รวบไกด์เถื่อน ตีสนิทเจ้าของร้านอาหารฮ่องกง ทำร้าย-ชิงทรัพย์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

รวบไกด์เถื่อน ตีสนิทเจ้าของร้านอาหารฮ่องกง ทำร้าย-ชิงทรัพย์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 18:54
2,064 ครั้ง


ตำรวจ สน.บุคคโล จับกุมตัวไกด์เถื่อนพร้อมเพื่อน ตีสนิทหนุ่มใหญ่เจ้าของร้านอาหารที่ฮ่องกง คุยถูกคอชวนกันไปดื่มต่อที่ห้องพัก เมาได้ที่ ฉุนถูกไล่กลับ ลงมือทำร้าย-ชิงทรัพย์สินหลายรายการ หลบหนี ก่อนนำไปขาย คาดก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เร่งขยายผล...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 มี.ค.59 ที่ สน.บุคคโล พ.ต.อ.จิณวัตร ก้องทองดี ผกก.สน.บุคคโล พร้อม พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล และ พ.ต.ท.มหพล มีเสน สว.สส.สน.บุคคโล ร่วมกันจับกุม นายไชยยันต์ โชติกะ อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และ นายสุวรรณ อ๋องสุทธิ อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 220-221/2559 ลงวันที่ 13 มี.ค.59 ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย พร้อมเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุคนละ 1 ชุด โดยจับกุมนายไชยยันต์ ได้ในห้องพักซอยสุขุมวิท 22 ก่อนขยายผลไปจับกุมนายสุวรรณ ได้ที่ห้องพักซอยเจริญนคร 28

ชี้ตัวผู้ต้องหา


พ.ต.อ.จิณวัตร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา นายภานุพงศ์ วรานนท์ อายุ 50 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจฝ่ายสอบสวน สน.บุคคโล ว่า ถูกคนร้ายชาย 2 ราย ซึ่งเข้ามาทำทีตีสนิทขณะกำลังกินดื่มในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านถนนรัชดาท่าพระ ก่อนจะพากันไปเปิดห้องพักที่นันทวัลย์อพาร์ตเมนต์ ถนนรัชดาท่าพระ แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. จากนั้นคนร้ายทั้ง 2 ราย ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายก่อนชิงทรัพย์เป็นสร้อยทองคำ 99.99 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนัก 2 บาท ซึ่งซื้อจากฮ่องกง พระนางพญาเลี่ยมทอง 1 องค์ และโทรศัพท์ 1 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 147,000 บาท หลบหนีไป

เมื่อฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่แกะรอยจากกล้องวงจรปิดของทางอพาร์ตเมนต์ สามารถจับภาพผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายเอาไว้ได้ชัดเจน โดยเฉพาะ นายไชยยันต์ ซึ่งยืนกอดกับผู้เสียหายที่บริเวณเคาน์เตอร์ทางขึ้นห้องพัก จึงรีบขออนุมัติหมายจับจากศาลและติดตามไปจับกุมตัวทั้ง 2 รายไว้ได้พร้อมเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ

จากการสอบสวน นายสุวรรณ หนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า ปัจจุบันยึดอาชีพไกด์เถื่อนหากินในซอยพัฒน์พงศ์ เนื่องจากพอมีความรู้ทางภาษาอังกฤษอยู่บ้าง สำหรับวันเกิดเหตุ ชักชวน นายไชยยันต์ เพื่อนสนิทไปนั่งกินดื่มที่ร้านเหล้าย่านถนนรัชดาท่าพระ พบผู้เสียหายนั่งอยู่ลำพังตอนร้านปิด เลยชวนกันไปดื่มกินต่อที่ร้านหมูจุ่มไม่ไกลกัน พอเมาได้ที่ก็ชักชวนกันไปเปิดห้องเช่ากับผู้เสียหายโดยซื้อเบียร์ที่เคาน์เตอร์ไปนั่งดื่มกันต่อในห้อง จำนวน 2 ขวด

จากนั้นตนและนายไชยยันต์ เริ่มเมามากแล้ว แต่กลับถูกผู้เสียหายไล่กลับ ทำให้เกิดบันดาลโทสะลงมือตบผู้เสียหายไป 2 ที จากนั้นดึงสร้อยคอทองคำและหยิบโทรศัพท์มือถือติดมือพากันหลบหนีออกมาด้วย โดยสร้อยทองนั้นตนนำไปขายที่ร้านรับซื้อเศษทองย่านวงเวียนใหญ่ ได้เงินมา 16,000 บาท ส่วนโทรศัพท์มือถือขายให้โชเฟอร์สามล้อพรรคพวกไป 1,000 บาท แบ่งให้นายไชยยันต์ จำนวน 7,000 บาท เพื่อใช้จ่ายประจำวัน ไม่คิดว่าจะถูกตำรวจติดตามไปจับกุมตัวได้ถึงในห้องพัก

ต่อมา นายภานุพงศ์ ผู้เสียหายได้เดินทางมาดูตัวผู้ต้องหา ทั้ง 2 ราย ทำให้ถึงกับกลั้นอารมณ์แค้นไว้ไม่อยู่ พยายามปรี่เข้าไปชก นายสุวรรณ จนตำรวจต้องกันตัวไว้จ้าละหวั่น โดยเจ้าตัวกล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของร้านอาหารอยู่ที่ฮ่องกง จะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อเยี่ยมญาติพี่น้องปีละหน โดยก่อนเกิดเหตุตนเดินทางมาเยี่ยมพี่สาวและเช่าห้องพักดังกล่าวเอาไว้อยู่แล้ว ส่วนคนร้ายทั้ง 2 คนนั้นได้เข้ามาขอชนแก้วตีสนิทในร้านเหล้าตอนใกล้ปิด และชักชวนพูดคุยกันจนถูกคอทำให้ตัดสินใจไปกินดื่มกันต่อ กระทั่งพาไปที่ห้องพัก พอดื่มกันเมามากแล้วตนขออนุญาตพักผ่อน โดยขอให้คนร้ายทั้ง 2 คนกลับออกไป ไม่คิดว่าจะทำให้โกรธเคืองกัน ทำให้ นายไชยยันต์ จับตนล็อกคอ แล้วให้ นายสุวรรณ เป็นคนลงมือชกต่อยทำร้ายร่างกาย โชคดีที่ทั้งคู่ไม่รื้อค้นกระเป๋าสะพายที่ตนซ่อนไว้ในลิ้นชัก เนื่องจากในกระเป๋านั้นตนนำทองรูปพรรณจากฮ่องกงติดตัวมาด้วยน้ำหนักเกือบ 40 บาท

ด้าน พ.ต.อ.ปิโยรส กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของ นายสุวรรณ พบเคยถูกตำรวจ สน.ลุมพินี จับกุมคดีลักทรัพย์เมื่อปี พ.ศ.2540 ติดคุกอยู่นาน 6 ปี ก็ออกมาเป็นไกด์เถื่อน นอกจากนี้เจ้าตัวยังชอบคลุกคลีอยู่กับพรรคพวกตามสนามมวย ส่วน นายไชยยันต์ มีอาชีพลูกจ้างขายเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ เชื่อว่าทั้ง 2 ราย น่าจะเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาก่อนในท้องที่อื่นๆ หากผู้เสียหายรายใดสงสัยเคยถูกผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ก่อเหตุลวงไปทำร้ายร่างกายรูดทรัพย์ขอให้ประสานเข้ามาดูตัวได้ ที่ สน.บุคคโล ในวันและเวลาราชการ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    60.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    20.0%
  • ประหลาดใจ
    10.0%
  • เสียใจ
    10.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement