สธ. เตือน เลี่ยงใช้ขวดพลาสติกซ้ำ หากจำเป็นควรทำความสะอาดให้ถูกวิธี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สธ. เตือน เลี่ยงใช้ขวดพลาสติกซ้ำ หากจำเป็นควรทำความสะอาดให้ถูกวิธี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 12:25
18,199 ครั้ง


สธ. เตือนประชาชนเลี่ยงนำขวดน้ำพลาสติกมาใช้ซ้ำในช่วงขาดแคลนน้ำในบางพื้นที่ เสี่ยงอันตรายจากการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย หากจำเป็นต้องใช้ควรมีการทำความสะอาดที่ถูกวิธี พร้อมย้ำให้ดื่มน้ำที่สะอาดเท่านั้น เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคอุจจาระร่วง...          

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 59 นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในบางพื้นที่ของประเทศไทย กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ขาดแคลนน้ำในการบริโภคและอุปโภค จึงต้องใช้น้ำอย่างประหยัด ทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง นำขวดพลาสติกเปล่าที่ผ่านการใช้งานแล้วมาใส่น้ำเก็บไว้เพื่อดื่มหรือใช้ในครัวเรือน บางครั้งขวดพลาสติกเหล่านั้นไม่ได้ผ่านการทำความสะอาดที่ถูกวิธี โดยเฉพาะบริเวณปากขวดและฝาขวดที่เกิดจากการใช้ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ  ทำให้ขวดน้ำกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่มักพบมากในน้ำบรรจุขวดพลาสติกที่มีการเติมน้ำซ้ำๆ กันหลายครั้ง ซึ่งผลจากการเก็บน้ำดื่มบรรจุขวดโดยกรมอนามัย ตั้งแต่ปี 2554 - 2557 พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ 76.47, 72.64, 78.1 และ 73.91 ตามลำดับ พบมีการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ประชาชนจึงควรให้ความสำคัญระมัดระวังในเรื่องความสะอาด เพราะการขัดถูเพื่อล้างทำความสะอาดขวดน้ำ อาจทำให้เกิดรอยขูดขีดหรือการบุบชำรุดของขวดที่เกิดจากการนำมาใช้ซ้ำ มีแนว โน้มให้เกิดการปนเปื้อนสะสมของเชื้อโรค นอกจากนี้หากขวดน้ำตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความร้อนหรือได้รับแสงแดดอาจมีความเสี่ยงจากสารเคมีจากขวดพลาสติกปนเปื้อนลงในน้ำที่อยู่ในขวดได้

อย่างไรก็ตาม กรณีที่จำเป็นต้องนำขวดพลาสติกเก่ามาใช้ก็ควรทำความสะอาดให้ทั่วถึง และต้องสังเกตลักษณะของขวด หากมีรอยชำรุด รั่ว แตกร้าว บุบ ก็ไม่ควรนำมาใช้ หรือหากเป็นขวดที่มีการปนเปื้อนดิน ก็ควรหลีกเลี่ยงในการนำมาใช้ซ้ำเช่นกัน สำหรับพื้นที่ทุรกันดารที่ขาดแคลนน้ำสะอาด ก่อนนำมาดื่มควรต้มให้เดือดอย่างน้อย 5 นาที เก็บในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด ส่วนการนำน้ำจากแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำผิวดินแหล่งอื่นๆ มาใช้โดยตรง ควรปรับปรุงคุณภาพน้ำและฆ่าเชื้อโรคก่อน ด้วยการแกว่งสารส้มชนิดก้อนในน้ำและให้สังเกตตะกอนในน้ำ หากเริ่มจับตัวให้นำสารส้มออกตั้งทิ้งไว้จนตกตะกอน แล้วนำเฉพาะน้ำใสมาฆ่าเชื้อโรคโดยใช้หยดทิพย์ อ.32  ของกรมอนามัย ซึ่งเป็นสารละลายคลอรีนชนิดเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วน 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร หรือเติมผงปูนคลอรีนตามปริมาณที่กำหนด จากนั้นปล่อยให้มีระยะเวลาฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อย 30 นาที ก่อนนำไปใช้ ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในน้ำ
 
“ก่อนตักน้ำใส่ภาชนะบรรจุ ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์จากมือที่ไม่สะอาด รวมทั้งทำความสะอาดแก้วน้ำ ภาชนะเก็บน้ำดื่มต่างๆ หลังการใช้งานเพื่อเป็นการป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคอุจจาระร่วงที่อาจตามมาได้”.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    85.1%
  • ไม่ชอบ
    4.0%
  • สนุก
    4.0%
  • ประหลาดใจ
    2.0%
  • เสียใจ
    2.0%
  • ให้กำลังใจ
    3.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement