักษณะแบบนี้มาก่อน ตนถามอธิบดีดีเอสไอและตำรวจก็บอกมาว่าไม่เคยมี การสอบปากคำคือต้องเชิญมาที่ดีเอสไอหรือตามสถานที่ที่พนักงานสอบสวนนัดหมาย ต้องให้ปากคำด้วยตัวเองและต้องไม่มีทนายความร่วมเข้ารับฟัง แต่เราก็ยอมให้ทนายเข้าฟังหมด เตือนอธิบดีดีเอสไอ ให้พูดคุยกับฝ่ายเลขาวัดปากน้ำฯให้เรียบร้อย แต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไรเพื่อให้เกียรติท่าน จัดห้องไหน ใช้ใครกี่คน คุยให้เสร็จก่อนเดินทางไป รวมทั้งสั่งให้ระดับรองอธิบดีดีเอสไอไปด้วย ไม่ใช่เด็กๆไป สั่งถึงขนาดนี้แต่สุดท้ายมันออกมาอย่างนั้น ตนไม่ค่อยสบายใจ

“พอทนายความวัดแถลงข่าวมันไม่ใช่ มีการกำหนดกรอบประเด็น สงสัยทนายวัดมีการพูดคุยกับฝ่ายเลขาฯวัดหรือเปล่า มาตั้งแง่ทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นอีก คิดว่าสมเด็จช่วงไม่รู้เรื่องหรอก แต่ลูกศิษย์พยายามหัวหมอมันไม่ถูกกาลเทศะ เจตนารมณ์คือการเดินทางไปสอบสมเด็จช่วงในฐานะผู้ครอบครองรถท่านต้องตอบเอง ขอให้ตอบมาแค่ไหนแค่นั้นพอ ไม่รู้ก็คือไม่รู้ หากรู้ก็คือรู้ ระบบการสอบปากคำเป็นอย่างนี้จะให้ทนายตอบมันไม่ได้ เพราะไม่ใช่ในชั้นศาลที่สามารถตอบแทนหรือค้านได้ เป็นการประกอบสำนวนของพนักงานสอบสวน เมื่อรวบรวมเสร็จก็ส่งต่อไปยังอัยการ อัยการอาจเห็นต่างก็ได้เพราะต้องทำทีละขั้นตอน ไม่ใช่พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องแล้วอัยการทำตามมันไม่ใช่ การที่ทนายความบอกว่าท่านไม่รู้ ก็คือการไม่ให้สอบสวนมันไม่ใช่ ว่ากันไปตามกรอบกฎหมาย” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในส่วนของสมเด็จช่วงขึ้นอยู่กับทางท่านจะให้สอบปากคำหรือไม่ ดีเอสไอจะไม่ทำหนังสือชี้แจงประเด็นสอบไปให้ตามที่ทนายแถลงข่าว หากท่านไม่ประสงค์จะให้ถ้อยคำอีก ทางพนักงานสอบสวน จะดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มีอยู่แล้วได้เลย ในส่วนพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ และเลขานุการส่วนตัวสมเด็จช่วง ขณะนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอประสานทนายความ หลวงพี่แป๊ะ กำลังรอคำตอบว่าท่านจะเข้ามาให้ปากคำที่ดีเอสไอหรือจะให้ไปสอบที่วัดในวันจันทร์ที่ 21 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ ในวันที่ 21-22 มี.ค.นี้ คณะพนักงานสอบสวนจะประชุม คาดจะมีบทสรุปเบื้องต้นและเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าใครจะตกเป็นผู้ต้องหาและพยานในคดีนี้

ขณะที่นายสมศักดิ์ โตรักษา ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำภาษีเจริญ และทนายความสมเด็จช่วง กล่าวว่า ดีเอสไอจะดำเนินการอย่างไรก็ทำไปเป็น สิทธิ์ของดีเอสไอ แต่ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่เป็นไปตามกฎหมายก็จะเกิดผลเสียต่อดีเอสไอเอง เคยหารือกับดีเอสไอหลายครั้งแล้วเกี่ยวกับการสอบปากคำสมเด็จช่วง พร้อมทั้งยื่นหนังสือให้ดีเอสไอก่อนที่ดีเอสจะมาสอบปากคำสมเด็จช่วงที่วัดปากน้ำว่า ประเด็นที่จะสอบปากคำมันกว้างเกินไปสำหรับพระชั้นผู้ใหญ่ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวมันก็นานมาแล้ว สมเด็จช่วงก็ไม่รู้เรื่องอะไร ตนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไม พล.อ.ไพบูลย์ถึงออกมาพูดแบบนั้น ทั้งที่ฝ่ายกฎหมายของวัดปากน้ำฯปรึกษากับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจนได้ข้อสรุปร่วมกันว่าให้ดีเอสไอทำหนังสือประเด็นคำถามสอบปากคำสมเด็จช่วงเป็นลายลักษณ์อักษรส่งมาที่วัดปากน้ำฯก่อน หากดีเอสไอมีหมายเรียกสมเด็จช่วงจริงทางวัดจะทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ตามกฎหมายการสอบสวนของดีเอสไอ มาตรา 24 อนุ 4 ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ดีเอสไอสามารถทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งมาสอบปากคำสมเด็จช่วงได้ ตนคิดว่าดีเอสไอก็คงเข้าใจข้อกฎหมายนี้ดี

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    58.1%
  • ไม่ชอบ
    32.5%
  • สนุก
    5.1%
  • ประหลาดใจ
    0.9%
  • เสียใจ
    3.4%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement