ฝึกนิสัยเหล่านี้เพื่อก้าวสู่พนักงานมืออาชีพ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ฝึกนิสัยเหล่านี้เพื่อก้าวสู่พนักงานมืออาชีพ

โดย Nuttaputch 17 มี.ค. 2559 10:51
7,254 ครั้ง


การเป็นคนทำงานในออฟฟิศหรือเป็นพนักงานในบริษัทก็เรื่องหนึ่ง แต่การจะเป็น​ “มืออาชีพ” นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง พูดกันง่ายๆ ก็คล้ายๆ กับว่าคนทำงานได้ ต่างจากคนทำงานเป็น และก็ต่างจากคนทำงานดีนั่นแหละ

ทีนี้ถ้าเราอยากจะเป็นคนทำงานที่ขึ้นชื่อว่า “มืออาชีพ” กับเขาบ้าง เราต้องทำอย่างไรกันล่ะ? นั่นเป็นคำถามที่คนทำงานหลายคนมีอยู่ในใจ แถมมันก็แย่ตรงที่มันก็ไม่ได้ถูกระบุอยู่ในวิชาเฉพาะเจาะจงอีกต่างหาก

ใช่ครับ การเป็น “มืออาชีพ” ไม่ใช่เรื่องที่ระบุเป็นทฤษฎีหรือข้อกำหนดเฉพาะเจาะจง จากประสบการณ์ของผมนั้น “มืออาชีพ” เป็นภาวะของคนทำงานที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ และก็เป็นที่รับรู้ได้จากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะทำงานด้วยโดยตรงหรือทางอ้อม ซึ่งแน่นอนว่าภาวะนั้นก็เกิดขึ้นจากหลายๆ อย่าง ซึ่งคงยากจะสรุปให้จบในบทความนี้ได้ แต่ผมจะลองลิสต์สิ่งสำคัญๆ ที่เริ่มทำกันได้ง่ายๆ ดูนะครับ

1. ตรงต่อเวลา

เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องเบสิกมากๆ แต่เอาจริงๆ เราก็มักจะเจอคนจำนวนมากอีกเช่นกันที่ไม่รักษาเวลา และเอาจริงๆ แล้วการรักษาเวลานั้นทำได้หลายอย่าง ตั้งแต่การไปถึงเวลาตามนัดหมาย (หรือก่อนเวลา) ใช้เวลาในการประชุมหรือคุยงานไม่ยืดเยื้อและรักษาเวลาได้พอดี

การรักษาเวลานี่เองที่เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เห็นกันทุกวันในที่ทำงานและทำให้หลายๆ คนรู้สึกถึงความรับผิดชอบของคนทำงานแต่ละคน ลองคิดดูก็ได้ว่าถ้าคุณนัดคุยงานแล้วอีกฝ่ายมาช้าไปหลายสิบนาที หรือไม่ก็จากที่เคยบอกว่าใช้เวลาคุยไม่กี่นาทีกลับยืดเยื้อไปอีกมากมาย หลังๆ คุณก็คงไม่อยากจะนัดคุยกับคนนั้นเท่าไร หากไม่ได้สำคัญจริงๆ

ด้วยเหตุนี้เอง ลองกลับมาถามตัวเราเองกันดูว่าวันนี้เรารักษาเวลากันขนาดไหน เราสามารถทำให้การนัดหมายเป็นไปตามที่ตกลงกันได้หรือไม่ อย่าลืมว่า “เวลา” เป็นสิ่งสำคัญที่หลายๆ คนลึกๆ ก็ไม่อยากเสียไปกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง และมันก็คงจะดีไม่น้อยถ้าเราไม่ใช่สาเหตุนั้น

2. ไม่ขายฝันเกินจริง

ในระหว่างการคุยงานนั้น แน่นอนว่ามันก็จะมีการพูดถึงไอเดียต่างๆ มากมายเพื่อเข้ามาแก้ปัญหาหรือสร้างโอกาสใหม่ๆ แต่ก็นั่นแหละที่เราก็จะเจอคนบางประเภทที่ฟุ้งจนจับต้องไม่ได้ บ้างก็ขายภาพสุดสวยหรูแต่ดูไม่มีทางเป็นไปได้

บอกมาแบบนี้ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ขายไอเดียใหม่ๆ หรือท้าทายความคิดนอกกรอบ หากแต่มันเองก็ต้องเป็นเหตุเป็นผล จับต้องได้ หรือสามารถทำให้อีกฝ่ายเชื่อได้ว่าจะทำได้จริง เป็นไปได้ เพราะถ้าเราอยู่กับคนที่วันๆ เอาแต่พร่ำเพ้อและไม่เห็นจะทำอะไรได้ ก็คงจะรู้สึกเบื่อเป็นแน่

3. ทำให้ได้ตามที่สัญญาไว้

หนึ่งในสิ่งที่วัดความเป็นมืออาชีพได้ดีมากคือ “ความรับผิดชอบ” หรือพูดง่ายๆ คือทำหน้าที่ตัวเองตามที่ได้ตกลงกันไว้ให้สำเร็จ เพราะนั่นคือการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเชื่อมั่นและไว้ใจที่จะสามารถมอบหมายงานต่อๆ ไปให้กับเราได้

พูดถึงตรงนี้ หนึ่งในเทคนิคที่หลายๆ คนจะพูดกันคืออย่าสัญญาหรือตกลงอะไรที่เกินตัว เพราะแม้เป้าหมายจะยิ่งใหญ่ แต่ถ้าทำไม่ได้มันก็จะถือเป็นความผิดพลาดและล้มเหลวไป ผิดกับการตั้งเป้าหมายที่อยู่บนความเป็นจริงและทำให้ได้อย่างสม่ำเสมอ นั่นแหละคือสิ่งที่จะสร้างภาพจำและความประทับใจอย่างดีให้กับตัวเรา

4. ทำให้ได้มากกว่าที่คนคาดหวัง

ข้อนี้อาจจะเป็นอะไรที่เหนื่อยหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเป็นมืออาชีพหรือคนที่หลายๆ คนยอมรับนั้นคือการสามารถทำได้มากกว่าที่หลายๆ คนคาดหวังไว้กับตำแหน่งงาน หน้าที่ หรือบทบาทของเรา พูดกันแบบง่ายๆ คือหากเราสามารถพาตัวเองไปอยู่เหนือมาตรฐานทั่วๆ ไปของคนทำงานในสายเดียวกัน มันก็ย่อมเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมไปโดยปริยาย

นอกจากนี้แล้ว การทำให้ได้มากกว่าที่คาดหวังก็จะโยงกับข้อก่อนหน้านี้ด้วย คือการที่ตกลงอะไรไว้แล้วถ้าเราสามารถทำได้มากกว่าที่ตกลงไว้ เช่น เร็วกว่า ได้ผลมากกว่า ฯลฯ มันก็ย่อมเป็นชื่อเสียงอย่างดีให้กับตัวเราด้วยเช่นกัน

อย่างที่ผมบอกนั่นแหละครับว่า นี่เป็นสิ่งที่เราสามารถเริ่มทำกันได้เลยโดยไม่เกี่ยวว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน ทำงานอะไร ในชีวิตผมเองนั้นก็เจอคนทำงานมากมายที่เข้าข่าย “สุดยอดมืออาชีพ” ตั้งแต่พนักงานเสิร์ฟอาหาร พนักงานรักษาความปลอดภัย ไล่ไปจนถึงระดับผู้บริหาร ซึ่งแม้ว่าจะบทบาทต่างกัน แต่พวกเขาก็จะมีลักษณะคล้ายๆ กันในหลายๆ อย่างเช่นนี้ล่ะครับ

Nuttaputch

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    89.7%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    2.9%
  • ประหลาดใจ
    2.9%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    4.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement