วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลหวยไทยรัฐงวดนี้จะออกอะไร ติดตามผลหวยงวดนี้ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เช็คหวยและตรวจสลากที่ต้องต้องแม่นยำ
ผลหวยไทยรัฐงวดนี้จะออกอะไร ติดตามผลหวยงวดนี้ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เช็คหวยและตรวจสลากที่ต้องต้องแม่นยำ

ถึงเวลาขยายโอกาสการลงทุนสู่ “อาเซียน”

“เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” หรือที่เรียกกันว่า “อาเซียน” เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตา เพราะเมื่อรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เข้าด้วยกันแล้ว จะมีขนาดเศรษฐกิจ (GDP) กว่า 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จัดเป็นอันดับ 7 ของโลก ขณะที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน หรือเกือบ 10% ของประชากรทั่วโลก และคาดหมายว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างปี 2016-2017 เฉลี่ยกว่า 5% ต่อปี สำหรับประเทศหลัก 5 ประเทศ (ASEAN-5 ประกอบด้วยไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์) ทำให้ไม่อาจมองข้ามการลงทุนในตลาดอาเซียนไปได้

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาสัดส่วนของมูลค่าตลาดต่อขนาดเศรษฐกิจ (Market Cap/GDP) ในบางประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย พบว่ายังคงมีสัดส่วนที่ต่ำ (ระดับ 45%) เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา (ระดับ 115%) แสดงให้เห็นว่ายังมีโอกาสที่จะเติบโตเพิ่มได้อีกในอนาคต

ปัจจัยหลักที่เกื้อหนุนให้เศรษฐกิจอาเซียนเติบโต ได้แก่

ประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก (Young Demographic) คนกลุ่มนี้จะเติบโตเป็นคนวัยทำงานในภาคแรงงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศอาเซียนไร้ความกังวลเรื่องปัจจัยการผลิตด้านแรงงาน เพื่อรองรับการผลิตสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ความเปลี่ยนแปลงสู่สังคมเมือง (Urbanization) เมืองขยายตัวขึ้นมาก คาดว่าในปี 2030 จะมีประชากรกว่า 90 ล้านคน หรือ 43% อาศัยอยู่ในเมือง ที่ใดมีชุมชนเมือง ที่นั่นย่อมมีการบริโภค เกิดความต้องการในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปูนซิเมนต์ เหล็ก หรือสิ่งทอ เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน การบริการ และการส่งออก การเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมเมืองยังช่วยสร้างธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น

คนชั้นกลางเพิ่มขึ้น (Rising middle class) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1 ใน 4 ของประชากรในปี 2010 เป็น 2 ใน 3 ของประชากรในปี 2030 คนกลุ่มนี้จะขยายตัวและเติบโตเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้สูง ย่อมปรารถนาคุณภาพชีวิตที่สุขสมบูรณ์ นำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี

เงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) อาเซียนเป็นเป้าหมายของเงินลงทุนจากนานาชาติ ในปี 2013 สมาชิกหลักทั้ง 5 (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย) สามารถดึงเม็ดเงินลงทุนได้เกือบ 1.3 แสนล้านเหรียญ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเชื่อมั่นในภูมิภาคแห่งนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมกลุ่มเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” ยิ่งช่วยให้ภูมิภาคแห่งนี้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่สำคัญแห่งหนึ่ง จึงเป็นโอกาสดีที่จะลงทุนในหุ้นของบริษัทในกลุ่มประเทศอาเซียนผ่าน กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASEAN) กองทุนใหม่จาก กองทุนบัวหลวง ที่จะเฟ้นหาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีในแต่ละประเทศอาเซียนเข้าสู่พอร์ตกองทุน ด้วยวิธีจัดพอร์ตลงทุนแบบวิเคราะห์เป็นรายบริษัท (Bottom-up) พร้อมกับประเมินภาพรวมเศรษฐกิจ (Top-Down) ประกอบกัน

โดยกองทุนบัวหลวงยึดมั่นในหลักบริหารกองทุน โดยคำนึงถึง 3P ได้แก่ กระบวนการลงทุน (Process) ที่คัดเลือกตราสารลงทุนโดยมุ่งปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีความสามารถทำกำไรชัดเจน และสามารถลงทุนได้ในระยะยาว รวมทั้งจับจังหวะเข้าซื้อขายที่ดี นั่นคือ Good Stock + Good Trade = Good Performance ปรัชญาการลงทุน (Philosophy) ที่เน้นผลตอบแทนในระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ ลงทุนอย่างรอบคอบ ไม่เสี่ยงมากจนเกินควร รวมทั้งยังมีบุคลากร (People) ที่ทำงานกันเป็นทีมเวิร์ค จัดสรรบุคคลากรที่สนใจและชำนาญตามประเภทของหลักทรัพย์/ตราสารที่จะลงทุน โดยเฉพาะ B-ASEAN ยังจัดแบ่งนักวิเคราะห์รับผิดชอบเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรมในแต่ละประเทศ และให้มีการเดินทางไป Company Visit พบปะกับผู้บริหารของบริษัทด้วยตนเองอีกด้วย

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASEAN) เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 23-29 มีนาคม 2559 นี้ ราคาหน่วยละ 10 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขั้นต่ำของการเปิดบัญชีครั้งแรกและซื้อครั้งถัดไปที่ 500 บาท

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ สาขาธนาคารกรุงเทพ โทร. 1333 www.bangkokbank.com หรือ กองทุนบัวหลวง โทร. 0-2674-6488 กด 8 www.bblam.co.th

การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น)/ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงาน ก่อนตัดสินใจลงทุน/กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้อยู่ในดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

อ้างอิง
• ข้อมูล GDP รวมของกลุ่มประเทศอาเซียน จาก Bloomberg Consensus และ BBLAM ปี 2015
• ข้อมูลจำนวนประชากรในกลุ่มประเทศอาเซียนและคาดการณ์จำนวนประชากรในปี 2010 และ 2030 จาก McKinsey Global Institute Cityscope Database
• ข้อมูลอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอาเซียนระหว่างปี 2016-2017 จาก Bloomberg Consensus และ BBLAM ปี 2015
• ข้อมูล Market Cap/GDP จาก Bloomberg Consensus ปี 2015
• ข้อมูล FDI ในปี 2013 จาก UNCTAD