วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โชเฟอร์แท็กซี่ เผยนาทีโจรใช้ปืนจี้บังคับเอาเงิน ย่านปทุมธานี

โชเฟอร์แท็กซี่ ถูกคนร้ายใช้ปืนจี้ชิงเงินสด ก่อนเชิดเงินหนีลอยนวล พบเคยก่อเหตุซ้ำกันแล้วหลายครั้ง จนท.ตำรวจแจ้งสกัดจับคนร้าย แต่ไม่พบ ด้านเหยื่อเผยเล่านาทีถูกจี้อย่างละเอียด 

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 15 มีนาคม 2559 ร.ต.ท.อนุสรณ์ เนียมแก้ว รอง.สารวัตร(สอบสวน) สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากคนขับแท็กซี่ ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนนี้ก่อเหตุชิงทรัพย์เงินสด เหตุเกิดบริเวณถนนลำลูกกา คลอง 2 หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คูคต

ที่เกิดเหตุพบรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียวเหลือง หมายเลขทะเบียน มช 1276 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมถนนหน้าห้างฯ และพบเจ้าของรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นคนขับรถ ทราบชื่อคือนายสุภิวัฒน์ สิริอายุ 60 ปี ชาวบ้านย่านเขตสายไหม กทม.ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วยอาการตื่นตกใจ พร้อมแจ้งรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยแจ้งว่าใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด สีดำ จี้ชิงเงินสดได้ไปจำนวน 700 บาท คนร้ายเป็นชาย 1 คน รูปร่างท้วม ผิวขาว สวมเสื้อยืดแขนสั้น สีแดง สวมกางเกงขายาว หลังก่อเหตุเดินหลบหนีไป หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบข้อมูลได้วิทยุสกัดจับเพื่อติดตามตัวแต่ก็ไร้วี่แวว

นายสุภิวัฒน์ สิริอายุ 60 ปี ให้การว่า ตนเองได้ตระเวนขับรถรับผู้โดยสาร ขณะนั้นได้มีผู้โดยสารโบกรถจากหน้าห้างเซียร์รังสิต เพื่อให้มาส่งที่โรงแรมชบาย่านคลอง 2 ลำลูกกา จึงได้รับขึ้นรถมา โดยคนร้ายได้ขึ้นนั่งที่หน้ารถฝั่งซ้าย ระหว่างทางก็คุยกันมาปกติ กระทั่งถึงหน้าห้างโลตัส คนร้ายได้ชักอาวุธปืนออกมาจากกระเป๋าสะพาย จากนั้นได้บอกให้เอาตนเองเอาเงินมา และค้นหาที่กระเป๋าเสื้อผ้าของตนเองได้เงินไป 700 บาท

"หลังจากนั้นได้พูดว่า ขอยืมเงินไปก่อน จำเป็นต้องใช้จริงๆ ด้วยความกลัวผมจึงไม่ได้ต่อสู้แต่อย่างใด และยินยอมให้ค้นเอาเงินไป เนื่องจากกลัวว่าคนร้ายจะทำร้าย จากนั้นคนร้ายได้บังคับให้ผมไปส่งที่หน้าโรงแรมชบา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับห้างโลตัส ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินหลบหนีไป ต่อมาด้วยความกลัวผมรีบขับรถออกมาแล้ววนกลับรถไปที่หน้าห้างอีกครั้งเพื่อสอบถามที่วิน จยย. รับจ้างว่าเห็นคนร้ายหรือไม่ พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และก่อนหน้านี้ 2 วัน เพื่อนที่ขับรถแท็กซี่ด้วยกันเพิ่งถูกก่อเหตุในลักษณะนี้ โดยถูกผู้โดยสารเรียกจากบริเวณใกล้เคียงกันแล้วถูกก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน" นายสุภิวัฒน์ กล่าว 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับแต่ก็ยังไร้วี่แวว ซึ่งได้สอบสวนผู้เสียหายเบื้องต้นทราบว่ามีเพื่อนแท็กซี่เคยถูกก่อเหตุในลักษณะเดียวกันเมื่อ 2 วันที่แล้ว ซึ่งจะได้เรียกตัวมาสอบสวนเพื่อหาหลักฐานรูปพรรณของคนร้ายว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ อย่างไรก็ตามจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.