เตือนร้อนจัดระวัง ฮีตสโตรก! 17-19 มี.ค. นี้ จ่อทะลุ 40 องศาฯ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เตือนร้อนจัดระวัง ฮีตสโตรก! 17-19 มี.ค. นี้ จ่อทะลุ 40 องศาฯ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 12:05
1,496 ครั้ง


แพทย์ออกโรงเตือน ช่วง 17-19 มี.ค. นี้ ที่อากาศจะร้อนจัด บางพื้นที่อาจสูงถึง 42 องศาฯ เสี่ยงต่อการเป็นลมแดดหรือฮีตสโตรก ที่มีอันตรายถึงชีวิต ชี้ ถ้าพบผู้ป่วย ต้องช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายให้เร็วที่สุด...

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 59 นายพูลสิทธิ์ ศีติสาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท เผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศในช่วงนี้ไปจนถึงวันที่ 19 มีนาคม 2559 ยังคงมีความกดอากาศต่ำ เนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด แต่ในบางพื้นที่อุณหภูมิอาจแตะถึง 42 องศาเซลเซียส

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด จะทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยได้หลายโรค ได้แก่ โรคในระบบทางเดินอาหาร โรคพิษสุนัขบ้า และยังมีอีกโรคที่คนพูดถึงกันน้อยแต่มีอันตรายถึงชีวิตคือ “โรคฮีตสโตรก” หรือโรคลมแดด โดยอาการผิดปกติที่เกิดจากความร้อนมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับที่ไม่เป็นอันตราย ที่รู้จัก ได้แก่ เป็นลม มีอาการหน้ามืด เป็นตะคริว หมดแรงจากความร้อน และที่อันตรายที่สุดคือการเป็นลมแดด หรือที่การแพทย์เรียกว่า ฮีตสโตรก เป็นภาวะวิกฤติของร่างกาย จะไม่สามารถควบคุมความร้อนได้

"โรคลมแดดนี้ เป็นอาการที่เกิดจากการได้รับความร้อนมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังหรือเล่นกีฬาในภาวะอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน อาจจะเกิดขึ้นได้แม้ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง เป็นความผิดปกติที่มีความรุนแรงมากที่สุด ทำให้สมองไม่ทำงาน ไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น ระบบประสาทส่วนกลาง การทำงานของตับและไต รวมทั้งสูญเสียความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติเกิน 40 องศาเซลเซียส ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องให้การรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิต 17-70 เปอร์เซ็นต์"

ทั้งนี้ อาการสำคัญ ได้แก่ ตัวร้อนจัด ชีพจรเต้นเร็ว กระสับกระส่าย ระดับความรู้สึกตัวลดลง หมดสติ ชักเกร็ง โดยกลไกการทำงานของร่างกายหลังจากที่ได้รับความร้อนจะมีการปรับตัว โดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะภายใน เช่น สมอง ตับ และกล้ามเนื้อ เป็นต้น ทำให้ผิวหนังขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง จึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ สัญญาณสำคัญของโรคนี้คือ ไม่มีเหงื่อออก ตัวร้อนจัด ผู้ที่เป็นจะกระหายน้ำมาก ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ซึ่งต่างจากการเป็นลมแดดทั่วๆ ไป ที่จะพบมีเหงื่อออกด้วย เมื่อเกิดอาการดังกล่าวจะต้องรีบหยุดพัก ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาทันท่วงทีจะทำให้เสียชีวิตได้

"การช่วยเหลือผู้ที่มีอาการดังกล่าว ให้นำผู้ป่วยเข้าที่ร่ม จัดให้นอนราบ คลายเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบตามร่างกาย ใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน หรือเทน้ำเย็นราดลงบนตัวเลย เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็วที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาทันที".

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    81.3%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    18.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement