ชัยนาท ประกาศภัยแล้ง 4 อำเภอ อ่างทองร้อนจัด กระทบวัว-ควาย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ชัยนาท ประกาศภัยแล้ง 4 อำเภอ อ่างทองร้อนจัด กระทบวัว-ควาย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 15:41
371 ครั้ง


เขื่อนเจ้าพระยา คงการระบายน้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็มและผลิตประปา ขณะที่ ผวจ.ชัยนาท ประกาศภัยแล้ง 4 อำเภอ เร่งช่วยเหลือชาวบ้านเดือดร้อน ส่วนที่ อ่างทอง กระทบควายเลี้ยง ต้องสูบน้ำบาดาล รดต้นหญ้าเลี้ยงควาย ...

วันที่ 15 มี.ค. 59 เวลา 08.00 น. สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาล่าสุด วันนี้ตรวจสอบระดับน้ำ ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวขึ้นอยู่ที่ 14.70 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 5.96 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็มและผลิตน้ำประปา รวมไปถึงการสำรองน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภคของประชาชน ในจังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นไปตามแผนของกรมชลประทาน และไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยน้ำเข้าตามคลองเพื่อใช้ในการเกษตรแต่อย่างใด

นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผวจ.ชัยนาท เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยแล้งที่กำลังทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างในพื้นที่ จ.ชัยนาท ที่กำลังส่งผลให้ในหลายพื้นที่ไม่สามารถทำการเพาะปลูกพืชได้ เนื่องจากแหล่งน้ำสาธารณะ และลำคลองต่างๆ ได้แห้งเหือดไปแล้วเกือบทั้งหมด รวมทั้งส่งผลกระทบถึงน้ำอุปโภค บริโภคของประชาชนจำนวนมาก อีกทั้งสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านก็กำลังขาดน้ำดื่มด้วย

ทั้งนี้ล่าสุด ทางจังหวัดชัยนาทร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท หรือ ปภ.จังหวัดชัยนาท ได้ทำการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ ตำบลไร่พัฒนา, ตำบลอู่ตะเภา, อำเภอมโนรมย์ ตำบลหนองมะโมง, ตำบลกุดจอก, ตำบลวังตะเคียน, ตำบลสะพานหิน อำเภอหนองมะโมง ตำบลบ่อแร่, ตำบลหนองขุ่น, ตำบลวังหมัน อำเภอวัดสิงห์ และตำบลเนินขาม, ตำบลกะบกเตี้ย, ตำบลสุขเดือนห้า อำเภอเนินขาม ตามมติที่ประชุมช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดชัยนาท ทั้งนี้ จ.ชัยนาท มีเงินทดรองราชการ ที่สามารถนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน

ขณะที่พื้นที่ทุ่งนาใน ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท กว่า 20,000 ไร่ ที่ถูกทิ้งร้างจนกลายสภาพเป็นพื้นที่สีน้ำตาลจากภัยแล้งที่กำลังขยายวงกว้าง และทวีความรุนแรง โดยแหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่หลายแห่งเริ่มแห้งขอด เหลือแต่โคลน และพืชน้ำที่กำลังเหี่ยวเฉาติดก้นบ่อ ซึ่งแหล่งน้ำเหล่านี้ประชาชนเคยใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยง วัว ควาย ทำให้ต้องต้อนสัตว์ ไปหาน้ำในแหล่งน้ำที่ไกลขึ้นกว่า 1 กม. อีกทั้งสภาพความแห้งแล้ง ทำให้หญ้าแห้งกรอบตาย สัตว์เลี้ยงของชาวบ้านเริ่มขาดอาหาร จึงจำเป็นต้องซื้อฟางข้าวมาให้วัวควายกินแทนหญ้าสด

ขณะที่ จ.อ่างทอง ภัยแล้งได้ขยายวงกว้างลุกลาม ทำให้พื้นที่หลายแห่งต่างประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เกษตรกรหยุดการทำนา ปลูกพืชใช้น้ำน้อยสู้ หลังน้ำเหลือใช้ได้เพียงอุปโภคและบริโภค ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงวัว ควาย ที่ออกหากินหญ้าตามทุ่งนาร้าง ต้องขาดแคลนอาหาร และแหล่งน้ำ ทำให้แต่ละวันที่ปล่อยวัวควายออกหากินแต่ละครั้งต้องเดินทางไกลหลายกิโลเมตร ซึ่งแหล่งหญ้าเลี้ยงวัวควายก็ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง แหล่งน้ำก็เหลือน้อยแห้งขอดลง พบคนเลี้ยงควายสู้ภัยแล้ง ใช้พื้นที่ทำนาสูบน้ำรดหญ้าในแปลงนาข้าวให้วัวควายได้กิน

ด้านนายมานิตต์ โฉมเกิด อายุ 42 ปี เจ้าของวัวควายกว่า 100 ตัว อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 8 ตำบลไผ่ดำ อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ตนเองเลี้ยงควายจำนวน 100 ตัว และ วัว 50 ตัว และในช่วงนี้กระทบภัยแล้ง ในการปล่อยวัวควายออกหากินแต่ละครั้งต้องออกไปไกลหลายกิโลเมตร เนื่องจากแหล่งหญ้าแหล่งน้ำขาดแคลนเหลือน้อย ผลกระทบจากภัยแล้ง โดยตนเองได้หยุดการทำนาที่เช่าไว้จำนวน 50 ไร่ และได้ปล่อยให้หญ้าขึ้นตามธรรมชาติ พร้อมกับสูบน้ำจากแหล่งธรรมชาติเข้าพื้นที่นา แล้วปล่อยวัวควายให้ลงกินหญ้าและลงแช่น้ำตามแอ่งในกลางนา หากแหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งหมดไปก็ต้องใช้น้ำบาดาลสูบรดต้นหญ้าในกลางทุ่งนา แล้วปล่อยลงให้วัวควายได้ลงหากินต่อไป.



โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement