'อนุสรณ์' คาด ศก.ไทย 59 โตต่ำกว่า 3.5% ส่งออกขยายตัวลบต่อเนื่อง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'อนุสรณ์' คาด ศก.ไทย 59 โตต่ำกว่า 3.5% ส่งออกขยายตัวลบต่อเนื่อง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2559 18:28
853 ครั้ง


อนุสรณ์ ประมาณการณ์ ศก.ไทยปี 59 โตต่ำกว่า 3.5% จากส่งออกขยายตัวติดลบ 4 ปีติดต่อกัน ขณะที่ ผลกระทบจากภัยแล้ง สร้างความเสียหายต่อผลผลิต-รายได้เกษตรกร 2.4-2.5 ล้านบาท จีดีพีลดลง แนะจ้างงานขุดลอกคลอง เพิ่มพื้นที่ทำฝนหลวงในระยะสั้น...

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า ยังคงประมาณการณ์ช่วงการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี พ.ศ. 2559 ไว้ที่ 3.2-4% โดยมีความเป็นไปได้สูงขึ้นที่เศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่ำกว่า 3.5% จากการที่อัตราการเติบโตของการส่งออกอาจจะขยายตัวติดลบเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน

อย่างไรก็ตาม มูลค่าส่งออกสุทธิยังคงเป็นบวก และมีการเกินดุลการค้าค่อนข้างสูง จึงเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีการปรับตัวเลขการคาดการณ์อัตราการขยายตัวของการส่งออกจาก 4% ลงมาเหลือ 0-2% อัตราการขยายตัวของการนำเข้าจาก 7% ลงมาเหลือ 2-3% และคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในปีนี้จะไม่เกิน 1% 

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไตรมาสแรก โดยเฉพาะเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ภาคการบริโภคชะลอลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงปลายปี พ.ศ. 2558 จากการเร่งการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนช่วงปลายปี จากมาตรการลดหย่อนภาษี เม็ดเงินจากการใช้จ่ายยังไม่กระจายตัวสู่กิจการขนาดเล็กและขนาดย่อยมากนัก ยังคงกระจุกอยู่ในเครือข่ายของกิจการค้าปลีกยักษ์ใหญ่ มีการเร่งซื้อรถยนต์ปลายปีที่แล้วก่อนการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตในปีนี้ โดยเฉพาะหมวดสินค้าคงทนกลับมาหดตัวติดลบถึง 6.3% ในเดือนมกราคม แต่คาดการณ์ว่าจะกระเตื้องขึ้นในไตรมาสสอง

ส่วนการส่งออกของไทยเดือนมกราคม หดตัวสูงถึง 9.3% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน นำเข้าหดตัวแรงสองเดือนแรกสะท้อนการชะลอตัวของการลงทุนและส่งออกในไตรมาสสอง ดุลการค้าและดุลบัญชีสะพัดดีขึ้นต่อเนื่อง คาดการณ์จีดีพีเติบโตได้ 2-2.5% YoY ในไตรมาสหนึ่งและ 2.5-3% YoY ไตรมาสสอง แต่ยังคงประมาณการทั้งปีไว้ตามคาดการณ์เดิม 3.2-4% 

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้เศรษฐกิจยังสามารถขยายตัวได้มากกว่า 3% คือ รัฐบาลยังทำขาดดุลเพิ่มขึ้นจาก 2.9 แสนล้านในปีงบประมาณ 2558 เป็น 3.9 แสนล้านในปีงบประมาณ 2559 การเบิกจ่ายนอกงบประมาณปรับตัวดีขึ้น การอ่อนตัวของเงินบาทสนับสนุนรายได้เงินบาทของผู้ประกอบการท่องเที่ยวและส่งออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4.7 แสนล้านบาท หากไม่มีวิกฤติรัฐธรรมนูญ เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ตามที่คาดการณ์ 3.2-4% ซึ่งยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพของเศรษฐกิจไทย ที่ควรเติบโตได้ในระดับ 4-6%

สำหรับอัตราการขยายตัวของการนำเข้าที่ติดลบมาอย่างต่อเนื่อง เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า การส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนอาจจะมีการขยายตัวในระดับต่ำหรืออาจติดลบได้ในบางเดือนในช่วงไตรมาสสอง การใช้จ่ายภาครัฐยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ 12.5% มีอัตราที่ชะลอตัวลงจากการเร่งเบิกจ่ายการลงทุนในช่วงเดือนธันวาคม 

สำหรับผลกระทบภัยแล้งต่อภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจ ความเสียหายต่อพืชผลต่างๆ ในภาคเกษตรกรรมเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 19,460-20,000 ล้านบาท รายได้เกษตรกรลดลง 3,430 บาทต่อครัวเรือนต่อปี มีจำนวนครัวเรือนภาคเกษตรที่จดทะเบียน 7.1 ล้านครัวเรือน ความเสียหายต่อรายได้ของเกษตรกรจากภัยแล้งอยู่ที่ 24,353-25,000 ล้านบาท รวมความเสียหายต่อผลผลิตการเกษตรและรายได้ของเกษตรกร 43,813-45,000 ล้านบาท จีดีพีภาคเกษตรกรรมลดลง สินค้าเกษตรที่กระทบมาก คือ ไม้ผล ข้าวนาปรัง สับปะรด ปาล์มน้ำมัน ที่กระทบปานกลาง คือ ข้าวนาปี ปศุสัตว์ กระทบไม่มาก คือ มันสำปะหลัง อ้อย

นอกจากนี้ ผลกระทบภัยแล้งจะทำให้หนี้ครัวเรือนเกษตรกรต่อจีดีพีภาคเกษตร ในปี พ.ศ. 2559 อาจปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 80% ได้ โดยหนี้สินของเกษตรกรในระบบราว 1.6-1.7 ล้านล้านบาท ประมาณร้อยละ 70-75% เป็นหนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 

สำหรับข้อเสนอแนะ เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบภัยแล้ง คือ 1. สนับสนุนการจ้างงานเพื่อขุดลอกคูคลอง และปรับปรุงอ่างเก็บน้ำเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำและสร้างรายได้เสริมแก่เกษตรกรในชนบท 2. เพิ่มพื้นที่ทำฝนหลวง เร่งรัดโครงการแก้มลิง 3. ส่งเสริมการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ประชาสัมพันธ์เลื่อนการปลูกข้าวนาปี 4. รณรงค์และสนับสนุนให้ชาวเมืองและเกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ

ส่วนข้อเสนอแนะ มาตรการระยะยาว 1. ลงทุนการบริหารจัดการน้ำและการจัดการระบบชลประทานอย่างเป็นระบบ 2. ฟื้นฟูป่าไม้ต้นน้ำ 3. ส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อการดูแลและอนุรักษ์แหล่งน้ำชุมชน 4. ศึกษาระบบการใช้น้ำหมุนเวียน นำน้ำเสียมาบำบัดเพื่อนำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ 5. ปรับโครงสร้างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ ศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ำ 6. การพัฒนากลไกของตลาดซื้อขายล่วงหน้า ป้องกันความเสี่ยงความผันผวนของตลาด 7. ความร่วมมือระหว่างประเทศและความร่วมมือระหว่างภูมิภาค เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    89.5%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    5.3%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    5.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement