'ไอซิส' ใกล้ถังแตก!! ถูกบอมบ์หนักจนรายได้หด ต้องรัดเข็มขัด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

'ไอซิส' ใกล้ถังแตก!! ถูกบอมบ์หนักจนรายได้หด ต้องรัดเข็มขัด

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2559 05:30
24,324 ครั้ง


(ภาพ: AFP)

กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือที่รู้จักในชื่อกลุ่มไอซิส หรือ ไอเอส ซึ่งยึดครองพื้นที่หลายส่วนในประเทศอิรักและซีเรียอยู่ในขณะนี้ กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก หลังถูกระดมโจมตีอย่างหนักจากนานาชาติ ส่งผลให้รายได้ของพวกเขาลดลง เช่นเดียวกับดินแดนในการควบคุม, ประชากร และทรัพยากร จนพวกเขาต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อจำกัดการใช้เงิน

สถานการณ์ตอนนี้ของไอซิสจึงอาจมองได้ว่า กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้อาจจะกำลังใกล้ถังแตก แม้ว่าจะเคยถูกยกให้เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่รวยที่สุดในโลกก็ตาม

การต่อสู้ที่เมืองไบจี ที่ตั้งโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในอิรัก (ภาพ: AFP)

ทำไอซิสจึงรวยเร็วนัก?

จากการศึกษาของสถาบัน แลนด์ คอร์เปอเรชัน (RAND Corporation) กลุ่มไอซิสซึ่งสถาปนาตัวเองเป็นรัฐที่เรียกว่า 'คาลิเฟต' มีเงินมากมายตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะก่อการจู่โจมสายฟ้าแลบยึดพื้นที่ต่างๆ ในอิรักเมื่อปี 2014 เสียอีก โดยทรัพย์สินประมาณ 875 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากการขู่กรรโชก

ไอซิสรวยขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลัง การบุกยึดครองพื้นที่ต่างๆ โดยทางการสหรัฐฯประเมินว่า ไอซิสได้เงินประมาณ 500 ล้าน ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการปล้นธนาคารในอิรัก นอกจากนี้ยังยึดบ่อน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งทั้งในอิรักและซีเรีย และลักลอบส่งขายน้ำมัยในต่างประเทศสร้างรายได้ให้พวกเขาประมาณ 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี

แต่รายได้หลักของพวกเขามาจากการเก็บภาษีต่างๆ จากประชาชนกว่า 5 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่พวกเขายึดครอง ทั้งภาษีเงินได้, ภาษีธุรกิจ, ภาษีการขาย, ค่าธรรมเนียมเช่นการถอนเงินจากธนาคาร และบริการสาธารณะต่างๆ ซึ่งทำเงินให้พวกเขาสูงสุด 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน

นอกจากนี้ ไอซิสได้เงินจากการเรียกค่าไถ่และค่าทาสเป็นเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเมื่อปี 2015 พวกเขาบุกเข้ายึดเมืองโบราณ พัลไมรา ในประเทศซีเรียเอาไว้ได้ และนำวัตถุโบราณซึ่งประเมินค่าไม่ได้จำนวนมากไปขายในตลาดมืด สร้างรายได้ให้พวกเขากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่สถานการณ์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อนานาประเทศทั้งชาติตะวันตกและประเทศเพื่อนบ้านของซีเรียและอิรัก หันไปมุ่งเป้าจัดการแหล่งเงินทุนของกลุ่มไอซิสอย่างเต็มที่

เครื่องบินรบสหรัฐฯ บินโจมตีทางอากาศในซีเรีย (ภาพ: AFP)

นานาชาติถล่มแหล่งน้ำมันไอซิส

ในช่วงเดือนต.ค. ปีก่อน กองกำลังพันธมิตรต่อต้านไอซิส เริ่มปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันในการครอบครองของกลุ่มไอซิส เรียกว่า 'ปฏิบัติการคลื่นยักษ์ 2' (Tidal Wave II) โดยเริ่มโจมตีที่รถบรรทุกน้ำมัน, โรงแยกแก๊ส-น้ำมัน และคลังเก็บน้ำมัน

ตามการประเมินของกองกำลังพันธมิตร การโจมตีของพวกเขาเพียงแค่วันเดียวในเดือนพ.ย. สามารถทำลายรถขนน้ำมันของไอซิสได้ถึง 283 คัน ที่เมืองเดียร์ เอซซอร์ ในซีเรีย นอกจากนี้พวกเขายังมุ่งเป้าโจมตีที่โรงกลั่นน้ำมันเคลื่อนที่ของไอซิส ทำให้กลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากมายเพื่อให้ได้สินค้าที่ดี

ไอซิสเคยผลิตน้ำมันได้ถึง 50,000 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงปลายปี 2014 แต่ในปัจจุบันเป็นเรื่องยากที่จะประเมินกำลังผลิตที่ชัดเจนของพวกเขาได้ โดยพันเอก สตีฟ วอร์เรน โฆษกกองกำลังร่วมเฉพาะกิจในอิรัก ระบุว่า กำลังผลิตน้ำมันของไอซิสอาจลดลงเหลือประมาณ 34,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างแหล่งข่าวรายหนึ่งว่า กำลังผลิตน้ำมันของไอซิสเหลือไม่ถึง 20,000 บาร์เรลต่อวันแล้ว

ขณะเดียวกัน มีรายงานที่สะท้อนให้เห็นการขาดแคลนน้ำมันในดินแดนที่ไอซิสครอบครอง โดยแหล่งข่าวในภาคเหนือของซีเรียเปิดเผยว่า ราคาน้ำมันต่อบาร์เรลในเมืองนอกการควบคุมของไอซิสอยู่ที่ประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ราคาน้ำมันในเขตของไอซิสยังสูงกว่า 40 ดอลลาร์อยู่เลย ขณะที่นักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียระบุว่า ราคาแก๊สในเมืองรักกะ ฐานที่มั่นของไอซิสพุ่งขึ้นถึง 25% ไอซิสยังลดจำนวนรถยนต์ในกองยานพาหนะของพวกเขาในเมืองเดียร์ เอซซอร์ ลงจาก 60 คัน เหลือเพียง 10 คันด้วย

เครื่องบินรบรัสเซีย โจมตีทางกาศใส่รถบรรทุกน้ำมันของกลุ่มไอซิส (ภาพ: AFP)

รายได้ลดลงในหลายๆ ด้าน

แต่ทว่าปัญหาการเงินที่ใหญ่ที่สุดของไอซิสในตอนนี่คือการหดหายของรายได้จากการเก็บภาษี เนื่องจากประชาชนตัดสินใจหลบหนีออกจากดินแดนที่พวกเขายึดครอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเช่นหมอและวิศวกร ซึ่งไอซิสต้องการตัวอย่างมากจนถึงกับขู่จะยึดทรัพย์ของคนเหล่านี้ในดินแดนของไอซิส หากไม่ยอมเดินทางกลับมา

รัฐอิสลามยังถูกโดดเดี่ยวจากโลกภายนอกมากขึ้น ลักลอบส่งผลให้การขายทรัพยากรต่างๆที่อยู่ในมือพวกเขาตั้งแต่ ไฟฟ้าพลังน้ำจนถึงน้ำมัน, ปูนซีเมนต์ และข้าวสาลี ไปยังต่างประเทศได้ลำบาก ซึ่งสถานการณ์ที่ไอซิสกำลังเผชิญนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก รัฐบาลตุรกีดำเนินการปราบปรามการลักลอบค้าขายผิดกฎหมายซึ่งแพร่กระจายเป็นวงกว้างอย่างหนัก นอกจากนี้ยังเป็นเพราะไอซิสเสียการยึดครองพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนซีเรีย-ตุรกีให้แก่กองกำลังชาวเคิร์ดแล้ว

ด้านกองกำลังพันธมิตรนานาชาติก็มุ่งสังหารผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินของไอซิสหลายราย ที่โดดเด่นคือนาย อาบู ซาเลาะห์ ซึ่งพันเอกวอร์เรนระบุว่าเป็น หนึ่งในสมาชิกอาวุโสและมีประสบการทางการเงินมากที่สุดในเครือข่ายการเงินของไอซิส

ตามการวิเคราะห์ของบริษัทข่าวกรองด้านการทหาร, อากาศยาน และการคมนาคม 'ไอเอชเอส/เจนส' (IHS/Janes) ปัจจุบันไอซิสมีรายได้ลดลงเหลือเพียง 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน โดยครึ่งหนึ่งมากจากการเก็บภาษีและการยึดทรัพย์ของผู้หลบหนีออกจากดินแดนของพวกเขา ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอนำไปใช้จ่ายเหมือนที่พวกเขาเคยทำในอดีต

ไอซิสต้องจำกัดการใช้ยานพาหนะ (ภาพ: AFP)

ไอซิสต้องรัดเข็มขัด

ก่อนหน้านี้ กลุ่มไอซิสแม้จะมีรายได้มาก แต่ก็มีรายจ่ายเยอะเช่นกัน ทั้งในด้านบริการสังคมพื้นฐาน, สาธารณสุข, น้ำประปา และไฟฟ้า รวมถึงค่าซ่อมถนนและระบบระบายน้ำเสีย ซึ่งพวกเขาต้องใช้เงินส่วนนี้มากขึ้นเมื่อรัฐบาลอิรักประกาศเมื่อเดือนก.ย. 2015 ว่าจะไม่จ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลในพื้นที่ที่อยู่ภายในการควบคุมของกลุ่มไอซิสแล้ว ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นสูญเสียเงินที่เคยได้รับจากรัฐบาลไปกว่า 170 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน

จากเหตุการณ์ที่เอ่ยมาข้างต้นกับสถานการณ์การเงินที่กำลังย่ำแย่ในปัจจุบัน ทำให้กลุ่มไอซิสต้องจำกัดค่าใช้จ่ายภายในดินแดนของพวกเขา โดยในช่วงปลายปีก่อนเอกสารของ นายไอย์เมน อัล-ทามีมี ผู้ศึกษาเรื่องกลุ่มไอซิสจากคณะวิจัย 'มิดเดิล อีสต์ ฟอรัม' ในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ไอซิสลดค่าแรงของนักรบและเจ้าหน้าที่พลเรือนลงถึง 50%

อัล-ทามิมียังบอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นด้วยว่า การตัดเงินครั้งนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเพียงในเมืองรักกะ แต่เขาเน้นย้ำว่าไอซิสยังลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ อีก ทั้งการลดโบนัสให้นักรบ และปราบปรามการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นรวมถึง การจำกัดการใช้ยานพาหนะ

การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา ใส่คลังเงินของไอซิสในเมืองโมซูล ซึ่งสหรัฐฯอ้างว่าสามารถทำลายเงินสดของไอซิสได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยังกระตุ้นให้ไอซิสเพิ่มปริมาณการเก็บภาษี และเริ่มขายสิทธิในการออกจากเมืองโมซูลและฟัลลูจาห์ให้แก่ผู้ที่สามารถจ่ายเงินในราคา 1,000-2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯได้

อาบู บาคาร์ อัล-บัคดาดี หัวหน้ากลุ่มไอซิส (ภาพ: AFP)

แต่เศรษฐกิจของไอซิสยังไม่ล่มสลาย

ถึงแม้ว่าไอซิสจะเคลื่อนย้ายเงินสดเพื่อซื้อทรัพยากรต่างๆ ได้ยากขึ้น เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ร่วมมือกับรัฐบาลในอีก 30 ประเทศและองค์กรอีกมากมาย พวกเขาตัดกิ่งก้านสาขาของธนาคารที่อยู่ในดินแดนที่ไอซิสครอบครองในอิรักออกจากระบบการเงินระหว่างประเทศ แต่ไอซิสยังคงสามารถเข้าถึงผู้แลกเปลี่ยนเงินตราในอิรัก, ตุรกี และเลบานอน ที่ดำเนินกิจการนอกระบบการเงินอย่างเป็นทางการได้

นายอัล-ทามิมี กล่าวว่า อย่าได้ประเมินการไหลของเงินสดในโลกภายนอก เพราะตราบใดที่ระบบนี้ยังอยู่ เขาก็ไม่เห็นโอกาสที่จะเกิดการล่มสลายทางเศรษฐกิจขั้นหายนะจากภายในกลุ่มไอซิส แค่จะทำให้มาตรฐานการใช้ชีวิตของไอซิสยากลำบากขึ้นเท่านั้น

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    57.3%
  • ไม่ชอบ
    10.8%
  • สนุก
    13.4%
  • ประหลาดใจ
    10.5%
  • เสียใจ
    6.4%
  • ให้กำลังใจ
    1.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement