บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เฮ! พะยูนทะเลตรังเพิ่มกว่า 150 ตัว แถมเจอแม่ลูกคู่แฝดเพิ่งเกิดด้วย

นักวิชาการประมงฯ สำรวจพบพะยูนในทะเลตรัง เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 150 ตัว แถมยังพบพะยูนแม่ลูกคู่แฝดที่เพิ่งเกิดว่ายน้ำหากินอยู่บริเวณตอนใต้ของเกาะลิบง แต่ขณะเดียวกัน ยังต้องรณรงค์สร้างจิตสำนึกในเรื่องเครื่องมือประมงและขยะใต้ทะเลเพราะพบพะยูนตายปีที่แล้ว ราว 6 ตัว

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2559 ที่หอบังคับการบินตรัง วิทยุการบินแห่งประเทศไทย ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ นักวิชาการประมงชำนาญการ กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน เปิดเผยว่า ทางศูนย์ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ และนักวิจัยชาวญี่ปุ่น และนักบินชาวต่างชาติ ได้ออกบินสำรวจพะยูนในทะเลตรัง ตั้งแต่วันที่ 3-10 มีนาคม ที่ผ่านมา จำนวนกว่า 10 เที่ยวบิน เพื่อนับจำนวนประชากรพะยูนในทะเลตรัง บริเวณเกาะมุก และเกาะลิบง ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายาก และขณะนี้ในประเทศไทยเหลือฝูงใหญ่ที่สุดคือ ที่จังหวัดตรังเท่านั้น

หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน กล่าวว่า การบินสำรวจในปีนี้ได้ทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 แล้ว โดย 6 วันที่ผ่านมา โชคดีที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย จึงสามารถบินนับจำนวนพะยูนได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น โดยพบพะยูนสูงสุด มากกว่า 90 ตัว ต่อวัน ซึ่งถ้าคำนวณแล้ว ในปีนี้มีพะยูนอยู่ไม่ต่ำกว่า 150 ตัว ซึ่งถือเป็นจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมาที่มีอยู่จำนวน 135 ตัว อีกทั้งพบพะยูนคู่แม่ลูกเพิ่มขึ้นประมาณ 12 คู่ ซึ่งแสดงว่าในพื้นที่มีการเจริญพันธุ์ของพะยูนได้เป็นอย่างดี และที่น่ายินดีมากคือ ยังพบพะยูนแม่ลูกคู่แฝดที่เพิ่งเกิดด้วย ว่ายน้ำหากินอยู่บริเวณตอนใต้ของเกาะลิบง

ขณะเดียวกัน ก็ได้มีเรื่องที่น่าเศร้าคือ พบพะยูนหนุ่มตัวหนึ่งถูกเศษอวนรัดอยู่ที่บริเวณโคนหาง ซึ่งดูลักษณะแล้วเศษอวนดังกล่าวคงยากที่จะขาดหลุดออกด้วยตัวเอง ซึ่งจะได้หาวิธีการช่วยเหลือต่อไป เช่นเดียวกับหญ้าทะเลที่มีอยู่กว่า 35,000 ไร่ ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

ส่วนพะยูน ที่ตายในปี 2558 พบประมาณ 6 ตัว สาเหตุส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเครื่องมือทำการประมง ซึ่งยังอยู่ในเป้าหมายที่จะต้องรณรงค์ป้องกันต่อไป โดยทางเจ้าหน้าที่จังหวัดตรังคำนวณได้ว่า หากพะยูนตายปีละประมาณ 5 ตัว ถือว่าจำนวนยังคงที่ แต่หากตายมากกว่า 5 ตัวต่อปี จะทำให้พะยูนลดลงอย่างแน่นอน ดังนั้น เราจะต้องรณรงค์สร้างจิตสำนึกในเรื่องเครื่องมือทำประมงและขยะใต้ทะเล ที่ยังคงเป็นปัญหาให้คนในพื้นที่ได้ตระหนักต่อไป.