พ่อเฒ่าเมืองคอน ถล่มยิงครอบครัวอดีตเพื่อนสนิท ตาย 1 โคม่า 1 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

พ่อเฒ่าเมืองคอน ถล่มยิงครอบครัวอดีตเพื่อนสนิท ตาย 1 โคม่า 1

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มี.ค. 2559 01:30
2,940 ครั้ง


พ่อเฒ่าวัย 74 ปี  เมืองปากพนัง นครศรีฯ คว้าปืนลูกซองถล่มยิงครอบครัวอดีตเพื่อนสนิท หลังแตกคอกันมาร่วมปี ลูกหลานมีปัญหาขัดแย้ง ก่อนเกิดเหตุอ้างถูกกลุ่มผู้ตายรุมชกต่อย แค้นจัดกลับบ้านเอาปืนยิงใส่ ลูกสาวเพื่อนดับคาที่ อดีตเพื่อนสนิทโคม่า  

เมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 12 มี.ค.2559 ร.ต.ท.ประภาส สมศรี รอง สว.สอบสวน สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 2 ต.ปากแพรก อ.ปากพนัง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.วสันต์ แต่งเกลี้ยง ผกก.สอบสวน สภ.ปากพนัง พ.ต.ท.เถลิงศักดิ์ บุญช่วย รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.เกรียงไกร ไกรแก้ว รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.เจริญ ศรีหรัญ สวป. พ.ต.ท.วรโชค วาจาสุจริตท สว.สส. แพทย์เวร รพ.ปากพนัง และอาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจรุดไปที่เกิดเหตุ

พบศพนางสุภาพร คงทอง อายุ 57 ปี นอนตายจมเลือดอยู่ริมถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน หน้าบ้านที่เกิดเหตุ ในสภาพนอนหงาย ผู้ตายอยู่ในชุดสวมเสื้อเชิ้ตคอปกแขนสั้นสีเทาดำ นุ่งผ้าถุงลายดอกไม้สีเหลือง มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองเข้าที่ชายโครงด้านซ้าย 5 รู ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อในเวลาต่อมาคือนายสายัณห์ สังข์แก้ว อายุ 37 ปี เป็นหลานชายของเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ ได้รับการช่วยเหลือนำส่ง รพ.ปากพนัง ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งทราบว่าถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองเข้าที่ศีรษะ อาการสาหัสอยู่ในขั้นโคม่า

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะที่นางสุภาพร นายสายัณห์ และญาติๆ อีก 4 – 5 คน กำลังยืนพูดคุยกันที่หน้าบ้าน ได้มีนายกวี แพรกทอง อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 2 ต.ปากแพรก ซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียวกัน ได้เดินออกมาจากป่าละเมาะข้างทาง ในมือถือปืนลูกซองยาวมาด้วย เมื่อเห็นกลุ่มของนางสุภาพร นายสายัณห์และญาติๆ ยืนพูดคุยกันอยู่ นายกวีได้ยกปืนขึ้นเล็งมาที่กลุ่มดังกล่าว ทำให้กลุ่มนางสุภาพรพากันแตกฮือวิ่งหนี แต่ปรากฏว่าในนาทีนั้น นายกวีได้ลั่นกระสุนปืนเจาะศีรษะนายสายัณห์ ล้มจมเลือดได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุนายกวีได้วิ่งถือปืนหลบหนี หายไปในป่าละเมาะทางเดิม

นางสุภาพรและญาติๆ รีบช่วยกันหามร่างของ นายสายัณห์ ที่นอนหายใจรวยริน เพื่อเตรียมจะนำตัวขึ้นรถส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่านายกวีได้ปรากฏตัวโผล่พรวดอกมาจากป่าละเมาะอีกครั้ง และไม่พูดพล่ามทำเพลง ได้ใช้ปืนลูกซองยาว ยิงถล่มใส่นางสุภาพรและญาติที่กำลังช่วยกันหามนายสายัณห์เตรียมขึ้นรถ กระสุนเจาะชายโครงด้านซ้ายของนางสุภาพรล้มลงขาดใจตายทันที เนื่องจากกระสุนตัดขั้วหัวใจ ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในบริเวณดังกล่าว นายกวีได้ถือโอกาสวิ่งหลบหนีหายไปในความมืด ญาติๆ ที่เหลือได้แจ้งตำรวจและรีบนำนายสายัณห์ที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลปากพนัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อมาในเวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายกวีผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาวของกลาง ขณะหลบหนีไปกบดานที่บ้านร้างท้ายหมู่บ้าน จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.ปากพนัง  

พ.ต.อ.วสันต์ แต่งเกลี้ยง ผกก.สอบสวน สภ.ปากพนัง กล่าวว่า การสอบสวนนายกวีให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายสายัณห์บาดเจ็บ และนางสุภาพรเสียชีวิต เนื่องจากมีความโกรธแค้น ที่ในช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุ ถูกนายสายัณห์ นางสุภาพรและญาติดักรุมชกต่อยทำร้ายขณะเดินอยู่ในหมู่บ้าน ทั้งนี้ นายกวี ผู้ต้องหา เป็นเจ้าของไร่นาสวนผสมในหมู่บ้าน และเป็นเพื่อนรักเพื่อนเกลอกับนายปรารภ คงอินทร์ อายุ 74 ปี พ่อของนางสุภาพรผู้เสียชีวิต ที่เป็นเจ้าของไร่นาสวนผสมในหมู่บ้านเดียวกันมาตั้งแต่หนุ่มๆ

กระทั่งเมื่อ 1 ปี ที่ผ่านมา นายกวี และนายปรารภเกิดมีเรื่องบาดหมางกัน เกี่ยวกับเรื่องที่ลูกหลานของทั้งสองฝ่าย เกิดมีปัญหากระทบกระทั่งทะเลาะวิวาทกัน นายกวีและนายปรารภ ต่างฝ่ายต่างก็ถือหางลูกหลานของตัวเอง ทำให้เกิดความขัดแย้งสะสมกันมาตลอดในช่วงระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมาระหว่างพ่อเฒ่าทั้งสอง

ผกก.สอบสวน สภ.ปากพนัง เปิดเผยอีกว่า  หลังจาก ตำรวจสอบพยานทราบว่า ในช่วงเช้าของวันนี้ นายกวีและนายปรารถไปเจอกันที่ร้านน้ำชาในหมู่บ้าน เกิดมีปากเสียงกันขึ้นถึงขั้นด่าพ่อล่อแม่กัน นายกวีผู้ต้องหาได้กล่าวคำอาฆาตนายปรารภและขู่จะฆ่านายปรารภ แต่มีเพื่อนบ้านที่นั่งกินน้ำชาในร้านเดียวกันห้ามปราม ทั้งสองฝ่ายจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน และเมื่อกลับมาถึงบ้านนายปรารภได้บอกเรื่องราวที่ถูกขู่ฆ่ากับนางสุภาพรบุตรสาว และนายสายัณห์หลานชาย รวมถึงญาติๆ คนอื่นๆ

ด้าน นายกวี ให้การว่า ช่วงเย็นวันนี้ขณะเดินอยู่ในซอยข้างบ้าน ถูกนางสุภาพร นายสายัณห์กับพวก ดักรุมทำร้ายเตะต่อยจนหน้าตาปูดบวม จึงเกิดความแค้น วิ่งกลับไปที่บ้าน เอาปืนลูกซองยาวออกมา เดินพุ่งตรงมาที่บ้านของคู่กรณี เห็นกลุ่มคู่กรณีอยู่หน้าบ้านจึงยิงใส่เพื่อสางแค้น หลังยิงไป 1 นัด ได้วิ่งหลบไปใส่กระสุนนัดใหม่ ก่อนกลับออกมายิงถล่มซ้ำอีก 1 นัด จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    30.2%
  • ไม่ชอบ
    7.5%
  • สนุก
    15.1%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    39.6%
  • ให้กำลังใจ
    7.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement