ลูกมรภ.สุราษฎร์ฯ สั่งสมพลัง "ผู้ให้" เนรมิต "ศูนย์อาสาสมัคร" - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ลูกมรภ.สุราษฎร์ฯ สั่งสมพลัง "ผู้ให้" เนรมิต "ศูนย์อาสาสมัคร"

โดย ยายรหัส 13 มี.ค. 2559 05:01
138 ครั้ง


“จิตอาสา คือ จิตที่ไม่นิ่งดูดายต่อความทุกข์ยากของผู้อื่น”

วลีเด็ดของ ผศ.ดร.ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สุราษฎร์ธานี ที่กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดตัว “ศูนย์อาสาสมัครมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี” พร้อมฉายภาพว่าจะเป็น ศูนย์บ่มเพาะจิตใจนักศึกษาที่ไม่ใช่แค่การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นหรือสังคมส่วนรวม แต่ยังเป็นการพัฒนาจิตของนักศึกษาเองด้วย

แต่ก่อนจะจัดตั้งเป็นศูนย์อาสาสมัคร “ยายรหัส” สืบทราบมาว่า เหล่านักศึกษาสตาฟฟ์ทีมงานทั้งหลายได้ลุยทำงานจิตอาสาตามพื้นที่ต่างๆ พร้อมเรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงาน กระทั่งฟอร์มทีมจัดตั้งเป็นศูนย์อาสาสมัคร มรภ.สุราษฎร์ธานี ที่ถือเป็นศูนย์อาสาสมัครแห่งแรกของ มรภ.เพื่อขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ

อยากรู้แล้วซิว่าทีมงานสตรองในศูนย์จะมีมุมมองการทำงานจิตอาสาอย่างไร ว่าแล้วก็ขอไปตั้งวงเม้าท์กันเลยดีกว่า

เริ่มที่เลขานุการศูนย์ฯ ที่ควบเก้าอี้นายกองค์การนักศึกษา มรภ.สุราษฎร์ธานีอีกตำแหน่ง ปิยวัชร อักษรสม “ปักเป้า” ปี 2 คณะครุศาสตร์ เปิดวงคุยว่า “ผมทำงานอาสาสมัครมาตั้งแต่เรียนปี 1 เมื่อได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการหอพักนักศึกษาและนายกองค์การนักศึกษา ก็ยิ่งมีโอกาสได้ขับเคลื่อนงานด้านนี้อย่างเต็มตัว ผมมองว่าคนที่ จะทำงานอาสาสมัครได้ต้องมี 2 สิ่งคือ ทำด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่ถูกบังคับ และทำโดยไม่หวังผลตอบแทน เพราะ งานอาสาสมัครไม่มีค่าตอบแทนเป็นมูลค่าแต่เป็นงานที่ตอบแทนด้วยคุณค่า ทั้งคุณค่าแก่ผู้อื่นและคุณค่าแก่ตัวเอง และปริญญาทำให้คนมีงานทำ กิจกรรมสอนให้คนทำงานเป็น ถือเป็นหลักที่ทำให้ผมรักที่จะทำกิจกรรมครับ”

ไปเจ๊าะแจ๊ะกันต่อกับ “กอล์ฟ” ภานุ สุภัทรนิยพงศ์ ปี 2 คณะครุศาสตร์ พ่วงด้วยเก้าอี้รองนายกองค์การนักศึกษา บอกว่า “ผมรักงานอาสาสมัครเพราะเป็นงานที่ทุกคนมาเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา ซึ่งวิธีคิดและวิธีทำงานของอาสาสมัครสามารถนำไปใช้ได้กับทุกอย่าง บ้านเมืองก็เช่นกัน ถ้าทุกคนคิดอย่างอาสาสมัครคือโฟกัสไปที่การแก้ปัญหา แทนที่จะโฟกัสไปที่การกล่าวโทษกันไปมา บ้านเมืองก็สงบสุขได้ สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากงานอาสาสมัครคือ มีเพื่อนและพี่น้องเพิ่มขึ้น ยิ่งทำก็ยิ่งมีเพื่อนมากมีเครือข่ายมาก เพื่อนและ
เครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับงานอาสาสมัคร เพราะทำให้เรารับรู้ข่าวสารเร็วขึ้น ทำงานได้เร็วขึ้น ช่วยคนได้มากขึ้น เหมือนมีหูตามือเท้าเพิ่มขึ้น และการได้ทำงานกับคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันกับเรามันคือความสุขในชีวิตอย่างหนึ่งครับ”

ด้าน ธีรการต์ ชนะมี “เจ๋ง” ปี 3 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เล่าว่า “ครั้งหนึ่งเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ มีผู้ประสบภัยเป็นพ่อแม่ลูก โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อบาดเจ็บสาหัส ผมได้ยินเสียงเด็กอ้อนวอนว่า “ช่วยพ่อหนูให้ได้นะ” ตอนนั้นผมรวบรวมสมาธิ นำประสบการณ์ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลที่มีมาใช้อย่างเต็มกำลัง กระทั่งสามารถนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาลได้สำเร็จ และต่อมาก็ได้ทราบข่าวดีว่าคนเจ็บพ้นขีดอันตราย เป็นสิ่งที่ ผมภาคภูมิใจ สุขใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น และได้ถือปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้อื่นมาอย่างต่อเนื่อง”

ส่วน “หนึ่ง” รัฐศาสตร์ แสงทอง ปี 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เสริมต่อทันทีว่า “กิจกรรมอาสาทำให้เราได้เรียนรู้ภาวะความเป็นผู้นำ การคิดอย่างมีระบบ และการทำงานอย่างมีแบบแผน สิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถนำมาใช้กับการเรียนได้ เพราะไม่ว่าชีวิต กิจกรรม การเรียน ก็ต้องการระบบแบบแผน อีกสิ่งสำคัญคือการรู้จักแบ่งเวลา รู้ว่าเวลาไหนต้องทำกิจกรรม เวลาไหนต้องอยู่กับการเรียน ถ้าทำได้อย่างนี้รับรองว่ากี่กิจกรรมก็ไม่ทำให้เรียนตกครับ”

ขณะที่ “เอ็ม” วันเฉลิม รัตนบุรี ปี 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สะท้อนว่า “งานอาสาสมัครเป็นเหมือนห้องเรียนประสบการณ์ที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้เรียนรู้โลกทัศน์ใหม่ๆ ตัวอย่างงานล่าสุดที่ผมประทับใจมาก คือ พวกเราไปสร้างห้องสมุดให้น้องๆที่โรงเรียนถิ่นทุรกันดารแห่งหนึ่งที่น้ำไฟยังเข้าไม่ถึง ถือเป็นงานด่วนเพราะเรามีเวลาน้อยมาก เราเริ่มจากการแบ่งคนเป็นฝ่าย แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบแล้วลงมือทำทันที ทำกันทั้งกลางวันกลางคืนจนงานเสร็จทันตามเวลา ผลงานออกมาดี น้องๆก็ชอบ ผมประทับใจตรงที่การทำงานเป็นทีมของเราในครั้งนั้นมันสวยงามและเป็นระบบมากครับ”

ปิดท้ายกับสาวมั่น “เกว” ณัฐสมากรณ์ พรหมอุบล ปี 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บอกว่า “เกวทำกิจกรรมมาตั้งแต่เรียนมัธยม และคิดว่างานอาสาสมัครสอนให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ มีวินัย ตรงต่อเวลา รู้จักคุณค่าการทำงานเป็นทีมและพลังของความสามัคคี แต่เหนืออื่นใดสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้เกิดจิตสำนึกในการทำเพื่อผู้อื่นและทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าทำเพื่อตัวเอง”

การบ่มเพาะความเป็น “ผู้ให้” ไม่สามารถหาซื้อได้ แต่อยู่ที่ “จิตใจ” ตัวเราเองที่สร้างขึ้น ซึ่ง “ยายรหัส” เชื่อมั่นว่า จะไม่เพียงส่งความสุขและรอยยิ้มให้แก่ “ผู้รับ”

แต่ยังสร้าง “คุณค่า” ความเป็นปัญญาชนอย่างสมบูรณ์แบบ.

ยายรหัส/รายงาน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement