พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หมอดลฤดีคนดัง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หมอดลฤดีคนดัง

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 มี.ค. 2559 07:38
20,128 ครั้ง


ศาลล้มละลายสั่ง เบี้ยวทุนไปสหรัฐ

ศาลล้มละลายกลาง สั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด “หมอดลฤดี” เบี้ยวใช้ทุน ม.มหิดล และใช้ค่าธรรมเนียมแทนโจทก์ หลังไม่มาแสดงตัวต่อศาลและไม่มีทรัพย์สินที่จะยึดมาชำระหนี้ได้ ด้านโฆษกศาลยุติธรรม เผยเมื่อมีคำสั่งแล้ว เจ้าของทรัพย์ไม่สามารถทำอะไรกับทรัพย์นั้นได้ แต่ยังไม่ถือว่าเป็นบุคคลล้มละลาย ต้องรอขั้นตอนกฎหมายอื่นอีกให้ศาลพิจารณาเป็นคนล้มละลาย

ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ “หมอดลฤดี” เบี้ยวใช้ทุน ม.มหิดล เปิดเผยขึ้นที่ศาลล้มละลายกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ วันที่ 14 มี.ค. ศาลนัดพิจารณาคดีหมายเลขดำ ล.3603/2558 ที่มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นโจทก์ที่ 1 และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็นโจทก์ที่ 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นจำเลย เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.58 ระบุว่า โจทก์ทั้งสองได้ฟ้องจำเลยต่อศาลปกครองเพื่อให้รับผิดชอบชดใช้ ทุนที่จำเลยผิดสัญญารับทุนรัฐบาลศึกษาวิชาในต่างประเทศ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาวันที่ 15 ก.พ.49 ให้จำเลยชดใช้ ม.มหิดล โจทก์ที่ 1 จำนวน 2,088,181 บาท และ สกอ.โจทก์ที่ 2 จำนวน 116,431.05 บาทกับอีก 666,131.73 ดอลลาร์ คดีสิ้นสุดเพราะไม่มีคู่ความอุทธรณ์ แต่จำเลยนั้นเพิกเฉยไม่นำเงินมาชำระให้โจทก์ตามคำพิพากษา จึงขอให้ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและขอให้พิพากษาจำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย

โดยวันนี้ทนายความของโจทก์ทั้งสองมาศาล ส่วน น.ส.ดลฤดี จำเลย ทราบนัดแล้วไม่มา ศาลจึงมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณา ขณะที่ทนายความโจทก์นำนายอวยชัย อิสรวิริยะสกุล และ น.ส.ภาแก้ว เบญจเทพรัศมี เข้าเบิกความ และแถลงหมดพยาน ศาลพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองได้ความจริงว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ทั้งสองในมูลหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท อันเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้แน่นอน จำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (5) จึงมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยให้หักจากกองทรัพย์สินของจำเลยเฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร

ด้านนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ต่อไปเจ้าของทรัพย์ไม่อาจทำอะไรกับทรัพย์นั้นได้ หากจะดำเนินการใดจะเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมาย ขณะที่เวลานี้ยังไม่ถือว่าจำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย มาตรา 60, 61 เพราะยังต้องมีขั้นตอนตามกฎหมายอีกที่ศาลจะให้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    75.4%
  • ไม่ชอบ
    0.9%
  • สนุก
    11.8%
  • ประหลาดใจ
    1.4%
  • เสียใจ
    5.2%
  • ให้กำลังใจ
    5.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement