ปปง. เตือนมิจฉาชีพมาแนวใหม่ หลอกเด็ก-วัยทำงานผ่านโซเชียล - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ปปง. เตือนมิจฉาชีพมาแนวใหม่ หลอกเด็ก-วัยทำงานผ่านโซเชียล

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2559 22:55
5,144 ครั้ง


ปปง. เตือน ปชช. ระวังมิจฉาชีพมาแนวใหม่ ใช้โซเชียลล่อลวงกลุ่มเด็ก-วัยทำงาน หลอกให้เปิดบัญชี โน้มน้าวขอบัตรเอทีเอ็มพร้อมสมุดบัญชี พร้อมทั้งนำบัญชีเหล่านั้นไปใช้ในการกระทำความผิด

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบของฝ่ายตรวจสอบการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นหน่วยที่มีการเฝ้าระวังการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินยุคดิจิทัล การฟอกเงินผ่านอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์หรือการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งนำข้อมูลจากส่วนรับเรื่องร้องเรียน กองสื่อสารองค์กร ทำให้ทราบว่า ขณะนี้มิจฉาชีพมีรูปแบบการหลอกลวงให้เปิดบัญชีธนาคารและการโอนเงินในรูปแบบใหม่ๆ ที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น จำนวน 4 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 เป็นการหลอกลวงให้เปิดบัญชีธนาคารในกลุ่มเยาวชน ปัจจุบันเยาวชนใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ หรืออินสตาแกรม เป็นจำนวนมาก เพราะมีความรวดเร็วและเข้าถึงบุคคลได้ง่าย มิจฉาชีพจึงใช้ช่องทางนี้ในการขอเป็นเพื่อนในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อทำความรู้จักและสร้างความสนิทสนม เมื่อมีความสนิทกันพอสมควรแล้ว มิจฉาชีพจะมีการพูดโน้มน้าวกลุ่มเยาวชนว่า อยากมีรายได้ระหว่างเรียนหรือไม่ หรืออยากมีเงินใช้จำนวนมากด้วยวิธีง่ายๆ หรือไม่

ซึ่งเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อมักที่จะตอบตกลงและไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินตอบแทนจากมิจฉาชีพ เมื่อเยาวชนเปิดบัญชีแล้ว มิจฉาชีพจะให้เยาวชนส่งสมุดบัญชีที่เปิดใหม่ บัตรเอทีเอ็ม และรหัสเอทีเอ็ม ให้กับมิจฉาชีพทางพัสดุไปรษณีย์หรือนัดพบ เมื่อเยาวชนได้มอบสมุดบัญชีธนาคาร และข้อมูลส่วนตัวให้ไปแล้ว มิจฉาชีพก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการหลอกลวงคนอื่นๆ ต่อไป เช่น แอบอ้างเป็น ผู้จำหน่ายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เมื่อผู้ซื้อตกลงซื้อสินค้าและโอนเงินไปยังบัญชีของผู้ถูกแอบอ้าง มิจฉาชีพจะกดถอนเงินจากตู้ ATM จากบัญชีธนาคารของผู้ถูกแอบอ้าง และมิจฉาชีพก็จะปิดหรือเปลี่ยนบัญชี (Account) ของสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหลบหนี เมื่อผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามหาตัว ก็จะพบว่าเป็นบัญชีของเยาวชนที่ถูกหลอกลวงขอข้อมูลไปแอบอ้างนั่นเอง

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า รูปแบบที่ 2 หลอกลวงให้กลุ่มวัยทำงานเปิดบัญชีธนาคาร โดยให้กลุ่มคนทำงานที่ต้องการใช้เงิน ด้วยการลงโฆษณาว่าให้กู้เงินด่วน หรือชักจูงใจให้กู้เงินจำนวนมาก โดยส่วนมากเหยื่อจะเป็นผู้ติดต่อไปยังมิจฉาชีพเอง ด้วยความต้องการใช้เงิน เมื่อมีการติดต่อสอบถามเรื่องขอกู้เงินแล้ว มิจฉาชีพจะขอให้ไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่ และส่งข้อมูลส่วนตัว เช่น สมุดบัญชีธนาคารที่เปิดใหม่ บัตรเอทีเอ็ม รหัสเอทีเอ็ม และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อใช้เป็นหลักฐานการกู้เงิน โดยมิจฉาชีพจะนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการแอบอ้างต่างๆ อาทิ การขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต และสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อมีการรับเงินที่โอนจากผู้ขอซื้อสินค้า มิจฉาชีพก็จะปิด หรือเปลี่ยนบัญชี (Account) ของสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหลบหนี เมื่อเจ้าหน้าที่ติดตามหาตัวก็จะพบว่าเป็นบัญชีที่ถูกแอบอ้างจากการขอกู้เงินนั้น

รูปแบบที่ 3 การหลอกลวงให้เปิดบัญชีธนาคารของกลุ่ม Scammer เป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำงานเป็นทีมงานหลอกลวงชาวต่างชาติ และคนไทยให้มาซื้อสินค้าหรือร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท โดยนำเสนอผลประโยชน์ที่จะได้รับให้กับเหยื่อ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทผ่านการวางแผนอย่างรอบคอบ มีแหล่งข้อมูลให้ดูน่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์บริษัท ที่ตั้งบริษัทที่ต่างประเทศ เพื่อให้ยากแก่การค้นพบ หรือแม้แต่การสร้างความน่าเชื่อถือจากกลุ่มคณะทำงานที่สร้างเป็นฉากบังหน้าขึ้นเพื่อหลอกลวงให้เสียเงินให้กับบริษัท โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะมีการหลอกขอข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เช่น สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม รหัสเอทีเอ็ม และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อนำมาใช้แอบอ้างหลอกลวงคนอื่นๆ หรือนักธุรกิจต่างชาติต่อไป

และรูปแบบที่ 4 การหลอกลวงให้เปิดบัญชีที่ต่างประเทศ ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลเชิญชวนผ่านไลน์หรือเฟซบุ๊กเชิญชวนว่า มีเพื่อนจากประเทศจีนต้องการเปิดทำธุรกิจแลกเงินแต่ไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบ ต้องการให้ผู้ที่สนใจที่จะร่วมธุรกิจด้วย เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารที่ประเทศจีน โดยเสนอผลตอบแทนในรูปแบบการท่องเที่ยวประเทศจีน 3 วัน 2 คืน กินเที่ยวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมเงินอีก 7,000 บาท"

ทั้งนี้ พ.ต.อ.สีหนาท ขอเตือนว่า การกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้เปิดบัญชี และนำบัญชีธนาคารเหล่านั้นไปใช้ในการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน จากกรณีตัวอย่างทั้ง 4 ประเภทที่ ปปง.แจ้งเตือนนั้น เพราะห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อาจจะพบเหตุการณ์เช่นนี้ในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์เป็นประจำ พร้อมกันนี้ ปปง.ขอแจ้งเตือนไปยังผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชีและใช้บัญชี เพราะ ปปง. ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการให้ความร่วมมือกับมิจฉาชีพด้วยวิธีการรับจ้างเปิดบัญชี เพื่อใช้ในการหลอกลวงให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อโอนเงินเข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โดย ปปง. จะตรวจสอบธุรกรรมและทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์จนนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในที่สุด และจะดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน กับผู้ที่จ้างให้เปิดบัญชีและผู้รับจ้างเปิดบัญชีอย่างเด็ดขาด และถึงที่สุดเช่นกัน ทั้งนี้ความผิดฐานฟอกเงินนั้น มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ ปปง. ดำเนินการจัดทำ “แบบคำร้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน” ทั้งแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษเรียบร้อยแล้ว ผู้เสียหายสามารถดาวน์โหลดแบบดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ปปง. www.amlo.go.th หรือ มารับได้ที่ส่วนรับเรื่อง กองสื่อสารองค์กร สำหรับผู้เสียหายที่เป็นชาวต่างประเทศ หากมีความประสงค์จะยื่นคุ้มครองสิทธิดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดแบบคำร้องภาษาอังกฤษได้ ทั้งนี้ จะต้องแปลเป็นภาษาไทยและต้องรับรองลายมือชื่อจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือ โนตารี พับลิก (NOTARY PUBLIC) แนบมาพร้อมหลักฐานต่างๆ ที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องด้วย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ปปง. 1710 และเว็บไซต์สำนักงาน ปปง.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement