วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาคประชาสังคมแจงสิทธิมนุษยชนไทยอ่อนแอลง หลัง 'รัฐประหาร'

ภาคประชาสังคมไทยแจงสรุปสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทย ชี้ อ่อนแอลง หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 57 หวังรับข้อเสนอยูเอ็นไปดำเนินการภาคประชาสังคม แนะรัฐบาลยกเลิก ม.44 ใช้ศาลทหารไต่สวนพลเรือน

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 59 ที่โรงแรมเดอะสุโกศล ภาคประชาสังคมไทย ได้เสนอสรุปสถานการณ์สิทธิมนุษยชนล่าสุดของประเทศไทย ต่อกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review =UPR) ตามวาระของสหประชาชาติ หรือ UN ซึ่งเกิดขึ้นทุกๆ 4 ปีครึ่ง โดยระบุว่า การคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในไทย อ่อนแอลงจากกระบวนการ UPR ครั้งก่อน เมื่อปี 2554 นอกจากนี้ ในองค์กรภาคประชาสังคมหลายแห่ง ที่ส่งรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนเข้าสู่กระบวนการ UPR ยังพบว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในการทบทวนครั้งก่อนด้วย โดยเฉพาะประเด็นเสรีภาพในการแสดงออก การลอยนวลพ้นผิดผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองผู้แสวงหาที่พักพิงและผู้อพยพ ในกระบวนการ UPR รอบใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งตัวแทนรัฐบาลไทยจะถูกทวงถามเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชนต่างๆ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้จัดทำข้อเสนอแนะหลายประการต่อประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการให้ผ่านร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... ที่ได้มาตรฐานระหว่างประเทศ และการยกเลิกมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ และคำสั่งที่ให้อำนาจศาลทหารในการไต่สวนคดีของพลเรือนด้วย

ด้าน น.ส.เอมิลี่ ประดิษฐ์จิต ผู้แทนองค์การ UPR info ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า บทบาทสื่อมีความสำคัญมากในสังคม ในการวางประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย โดยเฉพาะหลังจากยึดอำนาจ 22 พ.ค. 57 ประเด็นการละเมิดด้านสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมืองมีความรุนแรงมาก และภายใต้สถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน ทำให้ประเทศยิ่งเป็นที่จับตามากที่สุดในเอเชีย ซึ่งวันที่ 16 มี.ค.นี้ กระบวนการ UPR จะไปเสนอแนะประเด็นข้อกังวลต่างๆ ต่อคณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงสถานการณ์ประเทศไทยว่าเป็นอย่างไร โดยมี UPR ประเทศต่างๆ เสนอแนะให้รัฐบาลไทยปรับแก้ไขเกินกว่า 200 ข้อ เป็นการท้าทายมากจากสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ทำให้ประเทศไทยเด่นขึ้นมาว่ารัฐบาลไทยจะทำอย่างไร ซึ่งการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนจะมีขึ้นรอบใหม่ วันที่ 11 พ.ค.นี้

"ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในเอเชีย สถานการณ์ในไทยแย่มาก เมื่อเทียบกับสถานการณ์ก่อนมีรัฐประหาร ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีไทย ได้ให้คำมั่นต่อยูเอ็นว่า จะพยายามปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปี 2560 มีการปฏิบัติตามบ้าง แต่ในส่วนสิทธิทางที่ดิน การซ้อมทรมาน รัฐบาลไทยยังไม่ได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะ ที่ทำให้คำว่า การทรมาน เป็นความผิดทางอาญา 1 ด้วย ก่อนหน้านี้กระทรวงยุติธรรมมีการทำงานใกล้ชิดกับแอมเนสตี้ แต่หลังจากรัฐประหารไม่มีการทำอะไรเพิ่มเติม ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของไทย มีการส่งตัวแทนไปเจอทูตประเทศต่างๆ บ่อยมาก ก่อนที่จะไปกรุงเจนีวา โดยระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลไทย ขอให้พูดเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างหลากหลายในแง่ของภาพรวม อย่าไปเน้นสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง" น.ส.เอมิลี่ กล่าว