บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.รับหลักการ ก.ม.ประชามติ วาระแรกผ่านฉลุย

สนช.รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ วาระแรก ชง ตัดการใช้เครื่องลงคะแนนเสียงออก เหตุยังไม่เสถียร หวั่นเกิดปัญหา ด้าน “วิษณุ” แนะเขียนไว้เป็นทางเลือกได้ เชื่อบรรยากาศวันออกเสียงราบรื่นเหมือนปี 50

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 59 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 เป็นประธาน ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ...

โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า สาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อรองรับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 มาตรา 39/1 ในประเด็นการออกเสียงประชามติ ซึ่งอยู่ระหว่างนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย จึงจำเป็นต้องจัดให้มีกฎหมาย เพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ต้นเดือน ส.ค. นี้ จำเป็นต้องกำหนดกฎเกณฑ์ กติกา หลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิออกเสียง กำหนดวิธีการออกเสียง หีบบัตรลงคะแนน บัตรลงคะแนน ตลอดจนการนับคะแนน การประกาศบัตรใดเป็นบัตรเสีย และผลการออกเสียงประชามติ หากมีการทำผิดระหว่างนั้นจะมีบทลงโทษ การขัดขวางให้การออกเสียงประชามติไม่เรียบร้อย ให้อำนาจ กกต.ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ส่วน ครม.หากจะรอให้มีการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก็อาจมีปัญหาเงื่อนเวลา เพราะต้องเตรียมหลายอย่าง และการเตรียมการใดๆ โดยไม่มีกฎหมายรองรับ แม้จะมีเจตนาดี แต่อาจจะเป็นความผิดได้ จึงจำเป็นต้องจัดให้มีกฎหมายประชามติคู่ขนานกันไป แต่จะเริ่มใช้บังคับจริงได้เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งเป็นกระบวนการที่ฝ่ายบริหารจะประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ มีข้อสังเกตที่เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณให้แก่ กกต. การรับผิดชอบของ กกต. ข้อสังเกตเกี่ยวกับถ้อยคำอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขได้ เพราะหลักการของ พ.ร.บ. นี้เปิดกว้างโดยไม่มีข้อจำกัด หาก สนช.ผ่านหลักการวาระที่ 1 คาดว่าจะช่วยปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้เสร็จสิ้นทันกำหนดเวลา จากนั้นสมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว แต่ได้ตั้งข้อสังเกตหลายประการ โดยส่วนใหญ่ได้ท้วงติงไม่เห็นด้วยกับการกำหนดให้ใช้เครื่องลงคะแนนมาใช้กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ พร้อมทั้งเสนอให้ตัดออกไป โดยใช้บัตรลงคะแนนเพียงอย่างเดียว 

พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ สมาชิก สนช. อภิปรายว่า การใช้เครื่องลงคะแนนในการทำประชามติในครั้งนี้ยังไม่น่าจะเหมาะสม กกต.ก็มีเครื่องไม่มาก ซึ่งจะทำให้มีผลเสียมากกว่าผลดี กกต.ไม่ควรจะมาทดลอง เพราะเป็นเครื่องใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อน ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ และถ้าหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาอาจส่งผลต่อประเทศโดยรวม และเกิดความล่าช้า หรือต้องลงคะแนนใหม่ จะส่งผลเสียต่อผู้บริหาร ซึ่งอาจจะเป็นการเรียกแขกก็ได้

นายวิษณุ ชี้แจงว่า การร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะนำมาใช้ครั้งเดียวในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในเดือน ส.ค. คงจะนำไปใช้ในอนาคตยาก แต่เชื่อว่า กกต.พยายามยกร่างอย่างดีที่สุด แต่เนื่องจากเวลาเร่งรัด ซึ่งจะว่าไปแล้วรัฐธรรมนูญชั่วคราวเกี่ยวกับการทำประชามติก็เพิ่งแก้ไขไปไม่เกิน 7 วัน ดังนั้นหากมีเรื่องต้องแก้ไขโดยเฉพาะข้อเสนอของสมาชิก สนช.ก็สามารถปรับปรุงได้ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งการทำประชามติก็เคยทำมาแล้วกับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ก็มีความเรียบร้อยดี ในครั้งนี้ก็น่าจะคล้ายคลึงกัน ไม่น่าจะเกิดความยุ่งยากหรือวุ่นวายซับซ้อนและน่าจะง่ายกว่า ส่วนการใช้เครื่องลงคะแนนน่าจะเป็นการทดลองใช้ แต่เป็นการออกเสียงทั้งประเทศ กมธ.ก็น่าจะพิจารณาว่าจะให้ใช้หรือไม่ โดยให้เขียนเป็นทางเลือกไว้ เพราะต้องคำนึงถึงเสียงคัดค้านที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

ด้าน นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า การกำหนดให้เพิ่มการใช้เครื่องลงคะแนนเพื่อออกเสียงในครั้งนี้ กกต.ได้เคยนำเครื่องลงคะแนนเสียงใช้ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งมีความแม่นยำ เชื่อถือได้ แต่ไม่สามารถนำมาใช้งานอย่างจริงจัง เพราะยังไม่มีกฎหมายใช้บังคับ ในครั้งนี้ก็จะใช้เป็นตัวอย่าง โดยมีทั้งหมด 14 เครื่อง ในเขต กทม. 5 เครื่อง ส่วนที่เหลือจะอยู่ในต่างจังหวัด การใช้เครื่องลงคะแนนถือเป็นทางเลือก โดยผู้ใช้สิทธิสามารถเลือกใช้บัตรลงคะแนนหรือใช้เครื่องได้ตามความสะดวก สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่คนพิการและผู้สูงอายุ ทุกครั้งกฎหมายจะกำหนดไว้และ กกต.จะมีระเบียบให้แต่ละหน่วยได้อำนวยความสะดวก ช่วยเหลือคนพิการสายตา โดยใช้บัตรที่พิมพ์เป็นอักษรเบรลล์ และมีการจัดคูหาเป็นพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้วีลแชร์ นอกจากนี้ในมาตรา 36 กำหนดให้คนพิการและผู้สูงอายุสามารถลงทะเบียน เพื่อแจ้งความประสงค์ให้ กกต.ตั้งหน่วยออกเสียงพิเศษในการออกเสียงประชามติได้ ทั้งนี้ต้องมีการลงทะเบียนก่อนล่วงหน้า

จากนั้น ที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการในวาระแรกด้วยคะแนน 153 ไม่เห็นด้วย ไม่มี และงดออกเสียง 5 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 21 คน เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ... ภายใน 20 วัน โดยกำหนดแปรญัตติภายใน 5 วัน.