สนช.รับหลักการ ก.ม.ประชามติ วาระแรกผ่านฉลุย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

สนช.รับหลักการ ก.ม.ประชามติ วาระแรกผ่านฉลุย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2559 18:42
178 ครั้ง


สนช.รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ วาระแรก ชง ตัดการใช้เครื่องลงคะแนนเสียงออก เหตุยังไม่เสถียร หวั่นเกิดปัญหา ด้าน “วิษณุ” แนะเขียนไว้เป็นทางเลือกได้ เชื่อบรรยากาศวันออกเสียงราบรื่นเหมือนปี 50

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 59 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 เป็นประธาน ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ...

โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า สาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อรองรับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 มาตรา 39/1 ในประเด็นการออกเสียงประชามติ ซึ่งอยู่ระหว่างนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย จึงจำเป็นต้องจัดให้มีกฎหมาย เพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ต้นเดือน ส.ค. นี้ จำเป็นต้องกำหนดกฎเกณฑ์ กติกา หลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิออกเสียง กำหนดวิธีการออกเสียง หีบบัตรลงคะแนน บัตรลงคะแนน ตลอดจนการนับคะแนน การประกาศบัตรใดเป็นบัตรเสีย และผลการออกเสียงประชามติ หากมีการทำผิดระหว่างนั้นจะมีบทลงโทษ การขัดขวางให้การออกเสียงประชามติไม่เรียบร้อย ให้อำนาจ กกต.ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ส่วน ครม.หากจะรอให้มีการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก็อาจมีปัญหาเงื่อนเวลา เพราะต้องเตรียมหลายอย่าง และการเตรียมการใดๆ โดยไม่มีกฎหมายรองรับ แม้จะมีเจตนาดี แต่อาจจะเป็นความผิดได้ จึงจำเป็นต้องจัดให้มีกฎหมายประชามติคู่ขนานกันไป แต่จะเริ่มใช้บังคับจริงได้เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งเป็นกระบวนการที่ฝ่ายบริหารจะประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ มีข้อสังเกตที่เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณให้แก่ กกต. การรับผิดชอบของ กกต. ข้อสังเกตเกี่ยวกับถ้อยคำอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขได้ เพราะหลักการของ พ.ร.บ. นี้เปิดกว้างโดยไม่มีข้อจำกัด หาก สนช.ผ่านหลักการวาระที่ 1 คาดว่าจะช่วยปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้เสร็จสิ้นทันกำหนดเวลา จากนั้นสมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว แต่ได้ตั้งข้อสังเกตหลายประการ โดยส่วนใหญ่ได้ท้วงติงไม่เห็นด้วยกับการกำหนดให้ใช้เครื่องลงคะแนนมาใช้กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ พร้อมทั้งเสนอให้ตัดออกไป โดยใช้บัตรลงคะแนนเพียงอย่างเดียว 

พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ สมาชิก สนช. อภิปรายว่า การใช้เครื่องลงคะแนนในการทำประชามติในครั้งนี้ยังไม่น่าจะเหมาะสม กกต.ก็มีเครื่องไม่มาก ซึ่งจะทำให้มีผลเสียมากกว่าผลดี กกต.ไม่ควรจะมาทดลอง เพราะเป็นเครื่องใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อน ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ และถ้าหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาอาจส่งผลต่อประเทศโดยรวม และเกิดความล่าช้า หรือต้องลงคะแนนใหม่ จะส่งผลเสียต่อผู้บริหาร ซึ่งอาจจะเป็นการเรียกแขกก็ได้

นายวิษณุ ชี้แจงว่า การร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะนำมาใช้ครั้งเดียวในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในเดือน ส.ค. คงจะนำไปใช้ในอนาคตยาก แต่เชื่อว่า กกต.พยายามยกร่างอย่างดีที่สุด แต่เนื่องจากเวลาเร่งรัด ซึ่งจะว่าไปแล้วรัฐธรรมนูญชั่วคราวเกี่ยวกับการทำประชามติก็เพิ่งแก้ไขไปไม่เกิน 7 วัน ดังนั้นหากมีเรื่องต้องแก้ไขโดยเฉพาะข้อเสนอของสมาชิก สนช.ก็สามารถปรับปรุงได้ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งการทำประชามติก็เคยทำมาแล้วกับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ก็มีความเรียบร้อยดี ในครั้งนี้ก็น่าจะคล้ายคลึงกัน ไม่น่าจะเกิดความยุ่งยากหรือวุ่นวายซับซ้อนและน่าจะง่ายกว่า ส่วนการใช้เครื่องลงคะแนนน่าจะเป็นการทดลองใช้ แต่เป็นการออกเสียงทั้งประเทศ กมธ.ก็น่าจะพิจารณาว่าจะให้ใช้หรือไม่ โดยให้เขียนเป็นทางเลือกไว้ เพราะต้องคำนึงถึงเสียงคัดค้านที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

ด้าน นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า การกำหนดให้เพิ่มการใช้เครื่องลงคะแนนเพื่อออกเสียงในครั้งนี้ กกต.ได้เคยนำเครื่องลงคะแนนเสียงใช้ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งมีความแม่นยำ เชื่อถือได้ แต่ไม่สามารถนำมาใช้งานอย่างจริงจัง เพราะยังไม่มีกฎหมายใช้บังคับ ในครั้งนี้ก็จะใช้เป็นตัวอย่าง โดยมีทั้งหมด 14 เครื่อง ในเขต กทม. 5 เครื่อง ส่วนที่เหลือจะอยู่ในต่างจังหวัด การใช้เครื่องลงคะแนนถือเป็นทางเลือก โดยผู้ใช้สิทธิสามารถเลือกใช้บัตรลงคะแนนหรือใช้เครื่องได้ตามความสะดวก สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่คนพิการและผู้สูงอายุ ทุกครั้งกฎหมายจะกำหนดไว้และ กกต.จะมีระเบียบให้แต่ละหน่วยได้อำนวยความสะดวก ช่วยเหลือคนพิการสายตา โดยใช้บัตรที่พิมพ์เป็นอักษรเบรลล์ และมีการจัดคูหาเป็นพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้วีลแชร์ นอกจากนี้ในมาตรา 36 กำหนดให้คนพิการและผู้สูงอายุสามารถลงทะเบียน เพื่อแจ้งความประสงค์ให้ กกต.ตั้งหน่วยออกเสียงพิเศษในการออกเสียงประชามติได้ ทั้งนี้ต้องมีการลงทะเบียนก่อนล่วงหน้า

จากนั้น ที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการในวาระแรกด้วยคะแนน 153 ไม่เห็นด้วย ไม่มี และงดออกเสียง 5 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 21 คน เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ... ภายใน 20 วัน โดยกำหนดแปรญัตติภายใน 5 วัน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement