Star Topic : คนดังทำยังไง...เมื่อเจอสงครามดราม่าโลกโซเชียล - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

Star Topic : คนดังทำยังไง...เมื่อเจอสงครามดราม่าโลกโซเชียล

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 09:30
2,520 ครั้ง


เกิดเป็นคนดังในยุคโลกโซเชียลมักเป็นจุดสนใจและมีคนวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านบวกและลบเสมอ เรียกว่าถ้าทำดีกระแสชื่นชมมาเต็ม แต่หากทำพลาดเมื่อไหร่ กระแสด้านลบโหมกระหน่ำไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่งซะอีก ซึ่งเรื่องราวที่ทำให้เกิดดราม่ามีทั้งเรื่องจริงและไม่ใช่เรื่องจริง หรือเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด แล้วคนดังแต่ละคนเมื่อเจอกระแสดราม่าโลกโซเชียล พวกเขามีวิธีการรับมือยังไงกันบ้าง จะเลือกสตรองกับคำวิจารณ์ไม่โต้ตอบ หรือลุยกันสักตั้งให้รู้แล้วรู้รอด คอลัมน์ “Star Topic” อังคารนี้ เลยไปถามจากปากพวกเขากันหน่อย


ปู ไปรยา สวนดอกไม้ : โลกมนุษย์มีทั้งโกรธ เกลียด โลภ รัก หลง ถ้าเราเข้าใจสัจธรรมตรงนี้ เราก็จะไม่เครียด

“ปกติไอจีเป็นพื้นที่ส่วนตัว ดาราก็คือมนุษย์ ไม่แปลกใจที่บางครั้งเราจะมีอารมณ์ที่จะไม่ถูกกับใคร แต่อย่าคิดอะไรมาก คนทำงานออฟฟิศยังมีดราม่า ลงเฟซบุ๊กโต้กันไปกันมา วงการบันเทิงก็ไม่ต่างกันหรอก เวลาคนมาคอมเมนต์แนวดราม่าก็ชิล ไม่ซีเรียส เราต้องเข้าใจสิว่าโลกมนุษย์มีทั้งโกรธ เกลียด โลภ รัก หลง ถ้าเราเข้าใจสัจธรรมตรงนี้ เราก็จะไม่เครียด เพราะจะให้ทุกคนรักเราคงเป็นไปไม่ได้ ก็ไม่ได้ไปตอบโต้ แต่บางครั้งก็จะบอกไปว่าถ้ายูไม่ชอบไม่ต้องมาเมนต์ก็ได้นะ เพราะรู้สึกว่าขี้เกียจจะตอบโต้ด้วย ปูไม่เข้าใจอารมณ์บางคนเหมือนกันนะว่าทำไมต้องมาป่วนเรา แต่ไม่เป็นไร มีความสุขก็ทำต่อไป แต่ไม่ถึงกับมาป่วนจนทำให้เราต้องบล็อกขนาดนั้น ปูเคยลบคอมเมนต์อันนึงเพราะเคยมีคนเขียนไปแล้ว แล้วเขาก็โพสต์ว่าเสียดายที่เป็นแฟนคลับ อยากให้มีแต่คนชมใช่ไหม เราก็บอกว่ายูใจเย็นๆ พอดีสิ่งที่ยูแนะนำคนเขาเพิ่งบอก เช็กข้างบนด้วย

ปูไม่เคยบล็อกใครค่ะ ปูเป็นคนที่มีดราม่าน้อยจริงๆ ส่วนคนที่ตามป่วนจนน่ากลัวก็ไม่มีนะ ถ้าดราม่ามาก ปูท้าให้มาเจอตัวเลยดีกว่า มาด่าเลยต่อหน้า ปูอยากเจอเหมือนกันนะพวกนักเลงคีย์บอร์ดที่เมื่อ 3-4 ปีที่แล้วปูโดนด่าเยอะ ปูก็คิดในใจว่าถ้าเกลียดนักเดินมาด่าต่อหน้าเลย จะได้อธิบายว่าทำไมถึงทำตัวอย่างนั้น พวกที่พิมพ์เอาเวลาไปรักครอบครัว กราบพ่อแม่ ทำมาหากินช่วยเหลือพ่อแม่ ช่วยเหลือสังคม รัฐบาล แทนที่มานั่งด่าคนอื่น เอาเวลาไปทำสิ่งดีๆ ดีกว่าค่ะ ปูคิดว่าคนด่าเรื่องปกติ คนรักก็เรื่องปกติ เราไม่ลอยไปกับคำชมของคน และไม่ควรทุกข์ไปกับคำติของคน อยู่ในโลกของความจริง ดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้องก็พอแล้วค่ะ”


โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์ : เคยเจอคอมเมนต์ทุกอย่างจนปล่อยวาง คอมเมนต์พวกนั้นทำอะไรไม่ได้เพราะเข้ามาไม่ถึงใจ

“โบเป็นคนพิถีพิถันกับเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้าคนตามไอจีโบจะสังเกตว่าจะไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไรที่มากจนเกินไปค่ะ เพราะโบไม่อยากให้เกิดดราม่าไง ในการเลือกจะโพสต์อะไร โบจะคิดก่อนว่าโพสต์นี้ไม่น่าจะทำให้เกิดดราม่าใดๆ ป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีดราม่านะ ส่วนใหญ่โบไม่ค่อยตอบโต้คนที่มาโพสต์นะ อย่างมากก็ลบคอมเมนต์ทิ้ง ถ้าปัญหามันเป็นเพราะโพสต์รูปก็อาจจะแค่ลบรูปออก ไม่ซีเรียสอยู่แล้ว ส่วนบล็อกไปเลยนี่น้อยมากค่ะ ไม่ค่อยมีใครทำอะไรไม่ค่อยดีค่ะ

ส่วนเรื่องที่คนมาว่าโบชินมาก เพราะว่าเข้าวงการมาแบบเซ็กซี่สตาร์ ถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ แล้วในเว็บไซต์ต่างๆ ที่ลงข่าวโบ โบก็จะเจอคอมเมนต์ทุกอย่างจนโบปล่อยวาง คอมเมนต์พวกนั้นทำอะไรโบไม่ได้ค่ะ เพราะเข้ามาไม่ถึงใจ อ่านไปก็ขำ เลิกคิดเยอะค่ะ การเลี่ยงที่จะไม่อ่านก็เป็นอีกวิธีนึงที่ดีค่ะ แต่ถ้าอ่านจริงๆ โบก็ชินแล้ว ทำอะไรไม่ได้เท่าไหร่ค่ะ โบมองว่าเฟซบุ๊กไอจีไม่เป็นพื้นที่ส่วนตัว ถ้าเป็นพื้นที่ส่วนตัวก็เป็นยูสเซอร์ที่เป็นไพรเวทที่เห็นแค่เรากับเพื่อนๆ จริงๆ แต่ถ้าเกิดเมื่อไหร่ที่บล็อกของเรามันเป็นสาธารณะและมีคนเข้ามาเห็นก็ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวแล้วแหละ ก็อยากให้คิดเยอะๆ ก่อนโพสต์อะไร ใช้มันอย่างมีสตินิดนึงค่ะ”


สน ยุกต์ ส่งไพศาล : ถ้าดราม่าแล้วมันไม่ส่งผลดีกับคนรอบข้างก็ไม่ควรทำเพราะว่าอาจไปพาดพิงหรือไปขัดขาใคร

“ปกติถ้ามีดราม่าอะไรในไอจีผมไม่ตอบเลยนะครับ ตัดปัญหาเลยดีกว่า ไม่ต่อความยาวสาวความยืด ถ้าเราจบเขาก็จบอาจจะมีหงุดหงิดบ้างที่เห็นข้อความบางอันที่ไม่เหมาะสม ผมก็ต้องลบ เพราะเวลาเปิดสาธารณะให้คนเห็นทั่วไปเห็นอาจจะไม่ดีครับ ถามว่าเคยเห็นบางข้อความที่เห็นแล้วปรี๊ดไหมไม่ถึงกับปรี๊ดหรอก ผมก็ลบเรื่อยๆ เวลาเจออะไรที่ไม่เหมาะสมแต่ไม่ถึงกับบล็อกครับ ที่หลายคนมองว่าการดราม่าในไอจีเป็นการทำอะไรโดยไม่คิดให้ดีก่อนโพสต์ลงไปผมว่ามันก็จริงครับ ถ้าดราม่าแล้วมันไม่ส่งผลดีกับคนรอบข้างก็ไม่ควรทำเพราะว่าเราอาจไปพาดพิงถึงใคร ไปขัดขาใครรึเปล่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่แล้วครับ ตัวผมเองก็ไม่ลงรูปที่ส่อให้เกิดดราม่าอยู่แล้ว คือเวลาเราลงรูปเราก็ต้องคิด รูปที่ไม่เหมาะสม เราอาจคิดว่าเป็นเรื่องตลก แต่ว่าคนทั่วไปอาจไม่ตลกกับเรา เราก็ไม่ลงครับ ก็ขอฝากถึงคนโพสต์คอมเมนต์ด้วยนะครับว่าจะทำอะไรก็คิดนิดนึงเพราะว่าสิ่งที่คุณโพสต์ลงไปคนจะเห็นในสาธารณะนะครับ ฉะนั้นเราควรจะใส่แต่สิ่งดีๆ ลงไปครับ”


มด ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ : คนเรามีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น มีสิทธิ์ชอบหรือไม่ชอบ มีสิทธิ์รักหรือเกลียด บล็อกไปเขาก็มาอีกอยู่ดี

“เอาจริงๆ นะ ตัวเราเองเป็นคนดราม่า แต่ว่าเราชอบดราม่าส่วนตัวของเราเอง แต่ในไอจีเราจะรู้ว่าไอจีเป็นพื้นที่การทำงานด้วยเหมือนกัน มันคือพื้นที่ที่ทุกคนอยากเผือก เพราะฉะนั้นทำอะไรไปถ้ามันนิดนึง คนเข้ามาเผือกแน่นอน มันเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมตอนนี้ แค่คนนี้ไม่ฟอลโลว์คนนี้ก็เป็นข่าว คนนี้จอดำก็เป็นข่าว คนนี้โพสต์อันนี้ก็เป็นข่าว แค่สตรอเบอร์รี่ก็เป็นข่าวแล้วเหรอ อยู่ดีๆ ก็เป็นได้ค่ะ แต่ถ้าเราไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรไง เพราะสุดท้ายแล้วมันก็คือนิ้วเราเองและใจเราว่าฉันจะลง ฉะนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณก็รับได้ อย่างเวลามีคนดราม่าในไอจีเราก็ขำ เออเนอะ ดราม่ากันกระโตกกระตากมากเลยอะ เอาจริงๆ คอมเมนต์สมัยนี้ทำให้เราเห็นว่าสังคมมันเป็นยังไง โลกออนไลน์ทำให้คนได้ใกล้ชิดดารามากขึ้นค่ะ ทำให้ง่ายต่อการที่คนจะแสดงความคิดเห็น ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่มีพันทิปจะออกความเห็นยังไง มันมีแต่ดาราออกมาพูด คนรับรู้ แต่เราไม่รู้ว่าคนคิดยังไง แต่สมัยนี้มันรู้หมด มันใกล้กันมาก เห็นได้ง่ายว่าสังคมสมัยนี้คนส่วนใหญ่คิดอะไร เป็นยังไงค่ะ เขามีสิทธิ์คอมเมนต์ แต่เราห้ามเขาไม่ได้

เวลาเราเจอดราม่าในไอจีก็ไม่ได้ไปลบคอมเมนต์หรือบล็อกอะไรนะ มดมองว่าคนเรามีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น มีสิทธิ์ชอบหรือไม่ชอบ มีสิทธิ์รักหรือเกลียด บล็อกไปเขาก็มาอีกอยู่ดี เรารู้สึกว่าให้เขาแสดงความคิดเห็นออกมาเหอะ ถ้าเขาสบายใจก็ให้เขาเขียนไป เพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเล็กมาก ความคิดด้านลบเราไม่อยากเอามาเก็บให้เราทุกข์น่ะ มันรก เอาเวลาไปใช้ชีวิตของเราให้มีความสุขดีกว่า การที่ดาราเปิดไอจีเป็นสาธารณะแสดงว่าเขายอมให้พื้นที่ตรงนั้นไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว ถ้าคุณอยากเป็นส่วนตัวจริงๆ คุณสร้างไอจีไพรเวทแค่นั้นเองค่ะ มดอยากฝากว่าถ้าจะโพสต์ด่าอะไรก็อย่าด่าถึงบุพการีเลย ทุกคนมีพ่อแม่ ลองย้อนคิดไปถึงตัวเองบ้าง ถ้าวันนึงคุณไปอยู่ในจุดที่คุณไปด่าเขา แล้วมีคนมาด่าพ่อแม่คุณ คุณยอมเหรอ ไม่มีใครชอบหรอก ฉะนั้นเอาใจเขามาใส่ใจเรา อยากให้มีมารยาททางสังคม อย่าหยาบมาก อะไรเล็กๆ น้อยๆ มันสามารถสะท้อนสังคมให้เราเห็นว่าตอนนี้สังคมไทยเป็นยังไงค่ะ”


เป๊ก รัฐภูมิ ไข่นาค : โลกโซเชียลเป็นเหมือนบ้านคน เวลาเราจะทำอะไร เราต้องนึกถึงคนที่เป็นเจ้าของบ้านก่อนว่าเราไปทำอะไรแล้วเขารู้สึกดีรึเปล่า

“ผมก็เคยเจอนะ ตอนนั้นที่มีข่าวออกมาเยอะๆ แต่ผมเงียบ ไม่ตอบกลับเพราะถ้าผมตอบกลับทีนึง จะมี 10 คนกลับมาตอบผม อย่าไปตอบโต้จะดีที่สุดครับ ผู้ใหญ่ก็บอกด้วยว่าห้ามเด็ดขาด อยู่เฉยๆ ดีกว่า แต่ไม่ถึงกับทำให้เรารู้สึกอยากเลิกเล่นไอจีนะ ที่ผ่านมาก็มีเพื่อนมาบอกเหมือนกันว่ามีดราม่าในไอจีนะ ถามว่ามีบล็อกหรือลบคอมเมนต์ไหมก็มีลบบ้าง แต่ไม่ถึงกับบล็อกครับ ที่ลบเพราะเขาใช้คำพูดไม่สุภาพครับ อ่านแล้วรู้สึกไม่โอเค ผมว่าจริงๆ โลกโซเชียลเป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัวของทุกคน เหมือนเป็นบ้านคน เวลาเราจะทำอะไร เราต้องนึกถึงคนที่เป็นเจ้าของบ้านก่อนว่าเราไปทำอะไรแล้วเขารู้สึกดีหรือโอเครึเปล่า ถ้าเขาลำบากใจก็อย่าทำ อยู่ที่เราต้องคิดก่อนครับ คือบางคนด่ากันในเฟซบุ๊กกันไปมาแรงมาก ไม่ด่าต่อหน้า ผมว่ามันตลกอะ ไม่ได้เมคเซ้นส์ ต้องโกรธกันขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าด่าต่อหน้าโอเค ผมรู้สึกว่าสังคมสมัยนี้เขามีพื้นที่ส่วนตัวชัดเจน ควรเคารพกันนิดนึงครับ”


ฟลุค จิระ ด่านบวรเกียรติ : เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันรวดเร็ว มันไม่แปลกที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ใครจะแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้

“ที่ผมเคยเจอคือเวลาผมโพสต์รูปบางรูป ถามว่าเราคิดไตร่ตรองไหมก็คิดมา แต่ว่าบางอย่างก็จับมาเป็นประเด็นมาว่า แต่เกิดขึ้นไม่เยอะ พอเกิดปุ๊บก็มีคนว่าคนนั้นแทนเรา บางทีเราไม่ได้ตอบไปว่าทำไมพูดไม่เพราะ คือมีคนมาพูดกูมึงใส่ผม ซึ่งผมไม่รู้จักเขา แล้วเขาโพสต์ว่าตลกจังเลยมึง อยู่ดีๆ ก็เขียนขึ้นมาโดยที่ผมว่าแปลกๆ หรือเพื่อนแกล้งเขาก็ไม่รู้ แต่เรายังไม่ได้ลบคอมเมนต์ก็มีคนมาคอมเมนต์ถามกลับว่ารู้จักกับพี่เขาเหรอทำไมถึงพูดแบบนี้ แต่ผมก็ไม่ได้บล็อกหรือลบใคร แต่ถ้าเขาเห็นไม่ตรงกับเรา เขาเข้าใจผิด ผมก็จะอธิบายสั้นๆ ในคอมเมนต์ ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แล้วก็เคยมีดราม่าตอนคุณลุงผมเสียแล้วผมตอบโต้เพราะบางทีมันเกินไป คือผมโพสต์รูปงานศพคุณลุง แต่เขามาโพสต์ฝากร้านขายรองเท้า ผมก็พูดด้วยคำสุภาพ บอกเขาว่าโพสต์ขายของรูปอื่นแล้วกันนะ คราวนี้เขาโดนคนมาว่าเลย ซึ่งผมก็สงสารเขา เขาก็ลบคอมเมนต์เขา คือเราไม่อยากให้คนเปิดไอจีเราแล้วเจอคำด่าเยอะๆ ผมไม่อยากมีเรื่องกับใครเท่าไหร่ครับ บางคนคอมเมนต์มาแบบนักเลงมาก ผมก็ไม่ยุ่งเลย คนที่มาโพสต์ข้อความที่ทำให้ผมโมโห อ่านแล้วไม่เข้าหูก็มี แต่ก็เงียบไปไม่ค่อยโต้ตอบครับ อันไหนเกินไปก็ลบแต่ไม่ได้บล็อกครับ ยกเว้นที่หยาบคายผมก็บล็อกเลย ไม่ได้ไปทะเลาะอะไร

ผมว่าเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันรวดเร็ว มันไม่แปลกที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ใครจะแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ บางอย่างที่เราอ่านแล้วไม่สบายใจก็ไม่อ่านดีกว่า ผมว่าสังคมยุคโซเชียลมันต้องอ่านด้วยความระมัดระวังครับเพราะข่าวปลอมมันก็เยอะ เราต้องมีสติในการรับรู้ข่าวสารด้วยครับ ต้องเลือกเชื่อหน่อยเพราะบางทีสื่อเองยังพลาดไปเอาแหล่งข่าวมั่วมาเลย เราต้องพิจารณาให้ครบทุกด้าน เลือกเชื่อในสิ่งที่เป็นความจริง ดูแล้วน่าจะเป็นไปได้ ก็พิจารณามากขึ้นก่อนจะแสดงความคิดเห็นออกมาครับ”.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    80.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    20.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement