เจาะผนังฝุ่นฟุ้ง! กระตุ้น'ไพโรเจน'ทำงาน เผยรปภ.ฮีโร่ช่วยคนงานจนตัวตาย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

เจาะผนังฝุ่นฟุ้ง! กระตุ้น'ไพโรเจน'ทำงาน เผยรปภ.ฮีโร่ช่วยคนงานจนตัวตาย

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 มี.ค. 2559 05:20
17,745 ครั้ง


ก๊าซอันตราย-คร่า8ศพเจ็บ8 เอสซีบีเสียใจยันดูแลเต็มที่ เผย‘รปภ.ฮีโร่’ช่วยจนตัวตาย

ญาติร่ำไห้ทยอยรับศพเหยื่อก๊าซไพโรเจน สรุปตาย 8 ศพ เจ็บ 8 คน เผยวีรกรรม รปภ.เข้าไปช่วยเหลือคนงานในห้องซองดำจนเสียชีวิตไปด้วย ด้าน กก.ผจก.ใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ยันดูแลครอบครัวคนตาย-เจ็บเต็มที่ รับอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบดับเพลิงในห้องนิรภัยจากระบบก๊าซไพโรเจนเป็นระบบไนโตรเจน เพราะประสิทธิภาพสูงกว่า ขณะที่ รรท.น.1 นำเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจหาสาเหตุที่ทำให้ระบบดับเพลิงทำงาน คาดผู้รับเหมาใช้สว่านเจาะผนังจนมีฝุ่นฟุ้ง ทำให้ระบบจับควันทำงานปล่อยก๊าซออกมา เตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าสอบปากคำ จ่อแจ้งข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

จากเหตุสยองระบบดับเพลิงภายในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดิน ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ (เอสซีบีพาร์ค) ถนนรัชดาภิเษก ขัดข้อง มีผู้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ 8 ศพ บาดเจ็บหลายรายส่วนใหญ่เป็นคนงานของบริษัทที่เข้าไปรับเหมาเปลี่ยนระบบดับเพลิง เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา

ธนาคารแจง ไม่ได้เกิดจากไฟไหม้

มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุหรือเวลาประมาณ 01.30 น.วันที่ 14 มี.ค. ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ทำหนังสือชี้แจงใจความสรุปว่า กรณีที่เกิดเหตุดังกล่าวขอชี้แจงว่า ไม่ได้เกิดเพลิงไหม้ และไม่ได้เกิดเหตุระเบิดแต่อย่างใด ขณะนี้ควบคุมสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าพนักงานตำรวจคาดว่า อาจจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของผู้รับเหมาที่เข้าปรับปรุงระบบการป้องกันอัคคีภัยของอาคารเพิ่มเติม โดยการทำงานได้ไปกระตุ้นให้สารดับเพลิง (ก๊าซไพโรเจน) ทำงาน ซึ่งหลักการของก๊าซไพโรเจนจะทำให้ออกซิเจนหมดไป จากรายงานเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บอีก 7 ราย ธนาคารขอแสดงความเสียใจมายังผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต สำหรับสาเหตุในรายละเอียดอยู่ระหว่างการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นธนาคารจะให้ความดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสม และความคืบหน้าจะขอชี้แจงในลำดับต่อไป ทั้งนี้ อาคารและทรัพย์สินไม่ได้รับความเสียหาย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ จึงเปิดให้บริการตามปกติ

ชี้ก๊าซดับเพลิงไพโรเจนทำดับ

ส่วนการสืบสวนหาข้อเท็จจริงการเกิดเหตุสลดตายหมู่ครั้งนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตจตุจักร และเจ้าหน้าที่โยธาสำนักงานเขต ร่วมเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดย พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยว่า เกิดจากสารเคมีสลายก๊าซออกซิเจนที่เรียกว่า “ไพโรเจน” ซึ่งเป็นระบบดับเพลิงอัตโนมัติถูกปล่อยออกมาในห้องดังกล่าว ขณะที่คนงานเข้าไปติดตั้งระบบเพิ่ม เป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจ เสียชีวิต 8 ราย เบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุว่า เกิดจากความประมาทหรือเพราะเหตุใด ส่วนผู้รับเหมาที่เข้าไปติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัตินั้นทราบว่า มีบริษัทแม่ได้รับประมูลมาจากธนาคารไทยพาณิชย์ แล้วให้บริษัทย่อยรับเหมาช่วงต่อ อาจจะมีข้อบกพร่อง ความเชี่ยวชาญชำนาญอาจจะน้อยได้เรียกสอบปากคำไป 7-8 ปากแล้ว เหลือคนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ หากกองพิสูจน์หลักฐานรายงานผลตรวจมาว่าเกิดจากความประมาท อาจจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน และดำเนินคดีในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

สงสัยอะไรทำให้ระบบทำงาน

ขณะที่ พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน อยู่ระหว่างสอบปากคำพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ที่เห็นเหตุการณ์ 3 ราย โดยสอบปากคำถึงระบบรักษาความปลอดภัย และระบบกล้องวงจรปิด ให้การเป็นประโยชน์ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้สอบปากคำคนเจ็บแล้วบางส่วน รวมถึงญาติผู้เสียชีวิตไปแล้ว 7 ราย รวมทั้งหมดในการสอบปากคำ 10 ราย พยานทั้งหมดให้การไปในทิศทางเดียวกัน แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ ทั้งนี้ เตรียมออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่ายคือ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด (Jones Lang Lasalle) ซึ่งรับเหมาช่วงจากบริษัท เมก้า แพลนเน็ต วิศวกรออกแบบอาคารและวิศวกรความปลอดภัย เข้าให้ปากคำกรณีดังกล่าวต่อไป สำหรับการเข้าตรวจสอบภายในจุดเกิดเหตุของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในช่วงเช้าวันนี้ จะดูในจุดที่เกิดเหตุว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง หลังจากการเข้าปรับปรุง เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานในช่วงเกิดเหตุเป็นประเภทใดทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยดังกล่าวทำงาน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าใช้เวลา 1 สัปดาห์ จะสรุปผลที่แน่ชัดได้

บิ๊ก ตร.-บิ๊กเอสซีบีดูที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. พร้อมด้วยนายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งบริเวณชั้นบี 2 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยว่า กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในทุกๆ ด้าน ได้ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ ช่วยกันวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น พอจะได้ข้อสรุปในบางเรื่อง แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะต้องรอให้เป็นทางการก่อน

การันตีไทยพาณิชย์มั่นคงสูง

รรท.น.1 กล่าวต่อว่า เหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ธนาคารพยายามที่จะวางระบบให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยอย่างสูงสุด เนื่องจากระบบเดิมเป็นระบบที่เมื่อเหตุเกิดขึ้นก็จะเป็นแบบนี้ แต่ระบบใหม่จะไม่มีควัน ธนาคารทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุจะไม่เห็นควัน สามารถดูแลความปลอดภัยของตนและทรัพย์สินที่สำคัญของธนาคาร เหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทุกฝ่ายทั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เร่งรัดดำเนินการเพื่อพิสูจน์ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น เชื่อว่าเมื่อผลออกมาแล้ว จะเป็นที่รับทราบรับรู้และเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะทางแพ่งหรือทางอาญาจะดำเนินการคู่ขนานกันไป ได้สั่งการในหลายเรื่อง
ทั้งการสืบสวน การสอบสวนคงจะต้องเร่งรัดดำเนินการในส่วนนี้ หากผลออกมาเป็นอย่างไร และจะดำเนินคดีกับใครจะแจ้งให้ทราบต่อไป อยากให้ประชาชนสบายใจไม่ต้องตื่นตระหนก ธนาคารไทย–พาณิชย์เป็นธนาคารที่มีความมั่นคงสูง

วงจรปิดฟ้อง แต่ขออุบไว้ก่อน

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่อว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ติดค้างภายในทำได้ล่าช้า ต้องเข้าใจและยอมรับระบบความปลอดภัยทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนมีอยู่ จะให้ใครเข้าออกอะไรได้ง่าย คงเป็นเรื่องลำบาก เป็นหน้าที่ของทุกธนาคารอยู่แล้วในเรื่องของประตูนิรภัยต่างๆ ไม่ใช่ว่าใครจะเข้าออก ได้ง่ายๆ ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นคือผู้ที่อยู่ในนั้นเมื่อได้ยินสัญญาณแล้วไม่ปฏิบัติตามข้อควรทำ จะต้องตรวจสอบดำเนินการเรื่องเหล่านี้เพื่อพิสูจน์ทราบให้ชัดเจน นอกจากนี้ จากการตรวจภาพจากกล้องวงจร ปิดทำให้รู้รายละเอียดบางอย่าง แต่ไม่ขอบอกรายละเอียด ทั้งนี้ ธนาคารยังได้ว่าจ้างเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ประจำอยู่ที่ธนาคาร ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ติดค้างอยู่ภายในออกมาได้หลายคน

พฐ.ยันสัญญาณเตือนภัยดัง

ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบระบบตรวจ จับควัน ว่าสาเหตุอะไรทำให้เครื่องดับเพลิงอัตโนมัติทำงาน โดยที่เกิดเหตุมีพื้นที่ใหญ่ พร้อมทั้งตรวจสอบระบบไพโรเจน เครื่องตรวจจับควัน ตรวจดูว่าใครทำอะไร ตรงไหน ที่ทำให้ระบบดับเพลิงอัตโนมัติทำงาน ขณะนี้ยังไม่ทราบข้อมูลอย่างละเอียด แต่โดยหลักการทำงานของระบบดังกล่าว มีการตั้งค่าการตรวจจับปริมาณของควัน โดยข้อมูลเบื้องต้น ธนาคารไทยพาณิชย์ ต้องการปรับปรุงระบบจากระบบเดิมคือ ไพโรเจน เป็นไนโตรเจน ระบบไพโรเจนเป็นระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เมื่อเกิดกลุ่มควันจะปล่อยสารเคมีออกมาเพื่อดับไฟ ส่วนไนโตรเจนเป็นระบบดับเพลิงที่มีความปลอดภัยมากกว่า เมื่อเกิดกลุ่มควันจะดับไฟ โดยที่ไม่มีการปล่อยสารเคมี ขอยืนยันว่าขณะเกิดเหตุไม่มีการเกิดประกายไฟใดๆ และมีสัญญาณเตือนภัยดัง แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดออกมา กระทั่งมีไฟร์แมนของธนาคารไทยพาณิชย์เข้าไปช่วยเหลือ

เชื่อฝุ่นเจาะผนังต้นเหตุ

พ.ต.ท.ดร.บัณฑิต ประดับสุข อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ภายในห้องเกิดเหตุเป็นห้องนิรภัยเก็บเอกสารประเภทกระดาษ คาดว่าตอนเกิดเหตุผู้รับเหมาคงใช้สว่านเจาะผนังคอนกรีตเลยทำให้มีฝุ่นฟุ้งไปทั่วจนทำให้ไปถูกตัวตรวจจับสัญญาณควัน โดยปกติแล้วตัวตรวจจับควันจะมี 2 จุด จะทำงานก็ต่อเมื่อทั้ง 2 จุดตรวจพบอนุภาค ในกรณีนี้ฝุ่นที่เกิดจากการเจาะผนังคอนกรีตน่าจะไปทำให้ตัวตรวจจับทำงาน แก๊สไพโรเจนที่ใช้ดับเพลิงจึงดูดจับออกซิเจนออกไป

“ญนน์” รับ เกิดขณะเปลี่ยนระบบ ดพ.

ส่วนนายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า อาคารและทรัพย์สินไม่ได้รับความเสียหาย มีเพียงระบบในการดับเพลิงที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้ดีขึ้น มีการว่าจ้างบริษัทชั้นนำจากประเทศไทย และสหรัฐฯเป็นผู้เข้ามาปรับปรุง จากระบบป้องกันอัคคีภัยเดิมใช้ก๊าซไพโรเจน หลักการทำงานก๊าซดังกล่าวจะทำให้ออกซิเจนหมดไป แต่ระบบใหม่ที่ใช้จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า เปลี่ยนเป็นก๊าซไนโตรเจน จาก เดิมระบบป้องกันอัคคีภัยที่ใช้ก๊าซไพโรเจน หากทำงานจะมีลักษณะเป็นควันสีขาว ส่งผลต่อวิสัยทัศน์ของการมองเห็น ทำให้ผู้ประสบภัยไม่สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล แต่หากเป็นระบบป้องกันอัคคีภัยที่ใช้ไนโตรเจน ประสิทธิภาพจะสูงกว่า วิสัยทัศน์จะดีกว่าระบบเดิมสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล

ดูแลญาติคนตาย-ช่วยคนเจ็บเต็มที่

กก.ผจก.ใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวต่อว่า สำหรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ธนาคารได้เข้าไปช่วยเหลือ ด้วยการประสานกับผู้รับเหมาช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาล ส่วนผู้เสียชีวิตจะมีการช่วยเหลือเงินในเบื้องต้น พร้อมเข้าไปเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ 1 คืน นอกจากนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง ธนาคารได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ ส่วนผู้เสียชีวิตก็จะเข้าไปดูแลด้วยเช่นกันมีรายงานว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้มอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นดังนี้ ผู้เสียชีวิต มอบเงิน 100,000 บาท เอาไว้ใช้จัดงานศพ ส่วนผู้บาดเจ็บ ในเบื้องต้นมอบเงินค่ารักษาพยาบาล 30,000 บาท

ไทยพาณิชย์ใช้ 2 ระบบ ดพ.

มีรายงานระบุด้วยว่า ระบบการป้องกันอัคคีภัยของธนาคารไทยพาณิชย์ แบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือระบบการควบคุมไฟด้วยก๊าซไพโรเจน และควบคุมด้วยน้ำ ระบบควบคุมอัคคีภัยด้วยก๊าซไพโรเจนจะติดตั้งห้องมั่นคงที่เก็บเอกสารสำคัญของลูกค้า เช่น โฉนดที่ดิน เพราะหากเอกสารถูกน้ำจะทำให้เกิดความเสียหายได้ ทั้งนี้ สถานที่เกิดเหตุจนมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ เป็นห้องมั่นคงชั้นใต้ดิน ธนาคารย้ายเอกสารสำคัญของลูกค้าออกจากห้อง และให้บริษัทเมก้าแพลนเน็ต จำกัด เป็นผู้รับเหมาเข้าติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยใหม่ มีการวางท่อใหม่ทั้งหมด ขณะที่ระบบป้องกันอัคคีภัยเดิมยังต้องทำงานต่อไป เพราะต้องรอให้ระบบป้องกันอัคคีภัยใหม่แล้วเสร็จ จึงจะยกเลิกระบบเดิม

วสท.ร่วมหาสาเหตุพร้อม พฐ.

ต่อมาเวลา 14.00 น. ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรม-ราชูปถัมภ์ (วสท.) พร้อมด้วย รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) และคณะทำงาน ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ เกิดเหตุเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของอุบัติเหตุ โดย ศ.ดร.สุชัชวีร์กล่าวว่า ในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าไปตรวจสอบ โดย วสท.ได้ส่ง ผู้เชี่ยวชาญลงไปตรวจสอบร่วม โดยเป็นห่วงเรื่องระบบการป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นบทเรียนเพื่อนำไปใช้ในการอบรมมาตรฐานของ วสท. หรือทางด้านกฎหมายจะอบรมแนะนำหรือทำอย่างไรเพื่อให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ชี้มีกริ่งเตือน 5 นาทีก่อนปล่อยก๊าซ

ศ.ดร.สุชัชวีร์กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้จากข้อมูลวิศวกรเครือข่าย มีการลงไปทำงานในชั้นบี 2 ซึ่งเป็นห้องมั่นคงของธนาคาร เพื่อไปติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบดับเพลิง โดยระบบดับเพลิงที่นิยมใช้ในอาคารคือระบบสปริงเกอร์ที่ใช้น้ำ แต่บางธนาคารหรือบางหน่วยงานได้หาระบบมาทดแทน เพราะอาจทำให้คอมพิวเตอร์หรือเอกสารได้รับความเสียหายได้ จึงเปลี่ยนมาเป็นระบบไพโรเจน มีรูปร่างลักษณะคล้ายกระป๋องสี เมื่อเกิดกลุ่มควันขึ้นมา ระบบจับควันที่เรียกว่าสโมกแท็กเตอร์จะส่งสัญญาณ จากนั้นจะมีเสียงกริ่งดังประมาณ 5 นาที ต่อมาจะปล่อยไพโรเจนให้ทำงานในระบบไฟฟ้า มีอนุภาคเป็นของแข็งโปแตสเซียมคาร์โบเนต และจะมีลักษณะของก๊าซอยู่ที่เป็นก๊าซไนโตรเจนและน้ำ หลังจากนั้นจะทำปฏิกิริยากันจะทำให้มีก๊าซไปช่วยยุติการเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ในการเกิดความร้อนโดยไม่ใช้น้ำ ก๊าซนี้ไม่มีพิษรุนแรง บริษัทโฆษณาว่าไม่มีการกำจัดออกซิเจน มีความเป็นพิษต่ำ สิ่งที่วสท.ต้องการหาคำตอบคือ 1.ทำไมระบบนี้ถึงทำงาน ทั้งที่ไม่มีการเกิดเพลิงไหม้ 2.ระบบทำงานมาแล้วโดยการส่งก๊าซทั้งที่ไม่มีไฟ ทำไมถึงเกิดผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย 3.บริษัทโฆษณาว่าไม่มีการกำจัดออกซิเจน แต่ทำไมมีผู้เสียชีวิต และทำไมถึงหนีออกมาไม่ได้

ระยะ 10–20 ม. จะหมดสติก่อนตาย

รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาฯ วสท. กล่าวว่า ด้านโครงสร้างของอาคารที่เกิดเหตุ ไม่มีปัญหาอะไร ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดความร้อนสูงถึง 300-400 องศาเซลเซียส ในช่วงระยะเวลาประมาณ 5 วินาที ทำให้ระบบทำงาน คนที่ได้รับสัมผัสโดยตรงระยะประมาณ 10-20 เมตร จะหมดสติไม่เกิน 15 วินาที ก่อนที่เสียชีวิต การลงมา ในวันนี้เพื่อศึกษา สร้างมาตรฐาน วิธีการปฏิบัติ การติดตั้ง การดูแลและข้อปฏิบัติอย่างไรต่อไป หลังจากนี้อาจจะออกเป็นแถลงการณ์ถึงข้ออันตรายข้อควรปฏิบัติ

สรุปตาย 8 เจ็บ 7 หาย 1

สำหรับยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด สรุปมี 8 คน เป็นชาย 6 คน หญิง 2 คน คือ 1.นายวิรัตน์ ดีดพิณ อายุ 52 ปี รปภ.ธนาคารไทยพาณิชย์ 2.นายพีรพัฒน์ กอยประโคน 3.นายสายฝน แล้นโคตร 4.นายเพชร มหาสนิท 5.นายนัฒฐวุฒิ นาสมพงษ์ ทั้ง 5 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 6.นายยุทธนา คนกลาง อายุ 24 ปี พนักงานแผนกดูแลอาคาร เสียชีวิตที่ รพ.เกษมราษฎร์ 7.นางกรรณิการ์ สินศีริ อายุ 31 ปี เสียชีวิตที่ รพ.เกษมราษฎร์ 8.นางวิไล ขันทอง อายุ 25 ปี เสียชีวิตที่ รพ.วิภาวดี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน คือ 1.นายจีระศักดิ์ สมดี อายุ 43 ปี 2.นายสมจิต สัมโย อายุ 27 ปี 3.นายใส บุตรโสภา อายุ 38 ปี 4.นายถาวร สัมโย อายุ 44 ปี นำส่ง รพ.เมโย 5.นายวิชัย โพธิราษฎร์ อายุ 50 ปี 6.นายวิเชียร บุตรโสภา นำส่ง รพ.เกษมราษฎร์ 7.นาย ศรัน แคนหนอง อายุ 36 ปี นำส่ง รพ.เปาโลโชคชัย และมีผู้สูญหาย 1 ราย คือนายฉัตรชัย ขันทอง

แพทย์ชี้ ตายเพราะสมองขาดอากาศ

ส่วนการผ่าพิสูจน์ศพผู้เสียชีวิต เมื่อเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นต.กล่าวว่า ได้รับศพมาจาก สน.พหลโยธินทั้งหมด 8 ราย ระบุชื่อ 1 ราย ส่วนที่เหลือ 7 ราย ยังไม่ทราบชื่อ ส่วนผลการตรวจพบว่าทั้ง 8 รายเสียชีวิตในลักษณะเดียวกัน เบื้องต้นแพทย์ลงความเห็น สมองขาดอากาศหายใจ ส่วนในรายละเอียดอื่นๆ ต้องรอตรวจอีกครั้งหนึ่ง โดยจะนำปัสสาวะและเลือดไปตรวจพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง อาจใช้เวลานานเนื่องจากสารไพโรเจน เป็นสารที่เพิ่งได้รับการตรวจเป็นครั้งแรก และไม่คุ้นเคย การตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์จะยืนยันแน่ชัดได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ ตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว

สภาพศพเหมือนคนนอนหลับ

พล.ต.ต.นพ.พรชัยกล่าวต่อว่า สภาพศพพบว่าเหมือนคนนอนหลับ และเสียชีวิตทั่วๆ ไป ไม่ได้ขดหรือเกร็งตัว และไม่มีบาดแผลใดๆ แต่พบว่าอวัยวะภายในมีสีเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลจากห้อง แล็บอีกครั้ง สำหรับฤทธิ์ของสารไพโรเจน ไม่ได้เป็นพิษร้ายแรง แต่สามารถทำให้ออกซิเจนในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงน้อยลง สารดังกล่าวมีประโยชน์ในการดับเพลิง และไม่ให้เกิดการติดไฟได้ โดยคนสามารถอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ไม่เกิน 15 นาที ก่อนสมองจะขาดอากาศ ขณะนี้มีญาติผู้เสียชีวิตมาติดต่อรับศพแล้ว 1 ราย ส่วนที่เหลืออีก 7 รายต้องรอการยืนยันตัวบุคคลจากญาติอีกครั้งหนึ่ง

แม่รับศพลูกชาย ช่างอาคารแบงก์

นางทองหล่อ คนการ แม่ของนายยุทธนา คนการ อายุ 25 ปี ช่างอาคารที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า ต้องการให้ธนาคารไทยพาณิชย์ ดูแลมาตรฐานความปลอดภัยของพนักงานให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอาคารมีความซับซ้อนมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินมักจะมีคนเสียชีวิตบ่อยครั้ง โดยนายยุทธนา ทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์ในตำแหน่งช่างอาคารมาตั้งแต่เดือน ก.ค. 58 เบื้องต้นทางธนาคารได้ติดต่อมาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการเยียวยาแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ในวันนี้จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหลักสี่ จะสวดอภิธรรมถึงวันที่ 16 มี.ค. และจะทำพิธีฌาปนกิจในวันที่ 17 มี.ค. เวลา 16.00 น.

ญาติเหยื่ออีก 3 ศพทยอยรับ

นอกจากนี้ยังมีญาติของนายณัฐวุฒิ นาสมพงษ์ นายสายฝน แล้นโครต และนายวิรัช ดีดพิณ ผู้เสียชีวิตมาติดต่อขอรับศพ แต่ยังไม่สามารถรับศพออกได้เนื่องจากยังขาดเอกสารบางอย่าง โดยญาติจะกลับมารับศพในวันที่ 15 มี.ค.

เจอแล้วคนหาย อยู่ รพ.เกษมราษฎร์

ล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน รับแจ้งว่า นายฉัตรชัย ขันทอง อายุ 19 ปี ช่างของบริษัทเมก้า แพลนเน็ต ที่หายสาบสูญไปขณะเกิดเหตุ พบตัวแล้ว รักษาตัวอยู่ที่ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น อาการยังอยู่ในการดูแลของแพทย์

เผยวีรกรรม รปภ.ห้องซองดำ

นางบังอร โตใหญ่ อายุ 58 ปี ภรรยาของนายวิรัชกล่าวพร้อมน้ำตาว่า สามีเป็น รปภ.ธนาคารดังกล่าว ทำงานมาหลายสิบปีแล้ว เพิ่งย้ายมาดูแล “ห้องซองดำ” จุดเกิดเหตุ เมื่อ 3-4 เดือน มีหน้าที่ดูแลประตูห้องนี้โดยเฉพาะ ต้องใช้การ์ดและรหัสผ่าน เมื่อช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุยังพูดคุยกันปกติ ก่อนจะออกมาจากที่พักย่านบางบัว ไปเข้าเวรในเวลา 19.00- 07.00 น. จากคำบอกเล่าของ รปภ.ที่เข้าเวรอยู่ และกล้องวงจรปิด ขณะเกิดเหตุสามีได้เปิดประตูเข้าไปพยายามให้คนหนีออกมา แต่ระหว่างนั้นประตูปิดตาย การ์ดและรหัสไม่สามารถใช้ได้ ทำให้สามีและคนที่เข้าไปทำงานในห้องนั้นออกมาไม่ได้ รู้สึกเสียใจเนื่องจากสามีเป็นคนดี เข้าไปช่วยเหลือคนอื่นจนเสียชีวิต สามีเป็นเสาหลักของบ้าน ที่ดูแลลูก 6 คน และตนก็เป็นโรคเบาหวาน ต้องตัดขาซ้ายทิ้งไปประมาณ ปีกว่า อยากให้ธนาคารเข้ามาช่วยเหลือ ส่วนศพจะมารับ พรุ่งนี้หลังเที่ยงนำไปบำเพ็ญกุศล วัดบางบัว ศาลา 3

เผยนาทีกู้ภัยเข้าจุดเกิดเหตุ

ขณะที่นายธีระพล รุ่งดวงดี หัวหน้ากำลังพลอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยวัดบวรนิเวศ กล่าวว่า หลังจากรับแจ้งเหตุมีเพลิงไหม้ที่ธนาคารดังกล่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบกลุ่มแรก พบว่าไม่มีเหตุเพลิงไหม้ มีเพียงกลุ่มควันและกลิ่นที่เกิดจากสารเคมีชนิดหนึ่ง ต่อมาทางหน่วยได้จัดตั้งชุดทำงานเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบค้นหาผู้ติดค้างในบริเวณชั้นใต้ดิน B2 ระหว่างเข้าตรวจค้น พบกลุ่มควันหนาแน่น มาก ได้เดินมาจนถึงห้องนิรภัยซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุแรก รีบเปิดประตูระบายกลุ่มควันและสารเคมีออก โดยภายในห้องมีขนาดกว้างประมาณ 1.50 เมตร คูณ 100 เมตร พบอุปกรณ์เกี่ยวกับการก่อสร้างตกแต่งภายใน อาทิ สว่านไฟฟ้า บันไดแบบพับพิงกำแพง นอกจากนี้ยังมีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ตู้เหล็ก เก็บเอกสารเรียงกันเป็นแถวยาวทำให้การค้นหาและลำเลียงผู้ติดค้างนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก โดยพบผู้ติดค้างประมาณ 5 คน นอนหมดสติอยู่ในลักษณะนอนคดงอ และนอนหงายอยู่ตามมุมห้อง ได้รีบช่วยเหลือออกมายังภายนอกอาคารในทันทีเพื่อรับการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการใช้เวลาในการลำเลียงผู้ติดค้างรวมเวลาประมาณ 30 นาที ก่อนจะรีบนำตัวผู้ที่ติดค้างทั้งหมดส่งโรงพยาบาล

จักรทิพย์ รอพฐ.ตรวจเสร็จก่อน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการได้รับรายงานในเบื้องต้น คือ สารเคมีที่ใช้ในการดับไฟภายในห้องนั้น คือ ไพโรเจน เป็นสารเคมีลักษณะเป็นผงที่ทำให้ออกซิเจนในอากาศหมดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไฟไม่มีออกซิเจนในการเผาไหม้ ไฟก็จะดับลง แต่จะทำให้ผู้ที่ติดอยู่ภายในขาดอากาศหายใจไปด้วย ในส่วนความเข้มงวดในความปลอดภัย ธนาคารก็มีอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ต้องรอให้ทางพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะให้รายละเอียดเพิ่มได้ ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นยังไม่พบความเชื่อมโยงกับเหตุไฟไหม้ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.58 ที่ผ่านมา แต่มีลักษณะของการเกิดเหตุคล้ายกัน และอาจมีการพิจารณานำสารเคมีนี้มาใช้ใน ตร. เพราะไม่ทำให้เอกสารเสียหายเหมือนน้ำ

คปภ. ดูเรื่องประกันภัยคนตาย–เจ็บ

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้ คปภ.เร่งตรวจสอบการทำประกันของบริษัทผู้รับจ้างเข้ามาติดตั้งระบบดับเพลิงในธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ว่าทำประกันภัยให้กับลูกจ้าง และพนักงานที่เข้าไปทำงานในอาคาร รวมถึงตรวจสอบการทำประกันภัยส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บว่าทำไว้เองหรือไม่ เพื่อจะเร่งประสานบริษัทประกันภัยในการเร่งเยียวยา ชดเชยค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายโดยเร็ว ส่วนกรณีของธนาคารไทยพาณิชย์ เบื้องต้นไม่น่าเข้าข่ายต้องชดเชยค่าสินไหมในส่วนของการทำประกันอัคคีภัย เพราะไม่ได้เกิดจากเพลิงไหม้ แต่มาจากเครื่องดับเพลิงขัดข้อง อย่างไรก็ดี จะต้องรอผลตรวจสอบเชิงลึกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ระหว่างนี้ จะเร่งตรวจสอบการทำประกันภัยของธนาคารไทยพาณิชย์เพิ่มถึงการประกันภัยด้านอื่น ที่อาจเข้าข่ายการคุ้มครองการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย เพื่อเร่งเยียวยาให้กับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตโดยเร็ว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.7%
  • ไม่ชอบ
    8.6%
  • สนุก
    6.4%
  • ประหลาดใจ
    2.9%
  • เสียใจ
    65.0%
  • ให้กำลังใจ
    16.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement