วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อดีตบิ๊ก ทส.' ร้องศาลปกครอง ฟื้นคดี 'คลองด่าน'

"ประพัฒน์" นำทีมยื่นหนังสือร้องศาลปกครอง ฟื้นคดีคลองด่านขึ้นมาพิจารณาใหม่ หลังศาลอาญาชี้มีทุจริต ขู่ฟ้องคนจ่ายเงิน ตั้งกรรมการสอบทางละเมิด

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 59 ที่ศาลปกครองสูงสุด นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายอภิชัย ชวเจริญพันธ์ อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกรรมการชุดบริหารสัญญาโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน รวม 7 ราย เดินทางมายื่นหนังสือต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณาคดีใหม่ ในคดีที่ศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด เคยพิจารณาบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ และเป็นเหตุให้ทางราชการเจรจาจ่ายเงินให้กับกิจการร่วมค้า ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท รวมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีดังกล่าวไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เพื่อระงับการจ่ายเงินให้กับฝ่ายกิจการร่วมค้าในโครงการดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมามีการจ่ายไปแล้ว 4 พันล้านบาท และมีการกำหนดจ่ายอีก 2 งวด งวดละ 3 พันล้านบาท ภายในวันที่ 21 พ.ค.นี้ และงวดสุดท้ายในวันที่ 21 พ.ย.

นายประพัฒน์ กล่าวว่า เหตุที่มายื่นคำร้องในวันนี้ เนื่องจากการพิจารณาคดีที่ผ่านมา คณะอนุญาโตตุลาการศาลปกครองกลาง และศาลปกครองสูงสุดไม่ได้ยึดถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาในคดีอาญาของศาลแขวงดุสิต ที่เคยพิพากษาให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นฝ่ายชนะคดี ทั้งในสำนวนคดีฉ้อโกงเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน และสำนวนคดีฉ้อโกงว่าจ้างเกี่ยวกับกรณีปกปิดข้อเท็จจริงเรื่องบริษัทผู้เชี่ยวชาญได้ถอนตัวก่อนที่จะมีการลงนามระหว่าง คพ. และกลุ่มกิจการร่วมค้า ซึ่งตามหลักกฎหมายแล้วจะต้องยึดถือข้อเท็จจริงตามที่รับฟังได้ในคดีอาญาเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีหลักฐานใหม่ในคดีดังกล่าวคือ คำพิพากษาของศาลอาญาฉบับวันที่ 17 ธ.ค. 58 พิพากษาจำคุก นายปกิต กิระวานิช อดีตอธิบดี คพ. นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ รองอธิบดี คพ. และนางยุวรี อินนา กรณีการทำสัญญาจ้างระหว่าง คพ. และกลุ่มกิจการร่วมค้าไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น ซึ่งการทุจริตเกี่ยวกับการทำสัญญาจ้างจึงไม่มีผลผูกพันทางราชการ และศาลต้องไม่บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ตน และพวกอีก 7 คน จึงขอให้ศาลปกครองพิจารณาคดีดังกล่าวใหม่  

"ขณะนี้พวกผมกำลังถูกตั้งคณะกรรมการสอบทางละเมิดจากกรณีดังกล่าว ทั้งที่พวกผมเป็นคนที่ตรวจพบการทุจริต และสั่งระงับโครงการดังกล่าว แต่กระทรวงทรัพยากรฯ กลับมาดำเนินการกับพวกผมเหมือนว่าพวกผมทำผิด ทั้งที่คนผิดก็มีคำพิพากษาของศาลอาญาอยู่แล้วว่า มีคนในกระทรวงทรัพยากรฯ ทำผิด 3 คน ดังนั้น เรื่องนี้จึงทำให้พวกผมเดือดร้อนเสียหาย จนต้องมาร้องเรียนต่อศาลปกครอง นอกจากนั้นก็เตรียมที่จะฟ้องร้องกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินงวดแรก และคนที่ตั้งกรรมการสอบทางละเมิดกับพวกผมต่อไป หากยังไม่มีการหยุดการดำเนินการ เพราะเท่ากับว่ากำลังช่วยให้คนที่ทำการทุจริตจากกรณีนี้พ้นผิด แต่กลับมากล่าวหาว่าเป็นความผิดพวกผมแทน" นายประพัฒน์ กล่าว