ไปฟัง ไวยาวัจกรวัดไร่ขิง พูดถึง ‘ลุงเอี่ยม’ ชาวบ้านสงสารยัดเงินให้ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ไปฟัง ไวยาวัจกรวัดไร่ขิง พูดถึง ‘ลุงเอี่ยม’ ชาวบ้านสงสารยัดเงินให้

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2559 18:53
42,623 ครั้ง


วัดไร่ขิงโต้ ไม่ได้ทอดทิ้งลุงเอี่ยม แต่ด้วยความจำเป็น หากมีขอทานในวัดอาจถือว่าวัดรู้เห็นเป็นใจแสวงประโยชน์ร่วมกัน ไวยาวัจกรชี้จะทำบุญกี่ล้านก็ไม่ควรได้อภิสิทธิ์ กองทัพสื่อแห่รุม แต่แม่ค้าหน้าวัดปิดปากเงียบ คาดกลัวโดนไล่ด้วย

จากกรณีที่ ลุงเอี่ยม หรือนายเอี่ยม คำภิรานนท์ อายุ 65 ปี ขอทานใจบุญที่เคยสร้างความฮือฮา บริจาคเงินที่ได้จากการบริจาคของสาธุชนที่มากราบไหว้หลวงพ่อวัดไร่ขิง เพื่อจัดซื้อดอกบัวถวายหลวงพ่อวัดไร่ขิง และซ่อมแซมบูรณะสิ่งที่ทรุดโทรมภายในวัด ครั้งละ 1 ล้าน และ 2 ล้านบาท เมื่อ 4 ปีก่อน แต่ถึงวันนี้ต้องกลายสภาพมาอยู่อย่างโดดเดี่ยวนอกวัด ขาดการเหลียวแล และไม่มีรายได้เหมือนแต่ก่อน 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 มี.ค.59 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดไร่ขิง พระอารามหลวง อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อพบพระเทพศาสนาภิบาล (แย้ม) กิตตินธโร เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง แต่ทราบว่าวันนี้เจ้าอาวาสมีนัดกับแพทย์ เดินทางออกจากวัดไปตั้งแต่เช้า จึงได้พบกับพระครู ปฐม ธีรวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และนายพรเทพ ปัถวี ไวยาวัจกรวัดไร่ขิง ร่วมกันเปิดเผยว่า ข่าวจากสื่อหลายฉบับทำให้ขณะนี้วัดไร่ขิงตกเป็นจำเลยของสังคมไปแล้ว หลายคนมองว่าวัดทอดทิ้งลุงเอี่ยม ต้องขอถามย้อนไปว่าลุงเอี่ยมเป็นอะไรกับวัดไร่ขิง เป็นญาติก็ไม่ใช่ ถ้าหากเป็นญาติทางวัดก็ยินดีที่จะดูแลให้ ลุงเอี่ยมเป็นเพียงแค่คนพิการ ไม่ได้เกิดที่นี่ เป็นเพียงแค่ผู้มาอาศัยวัดหลับนอนตามต้นไม้บ้าง ศาลาบ้าง ซึ่งเจ้าอาวาสองค์เก่าที่มรณภาพไปแล้วเห็น และเมตตา จึงให้อยู่ภายในวัดมา 40 ปีแล้ว

นายพรเทพ กล่าวด้วยว่า จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ความเป็นอยู่ของลุงเอี่ยมดีขึ้นหรือเลวลง จากการที่ได้อยู่ในศาลานอนตามต้นไม้ ปัจจุบันมีห้องพักให้หลับนอน ด้อยจากเดิมตรงไหน ยามเจ็บป่วยก็มีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ และโรงพยาบาลสามพราน คอยดูแลรักษา และอำนวยความสะดวกให้ เพราะแกเดินไม่ค่อยสะดวก ทางวัดไม่ได้ทอดทิ้ง ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้วเท่าที่จะทำได้ในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งที่เข้ามาพักพิง ในเรื่องอาหารการกินของลุงเอี่ยมนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะในชีวิตประจำวันของแก จะมีคนพาไปกินอาหารทั้งเช้าและเย็นอยู่แล้ว

"แต่เนื่องจากวันนี้มีกฎระเบียบเข้ามา จะเห็นว่าพุทธสถานทุกที่ไม่มีขอทาน กฎหมายระบุไว้ว่า ผู้ใดใช้วานหรือบังคับ ให้ที่ถือว่าเป็นตัวการร่วมให้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในวัด ในขณะที่เราเป็นตัวกลาง เป็นวัด ก็คล้ายกับไปแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ตรงนี้จึงไม่ถูกต้อง"

นายพรเทพ ยังกล่าวอีกว่า เอาอย่างนี้ดีไหม อยากให้ทุกคนที่รู้จักลุงเอี่ยม ไปเยี่ยมหากันที่ด้านนอก และอยากฝากคำพูดไว้แด่พุทธศาสนิกชนทุกคน ให้เอาเยี่ยง แต่อย่าเอาอย่างลุงเอี่ยม ให้เอาเยี่ยงหมายถึงจิตใจที่ดี ได้ทรัพย์บริสุทธิ์ เอาไปทำประโยชน์ต่อสังคม แต่อย่าเอาอย่าง หมายถึงที่เป็นขอทานมีรายได้ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหนทางอื่นที่จะช่วยลุงเอี่ยมหรือไม่ เช่น ให้มาจำหน่ายธูปเทียนหรือดอกไม้ หรืออาหารปลาก็ได้ ในฐานะที่เป็นผู้พิการและยังถวายเงินให้กับวัดถึง 1-2 ล้านบาท นายพรเทพ กล่าวว่าเคยสอบถามลุงเอี่ยมแล้ว แต่ลุงไม่เอา จะด้วยเหตุผลที่ว่า แกพิการก็เป็นได้ ส่วนการทำบุญนั้น จะทำด้วยเงินมูลค่า 1 บาท 10 บาท ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท เนื่องจากว่าเราเป็นศาสนาพุทธ การที่ทำบุญจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความศรัทธาของแต่ละบุคคล ถ้าเราเอาตรงนี้มาเป็นบรรทัดฐาน ต่อไปในสังคมก็จะบอกว่า ผมทำบุญเยอะผมขออภิสิทธิ์ได้ไหม ที่พูดในที่นี้อาจจะไม่ได้หมายถึงที่วัดไร่ขิง อาจจะเป็นที่อื่นๆ หากเป็นอย่างนี้ สังคมจะอยู่กันอย่างไร

ทางด้านพระครูปฐม รองเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เผยว่า วัดดูแลลุงเอี่ยมได้เพียงแค่เรื่องการเจ็บป่วย เรื่องบ้านพัก ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น ลุงเอี่ยมมีคนดูแลอยู่แล้ว ซึ่งทางวัดจะดูแลไปจนตาย แม้กระทั่งการทำศพด้วย

ขณะเดียวกัน ได้มี นายศิริศักดิ์ ศิริมังคลา นายอำเภอสามพราน ได้เดินทางมาพร้อมนางชวนชม จันทะวงษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จ.นครปฐม นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า ทางจังหวัดนครปฐม โดยนายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.นครปฐม ได้สั่งการให้ทางอำเภอ และพัฒนาสังคม เข้ามาดูแลความเป็นอยู่ของลุงเอี่ยม ในส่วนของการช่วยเหลือเรื่องบัตรผู้สูงอายุ และเบี้ยยังชีพ ได้เคยเข้าไปเยี่ยม และบอกกับลุงว่า มีสิทธิ์ที่จะได้รับ แต่เนื่องจากลุงเอี่ยมมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.สระบุรี ไม่ได้ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่นครปฐม เราได้ติดต่อไปยังพื้นที่เดิมของลุงเอี่ยม เพื่อขอรับเบี้ยยังชีพหรือเบี้ยพิการ นำมาให้แล้ว แต่ลุงเอี่ยมปฏิเสธที่จะรับเงิน และยังขอให้นำเงินไปบริจาคให้กับผู้เดือดร้อน หรือในกรณีที่ลุงเอี่ยมพร้อมที่จะย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่อ.สามพราน เราก็พร้อมจะดำเนินการให้

ด้าน นางชวนชม เผยว่า การที่ลุงเอี่ยมปฏิเสธไม่ขอรับเบี้ยยังชีพจากทางต้นสังกัด และให้นำไปบริจาคช่วยเหลือคนอื่นนั้น ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากต้องได้รับการมอบอำนาจจากลุงก่อน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากลุงเอี่ยมในเรื่องนี้ ในส่วนของเรื่องที่อยู่อาศัย เคยคุยกับลุงและเคยพูดคุยกับนายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ. รวมทั้งนางศศิวิมล นายกเหล่ากาชาด จ.นครปฐม ซึ่งมีโครงการที่จะปลูกบ้านให้กับผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่ไม่มีที่อยู่อาศัย เราเคยเสนอลุงเอี่ยมไปว่า ทางจังหวัดจะดำเนินการสร้างบ้านให้ ไปอยู่บนที่ดินของตนเอง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากลุงเอี่ยม เพราะว่าลุงเอี่ยมชอบพบปะผู้คนมากกว่า กลัวว่าไปอยู่แล้วจะถูกทอดทิ้ง ทุกวันนี้ศูนย์คุ้มครองและดูแลคนไร้ที่พึ่ง เป็นผู้แทนของจังหวัดที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ ได้ลงมาพบลุง บ่อยๆ พร้อมกับนำสิ่งของมามอบให้เหมือนดูแลญาติคนหนึ่ง เป็นประจำอยู่แล้ว

สำหรับบรรยากาศที่ร้านค้าที่อยู่ด้านหน้าริมถนนหน้าวัดไร่ขิง ที่ลุงเอี่ยมอาศัยหลับนอนอยู่นั้น ปรากฏว่าตลอดช่วงเช้าและบ่าย กองทัพนักข่าวทั้งทีวี และหนังสือพิมพ์ได้เดินทางมารุมถ่ายภาพทำข่าว และสัมภาษณ์ลุงเอี่ยมกันตลอด แต่เมื่อสอบถามบรรดาแม่ค้าและเจ้าของร้านค้าต่างๆ ปรากฏว่าทุกคนไม่ค่อยยอมพูด เพราะกลัวว่าหากพูดอะไรผิดไป จะไม่ได้ขายสินค้าในตลาดนี้อีก ส่วนใหญ่จึงพากันปิดปากเงียบ แต่ก็ยังมีชาวบ้านที่อ่านข่าว เดินทางมาเยี่ยม ซื้อข้าวซื้อน้ำให้ลุงเอี่ยม และยังเอาเงินยัดใส่กระเป๋าให้หลายราย.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.7%
  • ไม่ชอบ
    58.7%
  • สนุก
    4.7%
  • ประหลาดใจ
    1.0%
  • เสียใจ
    4.0%
  • ให้กำลังใจ
    22.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement