ย้อนเส้นทาง 'ธาริต' ชีวิตถูกอายัด (ทรัพย์) โยง ร่ำรวยผิดปกติ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ย้อนเส้นทาง 'ธาริต' ชีวิตถูกอายัด (ทรัพย์) โยง ร่ำรวยผิดปกติ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 13:07
44,534 ครั้ง


“ในชีวิตรับราชการมาตั้งแต่ปี 2533 มาจนถึงปัจจุบัน (ตอนนั้น) ก็ผ่านมาหลายรัฐบาลเป็นเรื่องธรรมดา เราก็ต้องเข้าใจเราเป็นกลไก เราเป็นหน่วยงานของรัฐ เราก็ต้องทำงานให้รัฐบาล ต้องแยกกันนะครับว่าทำงานให้นักการเมืองกับทำงานให้รัฐบาลคนละอย่าง เราก็ต้องทำงานให้รัฐบาล ถ้าทุกหน่วยบอกว่า ไม่ขอทำงานให้รัฐบาล ขอวางตัวเป็นกลาง จะเกิดอะไรขึ้น...”

นี่คือคำพูดจากใจของ “ธาริต เพ็งดิษฐ์” อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ​ หรือ ดีเอสไอ เมื่อปี พ.ศ.2555 ขณะเปิดบ้านต้อนรับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ให้สัมภาษณ์แบบ exclusive (แคะทุกซอก(หลัง)บ้าน'ธาริต เพ็งดิษฐ์' ครอบครัว ข่มขู่ และจุดยืนการทำงาน? )

บ้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เคยเปิดบ้านให้ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์สัมภาษณ์

“ธาริต”...ผู้ที่เคยทำงานให้กับ 2 (สุด) ขั้วทางการเมือง ได้แก่ มุมแดงรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และมุมน้ำเงิน รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อมาถึงยุครัฐบาลสายเขียว ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ในฐานะ ผู้นำประเทศ “ธาริต” เองกำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะเจอข้อหาจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ว่า “ร่ำรวยผิดปกติ”

ย้อนเส้นทางชีวิต “ธาริต” ชื่อนี้...ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ในหน้าที่การงาน!

ต้องยอมรับว่า ชีวิตของ “ธาริต” เป็นบุคคลที่น่าสนใจ ดังนั้น “อาสาม ไทม์แมชชีน” แห่ง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอย้อนอดีต เล่าปัจจุบันของ “ธาริต” ว่าจะเป็นอย่างไร...

ธาริต เดิมชื่อ เบญจ ตั้งชื่อโดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ จนกระทั่งอายุ 35 ปี เปลี่ยนชื่อเป็น ธาริต ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ โดยให้เหตุผลว่า หากอยากเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ชีวิตราชการ ต้องใช้หลักของ เดช นำหน้า จึงเป็นที่มาของชื่อ ธาริต เพราะ ธ คือตัวเดช

ธาริต เป็นคนเรียนเก่ง เรียนโรงเรียนเตรียมอุดม และจบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายอาญา และกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

เริ่มรับราชการ สำนักงานอัยการสูงสุด 13 กุมภาพันธ์ 2533 กระทั่งขึ้นเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2552 หากมองถึงหน้าที่การงาน “ธาริต” นับเป็นผู้ที่มีความก้าวหน้า สมกับหลักโหราศาสตร์ ที่วาง ธ ซึ่งหมายถึง “เดช” เอาไว้ที่หน้าชื่อ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ก็ตอบยาก เนื่องจาก “ธาริต” เองก็นับว่าเป็นคนเก่งคนหนึ่ง

ต้อนรับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะเข้าให้การคณะพนักงานสอบสวน คดีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ปี 2553
ชีวิตพลิกผัน โดน ป.ป.ช. สั่ง อายัดทรัพย์ หลัง รัฐบาล คสช. มีอำนาจ 

หลังพ้นอำนาจในตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ “ธาริต” ก็เริ่มที่จะประสบปัญหาต่างๆ โดยในปี 2557 ถูกกล่าวหาว่า บ้านพักตากอากาศของภรรยา ได้ก่อสร้างรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเสียดอ้า ที่บ้านมอกระหาด ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กระทั่ง มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ยังตรวจสอบไม่เสร็จ ปรากฏว่าถูกทุบทำลายทิ้งไปเสียก่อน

ต่อมาในปี 2558 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.แถลงมติที่ประชุม ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาคดีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนายธาริต กรณีการร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งมีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาพิจารณา เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2557 มี นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน จากการไต่สวนเบื้องต้นพบว่า นายธาริตมีทรัพย์สินจำนวนมากเกินกว่าฐานะที่ข้าราชการจะพึงมี และยังมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะมีการโอนยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติ ดังนั้นที่ประชุม ป.ป.ช.จึงมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ และนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภริยา จำนวน 40,954,720 บาท ได้แก่ เงินฝาก ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ ไว้เป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 78 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

ต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เช่นกัน

หลังจากมีมติ นายธาริต ในฐานะ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) กล่าวว่า พร้อมให้ตรวจสอบ ซึ่งได้รับทราบคำสั่ง ป.ป.ช.ในการอายัดทรัพย์ชั่วคราวในทางทะเบียนเพื่อการตรวจสอบมาประมาณ 1 เดือนแล้ว เช่นเดียวกับที่ตนเคยมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินผู้ต้องหาไว้ในชั้นสอบสวนของดีเอสไอ มั่นใจสามารถชี้แจงที่มาทรัพย์สินได้ทุกรายการ การที่ ป.ป.ช.มีคำสั่งอายัดทรัพย์เป็นเพียงการอายัดชั่วคราวในทางทะเบียน เช่นเดียวกับที่ตนเคยมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาไว้ในชั้นสอบสวนของดีเอสไอ

นายธาริต ตั้งข้อสังเกตไว้ 2 ประการ คือ 1. ในปี 52 เข้ารับตำแหน่งข้าราชการระดับ 10 เป็นเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แสดงทรัพย์สินทั้งหมด 37.3 ล้านบาท เป็นเลขาธิการ ป.ป.ท.อยู่ 2 ปี จากนั้นมาเป็นอธิบดีดีเอสไอ 3 ปี ผ่านไป 5 ปี ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 40 ล้าน ขอถามว่าเป็นการร่ำรวยผิดปกติอย่างไร ตัวเลขแรกเมื่อครั้งที่ตนรับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ท.ยื่นบัญชี 37.3 ล้านบาท มาถึงวันนี้มูลค่าที่ ป.ป.ช.สั่งอายัด 40.9 ล้านบาท ไม่ได้ต่างกันมาก แต่ทันทีเมื่อพ้นตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอก็มีผู้ร้องเรียน และ ป.ป.ช.ก็ตรวจสอบจนมามีคำสั่งอายัดทรัพย์สินชั่วคราว

2. เชื่อว่าที่ถูกร้องตรวจสอบทรัพย์สิน และ ป.ป.ช.มีมติออกมาลักษณะนี้ เป็นหนึ่งในขบวนการดิสเครดิต ตนเป็นเป้าหมายลำดับต้นที่จะถูกเช็กบิล เพราะสมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอได้ทำคดีสำคัญๆหลายคดี ทำให้คนเหล่านั้น ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ไม่พอใจตนอย่างมาก เช่น คดีสั่งสลายการชุมนุมทางการเมืองหรือคดี 99 ศพ คดีทุจริตก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง คดี กทม.ต่อสัญญารถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยาย คดีอุ้มฆ่านักธุรกิจอัลรูไวลี และคดีที่สำคัญมากที่สุดคือคดีของกลุ่ม กปปส.ซึ่งผู้มีอำนาจที่พูดถึงล้วนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเหล่านี้ทั้งสิ้น และได้มายื่นฟ้องตนกว่า 30 คดี รวมทั้งได้ร้องต่อ ป.ป.ช.ด้วย หลังจากนั้น คสช.ก็มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ยืนยันจะต่อสู้ตามระบบกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลอย่างถึงที่สุด เชื่อว่ามติ ป.ป.ช.ออกมาลักษณะนี้เป็นหนึ่งในขบวนการดิสเครดิตตน

ต่อมา นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.ก็ออกมาตอบโต้ นายธาริต ว่า การอายัดทรัพย์ชั่วคราวได้พิจารณาและตรวจสอบอย่างละเอียดตามหลักฐาน และพบว่ามีพฤติกรรมเคลื่อนย้ายทรัพย์สินจึงอายัดทรัพย์ชั่วคราว เป็นไปตามกฎหมาย ป.ป.ช.ซึ่งนายธาริตมีสิทธิ์ที่จะมาชี้แจงทรัพย์สินภายใน 30 วันตามกฎหมาย หากชี้แจงได้ทรัพย์ที่ถูกอายัดก็ต้องคืนไป โดยตามกฎหมายผู้ถูกกล่าวหาสามารถยื่นขอขยายเวลาเข้าชี้แจงได้อีก 30 วัน ส่วนจะให้ขยายเวลาหรือไม่ก็แล้วแต่มติที่ประชุมคณะกรรมการ ทั้งนี้ ไม่ได้ดิสเครดิต เป็นการไต่สวนตามกฎหมายและพิจารณาตามหลักฐาน

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ
“ธาริต” ฟ้อง ป.ป.ช. 100 ล้าน มั่วอายัดทรัพย์

วันที่ 12 ส.ค.58 มีรายงานจากสำนักงาน ป.ป.ช. ถึงความคืบหน้ากรณีคณะอนุกรรมการไต่สวนนายธาริต กรณีการร่ำรวยผิดปกติ และบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่มี นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน ว่า หลังจากที่ ป.ป.ช.มีมติอายัดทรัพย์สินนายธาริตมูลค่า 40.9 ล้านบาท ปรากฏว่า นายธาริตได้ยื่นเรื่องต่อศาลแพ่งฟ้องกรรมการ ป.ป.ช. และเลขาธิการ ป.ป.ช. รวม 10 คน เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ฐานออกคำสั่งอายัดทรัพย์โดยมิชอบ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว แต่นายธาริตยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อ ซึ่ง ป.ป.ช.มอบให้ นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. และฝ่ายสำนักคดีของ ป.ป.ช.ดำเนินการส่งหนังสือไปยังศาลแพ่ง เพื่อแก้อุทธรณ์คดีดังกล่าว โดยยืนยันถึงเหตุผลการอายัดทรัพย์ของนายธาริตว่า มีเหตุอันควรสงสัยว่า นายธาริตเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และน่าเชื่อว่าจะมีการโอนยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติ จึงมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินนายธาริตและนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภริยา ไว้ชั่วคราว ได้แก่ เงินฝาก ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ มูลค่า 40.9 ล้านบาท โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 78 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542

โดนอีก อายัด 346 ล้าน ข้อหาเดิม “ร่ำรวยผิดปกติ”

วันที่ 10 มี.ค.59 นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุมพิจารณาไต่สวนการกล่าวหานายธาริต ร่ำรวยผิดปกติ ที่ก่อนหน้านี้ คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีดังกล่าว ที่มีตนเป็นประธาน ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินนายธาริต และนางวรรษมล คู่สมรส รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นการชั่วคราว จำนวน 90,260,687 บาท คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า นายธาริต และนางวรรษมลมีทรัพย์สินจำนวนมากเกินกว่าฐานะและรายได้ที่เจ้าหน้าที่รัฐจะพึงมีได้ อีกทั้งยังปรากฏพฤติการณ์โอน ยักย้าย แปรสภาพหรือซุกซ่อนทรัพย์สิน และให้บุคคลอื่นถือทรัพย์สินแทน คือ นายปิยฤกษ์ อรรถกานต์รัตน์ หลานชายนายธาริต นางวรรษมล และบริษัท ปิยธนวรรษ จำกัด ที่มีนายปิยฤกษ์ และนางกานดา เผือดจันทึก น้องสาวนางวรรษมล เป็นกรรมการบริษัท

นายปรีชา เลิศกมลมาศ

ดังนั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ว่า นายธาริตร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่า 346,652,588 บาท แต่เนื่องจากทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติบางส่วนมีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน ทำให้ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินได้ คงเหลือทรัพย์สินที่ ป.ป.ช.เคยอายัดทรัพย์ไว้ก่อนหน้านี้ 90,260,687 บาท ส่วนทรัพย์สินที่ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติ ที่เหลือจำนวน 256,391,901 บาท ให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของนายธาริต และนางวรรษมล โดยให้ส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 80 และมาตรา 83 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ต่อไป และแจ้งนายกรัฐมนตรีดำเนินการทางวินัยต่อไป

เคยร่วมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.

สำหรับทรัพย์สินที่ ป.ป.ช.จะส่งสำนวนต่ออัยการสูงสุด ขอให้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน รวม 20 รายการ ได้แก่ 1. เงินฝากในบัญชีธนาคารพาณิชย์ของนายธาริต 4 บัญชี รวม 1,254,673 บาท 2. เงินฝากในบัญชีธนาคารพาณิชย์ของนางวรรษมล 4 บัญชี รวม 236,827 บาท 3. เงินฝากในบัญชีธนาคารพาณิชย์ของนายปิยฤกษ์ 4 บัญชี รวม 2,010,350 บาท 4. ที่ดินโฉนดเลขที่ 2394 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ของนายธาริต 5. ที่ดินโฉนดเลขที่ 28532 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมบ้านเลขที่ 414 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี 6. ที่ดินโฉนดเลขที่ 8078 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนางวรรษมล 7. ที่ดินโฉนดเลขที่ 9326 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนางวรรษมล 8. ที่ดินโฉนดเลขที่ 9917 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนางวรรษมล 9. บ้านคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น เลขที่ 444 และสิ่งปลูกสร้างไม่มีเลขที่จำนวน 5 หลัง ในชื่อ “ฟิออเร่ ปาร์ค” หมู่ที่ 11 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่ปลูกสร้างบนที่ดินของนางวรรษมล 10. รถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น อี 250 ทะเบียน ญฉ 414 กรุงเทพมหานคร ของนางวรรษมล

11. รถยนต์ โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน ฆฐ 515 กรุงเทพมหานคร ของนางวรรษมล 12. ที่ดินโฉนดเลขที่ 8139 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายสนชัย ศรีทองกุล 13. ที่ดินโฉนดเลขที่ 71289 ต.คลองม่วง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายสนชัย 14. ที่ดินโฉนดเลขที่ 69674 ต.คลองม่วง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายสนชัย 15. ที่ดินโฉนดเลขที่ 9327 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายสนชัย 16. ที่ดินโฉนดเลขที่ 9328 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายสนชัย 17. ที่ดินโฉนดเลขที่ 16529 ต.
หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายสนชัย 18. ที่ดินโฉนดเลขที่ 21038 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายสนชัย 19. ที่ดินโฉนดเลขที่ 28765 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายสนชัย 20. ที่ดินโฉนดเลขที่ 8090 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายปิยฤกษ์

ในเรื่องนี้ นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่ามีข้าราชการระดับสูงสร้างบ้านเกรงรุกล้ำเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาใหญ่ ป.ป.ช.จึงลงพื้นที่สอบพบว่า เจ้าของบ้านคือภรรยาของนายธาริต ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายธาริตที่แสดงต่อ ป.ป.ช.พบว่าไม่มีรายการดังกล่าว จึงตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนรวมพยานหลักฐาน ต่อมาพบพฤติการณ์ยักย้ายแปรสภาพ ซุกซ่อนทรัพย์สินต่างๆ และให้บุคคลอื่นถือครองทรัพย์สินแทน สั่งอายัดไว้สองครั้ง 2 ครั้ง จำนวน 90 ล้านบาท พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายธาริต แต่นายธาริตไม่ยอมมาชี้แจง และบอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และเมื่อคณะอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.เปรียบเทียบรายได้ของนายธาริต พบว่า เมื่อพิจารณาแล้วมีทรัพย์สินที่ไม่มีที่มาที่ไป และมีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 346,652,588 บาท มีมติชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติ

ร่อนหนังสือชี้แจงต่อสื่อมวลชน กรณี ร่ำรวยผิดปกติ

ธาริต โวย ป.ป.ช. ไม่เป็นธรรม กล่าวหาคลุมเครือ ข้องใจวิธีคำนวณทรัพย์สิน

กระทั่ง นายธาริต ได้ส่งข้อความถึงสื่อมวลชนผ่านสื่อออนไลน์ว่า ขอชี้แจง ข้อ 1. อนุกรรมการไต่สวนฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อตนถึง 2 ครั้ง โดยได้นำเอาเงินฝากหมุนเวียน ผ่านบัญชีของข้าพเจ้าและภรรยา ที่เปิดไว้กับธนาคารต่างๆ ที่ฝากและใช้จ่ายตามปกติทุกรายการ ระหว่างดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอในปี 2552-2557 และย้อนหลังก่อนดำรงตำแหน่งหลายปีมาบวกทบกัน โดยไม่ได้พิจารณาว่า เป็นเงินทุนหมุนเวียน ถือเป็นการคำนวณที่ไม่เป็นตามหลักบัญชี นำทรัพย์สินอื่นมาบวกรวมกันให้เห็นว่ามีทรัพย์สินมากเกินความเป็นจริง แล้วกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ ทั้งทรัพย์สินส่วนใหญ่ไม่มีอยู่จริง และทุกรายการก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า การมีหรือได้โดยไม่ชอบ หรือมีเหตุอันควร มีพฤติการณ์ ที่ร่ำรวยผิดปกติอย่างไร อย่างบางบัญชีใช้ฝากเงิน เพื่อหมุนเวียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 6 ล้านบาท ที่ย่อมมีการถอนออกแล้วฝากเข้าเป็นปกติของการซื้อขายหุ้น แต่เอาเฉพาะรายการฝากทุกๆ ครั้งมาบวกทบกัน ทำให้ยอดบัญชีสูงถึง 86 ล้านบาท ทั้งที่ตัวเงินจริงมีเพียง 6 ล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้ ถือเป็นการกล่าวหาแบบคลุมเครือ ไม่ชัดเจนเพียงพอ และไม่อยู่ในวิสัยที่วิญญูชนจะนำหลักฐานมาชี้แจงข้อกล่าวหาได้ เป็นการไม่ชอบด้วยระเบียบตามข้อ 37 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 47 และมาตรา 125 ประการสำคัญ อนุกรรมการ ป.ป.ช.ใช้วิธีคิดคำนวณรายได้จากเงินเดือน และค่าตอบแทนเฉพาะการรับราชการของข้าพเจ้าและภรรยาเท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบถึงรายได้จากการทำธุรกิจ เช่น ซื้อขายหุ้นในตลาด หลักทรัพย์ ซื้อขายที่ดิน และการลงทุนในทรัพย์สิน อื่นๆ เช่น ทองคำ และอัญมณี ในปัจจุบันการมีรายได้จากธุรกิจต่างๆ ของข้าราชการทำได้โดยชอบ

ข้อ 2. ขอตั้งคำถามต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่าวิธีคิดคำนวณทรัพย์สินของข้าพเจ้าเป็นไปตามหลักการทางบัญชีที่คนปกติเขาใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันหรือไม่ การปฏิบัติต่อข้าพเจ้าเป็นไปตามกฎหมาย เท่าเทียมกับปฏิบัติต่อบุคคลอื่นๆ หรือไม่ 

ข้อ 3. จะแต่งตั้งทนายความขึ้นต่อสู้ในชั้นศาลยุติธรรมต่อไป หากศาลตัดสินไม่ได้กระทำผิดตามที่ ป.ป.ช.มีมติ ถึงตอนนั้น ป.ป.ช.จะรับผิดชอบต่อความไม่เป็นธรรมที่ได้กระทำหรือไม่

นับเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีบทบาททางการเมืองสูง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด วันที่ 15 มี.ค. ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ต่อสายขอสัมภาษณ์ นายธาริต เมื่ออดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รับสาย กล่าวว่า “ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ ขออนุญาตนะครับ” จากนั้นก็กดวางสายไป

อาสาม ไทม์แมชชีน แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    65.0%
  • ไม่ชอบ
    9.1%
  • สนุก
    5.9%
  • ประหลาดใจ
    1.9%
  • เสียใจ
    0.4%
  • ให้กำลังใจ
    17.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement