ตายายเก็บเห็ดในป่าสงวน พบกองปราบ ตามคืบหน้าคดี ร้องถูกคุกคาม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ตายายเก็บเห็ดในป่าสงวน พบกองปราบ ตามคืบหน้าคดี ร้องถูกคุกคาม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 14:54
13,002 ครั้ง


ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติฯ นำสองตายาย จำเลยคดีบุกรุกตัดไม้ในเขตป่าสงวนฯ ที่ จ.กาฬสินธุ์ พบกองปราบฯ ทวงถามความคืบหน้าคดี พร้อมร้องถูกคุกคามจากชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตาเผยที่รับสารภาพเพราะคิดว่าผิดเรื่องเข้าไปเก็บเห็ดในป่าสงวน ประกอบกับอ่านหนังสือไม่ออก และมีปัญหาเรื่องการได้ยิน...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 มี.ค.59 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ได้พา นายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 4 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ จำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูป โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ

ภายหลังเข้าไปเก็บเห็ดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บ้านหนองกุงไทย หมู่ 6 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.มานพ เดื่อมทั้น รองสารวัตร (สอบสวน) กก.3 บก.ป. เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีที่ทั้งสองถูกเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวข่มขู่คุกคาม และเข้าติดตามความคืบหน้าคดีที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2557 เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ 72 ไร่ ในป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว

นายสงกานต์ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 นายอุดม และนางแดง เป็นเพียงชาวบ้านที่เข้าไปเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าดังกล่าวและได้จอดจักรยานยนต์ทิ้งไว้ในพื้นที่ด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ยกรถคันดังกล่าวไปตรวจสอบทะเบียนจนทราบว่ามีนายอุดมเป็นผู้ครอบครอง จึงมีการตั้งข้อกล่าวหาว่าทั้งสอง บุกรุกและตัดไม้ในพื้นที่ป่าแห่งนี้รวม 72 ไร่ โดยมีตอไม้ถึง 700 ตอ และมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.ยางตลาด แต่ระบุว่าทั้งสองได้บุกรุกป่าเข้าไปกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 12-19 กรกฎาคม 2553 รวม 8 วัน คดีนี้ได้มีการส่งฟ้องถึงชั้นศาล จนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นสั่งจำคุกจำเลย 30 ปี จำเลยรับสารภาพ ศาลจึงพิจารณาลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 ปี

ทนาย นำตายาย เข้าร้องกองปราบปราม



ต่อมาศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ก่อนที่จะมีการยื่นฎีกา และมีการขอความช่วยเหลือกับทางเครือข่ายฯ เนื่องจากนายอุดม จำเลยในคดีนี้ เข้าใจว่าถูกจับกุมในกรณีที่เข้าไปเก็บเห็ด ประกอบกับเป็นคนหูตึง อ่านหนังสือไม่ออก จึงจำต้องรับสารภาพในคดีจนถูกศาลพิพากษาลงโทษ

นายสงกานต์ กล่าวต่อว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์ จึงมีการช่วยเหลือด้วยการขอพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย และมีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงคดีนี้ใหม่ทั้งหมด จนปรากฏข้อเท็จจริง ปรากฏว่าจักรยานยนต์ของจำเลยในป่าดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 แต่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาตั้งแต่วันที่ 12-19 กรกฎาคม เป็นการตั้งข้อหาล่วงหน้า แค่มีหลักฐานเพียงจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้เท่านั้น รวมทั้งจากสถานะของจำเลยก็เป็นไปไม่ได้ที่จะตัดไม้กันตามลำพัง 2 คน ในพื้นที่ 72 ไร่ นอกจากนี้ในรายละเอียดต่างๆ ก็ชี้ชัดว่า หลังจากมีการร้องขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีนี้ จำเลยทั้งสองก็ถูกข่มขู่คุกคามจนต้องมีการแจ้งความดำเนินคดี

นายสงกานต์ กล่าวอีกว่า การที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้มาขอชี้แจงกับทางจำเลยอย่างละมุนละม่อมในกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ตนอยากจะชี้แจงว่ามันเลยขั้นตอนนั้นไปแล้ว นอกจากนี้เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ก็มีตำรวจพยายามจะเข้ามาหาจำเลยทั้งสอง โดยระบุว่าทาง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่จะให้แกไปรับของขวัญ เพราะสงสารทั้งสองอย่างมาก แต่ก็ปฏิเสธไป ระหว่างนั้นทางตำรวจก็มีการค้นรถโดยไม่มีหมายศาล เรื่องนี้ตนได้รายงานต่อศาลและสำนักงานคุมประพฤติได้ทราบไปแล้ว รวมทั้งได้พาจำเลยทั้งสองไปพบทางอธิบดีกรมคุ้มครองพยาน เนื่องจากทั้งสองได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าตัดไม้ในเขตป่าสงวนดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว

ด้าน ร.ต.อ.มานพ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้สอบปากคำผู้ร้องและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ดี ในส่วนของคดีเดิมที่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกป่าพื้นที่ดังกล่าวรวม 72 ไร่นั้น ขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้ว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.3%
  • ไม่ชอบ
    4.4%
  • สนุก
    0.5%
  • ประหลาดใจ
    3.7%
  • เสียใจ
    7.4%
  • ให้กำลังใจ
    75.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement