หลายจังหวัดแล้งหนัก หน่วยงานรัฐเร่งช่วย ปชช. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

หลายจังหวัดแล้งหนัก หน่วยงานรัฐเร่งช่วย ปชช.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2559 14:26
1,721 ครั้ง


หลายจังหวัดทั่วไทย ประสบภัยแล้งหนัก น้ำในแม่น้ำรวมถึงสระที่ขุดไว้เหือดแห้ง ไม่พอต่อการเกษตร ทำให้พืชผลทางการเกษตรเน่าตาย รวมถึงปลาในบ่อ ด้าน นายอำเภอละงู เตรียมยื่นหนังสือถึง นอภ. ประกาศพื้นที่พิบัติภัยแล้ง...

บึงกะโล่ น้ำเริ่มแห้ง ทำให้ชาวบ้านหลายร้อยคนไปทอดแหหาปลาประทังชีวิต

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “บึงทุ่งกะโล่” ตั้งอยู่ที่ ตำบลป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด แม้ว่าบึงทุ่งกะโล่จะถือว่าอยู่ในตำบลป่าเซ่า แต่จริงๆ แล้ว กินพื้นที่ถึง 2 ตำบล คือ ป่าเซ่าและคุ้งตะเภาทางเข้า ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีเนื้อที่ประมาณ 7,000 ไร่ ตอนนี้น้ำแห้งขอด แม้แต่คลองพระเทพฯ ที่ขุดไว้ล้อมรอบบึงก็แห้งลง เพราะชาวนาต่างเร่งสูบน้ำไปทำนาและปลูกหอมแดงกันหมด

จังหวัดอุตรดิตถ์

ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลประกาศงดให้ปลูกข้าวนาปรัง ชาวนาจึงได้สูบน้ำในบึงกะโล่แห่งนี้มาใช้แทน และทางด้านประตูระบายน้ำที่ออกคลองจระเข้น้ำได้เริ่มแห้งลง จนทำให้ชาวบ้านในเขตรอบนอก ต่างได้นำอุปกรณ์หาปลาลงไปในบึงเพื่อลงหว่านแหในบึงน้ำสาธารณประโยชน์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นบึงที่มีความสมบูรณ์ มีปลาอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้มีปลาชุกชุม ซึ่งปลาส่วนใหญ่ที่ได้จะเป็นปลาช่อน ปลาฉลาด ปลาหมอ และปลาตะเพียน เป็นปลาที่นำมารับประทานประทังชีวิตในช่วงฤดูแล้งนี้อย่างดี

อ่างทองแล้งหนัก! สันดอนโผล่กลางเจ้าพระยา เหล็กชะลอน้ำโผล่

แม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่อำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง ไปจนถึงอำเภอป่าโมก มีระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร ปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ของตำบลไชยภูมิ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง มองเห็นสันดอนทรายกลางแม่น้ำเจ้าพระยา โผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจน ส่วนเหล็กที่ใช้ชะลอความเร็วของน้ำบริเวณกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มโผล่ให้เห็นจากน้ำมากกว่า 1 เมตร

จังหวัดอ่างทอง

ด้านเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังบางรายเริ่มขยับนำกระชังปลาที่เลี้ยงอยู่ริมตลิ่ง ร่นแพปลาออกสู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะเกรงว่าปลากระชังที่เลี้ยงไว้เกิดผลกระทบทำให้ได้รับความเสียหายจากน้ำที่เริ่มตื้นเขินและแสงแดดที่แรงในช่วงกลางวัน โดยสถานีโทรมาตร C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ที่ 0.73 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 เมตร ไหลผ่านอยู่ที่ 75 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตน้ำประปาของจังหวัดอ่างทอง ส่วการเกษตร ทางชลประทานยืนยันว่า ไม่มีน้ำให้เพียงพออย่างแน่นอน ใช้ได้เพียงอุปโภคและบริโภคเท่านั้น

ปภ.โคราชเผย ผู้ว่าฯ ประสานให้เร่งเจาะบ่อบาดาลทั้งจังหวัด

นายสุเทพ รื่นถวิล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 32 อำเภอว่า ทางจังหวัดนครราชสีมาได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้งแล้วทั้งสิ้น 10 อำเภอ ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 62 ตำบล 659 หมู่บ้าน รวมกว่า 57,000 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายกว่า 460,000 ไร่ โดยมีการดำเนินการในการจัดทำฝาย “ชาวโคราชร่วมใจสู้ภัยแล้ง” ในพื้นที่ 31 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 170 แห่ง ส่วนการสูบน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ เข้าแหล่งกักเก็บที่ไว้ใช้ในการผลิตน้ำประปาและการอุปโภคบริโภคกว่า 37 ล้านลูกบาศก์เมตร

การแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้กับหมู่บ้านในพื้นที่ 7 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอคง โนนไทย ขามสะแกแสง วังน้ำเขียว ด่านขุนทด พระทองคำ และอำเภอสูงเนิน รวม 18 ตำบล 40 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แหล่งน้ำผิวดินนั้นได้แห้งขอดจนไม่สามารถนำมาผลิตเป็นน้ำประปาได้ ทำให้ต้องมีการนำรถบรรทุกน้ำอุปโภคบริโภคออกแจกจ่ายประชาชนไปแล้วกว่า 45 ล้านลิตร อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดฯ ยังได้มีการจัดสรรงบยุทธศาสตร์จังหวัดในการดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาล จำนวนทั้งสิ้น 80 บ่อ ในพื้นที่ ทั้ง 32 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งคาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนเมษายนก็จะสามารถนำน้ำจากบ่อบาดาลนำไปผลิตเป็นน้ำประปาของหมู่บ้านได้

จังหวัดนครราชสีมา

"ทั้งนี้ ทาง ปภ. มีการประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกองทัพภาคที่ 2 และ ปภ.เขต 5 ในการจัดเตรียมรถบรรทุกน้ำอุปโภคบริโภคแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ที่มีความต้องการ ส่วนกรณีที่มีข่าวของการประปาส่วนภูมิภาคที่มีความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำประปานั้น นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการลงพื้นที่แก้ไขปัญหาดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยการเร่งสูบน้ำจากแหล่งน้ำอื่นๆ เข้ากักเก็บในแหล่งกักเก็บน้ำไว้ให้เพียงพอ ซึ่งคาดว่าสิ้นเดือนกรกฎาคมปริมาณน้ำที่จะนำมาผลิตเป็นน้ำประปานั้นมีเพียงพออย่างแน่นอน" นายสุเทพ กล่าว

สตูลเตรียมประกาศภัยพิบัติภัยแล้ง โดยเฉพาะ อ.ละงู

นายศิลปะชัย เรือนสูง นายอำเภอละงู และนายนันทวัฒน์ เกตุรักษ์ เกษตรอำเภอละงู พร้อมเจ้าหน้าที่ลงสำรวจพื้นที่ ต.แหลมสน อ.ละงู เนื่องจากชาวบ้านที่ปลูกแตงโมและแตงไทย ทั้งหมด 5 หมู่บ้าน คือหมู่ที่ 1-5 เนื้อที่เพาะปลูกจำนวน 1170 ไร่ เริ่มได้รับผลกระทบเพราะขาดแคลนน้ำ แม้จะมีการขุดบ่อแต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะน้ำซึมออกมาไม่ทัน เป็นเหตุให้ต้นที่ปลูกไว้เหี่ยวเฉา ประกอบกับปีนี้อากาศร้อนจัดกว่าทุกปี ทำให้พื้นดินไม่สามารถเก็บความชื้นได้

จังหวัดสตูล

ทั้งนี้ นายวิเชียร กรุณกิจ อายุ 55 ปี ชาว อ.ละงู เจ้าของสวนผลไม้ซึ่งปลูกทุเรียน ลองกอง มังคุด และเลี้ยงปลาดุก 3 บ่อ ในเนื้อที่ 29 ไร่ พบว่าน้ำในสระน้ำใหญ่ที่ขุดลึกประมาณ 8 เมตร มีอยู่ 2 สระ เพื่อใช้น้ำไปหล่อเลี้ยงต้นไม้ผลได้เหือดแห้งเกือบหมด ต้นไม้ผลที่ปลูกเริ่มเหี่ยวเฉาเพราะขาดน้ำ และบางต้นได้ยืนต้นตาย ส่วนปลาดุกที่เลี้ยงในบ่อจำนวน 3 บ่อ ประมาณ 10,000 ตัว น้ำแห้งเกือบหมดบ่อ นับว่า ปีนี้แล้งที่สุดในรอบ 18 ปี

ด้าน นายศิลปะชัย กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ อ.ละงู เกิดฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 80 วันแล้ว ทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติ และบ่อน้ำตื้นทำการเกษตรแห้งขอด ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด ไม่มีความชื้นในอากาศทำให้พืชผลและไม้ผลไม้ยืนต้นเริ่มประสบภัยและแห้งตายบางส่วน เกษตรกรประสบภัยแล้งแล้วรวมทั้งสิ้น 4050 ราย ตนเองได้รวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ขอประกาศเป็นเขตภัยพิบัติภัยแล้งต่อไป

ชลประทาน อุบลฯ เตรียมสร้างสถานีสูบน้ำจากลำน้ำมูล

นายสุชาติ หาญชนะชัยกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ และจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ) สำนักชลประทานที่ 7 เผยว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดอุบลราชธานี ขณะนี้ยังอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง โดยมีปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ในเขื่อนสิรินธร มีปริมาณถึง 60% หรือ 343.24 ล้าน ลบ.ม. ถึงแม้ในปีที่ผ่านมาปริมาณน้ำฝนจะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยก็ตาม ขณะที่เขื่อนปากมูลมีการปิดประตูระบายน้ำเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำและรักษาระดับน้ำไม่ให้ต่ำกว่า 106.5 ม.รทก. พร้อมกันนี้ทางชลประทานมีการวางแผนระยะยาวในการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขนาดเล็ก (โครงการชลประทานปากมูล) จำนวน 61 สถานี เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2546 ปัจจุบันเหลือเพียงสถานีสูบน้ำบ้านแพ อ.สว่างวีระวงศ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2559 โดยสถานีสูบน้ำเหล่าน้ีทำให้เกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกในพื้นที่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำมูล ในรัศมีไม่เกิน 3 กิโลเมตร สามารถนำน้ำไปใช้ในการเกษตรได้กว่า 97,000 ไร่

จังหวัดอุบลราชธานี

นอกจากนี้ สำนักงานชลประทานที่ 7 ยังมีแผนการพัฒนาก่อสร้างสถานีสูบน้ำขนาดกลาง ในปีงบประมาณ 2560 อีก 23 สถานี เพื่อสูบน้ำในแม่น้ำมูลมาให้เกษตรกรที่อยู่ห่างออกไปจากลำน้ำมูล 10-30 กิโลเมตร ได้มีน้ำใช้ทำการเกษตร หากแล้วเสร็จจะสามารถนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรได้อีกกว่า 7 แสนไร่ เนื่องจากปัจจุบันเรายังใช้ประโยชน์จากน้ำในแม่น้ำมูลยังไม่เต็มที่ ปล่อยทิ้งไปกว่า 30,000 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี คาดว่าหากสร้างแล้วเสร็จเกษตรกรจะสามารถทำการเกษตรในหน้าแล้งได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

สำหรับปัจจุบันมีเกษตรกรที่ใช้น้ำจากโครงการโดมน้อย เขื่อนสิรินธร ในการปลูกข้าวในฤดูแล้งมีพื้นที่ 1.2 แสนไร่ และปลูกพืชฤดูแล้ง อีก 976 ไร่ โดยน้ำที่ชลประทานกักเก็บไว้ในขณะนี้จะสามารถปล่อยให้ประชาชนได้ใช้อุปโภคได้จนสิ้นสุดหน้าแล้งนี้อย่างแน่นอน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    25.0%
  • ให้กำลังใจ
    75.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement