ศาลไม่รับฎีกา! 3 แนวร่วม นปช.พ้นคุก กรณีซุกอาวุธสงคราม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ศาลไม่รับฎีกา! 3 แนวร่วม นปช.พ้นคุก กรณีซุกอาวุธสงคราม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2559 19:40
17,750 ครั้ง


3 นปช.รอดคุก หลังศาลไม่รับฎีกาอัยการโจทก์ กรณีครอบครองอาวุธสงคราม-ยิงเฮลิคอปเตอร์เจ้าหน้าที่ระหว่างชุมนุม พร้อมให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ด้านทนายจำเลยเผย คงไม่ฟ้องกลับเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากฐานะยากจน...

ที่ศาลจังหวัดพระโขนง วันที่ 14 มี.ค. ศาลอ่านคำสั่งของศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดพระโขนง เป็นโจทก์ฟ้อง นางนฤมล หรือ จ๋า วรุณรุ่งโรจน์ อายุ 56 ปี, นายสุรชัย หรือ ปลา นิลโสภา (เสียชีวิตแล้ว) และนายชาตรี หรือ หมู ศรีจินดา อายุ 30 ปี ทั้งสามเป็นแนวร่วม นปช. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด พ.ศ.2490 โดยจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานปลอม และใช้เอกสารราชการปลอม

อัยการโจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 53 เวลากลางวัน ขณะที่เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มแนวร่วม นปช. กับเจ้าหน้าที่รัฐ จำเลยทั้งสามร่วมกันครอบครองอาวุธปืนกลเล็ก (เอเค 47) จำนวน 5 กระบอก ปืน เอ็ม 16 อีก 1 กระบอก ปืนคาร์ไบน์ จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุนปืน 17 อัน ลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารจำนวน 8 ลูก ระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 4 นัด ระเบิดแก๊สน้ำตาจำนวน 3 ลูก พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก ระเบิดแสวงเครื่องประกอบเอง 10 ลูก ขวดเครื่องดื่มชูกำลังบรรจุน้ำมันเบนซินประกอบเป็นระเบิดเพลิง 102 ขวด นอกจากนี้ ในวันที่ 10 เม.ย. 53 จำเลยที่ 2 ได้ปลอมและใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถปลอม ต่อมาเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมจำเลยทั้งสามได้พร้อมของกลาง ที่บ้านเลขที่ 231 ซอยอ่อนนุช 17 แยก 3 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. จำเลยให้การปฏิเสธ

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 54 พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้เจ้าพนักงานชุดจับกุมจะพบของกลางในบ้านที่เกิดเหตุก็ตาม แต่กลับไม่ปรากฏว่ามีข้อเท็จจริงเรื่องการจับกุมดังกล่าวรายงานกลับไปยังกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) อีกทั้งหมายคำสั่งค้นก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่า ยึดสิ่งของใด อีกทั้ง ขณะตรวจค้นมีการถ่ายภาพปืนกลเล็กที่ซ่อนไว้ในถุงกอล์ฟ ที่ตรวจพบจากท่อระบายน้ำไว้กว่า 20 ภาพ แต่กลับไม่มีภาพ ดังกล่าวส่งให้พนักงานสอบสวน และไม่มีถุงกอล์ฟหรือถุงดำ ซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญ จึงให้สงสัยว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ไม่ส่งหลักฐานดังกล่าวให้พนักงานสอบสวนใช้ประกอบคดี อันเป็นข้อพิรุธ ทั้งนี้ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธมาตลอด มีเหตุสงสัยตามสมควร

ส่วนที่โจทก์มีพยานอ้างว่า เห็นจำเลยทั้งสามใช้อาวุธสงครามยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ระหว่างการชุมนุมนั้น แต่โจทก์กลับไม่มีหลักฐานว่า จำเลยทั้งสามครอบครองอาวุธปืนมาแสดง พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อพิรุธสงสัยว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยแก่จำเลยทั้งสาม พิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์

ต่อมา ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนให้ยกฟ้อง อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษพวกจำเลยด้วย ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ให้ผลคำพิพากษาเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยในการฟังคำสั่งฎีกาในวันนี้ มีนายอาคม รัตนพจนารถ ทนายความจำเลยเดินทางมาฟังคำสั่งศาลฎีกาเพียงคนเดียวเท่านั้น

ภายหลัง นายอาคม รัตนพจนารถ ทนายความ เปิดเผยว่า เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาของอัยการโจทก์ ถือว่าคดีนี้จบแล้วให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เพราะทั้งศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องตามข้อเท็จจริง ถือว่า จำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ และจำเลยคงไม่ฟ้องกลับเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากมีฐานะยากจน อยากให้เรื่องยุติกันไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    72.9%
  • ไม่ชอบ
    10.1%
  • สนุก
    0.6%
  • ประหลาดใจ
    3.6%
  • เสียใจ
    10.4%
  • ให้กำลังใจ
    2.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement