อย่าทำตัวเป็นเจ้านาย เวลาอยู่กับแฟน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

อย่าทำตัวเป็นเจ้านาย เวลาอยู่กับแฟน

โดย เมอร์ลิน 13 มี.ค. 2559 05:01
330 ครั้ง


ในเมื่อผลสำรวจความสนใจของประชาชนที่มีต่อ การแสดงออกซึ่งความรัก พบว่า มีการดูดาราและนักร้องคนดังเป็นตัวอย่าง เนื่องจากเป็นบุคคลสาธารณะที่ใครๆก็อยากรู้อยากเห็นเรื่องราวของพวกเค้า

ดังนั้นจึงอยากนำ แนวคิดในการครองคู่ของมาร์ค วอห์ลเบิร์ก พระเอกกล้ามโตวัย 44 ปีจากภาพยนตร์คอมเมดี้ไลฟ์แอ็กชั่น เรื่อง เท็ด หมีไม่แอ๊บแสบได้อีก หนังกวนโอ๊ยที่ได้ใจวัยรุ่น ไปเป็นกะตั้ก (หนังออกจากโรงไปแล้ว) วันก่อนผู้สื่อข่าวได้ถามมาร์คถึงเคล็ดลับในการครองเรือนระหว่างเขากับ รีอา เดอร์แฮม ภรรยานางแบบสาวขายาว ซึ่งทั้งคู่แต่งงานกันมาตั้งแต่ปี 2009 และมีบุตรด้วยกัน 4 คน

มาร์คตอบสั้นๆง่ายๆว่า สำหรับเขาแล้ว สิ่งสำคัญของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกับภรรยาก็คือ “การใช้เวลาอย่างมีคุณภาพด้วยกันสิครับ” แถมยืนยันด้วยว่า “เอ้า ผมพูดจริงๆนะ เพราะสิ่งนี้แหละจึงทำให้พวกเราอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่น ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก” แล้วคิดดูนะ เมื่อสามีภรรยาคู่นี้ ฝ่ายหนึ่งเป็นนักแสดงหนุ่มหล่อ ส่วนอีกคนเป็นสาวสวย ย่อมต้องมีแฟนคลับมาติดพัน อยากเข้ามารู้จัก, อยากเข้ามาทักทาย หนำซ้ำแฟนคลับบางคนโหยหาอยากแทรกเข้ามาเป็นแฟนของมาร์คจะแย่ สมมติเค้ากวักมือเรียกสาวที่คลั่งไคล้มามีสัมพันธ์กันเพียงข้ามคืนยังได้เลย โธ่นักแสดงระดับนี้มีคนอยากเสนอตัวให้อยู่แร้น แต่ที่สำคัญคือ เขาไม่ทำไง

เขาไม่ทำในสิ่งที่เป็นการนอกใจภรรยา ทั้งๆที่มีโอกาส ส่วนฝ่ายภรรยาสาวสวยก็ไม่เปิดใจให้ชายอื่น พวกเค้าทั้งสองถึงรักกันมาอย่างยาวนาน ทุกวันนี้ทั้งสองแสดงความหวานเช่นจูงมือกัน หรือหอมแก้มกันให้ปาปารัซซี่ถ่ายภาพให้เห็นอยู่บ่อยๆ เล่าให้ฟัง จะได้ไม่เหมารวมว่า ความรักของดารามีแต่รักๆเลิกๆ

แต่คู่ที่รักจริงและคบกันมานานก็มี ดังนั้นลองมองตัวอย่างที่ดีไว้เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตแล้วกัน ส่วนตัวอย่างที่บางคู่อยู่กันไม่ยืด ก็อย่าไปโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะความรักเป็นเรื่องของคู่ใครคู่เค้า เราไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดของสาเหตุที่เลิกรักและเลิกคบก็อย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์ไปก่อน เดี๋ยวขืนพูดผิดแล้วจะหน้าแตก แถมอีกหน่อยจะคอมเมนต์อะไรแล้วจะไม่ได้รับความเชื่อถืออีก ฝากไว้ด้วยนะฮ้า

อย่างที่เคยบอกกันไว้ตลอดว่า การมีชีวิตคู่อยู่กับใครสักคนนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเอาซะเลย จะบิดขี้เกียจ, จะตด, จะเรอ ในยาม ที่ธรรมชาติบอกให้มนุษย์ปลดปล่อยออกมา เพราะอั้นไม่ไหว คุณอาจจะอายแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ทำไงได้ล่ะ เมื่ออยู่ด้วยกันก็ต้องเจอทั้งสภาพที่ดีและไม่ดีงามของทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ

ถ้าบุคคลทั้งสองนั้นรักกัน ต่างคนจึงควรมองข้ามความไม่โสภาสถาพรของอีกฝ่ายไปซะ แล้วเชื่อเลยว่าคู่รักคู่ไหนที่ทำเช่นนี้ได้ จะสามารถครองคู่อยู่ด้วยกันไปได้นานแน่ๆ อย่างน้อยก็ไม่จากกันเร็วนัก

นอกจากนี้ อยากแนะนำให้ต่างฝ่ายต่าง ทำให้ “คนรัก” ของ คุณมีความสุขด้วย เพราะการอยู่ด้วยกันอย่างมีคุณภาพ อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกนั้นคือ การอยู่ด้วยแล้วมีความสุขนั่นเอง

หากคนสองคนอยู่ด้วยกันแต่ไร้ความสุขแล้วจะทนอยู่กันต่อไปทำไมเนอะ ว่าแล้ว วิธีทำให้คนที่เรารักมีความสุขก็ไม่ง่าย แต่ไม่ถึงกับยากเกินไป อย่าเพิ่งวอรี่

พูดถึงว่า ทำอย่างไรให้ “คนที่เรารัก” มีความสุขน่ะเหรอ? ไม่ว่าจะทำให้เค้ามีความสุขมากหรือมีความสุขน้อยหน่อย ล้วนเป็นสิ่งดีและทำได้ดังนี้ เช่น 1. อย่าทำตัวเป็นเจ้านายของแฟนละกัน

เคยเห็นไหมจ๊ะ คนที่ทำตัวเป็นหัวหน้าของแฟนน่ะ เอ๊ะ ทำไมผู้เขียนเห็นบ่อยจัง อาทิ ฝ่ายชายสั่งให้แฟนสาวอย่ามาหาเค้าในที่ทำงาน ถ้าอยากเจอก็ให้กลับไปเจอกันที่บ้าน หรือนัดไปเจอกันที่อื่น อย่างตามร้านอาหาร, ร้านกาแฟหรือร้านขนมนมเนยก็ว่ากันไป แต่ที่ทำงานน่ะอย่ามา (นี่แน่ะช่วยเสี้ยมให้ซะเลย 55)!

แต่อย่าไปต่อว่าเค้าเลย ถ้าเค้าบอกไม่ให้ไปหาก็อย่าไป เพราะจะไปทำไมเนอะเนื่องจากฝ่ายหญิงก็มีงานทำ ไม่ได้ว่างให้ต้องตามไปออเซาะหรือตามตื๊อให้เค้าซื้ออะไรให้ซะหน่อย

ซึ่งการสั่งเอาไว้แบบนี้ ดูไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ สู้คุยกันแบบขอความร่วมมือดีกว่า

2.อย่าแกล้งลองใจแฟนด้วยการทำให้เค้าหึง.....เด็ดขาด

ทำไมต้องแกล้งลองใจแฟนให้หึงแล้วเล่า? อยากทดสอบรึว่า เค้ารักคุณจริงไหม...ด้วยการทำให้หึงเนี่ยนะ? เป็นวิธีที่ไม่เห็นด้วยและคิดแบบเด็กๆเกินไป หากอยากรู้ว่า เค้ายังรัก ยังหลงคุณอยู่ไหม? น่าจะถามกันตรงๆดีกว่านะอย่าใช้วิธีหวาดเสียวด้วยการทำให้เกิดความเข้าใจผิดขอร้อง ไม่งั้นความอิ๋บอ๋ายจะตามมาได้นา

3.อย่าไปทำให้แฟนหมดความไว้วางใจที่มีต่อคุณเชียว

เช่น ถ้าแฟนเคยเล่าเรื่องที่เค้าไม่เคยบอกใครมาก่อนให้คุณฟัง สมมติเค้าเคยนั่งหลับจนตกเก้าอี้บนรถเมล์ เรื่องนี้อาจทำให้คุณหัวเราะแต่คุณก็ควรเก็บเรื่องนี้ไว้ ไม่ปากโป้งไปบอกคนอื่นเช่นกัน ไม่ใช่เอาเรื่องที่เค้ารู้สึกอับอายไปเล่าต่อให้เพื่อนหรือญาติฟัง ตรงข้าม คุณควรสร้างความมั่นใจให้เค้า ไม่ใช่ไปทับถมซ้ำเติม.

เมอร์ลิน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement