'จุฑามาศ วิศาลสิงห์' ชูจุดขายท่องเที่ยววิถีไทย ผ่านมนตร์เสน่ห์ชุมชน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'จุฑามาศ วิศาลสิงห์' ชูจุดขายท่องเที่ยววิถีไทย ผ่านมนตร์เสน่ห์ชุมชน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มี.ค. 2559 05:30
2,803 ครั้ง


ปฏิเสธไม่ได้ว่า "การท่องเที่ยว" เป็นอุตสาหกรรมหลักในการพารายได้เข้าสู่ประเทศ ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีปัญหาเข้ามามากมาย ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญฉุดรั้งความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็ยังคงมีสิ่งดึงดูดที่สำคัญ อย่างแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม จนบรรดาคนดังจากทั่วทุกมุมโลกต้องหาโอกาสเดินทางมาสัมผัส รวมถึงอาหารและศิลปวัฒนธรรม ดังนั้นแล้ว โอกาสที่การท่องเที่ยวของไทยจะกลับมาฟื้นตัวก็คงไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องใช้ฝีมือและโอกาส เพื่อผลักดันจุดเด่นที่มีอยู่ให้ชัดเจนมากกว่าเดิม

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เราได้เห็นภาพการแข่งขันของธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า รวมถึงแหล่งบันเทิง ที่ระดมทุนอัดโปรโมชั่นดึงดูดเม็ดเงินกันอย่างเต็มที่ ขณะที่ทางภาครัฐฯ เอง ก็ต้องทำหน้าที่ช่วยกระตุ้น โดยเฉพาะในส่วนของชุมชนขนาดเล็ก

ผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ กรรมการบริหารสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำประเทศไทย

วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" จะขอพาไปพูดคุยสุดพิเศษ กับ ผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ กรรมการบริหารสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำประเทศไทย ถึงโครงการ "Thailand Boutique Awards" การประกวดสุดยอดโรงแรมบูติกขนาด 3-80 ห้อง จากทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 (เฟ้นหาสุดยอดโรงแรมบูติก หนุนท่องเที่ยวไทย ตามนโยบายรัฐ)

ผศ.ดร.จุฑามาศ ในฐานะรองประธานกรรมการการตัดสินที่ 1 ได้เล่าถึงที่มาที่ไปของคอนเซปต์การประกวดสุดยอดโรงแรมบูติกครั้งนี้? 

"ในตอนแรกทุกคนที่จัดโครงการรู้สึกกังวล เพราะประกวดโรงแรมบูติกรอบนี้ ถือเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ในแต่ละปีจะมีธีมการประกวดที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย แต่ปีนี้เรามีโจทย์ คือ อยากให้เป็นไปตามนโยบายที่การท่องเที่ยวไทยคิดขึ้นมาด้วย ตอนแรกที่คิดธีม วิถีไทย ภายใต้คอนเซปต์ Colours of Thai ก็กลัวว่า คนจะไม่เข้าใจอยู่เหมือนกัน และคนก็อาจจะคิดว่า การแสดงออกตามวิถีไทยจะต้องย้อนยุค ต้องโบราณหรือไม่

สิ่งที่เราตั้งใจจะนำมานิยามในตอนแรก นึกถึงการค้นพบความเป็นไทย (Discover Thainess) ซึ่งจะมีหลายมิติมากๆ พอเอามาอยู่กับโรงแรม และเป็นโรงแรมบูติกด้วย ก็จะต้องมีการเปิดช่องว่าง พอที่จะให้ทุกคนสามารถเข้ามาอยู่ในกลุ่มคำนิยามนี้ได้ ดังนั้นแล้ว Colours of Thai จึงเป็นคำที่จะดึงไปให้เห็นถึงความหลากหลาย ซึ่งในความเป็นไทยก็มีความหลากหลาย มีความสร้างสรรค์ได้ มีมิติที่มองให้เห็นสิ่งใหม่ๆ ได้ ซึ่งพอคนพูดถึงความเป็นไทย หรือวิถีไทย ภาพที่เห็นคือรูปลักษณ์ แต่ธีมที่ใช้เราต้องการที่จะให้ไปกระตุ้นความคิดใหม่ๆ"

อาจารย์ ได้อธิบายถึงคอนเซปต์ Colours of Thai

หากคำว่า Colours of Thai ยังไม่ชัดเจนมากพอ สำหรับโรงแรมที่เข้าประกวด ผศ.ดร.จุฑามาศ ก็ได้อธิบายแกนหลักๆ เพื่อเป็นแนวทางไว้ ดังนี้

1. ความคิดสร้างสรรค์ คือ มาจากการเพิ่มมูลค่า และสร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็น
2. การดูแลเอาใจใส่แบบคนไทย
3. ต้องอยู่กับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

เมื่อโดนยิงคำถามว่า การประกวดนี้จะช่วยสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวคืออุตสาหกรรมของรัฐบาลได้หรือไม่? กูรูวงการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ ก็ได้ตอบว่า "จากการทำงานวิจัย เรื่องการท่องเที่ยวในชุมชน ทำให้เห็นเรื่องของเงินจากการท่องเที่ยว ประเทศไทยเราแค่เห็นจำนวนนักท่องเที่ยวก็ตื่นเต้นกันแล้ว แต่ถ้าดูเรื่องเงิน จะเห็นว่ามันไหลออกไป 70% จากรายได้ 2.23 ล้านล้านบาท และไม่ได้สร้างงานให้กับคนไทยเลย"

จากการคำนวณรายได้ 185 ประเทศที่เป็นสมาชิก ไทยเรามีตัวเลขรายได้อยู่ที่ระดับ 7-8 ของโลก แต่ตัวเลขรายได้ที่เข้าประเทศจริงๆ ของไทย กลับอยู่ที่อันดับ 183 ของโลก ตัวเลขรายได้ที่เห็น เป็นตัวเลขจากสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel and Tourism Council : WTTC) องค์กรภาคเอกชนระดับโลก ส่วนปัจจัยที่ทำให้เม็ดเงินที่ไหลออก คือ

1. การจ้างงานที่ไม่ใช่คนไทย สังเกตได้จากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมต่างๆ มักไม่ใช่คนไทย และตอนนี้ก็เริ่มไปถึงตำแหน่งอื่นๆ แล้ว
2. วัตถุดิบ ซัพพลายทั้งหลาย แทนที่จะใช้สินค้าไทยๆ หรือสินค้าโอทอปในการบริการลูกค้าในโรงแรม เราก็เลือกแต่นำเข้ามาแทน
3. เงินรายได้ที่ไหลออกก่อนจะมาถึงประเทศไทย เช่น การจองโรงแรม การจองสายการบิน ก็กลายเป็นการทำผ่านเว็บไซต์ชื่อดังของต่างประเทศ แทนที่จะมีการจองผ่านเว็บไซต์ของคนไทย หรือหน่วยงานไทย

ถ้าดูจากโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย โรงแรมบูติกที่มีเจ้าของเป็นคนไทย มีอยู่มากถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรายได้ที่เข้ามาก็จะไม่ออกไปไหนอย่างแน่นอน และโรงแรมบูติกก็เป็นโรงแรมขนาดเล็ก เป็นตัวต้นแบบของการจัดการ สามารถซื้อวัตถุดิบจากต้นทางที่เป็นของคนในพื้นที่ได้ง่ายกว่า จึงตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยเอสเอ็มอี ที่มาจากต้นทางนั่นเอง

อาจารย์ร่วมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

แต่นอกจากความพร้อมของตัวโรงแรมแล้ว ทางชุมชนในพื้นที่ ก็ต้องพร้อมรับนโยบายนี้เช่นกัน ซึ่งทาง ผศ.ดร.จุฑามาศ ได้เล่าว่า "ภาครัฐของไทย ทำงานแบบพ่อแม่รังแกฉันมานาน คือ เราจะช่วยอุ้มกันจนเดินเองไม่ค่อยได้ ตอนนี้จึงบอกได้เลยว่า วิธีที่ดีที่สุด ในการที่จะทำงานกับชุมชน คือ ต้องให้เค้าคิดเอง เพราะที่ผ่านมา จะบอกตลอดว่าต้องทำอะไร แต่ไม่เคยบอกว่า เค้าจะต้องคิดเองยังไง ด้านการทำท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกัน"

ทั้งนี้ เมื่อถามว่า ทุกวันนี้การท่องเที่ยวในชุมชน สามารถผลักดันการท่องเที่ยวในระดับประเทศได้หรือไม่? ก็ได้มุมมองที่น่าสนใจให้ทุกคนนำไปคิดต่อว่า "เรามักจะคิดว่าท่องเที่ยว คือ การทำเพื่อนักท่องเที่ยว ซึ่งพอตั้งโจทย์แบบนี้ทุกอย่างจะเพี้ยนหมด ไม่ว่าวางแผนอะไรก็แล้วแต่ เราจะเอานักท่องเที่ยวเป็นตัวตั้ง และทุกคนจะรู้สึกว่า เราต้องบริการยังไงให้ถูกใจที่สุด แต่จริงๆ แล้ว โจทย์ของการท่องเที่ยว คือ การทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น พอตั้งโจทย์ใหม่แบบนี้ ความคิด วิธีการ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหมดเลย"

อยากให้ตั้งโจทย์เรื่องการท่องเที่ยวใหม่

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าการท่องเที่ยวชุมชนจะช่วยผลักดันการท่องเที่ยวระดับประเทศได้หรือไม่นั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามผลกันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การท่องเที่ยวชุมชน ช่วยให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น นำสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ความเป็นวิถีไทยมาพัฒนา จนเกิดการสร้างงานที่มีคุณค่าประจักษ์แก่สายตาคนทั่วไปนั่นเอง.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    55.6%
  • ไม่ชอบ
    5.6%
  • สนุก
    11.1%
  • ประหลาดใจ
    5.6%
  • เสียใจ
    11.1%
  • ให้กำลังใจ
    11.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement