'มีชัย'ไม่ติดใจ'บิ๊กตู่' ชี้พูดแบบทหาร 'บิ๊กป้อม'แจงไม่ได้บีบกรธ. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'มีชัย'ไม่ติดใจ'บิ๊กตู่' ชี้พูดแบบทหาร 'บิ๊กป้อม'แจงไม่ได้บีบกรธ.

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มี.ค. 2559 05:40
2,630 ครั้ง


“บิ๊กป้อม” แจงไม่ได้บีบ กรธ. แต่อยากให้ร่างตามพิมพ์เขียวรัฏฐาธิปัตย์ ดัน ผบ.เหล่าทัพนั่งสภาสูงป้องกันปฏิวัติ “วิษณุ” เผยกันโควตาให้เหล่าทัพหลักประกันความมั่นคงแม่น้ำ 4 สายมั่นใจประชามติผ่าน รับ ส.ว.ลากตั้งทำได้ทั้งนั้นล้มรัฐบาล-ถอดนายกฯ “มีชัย” ยังพริ้วขอยึดเหตุผล ไม่ติดใจคำพูดนายกฯสไตล์ทหาร กรธ.ถกใบสั่ง 21 มี.ค. โยน “ซือแป๋” เเถลงปมร้อนเองรับกลัวถูกด่า “สมพงษ์” ฉะ คสช.สร้างฐาน อยู่ยาว “วัฒนา” โวยเกมเขี่ยพรรคปฏิปักษ์ไปนั่งฝ่ายค้าน แช่แข็งประชาธิปไตย 8 ปี พท.ชี้เปลือยกายล่อนจ้อนไม่มีเหนียม เหน็บชี้นิ้วสั่งไปเลยไม่ต้องผลาญงบฯ หนีไม่พ้นพวกหน้าเดิมว่อนสภาสูง “เหวง” เชื่อแต่งตัวนายกฯคนนอกรอไว้แล้ว “นิพิฏฐ์” ลั่นปาหี่อย่ามีเลยเลือกตั้ง ดักคอเซ็ตซีโร่ล้างไพ่พรรคการเมือง “องอาจ” หวั่นปม ส.ว.ลากตั้งเป็นสายล่อฟ้า “บิ๊กตู่” บ่นรำคาญคนมากกว่ายุง

จากข้อเสนอ คสช.ที่ให้แนวทางปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมีหลายปมร้อนที่สร้างความฮือฮา ทั้งที่มา ส.ว.ระบบเลือกตั้ง ส.ส. การตัดสิทธิพรรคการเมืองเสนอบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ตอกย้ำว่าอยากให้ กรธ.ปรับแก้ตามพิมพ์เขียวที่รัฏฐาธิปัตย์วางไว้

ให้ ผบ.เหล่าทัพนั่ง ส.ว.กันปฏิวัติ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 มี.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ส่งให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ยืนยันว่าข้อเสนอ คสช.ไม่ได้ไปกดดัน กรธ. เราต้องการทำช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีระยะต้นของการปฏิรูป ข้อเสนอดังกล่าวต้องการให้เกิดความชัดเจน และช่วงการบังคับใช้รัฐธรรมนูญถาวรเราไม่ได้ไปแตะต้องใดๆเลย ย้ำว่าต้องการให้ปรับปรุงในบทเฉพาะกาลเท่านั้น สำหรับข้อเสนอให้ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ มาเป็น ส.ว.สรรหานั้น เพราะไม่อยากให้รัฐประหารขึ้นอีก ผบ.เหล่าทัพจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ ขอย้ำว่าเป็นสิ่งที่ดีไม่ได้เสียหาย ประกอบกับ ส.ส.จากการเลือกตั้งมีสิทธิได้พูดจากับ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อบริหารงานของพรรคการเมืองต่างๆ

ขอให้เห็นใจนายกฯที่เสี่ยงชีวิต

ผู้สื่อข่าวถามว่า การให้ ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.สรรหา จะเสมือนการรัฐประหารซ่อนรูปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นอย่างไรรัฐประหารซ่อนรูป เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย คุณพูดเหมือนหนังสือพิมพ์บางฉบับที่พูดแบบนี้ ถามว่ามันใช่หรือ ขอยืนยันว่าไม่มี เพราะ ผบ.เหล่าทัพถ้าอยู่ในรัฐสภาก็อยู่กับ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง และพูดคุยกันได้อยู่แล้ว ให้ข้อมูลต่างๆคิดว่าเป็นเรื่องดี อยากถามว่าดีหรือไม่ เมื่อถามถึงข้อเสนอไม่ต้องให้พรรคการเมืองประกาศรายชื่อคนเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตรตอบว่า เขาจะเลือกใครก็เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ตอนนี้ยังเสรี ก็แล้วแต่เขา ไม่ต้องไปกำหนด แต่หากมีรัฐธรรมนูญถาวรถ้าจะให้ประกาศรายชื่อก่อนก็ประกาศไป อยากให้เห็นใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่เสี่ยงชีวิตเพื่อประเทศให้เกิดความสงบ เมื่อทำมาแล้วทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไปในอนาคต ฉะนั้นเราจึงวางยุทธศาสตร์ 20 ปีว่าในอนาคตเราจะเดินหน้ากันอย่างไร

ขอให้ร่างตามพิมพ์เขียวรัฏฐาธิปัตย์

เมื่อถามว่า ข้อเสนอนี้จะเปิดทางให้มีนายกฯคนนอกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า รัฐธรรมนูญเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ถ้าไม่ให้มีคนนอกก็ต้องไม่มีคนนอก แต่เราขอไม่ให้เสนอชื่อใครก่อนเท่านั้นเอง เมื่อถามย้ำว่าในอนาคตอาจมีชื่อของท่าน และ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่มีหรอก อย่าไปพูด ขอให้เลิก ผมพูดมาหลายทีแล้วว่าไม่มี” เมื่อถามว่าหาก กรธ.ยังยืนยันหลักการเดิมจะดำเนินการอย่างไร รองนายกฯตอบว่า ไม่ได้ว่าอะไร แล้วแต่ท่าน แต่อยากให้ท่านตอบมาว่าที่ทำไม่ได้มันติดขัดอะไร ในเมื่อแม่น้ำ 4 สายคิดกันอย่างนี้ตามเหตุและผล อีกทั้งนายกฯเป็นหัวหน้าคสช. และเป็นรัฏฐาธิปัตย์จะสั่งอย่างไรก็ได้ แต่ยังอะลุ่มอล่วย อยากให้เป็นประชาธิปไตย ฉะนั้นในช่วงเปลี่ยนผ่านขอให้เป็นไปตามที่นายกฯคิด และต้องเห็นใจท่าน เพราะท่านทำเพื่อประชาชนคนไทยและประเทศชาติ เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้กลุ่มการเมืองเริ่มส่งสัญญาณขยับเคลื่อนไหวทางการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ขอร้องอย่าเพิ่งขยับ เดี๋ยวปีหน้าก็ได้ขยับ เพราะจะมีการเลือกตั้งแล้ว

ยุทธศาสตร์ชาติไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่าย ได้แก่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ที่ประชุมหารือแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดย สปท.ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติเสนอรัฐบาล มีสาระสำคัญให้มีกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และอยากให้สบายใจว่าไม่มีอำนาจหรือกลไกเหมือนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปรองดองเพื่อการปฏิรูป (คปป.) อย่างที่วิจารณ์กัน ไม่มีอำนาจที่ผิดแปลกจนน่ากังวล

“วิษณุ” เผยมีสิ่งน่าวิตกหลังเลือกตั้ง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอ คสช. มาจากการประชุมแม่น้ำ 4 สาย หารือกันถึงสถานการณ์บ้านเมืองจนถึงหลังเลือกตั้ง จากการวิเคราะห์มีสิ่งที่น่าวิตก แล้วช่วยกรุณารับไว้พิจารณาเพื่อดำเนินการ จึงไม่ใช่การบังคับ และบังคับไม่ได้ อย่าลืมว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นสมาชิก คสช.คนหนึ่ง ต้องพบปะกันบ่อยครั้ง ถ้าจะบังคับขู่เข็ญกันสามารถทำได้ แต่ต้องการส่งสัญญาณไปถึง กรธ. 21 คน มากกว่าว่ามีอะไรที่เราวิตกกังวล เพราะอีก 20 คน ไม่ได้เป็น คสช. จะได้เห็นพร้อมกันทั้ง 21 คน ไม่เช่นนั้นนายมีชัยแบกภาระอยู่คนเดียว ส่วนที่นายกฯระบุจะส่งไปจนกว่า กรธ.จะพิจารณานั้น เป็นสไตล์ท่าน สื่อต่อปากมาท่านก็ต่อคำไป ไม่ใช่การกดดัน กรธ.

แจงกันโควตาเหล่าทัพนั่งสภาสูง

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงให้มี ส.ว.มากถึง 250 คน นายวิษณุตอบว่า การเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ควรเคารพ แต่ไม่อยากบิดเบือนเสียงที่มาจากการเลือกตั้งไปสู่ประโยชน์ส่วนตัว จึงต้องให้สมาชิกสภาในระยะแต่งตั้งจำนวนหนึ่งที่มากพอประมาณเข้ามามีส่วนร่วม ที่ต้องให้มี ผบ.เหล่าทัพไปเป็น ส.ว. เพราะเมื่อต้องใช้ระบบแต่งตั้ง แทนที่จะไปแต่งตั้งใครก็ขอเอาไว้ 6 ที่ อย่างน้อยทำให้อุ่นใจเกิดความรู้สึกว่าถ้าจะปรองดองกัน จะแก้ไขสถานการณ์กันจะมีคนที่เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติอยู่ เมื่อเกษียณก็ต้องพ้นจาก ส.ว.ไป เพราะเป็นโดยตำแหน่ง จะว่า ดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ เจตนาคือเพื่อรับประกันด้านความมั่นคง แม้ ผบ.เหล่าทัพจะมีสิทธิเป็นประธานวุฒิสภา แต่คงไม่มีใครเอา เพราะเป็นข้าราชการประจำ งานมากมายคงดูไม่จืด ไม่ถือว่าฝ่ายมั่นคงแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนคณะกรรมการสรรหาจะเป็นรูปแบบใด กรธ.ต้องไปกำหนดเอง คสช.คิดให้ไม่ออก ไม่กล้าคิด

แม่น้ำ 4 สายมั่นใจประชามติผ่าน

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ รองนายกฯตอบว่า ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ เพราะที่สุดต้องเข้าสู่ประชามติ แต่เราอยากเห็นรัฐธรรมนูญผ่านเอาไปใช้กับสถานการณ์บ้านเมืองได้เรียบร้อย ถ้าไม่ผ่านมาตรการทั้งหมดจะไม่ได้นำมาใช้ ก็ต้องทำรัฐธรรมนูญใหม่อยู่ดี และต้องเอาสิ่งอย่างเดียวกันไปคิดอยู่ดี เราจะตั้งหลักด้วยความรู้สึกว่าไม่ผ่านได้อย่างไร ต้องพูดในความรู้สึกว่ามันผ่าน แม่น้ำ 4 สายมีความรู้สึกว่าน่าจะผ่าน เมื่อถามว่า หากต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะไม่กระทบโรดแม็ปใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า อาจยืดไปหน่อยได้ แต่ถึงอย่างไรต้องเลือกตั้งในปี 2560 ในที่ประชุมแม่น้ำ 4 สายยังพูดกันว่า การเลือกตั้งตามโรดแม็ปยังเป็นสิ่งที่ยึดมั่นและจำเป็น แต่มีแนวโน้มจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาขึ้นช่วงเลือกตั้งระยะเริ่มต้น จึงจำเป็นต้องดูแลรักษาสถานการณ์ความมั่นคงในช่วง 5 ปีแรก เมื่อพ้นแล้วจะไปแก้รัฐธรรมนูญ เขียนกันใหม่ก็คงต้องยอม เพราะเชื่อว่าในช่วง 5 ปีนั้นบ้านเมืองน่าจะเรียบร้อยได้แล้ว

ทำได้ทั้งนั้นล้มรัฐบาล-ถอดนายกฯ

เมื่อถามว่า การยกเว้นไม่ต้องเสนอรายชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ จะเปิดช่องให้สภาผู้แทนราษฎรหยิบจับชื่อใครก็ได้มาเป็นนายกฯหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ถูก ไม่ได้ห้ามใครเลย แต่นายกฯจะมาจากพวกที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนเลือก คือ ส.ส. ไม่เกี่ยวกับ ส.ว. เมื่อ ส.ส.มี 500 คน แล้วยังไปเลือกข้างนอกอีกแล้วจะทำอย่างไร โดยหลักแล้วควรเลือกคนในพรรค เมื่อถามว่ามีการเลือกตั้งแล้ว อดีต คสช.และ ส.ว.ก็เป็นนายกฯได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ใช่ ไม่ได้ห้ามใครนอกจากข้าราชการประจำ แต่การไม่ห้ามไม่ได้แปลว่าเชียร์ให้มาเป็น เมื่อถามว่า ถ้านายกฯเป็นคนที่ ส.ว.ไม่ชอบ ก็มีสิทธิถูกถอดถอนได้ รองนายกฯตอบว่า เสียงแค่นั้นเอาออกได้หรือ เพราะเสียงครึ่งหนึ่งของรัฐสภา คือ 375 เสียง ส.ว.มี 250 คน เมื่อถามย้ำว่า แต่ถ้ารวมกับฝ่ายค้านเสียงก็จะถึงครึ่งหนึ่ง นายวิษณุตอบว่า ไม่ได้ว่าอะไร แค่ลำพัง ส.ส.ที่มี 500 คน ถ้าฝ่ายค้านมีมากก็เอาออกได้อยู่ดี เหมือนกัน ความเสี่ยงเกิดได้ทั้งหมด แต่ถ้ารัฐบาลดีมีธรรมาภิบาล ส.ว.จะได้ช่วยประคับประคอง แต่ถ้าเป็นรัฐบาลไม่ดี แต่ ส.ส.ปกป้อง เสียง ส.ส.ส่วนหนึ่งเอาออกไม่ได้ ส.ว.อาจเข้ามาได้ ดังนั้นมันเกิดได้ทั้งหมดถ้าจะสมมติ

“มีชัย” ยึดเหตุผลถกข้อเสนอ คสช.

วันเดียวกัน เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกรธ. ว่า จะหารือ กรธ.เพื่อหาแนวทางพิจารณาข้อเสนอที่ คสช.ส่งมาประกอบการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ว่าควรดำเนินการอย่างไร ขอดูเหตุและผลเป็นหลัก เพราะเวลาพิจารณาข้อเสนอเราไม่ติดใจดูว่าคนที่เสนอคือใคร หรือชื่อใด เราดูจากเหตุผลของเขา หากสิ่งใดคิดว่าดีเราก็ใส่ หากสิ่งใดไปไม่ได้เราก็ไม่ใส่ ทำมาแบบนี้มาโดยตลอด ดังนั้นตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าข้อเสนอที่ส่งมาดีหรือไม่ดี เพราะไม่ได้ร่างรัฐธรรมนูญเพียงคนเดียว ต้องฟังความเห็นสมาชิกทุกคนก่อน ตราบใดที่ยังไม่มีการปรับแก้ไข ขออย่าใจร้อนหรือไปกังวล

ไม่ติดใจคำพูดนายกฯสไตล์ทหาร

เมื่อถามว่าถ้า กรธ.ใส่ไปแล้วคนประณามควรประณามฝ่ายใด นายมีชัยตอบว่า ถ้ามันเสียกรธ.คงไม่ทำ เมื่อถามว่าข้อเสนอ คสช.ที่ส่งมานั้นถูกมองว่าต้องการสืบทอดอำนาจ นายมีชัยตอบว่า เขาบอกแล้วว่าอย่ากังวล อย่าระแวง ไม่ได้สืบทอดอำนาจ ส่วนจะกระทบโครงสร้างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.ออกแบบไว้หรือไม่นั้น เมื่อ กรธ.พิจารณาเสร็จคงบอกเหตุผลได้ เมื่อถามย้ำว่าข้อเสนอมีเจตนาต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า “คงไม่หรอกมั้ง คิดอะไรกันถึงขนาดนั้น” เมื่อถามว่านายกฯติดต่อมาขอโทษแล้วหรือไม่หลังส่งโฆษกประจำสำนักนายกฯมาเคลียร์แล้ว นายมีชัยตอบว่า ยังไม่ได้คุยกัน แต่ไม่มีอะไร ท่านพูดตามแบบทหาร พูดแล้วก็กังวลกลัว กรธ.จะคิดมาก แต่กรธ.ไม่ได้ว่าอะไร

มติ กรธ.เริ่มถก 3 ปมร้อน 21 มี.ค.

ต่อมานายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. แถลงว่า ที่ประชุม กรธ.มีมตินำข้อเสนอ คสช.มาพิจารณาวันที่ 21 มี.ค. ประเด็นนี้สังคมให้ความสนใจจึงอยากรับฟังเสียงสะท้อนให้รอบด้านก่อน กรธ.ยืนยันว่ามีความคิดเป็นอิสระตลอด ไม่ต้องกังวลแทนว่าจะถูกกดดัน เราพร้อมเงี่ยหูฟังทุกข้อเสนอ ไม่ว่าจากฝ่ายใด อยากให้ทุกฝ่ายให้กำลังใจว่าจะมีปาฏิหาริย์ ให้ผลสรุปออกมาเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ชาติที่มีผลได้ผลเสียกับทุกคน

เมื่อถามว่าการใช้คำว่าปาฏิหาริย์แสดงว่าข้อเสนอของ คสช.สุ่มเสี่ยงต่อการไม่ผ่านประชามติหรือไม่ นายอุดมตอบว่า หลังจากร่างแรกออกมาทุกข้อเสนอที่ส่งมายัง กรธ. ล้วนสุ่มเสี่ยงไม่ถูกใจทั้งสิ้น แต่ละฝ่ายต้องการไม่เหมือนกัน แต่ความเห็นของ คสช.ถือว่ามีน้ำหนัก เพราะเป็นคนบริหารชาติบ้านเมืองอยู่

รับกลัวถูกด่าให้ “ซือแป๋” เเถลงเอง

เมื่อถามว่าวันที่ 21 มี.ค. นายมีชัยควรลงมาแถลงเองหรือไม่ นายอุดมตอบว่า เห็นด้วย เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนตัวอยากให้พิจารณาเรื่องนี้จบในวันที่ 21 มี.ค. คงไม่มาแถลงเอง เพราะกลัวว่าต้องมีบทบัญญัติศัพท์ใหม่ ยืนยันว่าการทำงานของตนยังอยากมีที่ยืนในสังคม กลับไปทำงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่อยากถูกด่า จึงอยากทำให้ดีที่สุด ขณะนี้มีเรื่องสำคัญที่ กรธ.กำลังพิจารณาเรื่องหมวดว่าด้วยการปฏิรูปอีก 1 หมวด เป็นหมวดที่ 16 ของร่างรัฐธรรมนูญ สอดคล้องกับสิ่งที่ คสช.เสนอมา

หวั่นใบสั่ง คสช.กระทบประชามติ

นายเธียรชัย ณ นคร กรธ. กล่าวว่า ข้อเสนอของ คสช. ภาพรวมไม่ได้มีอะไรพิสดาร เพราะมุ่งไปที่ให้มีกลไกประคับประคองช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่รู้สึกหนักใจอะไร เข้าใจว่าคนมักเข้าใจเป็นการสืบทอดอำนาจ ทั้งที่เป็นคนละเรื่อง หากทุกคนยอมรับว่าจำเป็นต้องมีกลไกช่วงเปลี่ยนผ่าน คงไม่มีข้อห่วงกังวล ข้อเสนอดังกล่าวเป็นภาพกว้าง เหมือนต้องการฝากให้ กรธ.ไปหาแนวทางมา เราก็ต้องมาร่วมกันพิจารณาหากลไกให้สอดคล้องตามที่เสนอมา ต้องดูว่าสามารถทำได้จริง มีจุดอ่อนอะไร ส่วนตัวมองว่าข้อเสนอไม่ให้เสนอรายชื่อนายกฯก่อนเลือกตั้ง ยังไม่ชัด เพราะหากปรับแก้ตามนี้แล้วนายกฯ จะมาอย่างไร หมายถึงกลับไปใช้ธรรมเนียมปฏิบัติตามปกติใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นนายกฯจะเป็น ส.ส.หรือไม่ ก็ขึ้นกับการเสนอชื่อโดยพรรคการเมือง เมื่อถามว่าหาก กรธ.ปรับแก้ตามข้อเสนอจะกระทบต่อการทำประชามติหรือไม่ นายเธียรชัยตอบว่า ตอบยาก เชื่อว่าคงมีผลบ้าง

ยังยักท่าทำตามได้แต่ไม่หมด

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. กล่าวว่า ข้อเสนอ คสช.ถือว่าไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย ในฐานะเป็นผู้บริหารประเทศคงมองเห็นถึงปัญหาบ้านเมือง ที่ต้องได้รับการแก้ไข และต้องวางกลไกไว้เพื่ออนาคต กรธ.ต้องหารือกันว่าสามารถปรับแก้ประเด็นใดได้บ้าง และ กรธ.แต่ละคนมีความเห็นอย่างไร ยืนยันว่าร่างเสร็จทันกรอบเวลาแน่นอน แต่คงไม่สามารถปรับแก้ตามข้อเสนอ คสช.ได้ทั้งหมด เพราะบางประเด็นหากปรับแก้ตามแล้วอาจกระทบโครงสร้างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ส่วนปัญหาความขัดแย้งระหว่าง กรธ.กับ คสช. ยืนยันว่าไม่มี ทุกฝ่ายสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ต่างฝ่ายต่างพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด โดยยึดเอาประโยชน์ประเทศชาติเป็นตัวตั้ง

“เสรี” หนุนปรับกติกาตามข้อเสนอ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ข้อเสนอ คสช.มีความจำเป็นต้องใช้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพียงแต่ต้องอธิบายทำความเข้าใจให้มากขึ้น โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองที่คงต่อต้านกันหนัก ส่วนข้อเสนอให้มี ส.ว.สรรหา 250 คน สามารถลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้นั้น ไม่ถือว่าให้อำนาจ ส.ว.มากเกินไป แต่เป็นการสร้างกลไกตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้เข้มข้นขึ้น ส่วนการเปิดให้ ผบ.เหล่าทัพเข้ามาเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง 6 ที่นั่งนั้น ถือว่ามีความจำเป็น เพราะประเทศยังมีปัญหาความมั่นคง ความแตกแยกอยู่ คงไม่ใช่วางคนมาสืบทอดอำนาจ

“คำนูณ” ชี้เดินตามโจทย์นายกฯ

นายคำนูณ สิทธิสมาน สปท. กล่าวว่า ข้อเสนอ คสช. เป็นไปตามโจทย์ที่นายกฯตั้งไว้ 2 ข้อ คือ ต้องมีหลักประกันว่าการปฏิรูปจะเดินหน้าต่อได้ และถ้ามีเหตุวิกฤติเกิดขึ้นต้องมีกลไกมาดำเนินการ จึงมีข้อเสนอเข้ามารองรับในสิ่งที่นายกฯพูดไว้ ข้อเสนอ คสช.ถือว่ามีน้ำหนักมากที่ กรธ.ต้องนำไปประยุกต์ใช้ แม้จะไม่ไปปรับแก้ที่ตัวเนื้อหา แต่อาจต้องไปเพิ่มเติมในบทเฉพาะกาล เพื่อให้สอดรับกับข้อเสนอ คสช. ทั้งเรื่องที่มา ส.ว. บัตรเลือกตั้งใบเดียว และการให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อผู้มาเป็นนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า 3 คน ที่ถูกต่อต้านมาตลอด ดังนั้นเมื่อ คสช.เสนอให้ปรับปรุง กรธ.คงต้องให้ความสำคัญมาก ต้องใคร่ครวญทบทวน ปรับแก้พอสมควร เพราะเป็นข้อเสนอของรัฏฐาธิปัตย์ที่เป็นผู้เปลี่ยนแปลงประเทศ และต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ทั้งหมด

“สมพงษ์” ฉะ คสช.สร้างฐานอยู่ยาว

นายสมพงษ์ สระกวี สปท. กล่าวว่า เป็นการสร้างความอุ่นใจอยู่ยาวของ คสช. แม้จะไม่อยู่ยาวโดยตำแหน่ง แต่จะอยู่ยาวในอำนาจ โดยนำอำนาจไปฝากไว้กับเครือข่าย คสช. และผู้นำเหล่าทัพที่จะเข้ามาเป็น ส.ว.ทั้ง 250 คน สามารถควบคุมรัฐบาลได้ ต้องจับตาดูต่อไปว่าจะเพิ่มอำนาจอะไรให้ ส.ว.อีกหรือไม่ แม้ คสช.จะมีเจตนาดีเพื่อควบคุมประเทศช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย ยังมีทัศนคติไม่ไว้วางใจประชาชนและพรรคการเมือง เชื่อว่าท่าทีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่แสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยคงเป็นแค่ลูกเล่น สุดท้ายคงยอมปรับแก้ไขเนื้อหาตามที่ คสช.เสนอมาถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะนายมีชัยเป็นสมาชิก คสช. ต้องทำตามอยู่แล้ว การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็นเดิมพันวัดใจ คสช. กับพรรคการเมือง โดย คสช.มั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติแน่นอน จึงร่างรัฐธรรมนูญออกมาสุดโต่ง จะยิ่งเพิ่มดีกรีให้พรรคการเมืองต่อต้านมากขึ้น

“นิกร” จับไต๋ คปป.แปลงกายในรัฐสภา

นายนิกร จำนง สปท. กล่าวว่า เป็นเรื่องหนักของ กรธ. เพราะมาจากแม่น้ำ 4 สาย โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ คือ การวางกลไก คปป.ไว้ในรัฐสภา ให้มีแต่ ส.ว.สรรหามาควบคุมรัฐบาลจากการเลือกตั้ง การกำหนดให้มี ส.ว. 250 คน เท่ากับครึ่งหนึ่งของ ส.ส. 500 คน มีนัยทางการเมือง เพราะต้องการเสียงจาก ส.ส.ฝ่ายค้านอีก 126 เสียง ก็ถอดถอน ครม. ได้ทั้งคณะ รัฐบาลจะถูกคว่ำได้ง่ายและไร้เสถียรภาพ รวมถึงระบบการเลือก ส.ส. ทำให้พรรคใหญ่เกิดปัญหาจนอาจนำไปสู่การทะเลาะกันเองในพรรค ทำให้พรรคแตกได้ และการของดเว้นเสนอ 3 รายชื่อนายกฯล่วงหน้า จะเปิดช่องให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯแน่นอน จะนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองอีก

มองเกมตัดตอนพรรคปฏิปักษ์

ทางด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “ถ้า กรธ.ทำตาม คสช.” เห็นหน้าตาร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอล่าสุดของคสช.แล้ว เดาได้ไม่ยากว่าผู้มีอำนาจบางคนคงไม่อยาก ให้บางพรรคได้เป็นรัฐบาล หรือบางคนอาจอยากกลับมามีอำนาจอีกโดยไม่ต้องลงเลือกตั้ง จึงกำหนดสูตรเลือกตั้งที่ผิดเพี้ยนไปจากหลักการระบอบประชาธิปไตย เช่น ให้กำหนดเขตเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ทำให้มี ส.ส.จากหลายพรรคคละเคล้ากันไป ไม่มีพรรคใดได้รับคะแนนเสียงเกินครึ่ง ข้อเสนอให้มี ส.ว.สรรหาจำนวน 250 คน แต่มีอำนาจมหาศาล เพื่อสกัดไม่ให้พรรคที่ผู้มีอำนาจไม่พึงปรารถนาจัดตั้งรัฐบาลได้ บอกล่วงหน้าได้เลยว่าประเทศไทยจะมีรัฐบาลผสม โดยมีพรรคที่ประชาชนเลือกอันดับ 1 เป็นฝ่ายค้าน มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอกแต่หน้าตาคุ้นๆ โดยพรรคลำดับรองเป็นผู้เสนอ คนไทยกำลังจะมีรัฐบาลหน้าตาแบบนี้ไปอีก 2 สมัยเลือกตั้ง หรือ 8 ปีเต็ม

โวยยกข้ออ้างแช่แข็งประชาธิปไตย

นายวัฒนาระบุว่า กรธ.กำหนดให้วันที่ 15 ก.พ. เป็นวันสุดท้ายที่ คสช.สามารถส่งความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อ กรธ. แต่กลับล่วงเลยกรอบที่กำหนดไว้เกือบหนึ่งเดือน จึงเป็นความท้าทายต่อจริยธรรมของนายมีชัยและคณะ จะปฏิบัติตามข้อเสนอ ที่ถูกยื่นมาผิดกฎกติกาที่ตัวเองวางไว้หรือไม่ คสช.ให้เหตุผลสำคัญเพื่อสร้างความสงบ แต่พฤติกรรมที่ผ่านมาคนในแม่น้ำ 5 สาย กลับเป็นฝ่ายสร้างความขัดแย้งเสียเอง หากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขตามข้อเสนอ คสช. ประชาธิปไตยต้องถูกแช่แข็งไปอีก 2 สมัยเลือกตั้งหรือ 8 ปีเต็ม ยิ่งเมื่อฟังการให้สัมภาษณ์ ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวของหัวหน้า คสช. ที่แสดงความมั่นใจในอำนาจ ว่า กรธ.ต้องแก้ไขให้ จึงขอวิงวอนประชาชนทุกสี ทุกกลุ่มการเมือง ให้ลืมความขัดแย้งในอดีต จึงจะทำให้ คสช.ไม่มีข้ออ้าง

เหน็บชี้นิ้วสั่งไปเลยไม่เปลืองงบฯ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกเสียดายเวลา งบประมาณนับพันล้านบาทที่หมดไปกับกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2 คณะ แทนที่จะเดินหน้า กลับถอยหลังเข้าคลองไปหลายสิบปี ลูกหลานคนไทยภายหลังคงเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใบสั่ง เพราะเปลือยกายล่อนจ้อนอย่างไม่เหนียมอาย ความจริงนายกฯในฐานะ หัวหน้า คสช.จะเอาอย่างไร กรธ.ขัดไม่ได้อยู่แล้ว คสช.น่าจะสั่งไปตั้งแต่ต้นว่าจะเอาอย่างนี้ จะได้ไม่เสียทั้งเวลาและงบประมาณมากมาย แต่หนึ่งเสียงในใจคนที่ต้องการประชาธิปไตยให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีในประชาคมโลก จะขยายจากหนึ่งเป็นร้อย เป็นล้านในชั่วพริบตา เพราะปัญหาปากท้องประชาชนส่วนใหญ่จะโหยหารัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน

ซัดแต่งตัวนายกฯคนนอกรอแล้ว

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ข้อเสนอ คสช.เป็นการวางระเบิดเวลาทางการเมือง ที่เลวร้ายกว่าเหตุการณ์ “14 ตุลา 16” ผนวกกับ “พฤษภา 35” เพราะข้อเสนอ อาทิ ให้ ส.ว.มาจาก การสรรหาหรือแต่งตั้ง 250 คน เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญดูแลการขับเคลื่อนการปฏิรูปในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เป็นการครอบงำ ส.ส. และรัฐบาลชุดแรก และยังอยู่เพื่อครอบงำชุดถัดไป มีอำนาจควบคุมการบริหารราชการ แผ่นดิน โดยเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ และการงดให้พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนอเป็นนายกฯ มองว่าเป็นการเตรียมนายกฯคนนอกของ คสช.ไว้แล้ว

หนีไม่พ้นพวกหน้าเดิมว่อนสภาสูง

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากรวม ส.ว.สรรหา 250 คน กับ ส.ส. อีก 500 คน ห้องประชุมที่รัฐสภาคงไม่เพียงพอ ก่อนหน้านี้มีสมาชิกรัฐสภา 650 คน ยังเต็มห้องประชุมแล้ว ยิ่งถ้า ส.ว.สรรหา รวมกับ ส.ส.ฝ่ายค้านแล้ว จะสามารถล้มรัฐบาลได้ง่าย ต่อไปรัฐบาลคงอยู่ได้ไม่ถึงปี ที่สำคัญคนที่จะมาเป็น ส.ว.สรรหาคงหนีไม่พ้นพวกหน้าเดิมๆในแม่น้ำทั้ง 5 สาย ที่สุดแล้วประชาชนจะรับไม่ได้ในการทำประชามติ จึงขอให้กรธ.คิดให้รอบคอบ เพราะสุดท้ายต้องมานั่งร่างรัฐ- ธรรมนูญกันใหม่ เสียเงินที่ใช้ในการร่างไปเปล่าๆ

คาดชุดสรรหาหนีไม่พ้นคนเรือแป๊ะ

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรมและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้ ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง ถือว่าไม่เกินความคาดหมาย คสช.มุ่งมั่นที่จะอยู่ต่อเพื่อคุมรัฐบาลไปอีก 5 ปี ตรงจุดนี้ กรธ.จะเอาด้วยหรือไม่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะอย่างน้อยก็มี ส.ว.ลากตั้งอยู่แล้ว และที่ระบุว่า ส.ว.ชุดแรก ให้มาจากการสรรหาของคณะกรรมการที่เป็นอิสระและเป็นกลาง 8-10 คน อยากถามว่าแล้วใครเป็นคนตั้งคณะกรรมการนี้ ก็ไม่พ้นคนของเรือแป๊ะ ไม่มีความอิสระอยู่ดี เวลานี้บางฝ่ายอาจมองว่านายมีชัยกำลังกดดัน สำหรับตนมองว่า กำลังเล่นละคร เพราะยังไงก็พวกเดียวกัน ถ้าสุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย ก็ถอยเท่านั้นเอง นายมีชัยคุยกับ คสช.อยู่ตลอด ถ้าไม่คุยก็มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯประสานให้ สุดท้ายแล้วอยู่ที่ประชาชน พรรคการเมือง จะแทงหวยยังไง

เย้ยลูกไม้ตื้นๆหลอกเด็กยังไม่เชื่อ

นายคณิน บุญสุวรรณ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ กรธ.แถลงว่าจะลดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 7 โดยให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญเรียกนายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ประธานวุฒิสภา และประธานองค์กรอิสระ มาหารือแล้วลงมติวินิจฉัย ยังเป็นความพยายามให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยไม่ยอมให้ผ่านรัฐสภา เท่ากับให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจนิติบัญญัติแทนรัฐสภา ไม่เห็นต้องไปหาวิธีซิกแซ็กเลี่ยงบาลีให้ยุ่งยาก แต่ข้ออ้างว่าหวังลดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญเพื่อจะได้ไม่ถูกต่อว่าว่าให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญจนล้นเกินนั้น เอาไปหลอกเด็ก เด็กยังไม่เชื่อ

รัฐบาลสั่นคลอนต้องทำตัวเป็นเด็กดี

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นัยข้อเสนอ คสช. คือ คสช.เลือกที่จะไม่ตั้งองค์กรใหม่ แต่ใช้องค์กรเก่าอย่าง ส.ว.แต่งตั้ง เข้ามาควบคุม หรือค้ำจุนสถานะของรัฐบาลหน้าได้ เพราะสามารถอภิปรายซักฟอกรัฐบาลหรือรัฐมนตรีได้ มีจำนวน 250 คน ถือเป็นครึ่งหนึ่งของ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง ถือว่าวางระบบควบคุมรัฐบาลได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะเสียง ส.ว. 250 เสียง รวมกับ ส.ส.ฝ่ายค้านอีกเล็กน้อย สามารถคว่ำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ทันที ดังนั้นรัฐบาลหน้าจะอยู่ต่อได้ต้องทำตัวเป็นเด็กดี อยู่ใต้อาณัติ ส.ว.แต่งตั้ง อย่างนี้ไม่ใช่ระบบประชาธิปไตย

ปาหี่หลอกลวงอย่ามีเลยเลือกตั้ง

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ความคิดนี้มาจากพื้นฐานกลัวเสียงข้างมาก ที่พรรคการเมืองบางพรรคเคยใช้ในทางที่ผิดทำให้บ้านเมืองเสียหาย แต่ไม่ใช่หลักประชาธิปไตย เพราะหาก คสช.กลัวการใช้เสียงข้างมากในทางที่ผิด ต้องใช้ระบบกฎหมายเข้ามาควบคุม พร้อมการปลูกฝังค่านิยมสังคมใหม่ในเยาวชนรุ่นใหม่แทน แต่ถ้า กรธ.ยอมบัญญัติตาม คสช. เห็นว่าอย่ามีเลยรัฐธรรมนูญแบบนี้ อย่ามีการเลือกตั้งเลย ให้เขาอยู่ต่อไปอย่างนี้ เพราะมันปาหี่หลอกลวงคนไทย ให้ ส.ว.แต่งตั้งคุม ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่มีที่ไหนในโลกทำกัน

ดักคอเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองใหม่

เมื่อถามว่าแต่ คสช.ยอมให้ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบตามที่พรรคการเมืองเรียกร้องแล้ว นายนิพิฏฐ์ตอบว่า ยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ คสช.เสนอ อย่างนี้มันหงายหลังล้มเลย แถมหัวฟาดพื้นอีกต่างหาก ยังไม่รวมการเสนอแนวคิดให้ใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ที่เหมือนดูดี แต่ให้เลือก ส.ส.ได้แค่คนเดียวจากที่พรรคส่งลงสมัคร 3 คน เป็นการออกแบบทำลายความเข้มแข็งของพรรคการเมือง คสช.อ้างว่าเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่แข่งขันระหว่างพรรค แต่ถ้าใช้ระบบนี้จะยิ่งแตกแยก ขัดแย้งรุนแรงลึกถึงระดับรากหญ้าและครอบครัว เพราะพรรคเดียวส่งสมัคร 3 คน แต่เลือกได้แค่ 1 คน ในพรรคเดียวกันยังแข่งกันเองมองหน้าไม่ติด ทำให้นึกถึงคำพูดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พูดไว้ว่า เขาเคยมีแนวคิดที่จะ “เซ็ตซีโร่” พรรคการเมืองทั้งหมด คือยุบทุกพรรค ชี้ให้เห็นว่า คสช.ยังมีแนวคิดนี้ หวังว่านายมีชัยจะไม่รับลูกข้อเสนอที่ขัดหลักประชาธิปไตยนี้

หวั่น ส.ว.ลากตั้งเป็นสายล่อฟ้า

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้จะให้มีคณะกรรมการสรรหา ส.ว. แต่ไม่มีหลักประกันว่าจะมีอิสระ เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ เป็นไปได้สูงที่ผู้มีอำนาจมีส่วนพิจารณา และมีคำถามว่าการให้ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ มาเป็น ส.ว.โดยตำแหน่งนั้น ไม่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามปกติเพื่อพิทักษ์รักษาความมั่นคงความสงบเรียบร้อยหรืออย่างไร และจะช่วยทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไร กรธ.ต้องอธิบายให้ได้เพราะอาจเป็นชนวนสายล่อฟ้า ส่วนที่มานายกฯ กรธ.ต้องเขียนให้ชัดเจน ไม่ให้ถูกตีความได้ว่าเปิดกว้างให้นายกฯคนนอกมาได้สะดวกขึ้น

เด็ก ปชป.ซัดไม่ได้ดูกับดักตัวเอง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอ คสช.เปรียบเป็นใบสั่งที่อาจนำไปสู่ทางตัน ไม่เป็นผลดีที่ คสช.ทำให้สังคมเห็นว่า กรธ.เป็นลูกไก่ในกำมือ เมื่ออาสาเข้ามาปฏิรูปประเทศไม่ควรหักด้ามพร้าด้วยเข่า คสช.อ้างถึงกับดักทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยไม่ดูว่าตัวเองก็คือกับดักประชาธิปไตยเช่นกัน หากเกรงว่าเจตนารมณ์ ที่หวังดีต่อประเทศจะล้มครืนลงจึงต้องสืบทอดอำนาจในรูปแบบต่างๆ ควรเขียนรัฐธรรมนูญให้ชัดว่า ไม่แสวงหาอำนาจต่อ ขอทำเพื่อส่วนรวมและประเทศแท้จริง ควรบัญญัติกลางๆไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป รวมถึงระบบการเลือก ส.ส. ที่ทำให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอสมใจผู้มีอำนาจบางคน คสช.ควรยึด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นต้นแบบ ที่เคยเอ่ยว่า “ผมพอแล้ว”

เชื่อ “มีชัย” กุมขมับแป๊ะพายเรือวน

นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เห็นใจนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. คงเสียคนหนเดียวหมดค่าแล้วกับความเชื่อถือที่ว่าเป็นนักเขียนรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย เห็นชัดว่า คสช.อยากได้อะไร ต้องการให้ ส.ว.แต่งตั้งมาคุมเกม ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ใช่ 5 ปีอย่างที่บอกแน่ ป่านนี้นายมีชัยคงนอนกุมขมับ อย่างว่าท่านลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ แป๊ะพาพายเรือวน ก็ต้องวนตาม ข้อเสนอแต่ละอย่างแม้รัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ แป๊ะได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง ใครจะด่าว่าอย่างไร แต่ตนขอชมจากใจที่เปิดหน้า เล่นโป๊ เปลือยล่อนจ้อน ให้ประชาชนเห็นแบบนี้ดีแล้ว

กรธ.กระอักกระอ่วนทำงานลำบาก

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า ข้อเสนอ คสช.ไม่ใช่ข้อเสนอที่ผิด เพราะเรารู้เป้าหมายของ คสช.ที่เข้ามา เขาคิดว่ากลุ่มการเมืองมีปัญหาจึงต้องมาแก้ไข ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องของการสืบทอดอำนาจ แต่หากยังคำนึงถึงกรอบประชาธิปไตย ข้อเสนอดังกล่าวจะมีแต่สร้างปัญหา เพราะยังมีกลุ่มการเมืองที่ยึดถือระบบต้องการแสดงบทบาท และออกมาสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง สิ่งที่ตามมาคือความขัดแย้งที่ไม่รู้จบ ข้อดังกล่าวทำให้ กรธ.มีปัญหาแน่นอน เราต้องไม่ลืมว่า กรธ. เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทั้งนั้น แม้ถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกัน แต่ทำแบบนี้เหมือนไม่ให้เกียรติกัน ทำให้การทำงานของ กรธ.ลำบาก

วางยาไว้เกิดอะไรต้องรับผิดชอบ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ขณะนี้คงไปกระโดดขวางแม่น้ำ 4 สายที่กำลังไหลเชี่ยวกรากไม่ได้ แต่ในอนาคตหากเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ต้องมีคนรับผิดชอบ เพราะข้อเสนอ คสช.เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว ถือเป็นการวางยาประเทศไทย ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงที่เขียนข้อเสนอดังกล่าว โดยกล่าวอ้างจับประชาชนเป็นตัวประกัน และวางยาประเทศไทย ที่จะก่อให้เกิดปัญหาวิกฤติตามมา หากจะขออยู่ในอำนาจต่ออีก 5 ปี ขอให้บอกกับประชาชนตรงๆ

นายกฯบ่นรำคาญคนมากกว่ายุง

ช่วงเช้าเวลา 09.00 น. ที่สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตเรลลิงค์ มักกะสัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานกล่าวเปิดงานประชุมวิชาการและแสดงนิทรรศการอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางไทยครั้งที่ 2 หัวข้อ “ผลิตชิ้นส่วนระบบรางอย่างไรให้ได้มาตรฐาน” ว่า ตอนเช้าแทนที่จะอารมณ์ดีอ่านข่าวเรื่องรัฐธรรมนูญ ประชามติ ประชาธิปไตย ปวดหัวไปหมด ขอให้ทุกคนช่วยกันตั้งใจทำแต่สิ่งดีๆ ตามให้ทันว่าอะไรเป็นอะไร วันนี้มองดอกไม้ก็เจอยุงรำคาญทั้งยุงทั้งคน แต่คนจะเยอะกว่ายุง และน่ารำคาญกว่ายุง เราต้องเดินหน้าประเทศโดยมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูป และกลไกที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เดินไปข้างหน้าได้ รัฐบาลวางอนาคตให้สำหรับทุกคน ไม่เคยคิดถึงผลประโยชน์ รัฐบาลต่อไปก็ต้องทำให้สอดคล้องและต้องเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่า หากไม่เกิดความขัดแย้งการพัฒนาจะเริ่มต้นได้ในปีนี้

ข้องใจโดนทวงสัญญาโปรเจกต์น้ำ

นายกฯกล่าวต่อว่า อยากให้นักการเมือง ข้าราชการ และทุกคน เลิกมองแต่ตัวเอง ให้มองอนาคตประเทศ และพัฒนาร่วมกัน อยากให้ใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้พัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด แม้รัฐบาลนี้จะไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่มีหลายคนหลายประเทศมั่นใจว่าเราจะเดินหน้าไปได้ มาสนับสนุนตนให้พัฒนาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย ประเทศไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม ยิ้มตลอด แต่ยิ้มไปทะเลาะไป ยืนยันจะเร่งรัดตรวจสอบการทุจริตทั้งหมด เพราะถูกจับตามอง เข้ามาจัดระเบียบประเทศให้ปลอดคอร์รัปชัน เวลาไปต่างประเทศก็ถูกทวงถามถึงโครงการต่างๆที่สัญญากันไว้ เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ เลยสงสัยว่าเสียเงินเสียทองให้ใครไปหรือไม่ จึงอยากให้บอกมาเลยจ่ายให้ใครจ่ายไปเมื่อไหร่ หากมีการทุจริตเป็นเรื่องของศาลที่จะพิจารณา และขออย่ามาวิ่งเต้นกับตนเพราะรำคาญ หากทำได้ก็จะทำหากไม่ได้ก็ไม่ทำ

ฮึ่มอย่ามุ่งอำนาจแยกประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้ต้องมุ่งที่ความเข้าใจ ไม่ใช่มุ่งแต่อำนาจ ใครจะรักหรือชอบใครไม่ว่า ขออย่าเกลียดประเทศและแยกประชาชน เหมือนเพลงชาติไทยที่บอกว่ารวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเป็นประชารัฐที่เราร้องกันทุกวัน แต่ก็ทะเลาะกันทุกวัน เพราะมาจากหลายเชื้อชาติ ใครไม่เข้าใจก็ช่าง แต่ต้องรวมกันเป็นประชารัฐ วันนี้รวมกันได้จะแตกกันอีก แต่ตนไม่ยอมอยู่แล้ว ทุกคนต้องร่วมมือกันให้ได้อย่าหวงอำนาจ เพราะอำนาจเป็นของประชาชน เรามารับใช้ประชาชน ตนไม่ใช่นักการเมืองจึงไม่ทำแบบนักการเมือง

สั่งผู้ร่วมประชุมเอกเซอร์ไซส์แก้ง่วง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างกล่าวบรรยายช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมลุกขึ้นยืนชูมือยืดเส้นยืดสายหายใจเข้าออก 4 รอบ แล้วสั่งให้เอียงซ้าย-ขวา หลังจากมองเห็นบางคนมีอาการง่วงไม่สนใจฟัง โดยบอกว่านำแนวคิดแก้ง่วงมาจากญี่ปุ่นเพื่อขจัดอาการง่วง ก่อนจะกล่าวต่อว่า จากนี้ไทยจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ในภูมิภาค ต้องสร้างแรงจูงใจการลงทุนเรื่องสิทธิประโยชน์กับนักลงทุน ส่วนคำสั่งมาตรา 44 ที่อนุญาตเปิดประมูลโครงการต่างๆนั้น ไม่ได้สั่งยกเลิกรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แต่อยากให้เกิดความรวดเร็วหรือทำแบบคู่ขนานกันไป ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้ง พร้อมดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หากโครงการไหนควรทำก็ต้องทำ ขออย่าบิดเบือน เว้นแต่พวกที่ไม่รักษากฎหมาย ที่กฎหมายปกติยังไม่เคารพ

ผบ.เหล่าทัพตบเท้าเดินตามผู้นำ

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวว่า จากการทำงานร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ทั้ง 2 ท่านทำงานด้วยความทุ่มเทเสียสละ เพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ดังนั้น เรื่องที่ให้แนวทางมองว่าท่านคิดดีแล้ว กองทัพจะยึดถือเเนวทางนี้และจะนำไปปฏิบัติ เปรียบประชาธิปไตยของไทยเหมือนต้นไม้ต้นใหญ่มหึมา กว่าจะฝังรากและแข็งแรง ต้านลมได้ เราต้องช่วยกันประคับประคองไปสักพัก แนวทางนี้ดีแล้ว ส.ว.สรรหามีความหมายกับการประคับประคองชาติให้เดินไปข้างหน้า ส่วนข้อเสนอให้ ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.โดยตำแหน่งนั้น เชื่อมั่นและมั่นใจในตัว พล.อ.ประยุทธ์ และระบบสรรหา ว่าจะหาคนดี มีประสิทธิภาพ คุณภาพ ให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้แน่นอน

“บิ๊กป้อม” ย้ำใช้เงินภาษีให้คุ้มอย่าโกง

วันเดียวกัน เวลา 08.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสวนาโครงการ “กลาโหมโปร่งใสไร้คอร์รัปชัน” โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้แทนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง พล.อ.ประวิตร กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า กระทรวงกลาโหมเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญเพราะต้องสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ยืนยันว่ากระทรวงนี้ไม่ได้เป็นกระทรวงที่หาเงิน แต่เป็นกระทรวงที่ใช้เงินภาษีราษฎร ดังนั้นเงินที่เราใช้ทุกอย่างจะต้องคุ้มค่า การเข้ามาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพื่อให้ไร้ความขัดแย้ง ไม่ให้มีคอร์รัปชันและให้เกิดความโปร่งใส พวกเราทุกคนต้องยึดถือสิ่งที่นายกฯ คาดหวังให้ประเทศไร้ความขัดแย้ง และเกิดความสงบอย่างแท้จริง

อาเซียนร่วมมือแก้ปัญหาก่อการร้าย

อีกเรื่อง พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวถึงการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียนว่า หารือถึงเรื่องภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การก่อการร้าย ภัยธรรมชาติ และโจรสลัดช่องแคบมะละกา ได้บอกถึงความสำเร็จกับทุกประเทศว่าจะเกิดขึ้นได้ก็เมื่อมีการลงนามทำความเข้าใจ เพิ่มความ ร่วมมือให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดทั้ง 10 ประเทศมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นดีอยู่แล้ว

แนะเลือกตั้งเร็วขึ้นฟื้นเศรษฐกิจ

น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ล่าสุดทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลออกมายอมรับแล้วว่าเศรษฐกิจของไทยจะฟุบยาวถึง 2 ปี ต่างกับก่อนหน้านี้ที่ยืนยันมาตลอดว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ผล แสดงให้เห็นว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเริ่มถอดใจ และยอมรับความเป็นจริงว่าไม่มีหนทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ นับจากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้งตามโรดแม็ป เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่มีทางดีขึ้นเลย ประชาชนจะเดือดร้อนแสนสาหัส หากคิดว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ควรจะเลื่อนการเลือกตั้งให้เร็วขึ้น นำรัฐธรรมนูญที่เป็นสากลมาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติ ยิ่งกลับสู่ประชาธิปไตยเร็วเท่าไหร่เศรษฐกิจจะฟื้นเร็วขึ้นเท่านั้น

ปธ.สภาเบลารุสเยี่ยมคารวะ“บิ๊กตู่”

ต่อมาช่วงเย็น ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายวลาดิมีร์ อันเดรเชนโก ประธานสภาผู้แทนราษฎรสาธารณรัฐเบลารุส เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของ สนช. ระหว่างวันที่ 15-18 มี.ค. โดยนายกฯหวังว่าไทยและเบลารุส จะเปิดเส้นทางเชื่อมการค้า การลงทุน พร้อมเสนอให้เบลารุสพิจารณา เข้ามาลงทุนในไทย และการพบกันครั้งนี้ได้เห็นพ้องลงนามความตกลงความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การศึกษา การวิจัยและพัฒนาความมั่นคง และเบลารุส ให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    23.8%
  • ไม่ชอบ
    42.6%
  • สนุก
    16.2%
  • ประหลาดใจ
    0.1%
  • เสียใจ
    1.5%
  • ให้กำลังใจ
    15.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement