ส.ว.ลากตั้งเพิ่มยอดเป็น 250 ผบ.เหล่าทัพเสียบ บิ๊กตู่ลั่นไม่ดีร่างใหม่ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ส.ว.ลากตั้งเพิ่มยอดเป็น 250 ผบ.เหล่าทัพเสียบ บิ๊กตู่ลั่นไม่ดีร่างใหม่

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2559 06:20
6,908 ครั้ง


เปิดข้อเสนอ คสช.ถึง กรธ. ส่งสัญญาณแข็งกร้าว ปรับเปลี่ยนร่าง รธน. 3 ประเด็นหลัก ส.ว.ลากตั้งทั้งสภา 250 คน ระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี โหวตนายกฯไม่ได้ แต่ซักฟอกได้ เปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นเขตใหญ่แต่กาเบอร์เดียว พร้อมระบุให้ใช้บัตร 2 ใบ แยกเขต-ปาร์ตี้ลิสต์ ทุบโต๊ะยกเลิกพรรคการเมืองเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ 3 ชื่อหวั่นปัญหาอีนุงตุงนัง พร้อมเน้นข้อความสำคัญวรรคท้าย “เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ของการยึดอำนาจ” “บิ๊กตู่” เสียงเข้ม หวัง กรธ.ทำตามข้อเสนอ ลั่นถ้ายังไม่รับเงื่อนไขจะเสนอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะยอม ประกาศชัดถ้าไม่ดีมีปัญหา พร้อมยกร่าง รธน.ใหม่อีกรอบ “มีชัย” พลิ้วไหวสไตล์นักรัก ออกปากย้ำไม่รู้สึกกดดัน บอกลูกตื๊อของนายกฯดูน่ารักน่าชัง เผยดูข้อเสนอแล้วมีเหตุผล พร้อมปรับแต่งสิ่งที่ไปด้วยกันได้กับร่างฉบับ กรธ. พรรคการเมืองรุมอัดตัดเงื่อนไขเสนอชื่อนายกฯสืบอำนาจ-เปิดทางนายกฯคนนอก

หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทำหนังสือเสนอความเห็นการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไปให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อย่างเป็นทางการไปแล้ว โดยระบุว่า เป็นข้อเสนอจากการประชุมแม่น้ำ 4 สาย กระนั้นก็ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดจากฝ่ายใด ท่ามกลางการจับตาว่าจะเป็นข้อเสนอสุดท้ายที่ กรธ.ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ล่าสุด มีการเปิดเผยเนื้อหาเอกสารดังกล่าวแล้ว มีใจความสำคัญเปลี่ยนแปลงหลักการของ กรธ. 3 ประเด็น คือที่มา ส.ว. ระบบเลือกตั้ง ส.ส. และเงื่อนไขการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี

“วิษณุ” เห็นใจ กรธ.-พูดขำๆอาจล้มมวย

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่ทำเนียบ รัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญ ที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามส่งไปให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า จะมีผู้แทน คสช.ชี้แจงในที่ประชุม ครม. เข้าใจว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นของ คสช. แต่ในข้อเสนอดังกล่าวมีการอารัมภบทว่า บางส่วนมาจากการประชุมแม่น้ำ 4 สาย จากนั้น คสช.ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมา ส่วนที่นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ.ระบุหากเห็นแล้วจะหงายหลังนั้น ไม่ขอตอบ จะหงายเหงยอะไร หลังประชุม ครม.เสร็จจะมีการชี้แจงเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายข้อเสนอดูเหมือนจะสร้างความหนักใจให้ กรธ. นายวิษณุตอบว่า เห็นใจเขานะ เพราะเวลาเหลือน้อย เมื่อถามย้ำว่า เป็นการมัดมือชกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวทีเล่นทีจริงว่า “ก็ไม่แน่ เมื่อเวลาน้อยเขาอาจจะไม่ชกเลยก็ได้”

“มีชัย” ย้ำให้เกียรติ คสช.พูดเองก่อน

เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธาน วาระเพื่อพิจารณาทบทวนบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราตามความเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมถึงข้อเสนอการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ คสช.ว่า ข้อเสนอของ คสช.ไม่ได้บีบการทำงานของ กรธ.แต่อย่างใด แต่ที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากต้องรอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้แถลงชี้แจงเหตุผลเสียก่อน เป็นการให้เกียรติกันไม่ได้เป็นการปิดบัง เมื่อรัฐบาลพูดแล้ว กรธ.ถึงจะพูดได้ ขณะนี้ยังพอมีเวลาไม่ต้องรีบร้อน ดังนั้น จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะปรับแก้ไขหรือไม่ปรับแก้ไขประเด็นใด ส่วนจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ ยังไม่แน่ใจ แต่จะต้องได้ข้อสรุปก่อนไปประชุมยกร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 23-26 มี.ค.แน่นอน

ยันทำงานอิสระไม่มีใครบีบบังคับ

เมื่อถามว่า ข้อเสนอของ คสช.ได้แจกให้สมาชิก กรธ.ไปศึกษาแล้วหรือไม่ ประธาน กรธ.ตอบว่า แจกให้ทุกคนไปอ่านแล้ว จะได้มาคุยกันว่าสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด ที่ผ่านมา กรธ.ทำงานแบบร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ได้เอาความคิดเห็นของใครเป็นใหญ่ การทำงานของ กรธ.ขณะนี้ไม่มีใครมาบีบบังคับ ยังมีความเป็นอิสระดี ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเราต้องช่วยกันคิด เพราะเป็นเรื่องของบ้านเมือง ดังนั้น ใครคนใดคนหนึ่งจะดึงดันความคิดของตัวเองไปไม่ได้ ต้องฟังเหตุผลของทุกฝ่าย ช่วยกันคิดเพื่อจะได้เกิดผลดีที่สุดของประเทศ

ลั่นไม่มีเรื่องลาออกแบบเด็กๆ

เมื่อถามว่า มีคนตั้งข้อสังเกตว่า นายมีชัยอาจจะลาออกจากการทำหน้าที่ประธาน กรธ.ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายมีชัยตอบว่า ไม่รู้ว่าใครพูด ไม่มี จะไปทำแบบนั้นได้อย่างไร ไม่ใช่ของเล่นเด็ก หากมีสิ่งใดก็สามารถพูดจากันได้ ทำได้หรือทำไม่ได้แค่ไหนก็พูดกันได้ เมื่อถามว่า การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้กดดันมากกว่าการร่างทุกครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ก็เป็นอยู่ แต่ไม่ได้เป็นจากใคร เป็นจากสื่อมวลชนกับภาคประชาสังคม แต่พวกนั้นจะมากกว่าเพราะบอกว่าจะเอาแบบนี้ก็จะเอาให้ได้ พอไม่ได้ก็ว่าแบบเสียๆหายๆ คนที่เสนอเขาก็คงอยากได้ แต่ว่าเวลารัฐบาลเสนอมามันอุ่นใจได้เพราะรัฐบาลฟังเหตุผล เราบอกว่าทำได้เราก็ทำไป ปรับแก้ไขไป แต่ถ้าทำไม่ได้เราก็ไม่ได้ทำ เมื่อถามว่า มีประเด็นที่ กรธ.คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องหนักใจใช่หรือไม่ นายมีชัยกล่าวติดตลกว่า “อย่าซักมาก เดี๋ยวเผลอหลุดออกมา”

“วิษณุ” ชิ่งแถลงขึ้นรถหายตัวทันที

ต่อมาช่วงบ่ายภายหลังการประชุม ครม. ผู้สื่อข่าวรายงานต่างเฝ้ารอการแถลงสาระสำคัญจาก ครม.ถึงข้อเสนอของ คสช. และการประชุมแม่น้ำ 4 สาย ที่ส่งไปยัง กรธ. โดยไปดักรอนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่คาดว่าจะแถลงเรื่องนี้ ที่ห้องโถงชั้นล่าง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล แต่ช่วงที่นายกฯให้สัมภาษณ์สื่ออยู่นั้น รถนายวิษณุได้ขับผ่านหน้าตึกบัญชาการอ้อมไปด้านข้างฝั่งตึกนารีสโมสร ไปรอรับนายวิษณุที่ได้ลงจากตึก โดยใช้ลิฟต์ขนของลงมา จากนั้นได้ขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที

จากนั้น พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เป็นผู้ชี้แจงเนื้อหาความเห็น คสช.ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญแทน โดย พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ที่แถลงแทนนายวิษณุ เพราะนายกฯมอบหมาย หลังประชุม ครม.ได้ถามนายวิษณุแล้ว จะแถลงด้วยตนเองหรือไม่ แต่นายวิษณุบอกให้ตนเป็นผู้แถลง ตนจึงสอบถามว่า มีประเด็นไหนให้เน้นเป็นพิเศษหรือไม่ ต้องการให้พูดหรือไม่ ซึ่งนายวิษณุกล่าวว่า ชี้แจงได้หมด เพราะไม่มีอะไรซับซ้อน

“ไก่อู” แจงเหตุผลให้มี ส.ว.สรรหา

เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญแถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า การประชุมแม่น้ำ 4 สายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้มีข้อเสนอที่เป็นมติของแม่น้ำ 4 สายไปยัง กรธ.แล้ว ไม่ได้เป็นคำสั่งนายกฯหรือหัวหน้า คสช. โดยเสนอ 3 ประเด็นหลักที่สำคัญ 1.เสนอในบทเฉพาะกาลเพื่อแก้ปัญหากรณีเกิดทางตันแบบในอดีต และเพื่อไม่ให้เสียง ส.ส.ในสภาตกลงกันทำเรื่องที่ขัดความรู้สึกของสังคม เช่น การออกกฎหมายนิรโทษกรรม เป็นต้น จึงเสนอให้มี ส.ว.มาจากการคัดสรรของคณะกรรมการสรรหามีจำนวน 250 คน วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ มีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ถ้าสภาฯจะร่วมกันแก้ไขในเรื่องที่สังคมไม่เห็นด้วย จะได้มีผู้ถ่วงดุล และทำหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติให้เดินไปตามเป้าหมาย ดังนั้นคงจะพอเป็นสิ่งที่ประชาชนมั่นใจว่าไม่ได้เป็นการสืบทอดอำนาจ และที่ยืนยันว่าไม่ใช่การสืบทอดอำนาจคือการให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปผ่านประชามติ

อ้างชงนายกฯ 3 ชื่อปัญหารุงรัง

พล.ต.สรรเสริญแถลงว่า 2.การเลือกตั้ง ส.ส.สมัยแรกเท่านั้นควรใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือแยกแบบแบ่งเขตกับบัญชีรายชื่อ เพื่อให้พรรคเล็กที่ไม่สามารถส่งผู้สมัครลงทุกเขตมีโอกาสได้รับการพิจารณาจากประชาชน 3.การเลือกตั้งครั้งแรกพรรคการเมืองไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯ 3 คน อย่างที่ กรธ.เคยเสนอ ป้องกันไม่ให้เกิดทางตัน เพราะได้มีการวิเคราะห์กันหลายมุมมอง ถ้าทุกพรรคเสนอชื่อนายกฯ 3 คน แน่นอนว่าจะเสนอคนในพรรคซึ่งไม่ได้หมายความว่า สภาจะพิจารณากันเฉพาะพรรคที่ได้เสียงข้างมาก สมมติ 10 พรรค ก็ 30 คน บางครั้งอาจไม่สามารถหาข้อยุติได้ ฉะนั้น จะเอาคนนอกมาก็ไม่ได้ เพราะมีการเสนอชื่อไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ฉะนั้นจึงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดทางตัน จะได้ไม่มีปัญหาในอนาคต

เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประชามติ

พล.ต.สรรเสริญแถลงอีกว่า ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ มาตรา 10 เรื่องการจัดเวทีเสวนาแสดงความคิดเห็นที่ กกต.จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดเวที คนอื่นจัดได้แต่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ถ้าจะให้ดีควรเข้าร่วมเวทีที่ กกต.จัดดีกว่า มาตรา 62 เรื่องฐานความผิดต่างๆ เช่น ฉีกบัตร ปลุกระดมล้มประชามติ และ 7 วันสุดท้ายก่อนทำประชามติต้องห้ามทำโพลและเปิดเผยผลโพล ซึ่งคาดว่าจะมีการจัดให้ลงประชามติวันที่ 7 ส.ค. ฉะนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ต้องห้ามทำและเปิดเผยผลโพล ขั้นตอนหลังจากนี้รัฐบาลจะส่งเรื่องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาทันที

เปิดข้อเสนอ คสช.ส.ว.ลากตั้ง 250 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เวลา 15.40 น. เจ้าหน้าที่ของ กรธ.ได้เผยแพร่เอกสารข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญจาก คสช. ลงวันที่ 13 มี.ค.59 ด่วนที่สุด ที่ คสช. (สลธ.)/145 ลงนามโดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. เรื่อง ข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 6 หน้า ส่งถึง กรธ.วันที่ 14 มี.ค. มีสาระสำคัญคือ ข้อเสนอดังกล่าวได้จากการประชุมหารือภายในระหว่างหัวหน้า คสช. นายกรัฐมนตรี ประธานสนช. ประธาน สปท. ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ประชุมเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่โรดแม็ประยะที่ 3 พ.ศ.2560 จะมีการเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาล และเปลี่ยนผ่านไปสู่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติชุดใหม่ ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ประเทศอาจจะประสบปัญหารุนแรง ไม่สงบเรียบร้อย และเกิดเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นใหม่และปัญหาอาจหวนกลับเข้าสู่วงจรเดิม คสช.จึงเห็นว่า ในช่วงดังกล่าวควรเขียนรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาล ให้มี ส.ว.ชุดแรก มาจากการสรรหา ให้มีจำนวน 250 คน มาจากคณะกรรมการที่เป็นอิสระและเป็นกลาง 8-10 คน มีวาระ 5 ปี

โหวตนายกฯไม่ได้ แต่ซักฟอกได้

ข้อเสนอระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการดูแลพิทักษ์รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ให้ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. ผบ.ตร. เข้ามาเป็น ส.ว.ได้โดยตำแหน่งและกรณีตำแหน่งดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งราชการไป ก็ให้ผู้ดำรงตำแหน่งใหม่เข้ามาแทน แต่ไม่มีอำนาจพิเศษกว่า ส.ว.คนอื่นๆ ทั้งนี้ วุฒิสภาในวาระแรกไม่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี แต่มีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ดูแลขับเคลื่อนการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งมีหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรมตามสมควร

ใช้บัตร 2 ใบ-เขตใหญ่กาคนเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารดังกล่าว ยังกำหนดวิธีการเลือกตั้ง ส.ส.ควรให้ใช้บัตร 2 ใบ ใบแรกใช้เลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต 350 คน และให้ใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ขึ้น มี ส.ส.ไม่เกิน 3 คน ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิเลือกได้เพียง 1 คน แล้วให้นับคะแนนเรียงลำดับลดหลั่นจนได้ครบตามจำนวนที่ต้องการ ใบที่สอง สำหรับเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน

โละทิ้งระบบเสนอชื่อนายกฯ 3 คน

นอกจากนี้ ไม่เห็นด้วยที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรี 3 ชื่อ ก่อนการเลือกตั้ง เพราะอาจจะไม่เหมาะสมและอ่อนไหวต่อระยะเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งอาจทำให้เกิดปัญหาภายหลัง เพราะทำให้เข้มงวด ผู้ถูกเสนอชื่ออาจขัดคุณสมบัติภายหลัง รวมทั้งอาจไม่มีพรรคการเมืองใดไม่ได้เสียงข้างมาก จนต้องจัดรัฐบาลผสม ทำให้ตกลงรายชื่อไม่ได้ จนทำให้เกิดปัญหา อีกทั้งการนำกติกาใหม่ๆมาใช้อาจเป็นอีกกับดักหนึ่งที่ปิดทางออกในยามวิกฤติ จนทำให้การเมืองเดินหน้าต่อไปไม่ได้ จึงเห็นว่าควรงดเว้นไม่นำเรื่องการแจ้งรายชื่อนายก-รัฐมนตรี 3 รายชื่อ มาบังคับใช้ช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยให้บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาล

ขอให้ทำตามเจตนารมณ์ “ยึดอำนาจ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสุดท้ายของเอกสารระบุว่า คสช.ขอเรียนว่าอย่าได้หวาดระแวงว่าจะมีการสืบทอดอำนาจ คสช.ยินดีจะพ้นจากตำแหน่งและยุติอำนาจหน้าที่ทั้งปวงตามกำหนดเวลาในโรดแม็ป และในร่างรัฐธรรมนูญและจะไม่เข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงการจัดการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การประคับประคองสถานการณ์ ต่อจากนั้นเป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ รัฐสภาใหม่ ซึ่งรวมถึงวุฒิสภาด้วย “เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ในการยึดอำนาจ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ คสช. จึงขอเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ ตามผลการหารือมาเพื่อกรุณาพิจารณา”

“บิ๊กตู่” เสียงเข้มเชื่อ กรธ.เดินตาม

เมื่อ 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงข้อเสนอของ คสช.ที่ส่งไปยัง กรธ.ว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นมติของที่ประชุมแม่น้ำ 4 สาย อย่าไปพูดว่าการที่ กรธ.ไม่มาร่วมประชุมเพราะเกิดความขัดแย้งดื้อดึง แต่เพราะตนไม่ได้เชิญ โดยข้อเสนออยากให้รู้ว่าต้องทำเรื่องอะไรที่จะทำไม่ให้เกิดปัญหา ข้อเสนอทั้งหมดเป็นการหารือร่วมกันของแม่น้ำ 4 สาย ไม่ได้สั่งคนเดียวทั้ง 4-5 ประเด็น ส่วนประเด็น ส.ว.ยอมรับว่าอยู่ในมติเช่นกัน แต่ถ้าจะให้ตนพูดไปเลยเดี๋ยวจะตื่นเต้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเสนอที่ส่งไปจะเป็นการกดดัน กรธ.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จะกดดันเรื่องอะไร วันนี้เป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นสากลหรือเปล่า เชื่อว่า กรธ.คงจะทำตาม

ลั่นถ้าไม่รับจะแทงเรื่องย้ำจนยอม

เมื่อถามว่า ถ้าการร่างรัฐธรรมนูญไม่มีสิ่งที่ คสช.เสนอไป และ 16 ประเด็นของ ครม.จะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เดี๋ยวมีอีกก็ได้ ถ้า กรธ.ไม่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวผมก็เขียนไปใหม่ ก็ทำจนกว่าจะพิจารณานั่นแหละ ใครล่ะที่เป็นคนรับผิดชอบ กรธ.หรือผม แล้วจะถามทำไม เหตุผลของผมคือต้องการให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ไม่อยากได้หรือ ที่ผ่านมา 2 สภา การแก้ปัญหาที่ผ่านมาก็รู้กันว่าเป็นอย่างไร คล้อยตามกันไปเพราะมาจากการเลือกตั้งทั้งคู่ จะเสนออะไรก็ผ่านหมด แต่ถ้าเรามีสักสภาหนึ่งที่จะมีความเห็นชอบร่วมกันหรือมีมติว่าเรื่องนี้ควรจะทำอย่างไร ไม่ทำอย่างไร โดยหารือร่วมกันทั้ง 2 สภาจะได้มีการทักท้วงกันบ้าง จากนั้นจะไปสู่กระบวนการแก้ปัญหาที่ใช้กลไกรัฐสภา ผมไม่ได้เขียนหรือต้องการให้ ส.ว.มีอำนาจปลดใครสักคน อำนาจรัฐสภาเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ทำกัน เลยต้องหาคนเข้าไปทำแค่นั้น เขาคงไม่เข้าไปทำอะไรให้เสียหายหรอกจะสืบทอดอำนาจอะไรผมอยากรู้ พูดกันอยู่ได้อำนาจนี้ อำนาจนู้น แตกแยกคนนั้นคนนี้ วันนี้มันแตกกันไม่พอหรืออย่างไร”

กรธ.ต้องคิด-ปชต.แบบเก่ายุ่งเหยิง

เมื่อถามว่า กรธ.ต้องบัญญัติทั้ง 16 ข้อในรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จะให้พูดว่าบังคับใช่ไหม อันนี้คิดเอาเอง กรธ.คิดเป็นว่าควรจะต้องทำอย่างไร สิ่งที่ควรจะเข้าใจคือวันนี้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการไม่สืบทอดอำนาจหรือเปล่า คือให้มีการทำประชามติ มีการเลือกตั้ง ทำรัฐธรรมนูญ แล้วจะสืบทอดอำนาจตรงไหน แค่ขอให้มีวิธีการ กลไก เพื่อดูแลคนกว่า 60 ล้าน ไม่ให้กลับมาที่เดิมผิดตรงไหน มีวิธีการที่ดีกว่านี้หรือไม่เสนอมา ที่ดีกว่านี้และไม่ตรงกับที่พูด มีวิธีไหนถ้าคิดไม่ออกอย่ามาถาม ตนคิดออกได้แค่นี้ ถ้าคุณฉลาดกว่าก็บอกมา แต่ถ้าคุณจะใช้ประชาธิปไตยแบบเดิมตนไม่ยอม ประชาชนอีก 60 กว่าล้าน นึกถึงคนอื่นบ้าง เถียงกันอยู่ได้ประชาธิปไตย เลอะเทอะไปหมด อยากมีเลือกตั้งก็ให้แล้ว ประเทศอื่นเขาถามว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ ก็ตอบไปว่าตามโรดแม็ปปี 2560 แค่นี้เขาก็เยส ไม่เห็นจะยุ่งแบบนี้เลย ไม่มีใครมาก้าวก่าย ไม่เหมือนกับบางคน ไปพูดที่ต่างประเทศ แล้วด่าประเทศตัวเอง สื่อไม่ด่าเขาบ้างล่ะ ไม่กล้าหรือ

ประกาศถ้ามีปัญหายกร่างใหม่

เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ในข้อเสนอครั้งนี้จะฉุดร่างรัฐธรรมนูญทั้งร่าง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่กลัว ไม่ดีก็ร่างใหม่ ทำไมล่ะก็ตนมีอำนาจที่จะทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิดวันนี้เราต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศหรือเปล่า ต้องการปฏิรูปหรือไม่ นั่นแหละคือความแตกต่างเข้าใจไหม ไม่ว่าจะถามอะไรมาก็เหมือนเดิมเป็นไก่กับไข่ เมื่อถามอีกว่า มั่นใจว่าสามารถดักทางกลุ่มการเมืองที่ขัดขวางได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ต้องไปดักทาง ทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ จะต้องไปดักอะไรใคร คนไทยทั้งประเทศต้องทำร่วมกัน ไม่ใช่ว่าให้เป็นเพียงแต่หน้าที่ตน กลายเป็นว่าเพิ่งเข้ามาแค่สองปีแล้วต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จ เกิดให้ได้ ท่านเคยถามคนเหล่านั้นหรือไม่ว่าที่ผ่านมา ทำอะไรสำเร็จบ้าง ถามสิ วันนี้ไม่ได้โมโห เลิกโมโหมานานแล้ว

“มีชัย” พลิ้วชม “บิ๊กตู่” น่ารักตื๊อ กรธ.

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ระบุว่า หาก กรธ.ไม่ปรับแก้ไขก็จะเสนอร่างมาเรื่อยๆ และหากร่างไม่ผ่านก็จะต้องร่างไปเรื่อยๆ ว่า ไม่รู้สึกว่าเป็นการกดดัน แต่มองในแง่ดี ยกตัวอย่าง “ผมเขียนจดหมายไปขอเดตคุณ ฉบับแรกคุณไม่ไป ผมก็เขียนไปทุกวันๆ แล้วคุณก็เห็นใจผม อย่างนี้เรียกว่ากดดันไหม” เมื่อถามว่า กรธ.จะใจอ่อนหรือไม่ หากเขาเขียนมาหลายๆรอบ นายมีชัยตอบว่า ไม่ต้องเขียนหลายรอบหรอก เราจะพิจารณาตามเหตุผล ก็เป็นความน่ารักของนายกฯไม่เขียนก็จะตื๊ออยู่อย่างนี้ นายกฯท่านก็มีเหตุผลของท่านที่เชื่อมั่นว่าจะโน้มน้าว กรธ.ได้ กรธ.ก็จะมาดูถึงเหตุผล ส่วนจะต้องไปหารือหรือไม่ ทาง กรธ.จะพิจารณาคำเสนอมาก่อนเพราะจากที่ฟังดูก็มีเหตุผลสูง

อะไรแก้ไขแล้วไปได้ก็ทำเพื่อชาติ

เมื่อถามว่า หนักใจกับการทำงานต่อไปในอนาคตหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ไม่หนักใจ เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้เป็นการมัดมือชก เพราะท่านก็ไม่ได้บอกว่าต้องเอาสิ่งที่ท่านว่ามาทั้งหมด ต้องดูตามเหตุผลว่าอะไรที่มันไปกันได้กับร่างของเรา หรืออะไรที่มันจำเป็นต่อประเทศชาติ เราก็ต้องทำทั้งหมด มันก็ต้องเป็นไปเพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดและเดินหน้าได้ ทุกคนที่มาร่างก็อย่างเดียวกัน เมื่อเวลาที่ผู้รับผิดชอบต่อบ้านเมืองเขาพูดถึงเหตุผลและความจำเป็นเราก็ต้องฟัง ไปตั้งข้อกินแหนงแคลงใจ ตั้งป้อมปราการอย่างนั้นมันก็ไม่ถูก ต้องทำงานเพื่อประโยชน์ของชาติ เมื่อถามว่า ทำไมไม่พูดคุยกันก่อนที่จะออกมาแถลง แบบนี้เหมือนมัดมือชก นายมีชัยตอบว่า หากเขาเรียกไปคุย 2 ต่อ 2 จะเป็นการมัดมือชกกว่านี้ แบบนั้นยิ่งแย่ใหญ่ ท่านก็ทำตรงไปตรงมาไม่มีอะไร และเมื่อเราพิจารณาแล้วก็คงเห็นเอง

นายกฯร้อนใจสั่ง “ไก่อู” ไปพบ “มีชัย”

จากนั้นช่วงเย็น เวลา 18.00 น. ที่รัฐสภา พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ในฐานะตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เพื่อมาปรับความเข้าใจกับนายมีชัย หลังการให้สัมภาษณ์ล่าสุดของนายกฯ โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้น พล.ต.สรรเสริญเปิดเผยว่า นายกฯได้โทรศัพท์มาหาตนสองครั้งเพื่อให้มาปรับความเข้าใจกับนายมีชัยว่าสิ่งที่ให้สัมภาษณ์ไปเป็นการตอบคำถามสื่อแบบทหาร ไม่มีเจตนาจะต่อว่าหรือสร้างความขัดแย้ง เพราะนายกฯ เคารพนายมีชัย นายกฯยังระบุว่าหากมีโอกาสจะปรับความเข้าใจด้วยตนเองอีกครั้ง ขณะที่นายมีชัยฝากตนไปถึงนายกฯว่า เข้าใจนายกฯ อย่าเป็นกังวลกับเรื่องดังกล่าว และขอให้นายกฯ ทำใจหากในวันพรุ่งนี้สื่อมวลชนพาดหัวไปในเชิงขัดแย้ง

“นิพิฏฐ์” ถอดรหัสสืบอำนาจแต่เขิน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ คสช.มีข้อเสนอให้กรธ.งดเว้นการบัญญัติ ที่ให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 คน ว่า ข้อเสนอนี้ดีกว่าเดิม การจะมีคนนอกเข้ามาเป็นนายกฯหรือไม่เป็นเรื่องของสภา ถ้า ส.ส.ส่วนใหญ่ยังเลือกคนนอกเข้ามาเป็นนายกฯอีก ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร ส่วนที่หลายคนมองว่าข้อเสนอนี้จะทำให้ คสช.ได้อยู่ในอำนาจต่อไป ก็เป็นไปได้เหมือนกัน อาจเป็นการเสนอชื่อเอาไว้ก่อน หรือเป็นทางเลือกให้กับคนที่อยากจะเป็นนายกฯ แต่ไม่อยากมีชื่อปรากฏหรือไม่ เพราะถ้าจะเอาคนนอกเข้ามาเป็นแล้วให้เปิดชื่อนายกฯต่อ กกต.เขาอาจจะเขิน แต่สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้อง คือ ต้องการให้นายกฯเป็น ส.ส.ด้วย เหมือนรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังเห็นว่าการให้ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด จะมีปัญหาแน่นอน พรรคการเมืองและหลายฝ่ายรับไม่ได้ อาจเป็นประเด็นหนึ่งที่บางคนตัดสินใจไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนี้

“ตู่” ซัด คสช.เปิดช่องนายกฯคนนอก

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบถึงข้อเสนอของ คสช. เรื่องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ขอให้ กรธ.ยกเว้นการให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี 3 คนล่วงหน้าว่า เป็นการเปิดโอกาสให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ง่ายขึ้น แสดงถึงการสืบทอดอำนาจ เพราะห่วงอำนาจในอนาคต ถ้า คสช.ต้องการอยู่ในอำนาจควรพูดความจริงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรให้ทำประชามติ เพราะสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ แสดงถึงความไม่จริงใจว่าต้องการอยู่ในอำนาจอีกยาวนาน ในวันนี้ไม่ได้มีปัญหาจนเกิดสงครามสี ไม่ใช่เรื่องพรรคการเมือง แต่เป็นจุดยืนของเผด็จการกับความเป็นประชาธิปไตยว่า ประชาชนจะเลือกข้างไหน

นายกฯขอร่วมรณรงค์ปิดไฟ 1 ชม.

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมนายกฯ และ ครม. เยี่ยมชมนิทรรศการการพัฒนาปลานิลพระราชทาน เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีครองราชย์ และครบรอบ 50 ปี ปลาจิตรลดาที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแก่กรมประมงในวันที่ 17 มี.ค. 2509 เพื่อนำไปขยายพันธุ์ และส่งเสริมโภชนาการแก่ประชาชน โดยมี ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการคณะกรรมการมูลนิธิปิดทองหลังพระ จัดมาแสดง

นอกจากนี้นายกิตตินันท์ ขาวสุด รองปลัดกทม. นำศิลปินดารามารณรงค์แคมเปญ “ปิดไฟ 1 ชั่วโมงให้โลกพัก” เชิญชวนคนไทยปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น 1 ชั่วโมง วันที่ 19 มี.ค. ระหว่างเวลา 20.30-21.30 น. พร้อมกันกับเมืองใหญ่กว่า 7,000 ประเทศทั่วโลก เช่น โตเกียว ซิดนีย์ จากาตาร์ มะนิลา นิวเดลี เป็นต้น โดยนายกฯกล่าวว่า “เรามารณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมง แต่เราต้องเปิดไฟประเทศสว่างให้ได้ ใช้สมองทำงาน อย่าใช้แต่ความรู้สึก”

ถ้าทะเลาะกันอยู่ไม่ได้

จากนั้นนายกฯได้เยี่ยมชมบูธการพัฒนาสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) พร้อมกล่าวว่า คนไทยควรภูมิใจความเป็นไทย ส่วนใครที่พูดทำลาย อย่าไปฟังมัน จากนั้นนายกฯหยิบผ้าฝ้าย กระเป๋า เรียกรัฐมนตรีหญิงมายืนถือเป็นแบบให้ ก่อนชมบูธรองเท้าที่ผลิตจากยางพารา พร้อมกล่าวว่า ไทยผลิตยางพารา 4.7 ล้านตันต่อปี ส่งออกได้เพียง 1.4 ล้านตัน ที่เหลือต้องนำเอามาผลิตในประเทศ ให้กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินการอยู่ วันนี้หลายบริษัทตั้งบริษัทยางในประเทศไทย น่าจะใช้ยางพาราเพิ่มขึ้นอีกเกือบแสนตัน ขณะนี้ราคาน้ำมันลดทำให้ประเทศ ไทยเก็บภาษีรายได้ประเทศ และการส่งออกลดลง ซึ่งประเทศไทยลดลงแค่ 9.3 เปอร์เซ็นต์ แต่ประเทศใหญ่ๆรอบอาเซียนลดลงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์

ถามว่ารัฐบาลนี้แก้ไม่ได้เหรอ ไม่ได้แก้อะไรเลยเหรอ ถ้าไม่แก้เศรษฐกิจเราจะลดลงแค่ 9 เปอร์เซ็นต์ไหม การทำงานแบบนี้ไม่ใช่ง่ายๆ แต่ถ้าเราทะเลาะกันก็อยู่ไม่ได้ เอาเงินไปให้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องเชื่อมให้เขา ต้องปฏิรูป ถ้าทำอะไรง่ายๆ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเปล่าไม่รู้ ตนไม่กลัวชื่อเสียงเสียหาย เพราะทำเพื่อประชาชน ไม่มีส่วนตัว ถ้าทุจริตบอกมา เอาหลักฐานมาพูดกัน

อย่าระแวงไม่มีซูเอี๋ยฟอกมาเฟีย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงนโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลของรัฐบาลว่า ที่ระแวงว่าจะซูเอี๋ยกันมันไม่ใช่ เป็นการเข้าใจผิดกันมากกว่า ใครที่มีรายชื่อก็ต้องสอบสวนว่าทำมาเมื่อไรอย่างไร หากมีความผิดก็ต้องถูกลงโทษ ถ้าไม่ผิดก็คือไม่ผิด และหากใครเคยผิดและถูกลงโทษแล้ว ก็ต้องร่วมมือกันว่าจะไม่ทำผิดอีก ไม่ใช่จะไปยกโทษ ฟอกผิด มันทำไม่ได้ พูดบางทีก็เร็วไป บางทีคำถามก็เร็ว เขาก็คิดช้ากว่าตนนิดหนึ่ง บางทีก็ตอบหลุดๆนิดหนึ่ง ส่วนตนบางทีก็พูดเร็วเกินไป ก็เข้าใจผิดอีก แต่ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นรูปธรรม เป็นธรรม เราต้องให้ความเป็นธรรมเขา ศาสนายังสอน องคุลีมาลยังตัดนิ้วไป 900 คน หากทำดีก็โอเค แต่หากยังทำชั่วอยู่ก็ให้อภัยไม่ได้ ไปคิดเอา

คนพูดกองกำลังที่ 3 ระวังติดคุก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ไม่อยากให้กลับไปสู่ประวัติศาสตร์ที่เลวร้าย ขอให้ร่วมสร้างประเทศให้มีเสถียรภาพเดินหน้าได้ ใช้เวลาสร้างความเข้มแข็งประมาณ 5 ปี น่าจะเอาอยู่ วันนี้เครือข่ายทางการเมืองก็ขยับกันอีกแล้ว มาเป็นระยะๆมีทุกที่ ทุกจังหวัด ขยับกันอยู่ใต้ดิน สื่อไม่รู้กันเลยหรือ เป็นการขยับในลักษณะเพื่อไม่ให้ประเทศเดินไปได้ มีเรื่องประชาธิปไตยบ้าง เรื่องประชามติบ้าง ยังมีคนเหล่านี้ออกมาเคลื่อนไหวอยู่ อยากถามว่าคนทั้งประเทศจะยอมหรือไม่ ถ้ายอมก็รับชะตากรรมกันไป ได้พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่นายกฯพูดถึงเกี่ยวกับการที่มีคนออกมาพูดถึงกองกำลังที่ 3 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “กำลังให้ไปดูว่าติดคุกได้หรือเปล่า ที่พูดถึงกองกำลังนอกกฎหมายอะไรแบบนี้”

“พี่ป้อม” นำ ครม.เบิร์ธเดย์ “น้องตู่”

เมื่อถามว่า วันคล้ายวันเกิดครบ 62 ปี วันที่ 21 มี.ค. อยากได้อะไรเป็นของขวัญ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ต้องให้ของขวัญอะไร ไม่ต้องเป็นห่วง เว้นแต่พี่น้องที่รักกัน สิ่งที่ขอให้อวยพรให้ตน ให้ของขวัญปีนี้เป็นของขวัญของประชาชนทั้งประเทศด้วย ให้เขาอยู่ดีกินดี รายได้ดี อย่าขัดแย้งกันอีกเลย ประชาชนมีความสุข ประเทศมีเสถียรภาพมั่นคงยั่งยืน คำอวยพรอื่นแทบไม่ต้องการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำ ครม.อวยพรก่อนถึงวันคล้ายวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. วันที่ 21 มี.ค. เนื่องจากวันดังกล่าว นายกฯเตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศ พล.อ.ประวิตรได้กล่าวขอบคุณนายกฯ สำหรับการกระทำและความทุ่มเทของนายกฯ ที่ได้บริหารบ้านเมืองมาตลอดระยะเวลา 2 ปี ด้านนายกฯได้กล่าวขอบคุณว่า สิ่งที่สำคัญกว่าวันเกิดของท่านคือนับตั้งแต่วันที่ได้เข้ามาบริหารประเทศ ท่านตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อประชาชน และขอขอบคุณ ครม. ทุกท่านที่ส่งความปรารถนาดีมาถึงนายกฯ ขอให้ ครม.ทุกคนตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ และช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ช่วยกันสร้างความกินดีอยู่ดีให้พี่น้องประชาชน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    16.5%
  • ไม่ชอบ
    50.7%
  • สนุก
    16.7%
  • ประหลาดใจ
    0.8%
  • เสียใจ
    1.6%
  • ให้กำลังใจ
    13.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement