สิบโทหนุ่มขอครูสาวกะเหรี่ยงแต่ง ด้วยสินสอด 7.25 บาท ตามธรรมเนียม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สิบโทหนุ่มขอครูสาวกะเหรี่ยงแต่ง ด้วยสินสอด 7.25 บาท ตามธรรมเนียม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2559 03:45
37,972 ครั้ง


(ภาพจาก : นายคำทอง ศิริวัฒนพิเชษฐ์)

ฮือฮา! ทหารสิบโทหนุ่มขอครูสาววัดวังก์วิเวการาม ชาวกะเหรี่ยงแต่งงาน โดยอนุรักษ์ธรรมเนียมโบราณด้วยสินสอดเพียง 7 บาท 25 สตางค์ ก่อนจะรับตัวเจ้าสาวมาประกอบพิธีสมรสที่บ้านเจ้าบ่าว อันเป็นประเพณีที่มีให้เห็นกันน้อยในปัจจุบัน....

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 17 มี.ค. 59 ผู้สื่อข่าวจึงได้ทำการสอบถามเกี่ยวกับประเพณีงานแต่งงานดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยจาก นายคำทอง ศิริวัฒนพิเชษฐ์ อายุ 55 ปี เปิดเผยเกี่ยวกับงานแต่งงานในครั้งนี้ว่า งานแต่งงานนี้เป็นงานแต่งงานของบุตรชายตน คือ สิบโทปุญญพัฒน์ ศิริวัฒนพิเชษฐ์ อายุ 24 ปี ที่เป็นทหารช่าง กองพันทหารช่างที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี ได้ยกขันหมากสินสอดเป็นจำนวนเงิน 7 บาท 25 สตางค์ ไปขอ นางสาวศศินา สังขจารีต อายุ 22 ปี เจ้าสาวอดีตเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ปัจจุบันเป็นข้าราชการครูโรงเรียนวัดวังก์วิเวการาม

เจ้าบ่าวป้ายแดง กล่าวว่า ขบวนขันหมากจากบ้านตนไปยังบ้านเจ้าสาว เดิมทีเตรียมใช้ช้างแห่ไปบ้านเจ้าสาวแต่ช้างเกิดตกมัน จึงต้องเปลี่ยนมาใช้เกวียนเทียมวัวแทน พวกตนมีครอบครัวอยู่บ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 7 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นคนไทยที่มีเชื้อสายกะเหรี่ยง ดังนั้นการจัดงานในครั้งนี้จึงอยากรักษาประเพณีโบราณไว้ หลังจากแห่ขันหมากแล้วก็ได้รับตัวเจ้าสาวมาประกอบพิธีสมรสที่บ้านของตนในพื้นที่ หมู่ 7 ต.หนองลู ที่เป็นบ้านของเจ้าบ่าว โดยมีญาติของทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวร่วมงานกว่า 300 คน

นายคำทอง กล่าวต่อว่า ประเพณีการแต่งงานก็ไม่ได้แตกต่างกับขบวนขันหมากทั่วๆ ไป มีการใช้เครื่องรับไหว้คล้ายๆ กัน แต่ชาวกะเหรี่ยงชายหญิงจะแต่งกายด้วยชุดผ้าของชนเผ่ากะเหรี่ยง ซึ่งเป็นสีแดงขาว โดยมีผู้ใหญ่ในหมู่บ้านทำพิธีก่อนด้วยการใช้ด้ายผูกข้อมือให้บ่าวสาวก็จะเป็นด้ายสีแดงขาว ต่อจากนั้นทางญาติผู้ใหญ่ของทั้ง 2 ฝ่ายตามมา แตกต่างไปคือผู้ผูกข้อมือบ่าวสาวต้องปั้นอาหารที่เตรียมไว้ใส่มือบ่าวสาว ส่วนของชำร่วยก็ใช้ผ้าเช็ดหน้ามอบให้กับผู้ที่รับไหว้แทน

นายคำทอง กล่าวด้วยว่า กรณีที่สินสอดเพียง 7 บาท 25 สตางค์ คือต้องการจะรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวกะเหรี่ยงไปสืบทอดมาหลายชั่ว อายุคนแล้วให้คงอยู่ให้ชนรุ่นหลังได้สืบทอดกันต่อไป โดยทางญาติของทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการตกลงกันก่อนจะมาขอแต่งงาน ซึ่งประเพณีเช่นนี้ยังมีให้เห็นกันน้อยลงไปด้วยเช่นกัน ส่วนใหญ่แล้วเริ่มจะเลือนหายไป เมื่อพูดคุยกันรู้เรื่องทั้งสองฝ่ายจึงได้ทำตามประเพณีโบราณของลูกหลานชาว ไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงที่สืบสานกันมาจนปัจจุบัน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    83.3%
  • ไม่ชอบ
    1.4%
  • สนุก
    1.7%
  • ประหลาดใจ
    2.9%
  • เสียใจ
    3.1%
  • ให้กำลังใจ
    7.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement