ใบสั่ง คสช.! แก้รธน. ถึงมือ'มีชัย' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ใบสั่ง คสช.! แก้รธน. ถึงมือ'มีชัย'

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 มี.ค. 2559 07:30
5,282 ครั้ง


บิ๊กหมูลงนาม เจ้าตัวยอมรับ ข้อเสนอมีนน.

“ธีรชัย” ลงนามข้อเสนอ แนะแก้ รธน.ของที่ประชุม ร่วมแม่น้ำ 4 สาย ส่งถึงมือ “มีชัย” ประธาน กรธ. แพลมมีหลายเรื่อง นอกเหนือจากที่มา ส.ว. ออกปากต้องให้น้ำหนัก เพราะคนรับผิดชอบบ้านเมืองชงมา ปัดร่างฉบับ กรธ.ไม่ถูกใจ คสช. โฆษก กรธ.งดเปิดรายละเอียด โยนรัฐบาลขอชี้แจงเองหลังนำเข้าที่ประชุม ครม. “อุดม” บอกใบ้สื่อรอฟังทีเดียว จะได้หงายหลังตึง เผยใบสั่ง คสช.ดันสุดลิ่มนายกฯคนนอก ให้ยกเลิกข้อกำหนดพรรคการเมืองส่ง 3 ชื่อชิงนายกฯ กกต.ชง ครม. คลอดร่าง พ.ร.บ.ประชามติ เปิดทางหน่วยงานรัฐ-เอกชนร่วมแจกร่าง รธน. “วัฒนา” จวกเผด็จการแบ่งแยกประชาชน ปลุกทุกขั้วทุกสีเลิกทะเลาะจับมือทวงคืน รธน.ประชาธิปไตย “เต้น” เฉ่ง ส.ว.ลากตั้งขึงพืด 5 ปี-นายกฯคนนอก-บัตรใบเดียว โรคร้ายเปิดประตูยึดอำนาจฉีก รธน. ปชป.บี้เปิดหมดเปลือกข้อเสนอ คสช.

จากกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ผลักดันให้มี ส.ว.จากการแต่งตั้ง เพื่อเป็นกลไกคุมเกมในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี จนถูกวิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุว่า ได้รับข้อเสนอแนะการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจาก คสช.เรียบร้อยแล้ว โดยมีประเด็นอื่นๆอีกหลายเรื่องนอกเหนือจากเรื่องที่มาของ ส.ว.

“มีชัย” เผยข้อเสนอ คสช.ถึงมือแล้ว

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่นและหมวดการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า ได้รับหนังสือความเห็นการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจาก คสช.แล้ว ลงนามโดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. มีจำนวน 4-5 หน้า แต่ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด เป็นข้อเสนอที่มาจากการประชุมร่วมกันของแม่น้ำ 4 สาย คือ คสช. ครม. สปท.และ สนช. หลังจากนี้ต้องอ่านรายละเอียดของข้อเสนอทั้งหมดก่อนนำเข้าที่ประชุม กรธ. เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีการเรียกร้องให้เปิดเผยรายละเอียดที่ขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนได้รับทราบจะทำได้หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับ กรธ.พร้อมจะเปิดเผยจะมอบหมายให้โฆษก กรธ.ดำเนินการ

แย้มมีอีกหลายเรื่องนอกจากที่มา ส.ว.

นายมีชัยกล่าวว่า ข้อเสนอที่ส่งมานอกเหนือจากประเด็นที่มา ส.ว.แล้วยังมีอีกหลายเรื่อง คงต้องรอดูตอนโฆษก กรธ.แถลงน่าจะชัดเจนกว่า ตอนนี้ขอให้ใจเย็นๆ ขอดูรายละเอียดและขอคุยกับ กรธ.ก่อน เมื่อถามว่า ข้อเสนอนี้ไม่มีสภาพบังคับเป็นเหมือนข้อเสนอทั่วไปใช่หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า มันก็มีน้ำหนักอยู่ เพราะว่าเป็นหนังสือมาจากคนที่รับผิดชอบบ้านเมือง เราก็ต้องให้น้ำหนัก ขนาดชาวบ้านมีจดหมายมาเพียงฉบับเดียว กรธ.ให้น้ำหนักได้ ดังนั้นต้องให้น้ำหนัก เมื่อถามว่า ที่ คสช.ส่งข้อเสนอมาอีกครั้ง แสดงว่า กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญไม่ถูกใจใช่หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า จะพูดแบบนั้นคงไม่ได้

โยน รบ.อธิบายเองหลังถก ครม.

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. แถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุม กรธ.ได้หารือและรับทราบหนังสือความเห็นการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ คสช.ส่งมาเรียบร้อยแล้ว จากนี้จะขอเวลาพิจารณาศึกษารายละเอียด ก่อนจะปรับปรุงแก้ไข การเปิดเผยสาระสำคัญของเนื้อหาทั้งหมดได้รับการประสานจากรัฐบาลว่า ในวันที่ 15 มี.ค.จะนำข้อเสนอดังกล่าวนำเข้าที่ประชุม ครม.รัฐบาลจะถือโอกาสนี้แถลงชี้แจงอธิบายสาระสำคัญรายละเอียดที่เสนอให้ กรธ.มีประเด็นใดบ้าง เหตุผลที่ กรธ.ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากถ้าพูดไปก่อนโดยที่รัฐบาลและ คสช.ยังไม่พร้อมอธิบายจะทำให้สับสน ควรให้รัฐบาลในฐานะเจ้าของเรื่องเป็นผู้อธิบายจะเหมาะสมกว่า เบื้องต้นในหนังสือที่ส่งมาไม่ได้มีรายละเอียดที่ซับซ้อน แต่ในขั้นตอนการนำเสนอจำเป็นต้องให้ กรธ.มานั่งคิดต่อ เพราะการมีข้อเสนอที่แตกต่างจากที่ร่างไว้เบื้องต้น ทำให้ต้องคิดว่า กรธ.ควรจะยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร

บอกใบ้รอฟังทีเดียวได้หงายหลังผึ่ง

นายอุดมกล่าวว่า ขอย้ำว่าไม่มีใครมาสั่ง กรธ. ได้ เราทำตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้ต้องรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย และไม่รู้สึกกดดันหรือหนักใจเลย เราทำตามหน้าที่ จะต้องจัดทำร่างรัฐ-ธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 มี.ค. ขอให้มั่นใจว่าทำเสร็จทันเวลา เมื่อถามว่า เท่าที่ดูข้อเสนอสุ่มเสี่ยงจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติหรือไม่ นายอุดมกล่าวว่า ทุกข้อเสนอที่ส่งมาสุ่มเสี่ยงเท่ากันหมด ถ้าไม่แก้ไขตามที่เสนอมา ส่วนข้อเสนอของ คสช.ไม่แน่ใจว่าจะสุ่มเสี่ยงหรือไม่ ตอบเป็นภาพรวมไม่ได้ว่าสิ่งใดเสี่ยงหรือไม่เสี่ยง เมื่อถามว่า ข้อเสนอที่ คสช.ส่งมามีสิ่งใดที่น่าตื่นเต้นบ้าง นายอุดมกล่าวว่า “เอาไว้ฟังวันที่ 15 มี.ค.ทีเดียว จะได้หงายหลังเลย” เมื่อถามย้ำว่า หากไม่ทำตามข้อเสนอ คสช.จะเกิดความขัดแย้งตามมาหรือไม่ นายอุดมกล่าวว่า เราคงไม่ขัดแย้ง เพราะทำงานเพื่อชาติ ไม่มีใครจะมาทำให้เราแตกแยกได้ ความเห็นอาจแตกต่างได้ แต่การทำงานต้องไปด้วยกันได้

คสช.ดันนายกฯคนนอกเลิกชงชื่อ 3 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือความเห็นการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจาก คสช.ที่ส่งมายัง กรธ. นอกจากเหนือจากจะมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. แล้วยังมีประเด็นที่สำคัญอื่นๆที่น่าสนใจ อาทิ ขอให้ปรับแก้ประเด็นที่ให้พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 3 คน ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในระหว่างการรับสมัครรับเลือกตั้ง โดย คสช. ขอให้ไม่ต้องกำหนดไว้ ให้พรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อบุคคลใดก็ได้ แต่ยังคงให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เลือกเหมือนเดิม

สปท.ส่งคำถามซาวเสียง 31 มี.ค.

ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คนที่ 1 ประเด็นรัฐธรรมนูญชั่วคราว 57 ให้ สปท.มีส่วนร่วมกับการตั้งคำถามประกอบการทำประชามติว่า ได้ข้อสรุปจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) วันที่ 17 มี.ค. และ 24 มี.ค. รูปแบบอาจมอบหมายให้คณะ กมธ.ปฏิรูปด้านการเมือง สปท.รับผิดชอบไปคิดรูปแบบ จากนั้นวันที่ 28 มี.ค. จะบรรจุวาระการประชุม เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น ก่อนส่งเรื่องให้ สนช.ภายในวันที่ 31 มี.ค. ส่วนการที่ 2 พรรคการเมืองบอกว่า การปฏิรูปไม่เห็นคืบหน้า จึงสั่งการให้สำนักประชาสัมพันธ์ สภาฯในฐานะเลขานุการ สปท.ส่งการดำเนินงานของ สปท.ให้พรรคการเมืองกว่า 70 พรรคทุกสัปดาห์จะได้เข้าใจ การใช้วาท-กรรม ดิสเครดิตหรือไม่รู้เห็น อาจเพราะไม่ได้รับข่าวสาร หรือได้รับข้อมูลแต่ใช้วาทกรรมรูปแบบเก่าที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

เย้ย ปชป.ปฏิรูปพรรคคงไม่แพ้ 20 ปี

“เรายังมั่นใจพรรคการเมืองจะรักษาคำพูดตัวเอง สมัยพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล ล้วนแต่เคยเสนอยุทธศาสตร์ชาติมาทั้งนั้น เคยเรียกร้องให้มีการปฏิรูป แต่สมาชิกพรรคการเมืองบางคนไม่เข้าใจ และลืมคำพูดตัวเอง ถ้าเชื่อผมในวันที่เสนอให้ปฏิรูปพรรค คงไม่มีรัฐประหาร ประชาธิปัตย์เอาเวลาไปปฏิรูปพรรคตัวเองดีกว่า ถ้าปฏิรูปจริงคงไม่แพ้เลือกตั้งมา 20 ปีแบบนี้ ไม่อยากให้ปัญหาการเมืองในอดีตมาบดบังการปฏิรูปเพื่อบ้านเมือง” นายอลงกรณ์กล่าว

กมธ.การเมืองตั้งไข่กำหนดประเด็น

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ให้ สปท.เสนอความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อการตั้งคำถามประชามติส่งให้ สนช.พิจารณาได้ว่า กมธ.การเมืองได้นัดประชุมในวันที่ 15 มี.ค. เวลา 09.00 น. เพื่อหารือว่า กมธ.แต่ละคนจะมีข้อเสนอต่อการตั้งคำถามประชามติอย่างไร ส่วนตัวมองว่าคำถามน่าจะมี 2 ลักษณะ คือ 1.เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประเทศ เช่น การสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการจัดการน้ำ 2.เกี่ยวกับการเมืองโดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่ต้องกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล ขณะนี้ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน เช่น ส.ว.สรรหา และนายกฯคนนอก เมื่อได้ข้อสรุปตรงกันแล้วจะแจ้งให้วิป สปท.รับทราบ เพื่อเป็นข้อมูลนำไปหารือร่วมกับวิป สนช.ในการประชุมร่วมวิป 2 ฝ่าย

กกต.ชง ครม.ผ่านร่าง ก.ม.ประชามติ

ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ กกต.แถลงภายหลังการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ...มีทั้งสิ้น 65 มาตรา โดยมีการปรับแก้และเพิ่มเติมบางประเด็น และได้ส่งไปยังรัฐบาลในช่วงเย็นวันที่ 14 มี.ค. เพื่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 15 มี.ค. ก่อนส่งร่างฯต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป เนื้อหาได้ตัดเรื่องให้กรรมการประจำหน่วยออกเสียงสามารถกาบัตรแทนผู้พิการทางกายภาพได้ออก เนื่องจากเห็นว่าอาจขัดต่อหลักการการลงคะแนนที่ต้องทำโดยลับ ขณะเดียวกันมีการเพิ่มเติมให้หน่วยงานรัฐ เอกชนมีส่วนร่วมในการรณรงค์ เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและวิธีการออกเสียงได้ แต่ต้องไม่เป็นการชี้นำ สำหรับบัตรออกเสียงจะมีใบเดียวแม้จะมีประเด็นคำถามเพิ่มเติมจาก สนช. ในบัตรเดียวจะแบ่งเป็นสองตอน แยกสีอย่างชัดเจน มีช่องเห็นชอบและไม่เห็นชอบ จะไม่มีช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน

พท.สับรัฐบาลชี้นำผลโหวต

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มาตรฐานการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 59 ด้อยกว่าปี 50 มีข้อเปรียบเทียบคือ 1.ฉบับปี 50 ให้ ส.ส.ร.เป็นผู้เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดวันหลักเกณฑ์และวิธีการ ส่วน กกต.เผยแพร่กระบวนการขั้นตอน เป็นผู้จัดและควบคุมตามที่ ส.ส.ร.มอบหมาย แต่ร่างฯปี 59 ให้ กกต.ประกาศวันกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ 2.ร่างปี 59 จะไม่นับรวมบัตรเสียและไม่ประสงค์ลงคะแนนมาไว้ในจำนวนผู้มาออกเสียง แต่นับเฉพาะบัตรที่ลงคะแนนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น 3.ร่างปี 59 ถือเกณฑ์อายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ออกเสียง จะทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเพิ่มมากขึ้น 4.มีการจำกัดความคิดและการแสดงออกตั้งแต่ระหว่างจัดทำ ช่วงเผยแพร่ร่างฯ หากรณรงค์เหมือนปี 50 อาจเสี่ยงถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและอาจกระทำไม่ได้เลย หากไม่มีการยกเลิกประกาศการห้ามชุมนุมและทำกิจกรรมทางการเมือง ขณะที่ คสช.และรัฐบาลกลับใช้กลไกของรัฐทุกรูปแบบผ่านกระทรวงมหาดไทยและกลาโหม ชี้นำให้สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญนานแล้ว

“วัฒนา” จวกเผด็จการแบ่งแยก ปชช.

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เมื่อประชาชนเป็นเพียงเหยื่อ” ว่าวิบากกรรมที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศชาติเกิดจากการที่คนไทยทะเลาะกันเอง จนถูกทหารนำไปเป็นข้ออ้างยึดอำนาจการปกครอง จากนั้นทหาร กลุ่มชนชั้นนำ และผู้ที่มีการศึกษาสูงทั้งหลาย รวมถึงเนติบริกรได้ตั้งรัฐบาล สภาและองค์กรต่างๆ เรียกว่าแม่น้ำ 5 สายใช้อำนาจรัฐโดยไม่ยอมให้ประชาชนตรวจสอบ โดยใช้กองกำลังและกฎหมายที่พวกสถาปนาขึ้นเป็นเครื่องมือควบคุม เมื่อต้องคืนอำนาจก็ร่วมกันออกกฎหมายล้างผิดให้กันทั้งหมด ทั้งยังจะควบคุมประเทศต่อไปอีก 5 ปีโดยผ่าน ส.ว. ที่จะแต่งตั้งขึ้นเอง ด้วยข้ออ้างว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่าน แต่แท้จริงคือการสืบทอดอำนาจ ทำให้ตัวแทนที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาไม่มีอำนาจ ต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกลไกต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นแล้วก่อนการคืนอำนาจ กลุ่มเผด็จการเข้าใจดีว่าหากประชาชนสามัคคี รวมพลังขับไล่ให้ออกไปได้ไม่ยากเย็น จึงใช้ประโยชน์จากความขัดแย้ง และใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือแบ่งประชาชนเป็นฝักฝ่าย
จากนั้นทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม

ปลุกจับมือทวงคืน รธน.ประชาธิปไตย

นายวัฒนาระบุว่า เมื่อคนพวกนี้ยึดอำนาจรัฐสำเร็จ จะแต่งตั้งตัวเองและพรรคพวกมาเป็นผู้บริหารมีทั้งเงินเดือนและตำแหน่ง อนุมัติวันเวลาทวีคูณและสองขั้นให้ตัวเองพรรคพวกเป็นโบนัสการยึดอำนาจ ส่วนประชาชนเป็นเพียงเหยื่อที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ต้องผจญกับความยากลำบากเอง ไม่ว่าจะไม่มีน้ำทำนา ขายข้าวหรือยางไม่ได้ราคา หรือต้องตกงาน ทั้งยังถูกทวงบุญคุณแบบรายวันอีกด้วย จึงอยากวิงวอนให้พี่น้องจากทุกสีและทุกกลุ่มการเมืองให้หยุดทะเลาะกัน แล้วหันมาจับมือเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นสากล อยู่บนหลักนิติธรรมและเคารพอำนาจของประชาชน ประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้นที่จะทำให้พวกเราจะยอมรับและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ วันใดที่พวกเราสามัคคีกัน วันนั้นอำนาจจะกลับคืนมาทันที จากนั้นจับมือกันเอาพวกที่สร้างความเสียหายมารับกรรมไม่ดีกว่าหรือ จะทะเลาะให้คนพวกนี้เสวยสุขโดยไม่ต้องรับผิดชอบไปเพื่ออะไร

เย้ยข้อเสนอ คสช.คือโรคร้าย ปชต.

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ท่าทีที่แตกต่างของ คสช.กับ กรธ.เรื่องเนื้อหารัฐธรรมนูญน่าจะอยู่บนหลักเดียวกันคือ การสืบทอดอำนาจเพียงแต่ คสช.ลงลึกถึงสถานะและบทบาทของตัวเอง แต่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.วางภาพรวมไว้ที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมเท่านั้น แม้ข้อเสนอของ คสช.อาจทำให้ดูดีขึ้น แต่ถ้าเปรียบการให้มี ส.ว.ลากตั้งคุมอำนาจต่ออีก 5 ปีของ คสช.เป็นเอดส์ การเปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกเลือกตั้งบัตรใบเดียว การให้มี ส.ว.ลากตั้งของ กรธ.เป็นมะเร็ง เป็นผลร้ายต่อประชาธิปไตยทั้งคู่ สำคัญที่สุดต้องอยู่ที่หลักการ ถ้าตั้งหลักผิดปลายทางก็ผิดและเดินผิดจนเสียหาย อาจนำไปสู่การยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญ จนเกิดวาทกรรมว่ารัฐประหาร 22 พ.ค.เสียของจึงต้องทำใหม่อีกครั้ง

ปชป.จี้ “มีชัย” เผยข้อเสนอ คสช.

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุว่า ได้รับความเห็นข้อเสนอในการปรับแก้ไขร่าง รธน.จาก คสช.แล้วแต่ไม่ยอมเปิดเผยในขณะนี้ว่า ที่ผ่านมานายมีชัยและ กรธ.รับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายถือเป็นเรื่องดี เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นของใครหรือของคนกลุ่มใด ดังนั้น เมื่อรับความเห็นของฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว กรธ.ควรเปิดเผยข้อเสนอเหล่านี้ โดยเฉพาะของ คสช.เพื่อให้สังคมรับรู้ข้อเสนอในแต่ละประเด็นว่ามีสาระสำคัญอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ หากไม่เหมาะสมจะได้ติติงเพื่อปรับเปลี่ยนแก้ไขเพื่อประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญเพื่อให้ รธน.ฉบับนี้สามารถผ่านประชามติได้ ทั้งนี้ หวังว่า กรธ.จะยึดหลักการร่างรัฐธรรมนูญตามหลักการประชาธิปไตยที่เป็นสากล เน้นการตรวจสอบถ่วงดุลและโปร่งใส

“องอาจ” บี้คืนสิทธิเรียนฟรี 12 ปี

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ว่า ยังมีเรื่องสำคัญอีกหลายเรื่องที่เคยนำเสนอให้ กรธ.พิจารณาปรับแก้ แต่ยังเงียบอยู่ คือเรื่องการศึกษาของเด็กไทย ที่ กรธ.ไปลดสิทธิเรียนฟรี 12 ปีของเด็กไทยเหลือแค่ 9 ปี ในมาตรา 50 ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 บัญญัติส่วนที่ 8 สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา มาตรา 49 ว่าให้บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการได้รับการศึกษาไม่น้อยว่าสิบสองปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ขอเรียกร้องให้ กรธ.คืนสิทธิของเด็กไทยที่เคยได้เรียนฟรี 12 ปีเหมือนเดิม และขอให้ กรธ.ให้ความสำคัญกับการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญให้รัฐมีบทบาทสำคัญในการดูแลเด็กก่อนวัยเรียนและเด็กแรกเกิด ถ้ารัฐไม่ให้ความสำคัญจริงจัง รัฐจะสูญเสียพลังสร้างสรรค์สังคมและต้องเสียเงินงบประมาณมากมายกับการแก้ไขปัญหาสังคม

จวก “จ้อน” เชลียร์ คสช.-เสพติดอำนาจ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่หนึ่งพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ควรเสนอสิ่งสร้างสรรค์ในการร่างรัฐธรรมนูญมากกว่ายุแยงตะแคงรั่วแบบการเมืองยุคเก่าว่า สมัยนายอลงกรณ์อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยพูดเช่นนี้ พอไปเสพติดอำนาจอ้างคำว่าปฏิรูปบังหน้าหวังจะอยู่ในอำนาจยาวจึงพูดเอาใจ คสช. ยืนยันว่าคนพรรคประชาธิปัตย์พูดเรื่องรัฐธรรมนูญล้วนสร้างสรรค์เป็นประชาธิปไตยมากกว่าโมเดลความคิดของแม่น้ำ 5 สาย ไม่ยุแยงตะแคงรั่วตรงไหน นายอลงกรณ์เป็นศิษย์เก่าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งและเป็นรัฐมนตรี เพราะการเมืองยุคเก่าแบบพรรคประชาธิปัตย์ ควรสำนึกในพระคุณพรรคบ้าง อย่ากินบนเรือนขี้รดบนหลังคา อย่าเชลียร์ คสช.จนเกินงาม เคยมาจากการเลือกตั้ง แต่กลับไปชมชอบกับการแต่งตั้ง ที่สำคัญเคยเป็นถึงเลขานุการนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ น่าจะได้หลักความกตัญญู ซื่อสัตย์ มีคุณธรรมจากนายชวนเป็นสมบัติติดตัวออกไปบ้าง ส่วนการสนับสนุนให้มี ส.ว.ลากตั้งช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เท่ากับว่าเห็นด้วยกับ คสช.ว่าต้องริบอำนาจการเลือกตั้ง ส.ว.จากคนเมืองเพชรฯ ถ้าจะไม่ให้สังคมคิดว่า คสช.สืบทอดอำนาจ ควรวางหลักการปฏิรูปที่แท้จริง แล้วถอยตัวบุคคลออกมา

“นิพิฏฐ์” ชี้ “บิ๊กจิ๋ว” ขยับส่งนัยการเมือง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เปิดบ้านแถลงถึงสถานการณ์บ้านเมืองว่า ควรรับฟังบ้างเพราะเป็นผู้ใหญ่ แม้สังคมจะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ท่านพูด แต่เสี่ยงที่จะสร้างความเสียหาย บั่นทอนแก่ผู้พูดเอง ต้องยอมรับว่าท่านพูดอะไรหรือใช้ศัพท์บางครั้งเข้าใจยาก เช่น ครั้งนี้มีการใช้คำเพื่อดึงความสนใจว่ากองกำลังส่วนที่สาม ทั้งชาวเขา ชาวไทยใหม่นับล้านคนไม่ติดอาวุธ แต่กลับใช้คำเรียกว่า กองกำลัง ยิ่งพูดสังคมยิ่งงง สังคมจึงไม่ให้ความสำคัญเพราะเข้าใจยาก จึงลดความน่าเชื่อถือตัวเอง แต่คิดว่าการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ชวลิตมีนัยทางการเมืองแน่ที่ออกมา เพราะช่วงหลังออกมาถึงสองครั้งติดๆ “ผมว่าดีที่แถลงข่าวที่บ้านเอง ไม่แถลงที่โรงแรม เพราะแถลงเสร็จขึ้นนอนต่อได้ ถ้าแถลงที่โรงแรมคงจะงงหาทางออกไม่เจอ ฝากบอกถึงคนวางหมากว่า อย่าใช้ท่านเป็นส่วนหนึ่งของเกมเลย”

ขอ “มีชัย” ไว้ชื่ออย่าหมกเม็ด

นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอกราบเรียนนายมีชัยว่าในชีวิตนักวิชาการด้านกฎหมายที่เข้ามารับผิดชอบการร่างรัฐธรรมนูญ ยศตำแหน่งเป็นแค่ของชั่วคราว แต่ชื่อและสกุลจะอยู่ติดตัวคนเราไปตลอดกาล จึงควรฝากชื่อไว้ในแผ่นดินให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ สมกับที่รับงานร่างรัฐธรรมนูญของชาติ หากเสียสละจริง ควรเปิดเผยข้อเสนอแนะผู้มีอำนาจที่ต้องการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ให้ประชาชนไทยรับทราบ แต่ถ้ากังวลหรือเกรงกลัวยอมบัญญัติใส่ในรัฐธรรมนูญโดยไม่เกิดประโยชน์ต่อชาติและประชาชน ท่านจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ถ้าทุกฝ่ายจริงใจ คสช. และกรธ.ต้องเปิดเผยข้อเสนอแนะต่อประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงทั้งหมดเพื่อจะช่วยพิจารณาว่าสิ่งใดมีประโยชน์ สิ่งใดไร้ประโยชน์ วันนี้ผู้มีอำนาจถูกมองว่าขาดความจริงใจในการปฏิรูปประเทศแล้ว ควรใช้โอกาสนี้เรียกคืนศรัทธา หวังว่านายมีชัยและกรธ. จะกล้าไม่บัญญัติหมกเม็ดเรื่องอื่นใดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองและส่วนรวมในรัฐธรรมนูญนี้อีก

ผบ.เหล่าทัพเบิร์ธเดย์ “บิ๊กตู่” ล่วงหน้า

เมื่อเวลา 08.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด นำ ผบ.เหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ.และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รวมทั้ง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เข้าอวยพร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 62 ปีล่วงหน้าที่จะมาถึงในวันที่ 21 มี.ค. เนื่องจากในวันดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ต้องเตรียมความพร้อมเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐ ประชาชนจีนเพื่อร่วมประชุมแม่โขง-ล้านช้างความร่วมมือลุ่มน้ำโขงระหว่างวันที่ 22-24 มี.ค. จากนั้นช่วงวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย. มีภารกิจร่วมประชุมสุดยอดผู้ว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ที่สหรัฐอเมริกา

จากนั้นเวลา 14.00 น. ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ให้การต้อนรับนายภควันต สิงห พิศโนอี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย ที่เข้าพบหารือในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ นายกฯขอบคุณรัฐบาลอินเดียในการรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เมื่อวันที่ 7-11 ก.พ. และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเมื่อวันที่ 21-22 ก.พ. พร้อมขอให้ฝ่ายอินเดียถวายการต้อนรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่จะเสด็จเยือนอินเดีย และยินดีที่อินเดียจะทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “World Sanskrit Award” ในฐานะทรงมีบทบาทส่งเสริมภาษาสันสกฤตในต่างประเทศ ขณะที่เอกอัครราชทูต อินเดีย ชื่นชมแนวความคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่นำมาปรับใช้ได้จริง

นายกฯซัดการเมืองในอดีตทำตาบอดสี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันที่ 14 มี.ค. สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำจดหมายข่าวรัฐบาล เพื่อประชาชน ฉบับที่ 22 มาแจกจ่ายสื่อมวลชน ตอนหนึ่งในคอลัมน์ “จากใจนายกรัฐมนตรี”ระบุว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ย่อมต้องการความมั่นคง ประเทศชาติก็เช่นกัน ด้วยยุคเทคโนโลยี ทำความอดทนสั้นลงด้วย ขณะที่วงจรชีวิตคนไทยเฉลี่ยอาจยาวถึง 80 ปี แต่อายุรัฐบาลเพียง 4 ปี ดังนั้น สิ่งที่จะประกันความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของชาวไทย คือยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ปฏิรูปและขับเคลื่อนบนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีประชารัฐของรัฐบาลนี้ เป็นกลไกหลักขับเคลื่อน ที่ใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ขณะที่โจทย์ของประเทศวันนี้เป็นผลจากอดีต ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่มอมเมา ลวงตาประชาชน ทั้งทำตาบอดสีเห็นแต่สีตน ไม่เห็นสีอื่น ทั้งที่ทุกคนเป็นสีธงไตรรงค์เหมือนกัน กลับสาดสี แบ่งแยกแบบผิดๆ ทำสายตาสั้นมองความสุขเพียงอายุรัฐบาล ถูกกล่อมขายฝัน ไม่ยั่งยืน ยื่นปลาไม่ยื่นเบ็ด ไม่เสนอวิธีหาปลา รอกลับมาเป็นรัฐบาลใหม่

ยึด 4 เสาหลักค้ำยันประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คอลัมน์จากใจนายกฯ ยังระบุว่า เชื่อเสมอว่าทุกปัญหามีทางออกหากเราร่วมมือกัน ผ่านแนวทางประชารัฐ ที่ปฏิรูปทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย รัฐต้องไม่ยัดเยียด ต้องระเบิดจากภายใน และมีธรรมาภิบาล โดยมี 4 เสาค้ำยันสังคมไทย คือ 1.ทำกฎหมายเป็นกฎหมาย เป็นหลักประกันสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ ขจัดความไม่เท่าเทียม แก้ขัดแย้งด้วยศาล และไม่แบ่งแยก 2.เน้นการมีส่วนร่วม สร้างภาคีเครือข่าย 3.เพิ่มพูนประสิทธิผลและประสิทธิภาพภาครัฐ ผ่านโครงสร้างการบริหารจัดการงบประมาณ ระเบียบ และบุคลากร อย่างโปร่งใส เชื่อใจ ไร้ทุจริต มีประเมินและตรวจสอบได้ และ 4.หนุนเนื่องยุทธศาสตร์ชาติ ที่นำไปสู่จิ๊กซอว์แห่งพลังสามัคคี

ขณะที่คอลัมน์ “วาทะนายกรัฐมนตรี” ได้นำถ้อยแถลงนายกฯ ตอนหนึ่ง ในพิธีเปิดเวทีจุดประกาย “สานพลังประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” เมื่อวันที่ 20 ก.ย.58 ที่เมืองทองธานี มาเผยแพร่ว่า “ประเทศชาติไม่ใช่ของตนหรือคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนทั้ง 70 ล้านคน ที่เรียกว่า “ประชารัฐ” หากฟังเพลงชาติไทย ผู้ประพันธ์ได้เขียนไว้อย่างชัดเจน ไม่มีคำว่าประชานิยม”

“ยิ่งลักษณ์” ไหว้พระ 3 วัดดังฝั่งธนฯ

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปทำบุญไหว้พระยังวัดต่างๆ ย่านฝั่งธนบุรี เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยไปสักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่วัด ระฆังโฆสิตาราม เป็นที่แรก จากนั้น ไปไหว้พระที่วัดอรุณราชวราราม และไปวัดกัลยาณมิตร ไหว้หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) ซึ่งมีความเชื่อว่า ไหว้หลวงพ่อซำปอกงแล้ว จะโชคดีมีชัย โดยแต่ละจุดที่ไป มีประชาชนที่มาไหว้พระทำบุญ เข้ามาให้กำลังใจ และขอถ่ายภาพร่วมกับอดีตนายกฯ โดยที่ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของภายในวัด บอกกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า เศรษฐกิจไม่ดี ขายของไม่ค่อยได้ อยากให้มีการเลือกตั้ง และอยากให้กลับมาบริหารประเทศอีก

“เรืองไกร” ยื่น ป.ป.ช.สอบ “วิษณุ”

เมื่อเวลา 09.30 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักการข่าวและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ทำจดหมายถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้พิจารณาพักการลงโทษผู้ต้องโทษรายหนึ่ง เข้าข่ายการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ตามมาตรา 123 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยนายเรืองไกรระบุว่า ตามกฎหมายราชทัณฑ์อำนาจหน้าที่ขอพักการลงโทษให้ผู้ต้องโทษ เป็นอำนาจของ รมว.ยุติธรรม เทียบได้กับการทำจดหมายน้อยของนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด ที่นายวิษณุชี้แจงว่า เป็นการขอให้ทำตามระเบียบให้นักโทษที่รับโทษเกินกึ่งหนึ่งแล้วรับการผ่อนผันโทษได้นั้น กรณีนี้เหมือนขอให้พักการลงโทษ ไม่ใช่ผ่อนผันโทษ ขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบโดยเร็ว รวมทั้งขอให้ตรวจสอบนายกฯว่า ได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 หรือไม่

ฉะตำบลละ 5 ล้านโฉ่ไร้ประโยชน์

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ที่เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น แท้จริงแล้วแทบไม่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ซ้ำยังมีความไม่ชอบมาพากล เพราะบริหารจัดการงบประมาณโดยกระทรวงมหาดไทยส่งตรงไปยังอำเภอ ตำบล 80-90% ประชาชนไม่มีส่วนร่วมหรือการจ้างงานอะไรเลย มีลักษณะการแจกจ่ายงานไปยังหมู่บ้านละ 5 แสนบาท โดยไม่มีการประมูลเลย หนำซ้ำยังมีข่าวคราวการกินหัวคิว ไม่มีสภาตำบล ไม่มีกรรมการหมู่บ้านคอยตรวจสอบดูแลงบฯ แว่วว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจไม่เห็นด้วย ไม่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่ไหนเคยทำ

ทหารบุกพบ “อนุสรณ์” ให้หยุดจ้อ

ช่วงเย็น นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 14 มี.ค.ได้มีทหารโทรศัพท์มาหาโดยอ้างว่าจาก คสช.เพื่อขอนัดพบพูดคุย จึงแจ้งให้มาพบที่สถานีทีวี 24 บนห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว จากนั้นเวลา 16.00 น.มีทหารประมาณ 10 นายมาพบตนโดยพูดคุยกันประมาณชั่วโมงครึ่ง ซึ่งทางทหารระบุว่าสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจึงขอความร่วมมือไม่ให้ตนพูดหรือวิพากษ์วิจารณ์อะไรที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ขอให้ระมัดระวังคำพูด ทั้งนี้ตนยืนยันว่า ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้พูดหรือวิจารณ์โดยมีอคติหรือเป็นปฏิปักษ์กับผู้มีอำนาจ มั่นใจว่าไม่เคยพูดจนสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ทั้งนี้หลังพูดคุยเสร็จจึงเดินทางกลับ โดยไม่ได้เชิญตัวนายอนุสรณ์ไปค่ายทหารเพื่อปรับทัศนคติแต่อย่างใด

ศาลฎีกายกฟ้อง 3 นปช.ยิงถล่ม ฮ.

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ศาลอ่านคำสั่งของศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนางนฤมล หรือจ๋า วรุณรุ่งโรจน์ อายุ 56 ปี นายสุรชัย หรือปลา นิลโสภา (เสียชีวิตแล้ว) และนายชาตรี หรือหมู ศรีจินดา อายุ 30 ปี ทั้งสามเป็นแนวร่วม นปช.ร่วมกันเป็นจำเลยฐานกระทำผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด โดยอัยการโจทก์ฟ้องสรุปว่าเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 53 เวลากลางวันขณะเกิดการปะทะของกลุ่ม นปช.กับเจ้าหน้าที่รัฐ จำเลยทั้งสามร่วมกันครอบครองอาวุธปืน ทั้งนี้จำเลยที่ 2 ได้ปลอมและใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถปลอม ศาลชั้นต้นพิเคราะห์ โจทก์มีพยานอ้างว่าเห็นจำเลยทั้งสามใช้อาวุธสงครามยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ แต่โจทก์ไม่มีหลักฐานว่าจำเลยครอบครองอาวุธปืนมาแสดงจึงพิพากษายกฟ้อง

ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้อง และศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายไม่ได้ทำให้คำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด

ยื่นฝากขังครั้งที่ 2 “วัฒนา เมืองสุข”

ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 2 นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จากกรณีเมื่อวันที่ 2 มี.ค.59 นายวัฒนาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช.และรองนายก-รัฐมนตรี ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยขอฝากขังอีก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-26 มี.ค.หลังจากครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 1 ในวันที่ 14 มี.ค. แต่ขณะนี้การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีก 2 ปากและอื่นๆ จึงมีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 2 ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังครั้งที่ 2 ได้ โดยให้นายวัฒนา ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลเช่นเดิมในวันที่ครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 2 ในวันที่ 26 มี.ค.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    14.7%
  • ไม่ชอบ
    53.9%
  • สนุก
    29.1%
  • ประหลาดใจ
    0.7%
  • เสียใจ
    0.4%
  • ให้กำลังใจ
    1.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement