ถึงเวลาขยายโอกาสการลงทุนสู่ “อาเซียน” - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ถึงเวลาขยายโอกาสการลงทุนสู่ “อาเซียน”

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 06:01
2,195 ครั้ง


“เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” หรือที่เรียกกันว่า “อาเซียน” เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตา เพราะเมื่อรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เข้าด้วยกันแล้ว จะมีขนาดเศรษฐกิจ (GDP) กว่า 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จัดเป็นอันดับ 7 ของโลก ขณะที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน หรือเกือบ 10% ของประชากรทั่วโลก และคาดหมายว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างปี 2016-2017 เฉลี่ยกว่า 5% ต่อปี สำหรับประเทศหลัก 5 ประเทศ (ASEAN-5 ประกอบด้วยไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์) ทำให้ไม่อาจมองข้ามการลงทุนในตลาดอาเซียนไปได้

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาสัดส่วนของมูลค่าตลาดต่อขนาดเศรษฐกิจ (Market Cap/GDP) ในบางประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย พบว่ายังคงมีสัดส่วนที่ต่ำ (ระดับ 45%) เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา (ระดับ 115%) แสดงให้เห็นว่ายังมีโอกาสที่จะเติบโตเพิ่มได้อีกในอนาคต

ปัจจัยหลักที่เกื้อหนุนให้เศรษฐกิจอาเซียนเติบโต ได้แก่

ประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก (Young Demographic) คนกลุ่มนี้จะเติบโตเป็นคนวัยทำงานในภาคแรงงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศอาเซียนไร้ความกังวลเรื่องปัจจัยการผลิตด้านแรงงาน เพื่อรองรับการผลิตสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ความเปลี่ยนแปลงสู่สังคมเมือง (Urbanization) เมืองขยายตัวขึ้นมาก คาดว่าในปี 2030 จะมีประชากรกว่า 90 ล้านคน หรือ 43% อาศัยอยู่ในเมือง ที่ใดมีชุมชนเมือง ที่นั่นย่อมมีการบริโภค เกิดความต้องการในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปูนซิเมนต์ เหล็ก หรือสิ่งทอ เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน การบริการ และการส่งออก การเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมเมืองยังช่วยสร้างธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น

คนชั้นกลางเพิ่มขึ้น (Rising middle class) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1 ใน 4 ของประชากรในปี 2010 เป็น 2 ใน 3 ของประชากรในปี 2030 คนกลุ่มนี้จะขยายตัวและเติบโตเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้สูง ย่อมปรารถนาคุณภาพชีวิตที่สุขสมบูรณ์ นำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี

เงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) อาเซียนเป็นเป้าหมายของเงินลงทุนจากนานาชาติ ในปี 2013 สมาชิกหลักทั้ง 5 (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย) สามารถดึงเม็ดเงินลงทุนได้เกือบ 1.3 แสนล้านเหรียญ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเชื่อมั่นในภูมิภาคแห่งนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมกลุ่มเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” ยิ่งช่วยให้ภูมิภาคแห่งนี้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่สำคัญแห่งหนึ่ง จึงเป็นโอกาสดีที่จะลงทุนในหุ้นของบริษัทในกลุ่มประเทศอาเซียนผ่าน กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASEAN) กองทุนใหม่จาก กองทุนบัวหลวง ที่จะเฟ้นหาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีในแต่ละประเทศอาเซียนเข้าสู่พอร์ตกองทุน ด้วยวิธีจัดพอร์ตลงทุนแบบวิเคราะห์เป็นรายบริษัท (Bottom-up) พร้อมกับประเมินภาพรวมเศรษฐกิจ (Top-Down) ประกอบกัน

โดยกองทุนบัวหลวงยึดมั่นในหลักบริหารกองทุน โดยคำนึงถึง 3P ได้แก่ กระบวนการลงทุน (Process) ที่คัดเลือกตราสารลงทุนโดยมุ่งปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีความสามารถทำกำไรชัดเจน และสามารถลงทุนได้ในระยะยาว รวมทั้งจับจังหวะเข้าซื้อขายที่ดี นั่นคือ Good Stock + Good Trade = Good Performance ปรัชญาการลงทุน (Philosophy) ที่เน้นผลตอบแทนในระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ ลงทุนอย่างรอบคอบ ไม่เสี่ยงมากจนเกินควร รวมทั้งยังมีบุคลากร (People) ที่ทำงานกันเป็นทีมเวิร์ค จัดสรรบุคคลากรที่สนใจและชำนาญตามประเภทของหลักทรัพย์/ตราสารที่จะลงทุน โดยเฉพาะ B-ASEAN ยังจัดแบ่งนักวิเคราะห์รับผิดชอบเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรมในแต่ละประเทศ และให้มีการเดินทางไป Company Visit พบปะกับผู้บริหารของบริษัทด้วยตนเองอีกด้วย

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASEAN) เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 23-29 มีนาคม 2559 นี้ ราคาหน่วยละ 10 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขั้นต่ำของการเปิดบัญชีครั้งแรกและซื้อครั้งถัดไปที่ 500 บาท

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ สาขาธนาคารกรุงเทพ โทร. 1333 www.bangkokbank.com หรือ กองทุนบัวหลวง โทร. 0-2674-6488 กด 8 www.bblam.co.th

การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น)/ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงาน ก่อนตัดสินใจลงทุน/กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้อยู่ในดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

อ้างอิง
• ข้อมูล GDP รวมของกลุ่มประเทศอาเซียน จาก Bloomberg Consensus และ BBLAM ปี 2015
• ข้อมูลจำนวนประชากรในกลุ่มประเทศอาเซียนและคาดการณ์จำนวนประชากรในปี 2010 และ 2030 จาก McKinsey Global Institute Cityscope Database
• ข้อมูลอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอาเซียนระหว่างปี 2016-2017 จาก Bloomberg Consensus และ BBLAM ปี 2015
• ข้อมูล Market Cap/GDP จาก Bloomberg Consensus ปี 2015
• ข้อมูล FDI ในปี 2013 จาก UNCTAD

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    50.0%
  • ไม่ชอบ
    50.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement