ประกาศิตประวิตร ลากตั้งส.ว.คุมเปลี่ยนผ่าน ส่งใบสั่งมีชัยไม่เอาต้องแจง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ประกาศิตประวิตร ลากตั้งส.ว.คุมเปลี่ยนผ่าน ส่งใบสั่งมีชัยไม่เอาต้องแจง

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 มี.ค. 2559 06:01
4,430 ครั้ง


“บิ๊กป้อม” จ่อถก คสช.ทำหนังสือลายลักษณ์ อักษร พร้อมข้อดี-ข้อเสียดัน ส.ว.แต่งตั้งคุมเปลี่ยนผ่าน 5 ปีส่งใส่มือ “มีชัย” ออกปากถ้า กรธ.คิดดีกับผมก็ทำไป แต่ถ้า ปธ.กรธ.ไม่เอาด้วยต้องมีเหตุผลชี้แจง โต้ คสช.ไม่ได้ยกโขยงนั่ง ส.ว. ต้องผ่านคณะกรรมการคัดสรร ด้าน “ซือแป๋มีชัย” ตั้งการ์ดรอระบุเรื่องใหญ่ต้องได้เห็นลายลักษณ์อักษร ลั่นทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็คือไม่ได้ “ประวิตร” เมิน “ทักษิณ” วิจารณ์เละร่าง รธน. เชื่อไร้ผลดิสเครดิต คสช.-รัฐบาล โฆษก คสช.ตอก “แม้ว” เห็นแก่ตัว พูดจาบิดเบือนทำร้ายบ้านเมือง พท.แห่ป้องนายใหญ่ สวน “ดอน” หมาเห่าเครื่องบิน “วัชระ” รู้ทัน “ทักษิณ” ดิ้นขอเจรจา คสช. ยุรัฐบาลฟัน “โอ๊ค” เอี่ยวคดีแบงก์กรุงไทย “ประวิตร” ไม่ห่วง “พะจุณณ์” งัดข้อ ตร. บอกคนกันเองอาจคุยกันได้ “บิ๊กตู่” เผยเคลียร์พี่ใหญ่แล้วดับปมขัดแย้ง คสช.ยก “ป๋าเปรม-บิ๊กป้อม” เป็นผู้ใหญ่ต่างทำเพื่อชาติ ทะเลาะกันไม่ได้

จากกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวบรรยายบนเวทีสถาบันนโยบายโลก ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาและให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างประเทศ โจมตีเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะทำให้ประเทศชาติถอยหลัง ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุว่ามีบางอย่างไม่ควรพูด แต่ไม่สามารถดิสเครดิตรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้

“บิ๊กป้อม” เมิน “ทักษิณ” วิจารณ์ร่าง รธน.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มี.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนายทักษิณ รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำงานของเราไปให้ดีที่สุด ไม่ต้องห่วง เพราะนายทักษิณไม่ได้เข้ามาอยู่ในนี้ นายทักษิณมีสิทธิ์จะพูด แต่บางอย่างก็ไม่ควรพูด อยากให้สังคมช่วยกันดู เชื่อว่าการออกมาวิพากษ์วิจารณ์จะไม่ส่งผลทำให้งานของรัฐบาลและ คสช.สะดุด พวกเราตั้งใจทำงานและประชาชนส่วนใหญ่พอใจ เพราะเราทำให้กับคนยากจน ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.รู้สึกเหนื่อย ส่วนตนยอมรับว่าแย่เหมือนกัน เมื่อถามว่านายทักษิณวิจารณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญให้อำนาจกับฝ่ายตุลาการมากเกินไป พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นความคิดของนายทักษิณ ควรจะรู้ว่าในขณะนี้บ้านเมืองเราต้องแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมามีความขัดแย้ง ต้องดูว่าจะทำอย่างไร ที่ผู้ที่มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้รอดพ้น เพื่อเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่มาติดอยู่จนไปไม่ได้ ตนมองว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องมองเห็นว่าสิ่งใดควรจะมี เพราะต้องมีกุญแจเพื่อไขให้เดินหน้าต่อไปได้

คุยดิสเครดิตรัฐบาล คสช.ไม่ได้ผล

เมื่อถามถึงกรณีที่นายทักษิณออกมาพูดว่าอาจจะมีมวลชนออกมาเคลื่อนไหวเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คิดว่าไม่น่าจะออกมา เพราะทุกอย่างมีขั้นตอนดำเนินการ หากไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญไม่ต้องออกมาเคลื่อนไหว เพียงแค่ไปลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นก็จบ ไม่ต้องออกมาทำให้เกิดความวุ่นวาย เมื่อถามว่าได้สื่อสารไปถึงนายทักษิณหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ได้สื่อสาร เพราะไม่รู้จะสื่อสารทางไหน เมื่อถามอีกว่าการออกมาพูดของนายทักษิณถือเป็นการเปิดหน้าเจรจากับรัฐบาลและ คสช. หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คงไม่ใช่ ตนไม่ทราบและให้เหตุผลไม่ได้ ส่วนจะเป็นการดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ เชื่อว่ารัฐบาลมีเครดิตดีอยู่แล้ว เพราะทั่วโลกให้การยอมรับ

ทุบโต๊ะ กรธ.เปิดทาง ส.ว.ลากตั้ง

พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่มาของ ส.ว. ให้ กรธ.ดำเนินการไป ตนคิดว่าต้องทำเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านในช่วง 5 ปีต่อไป ทั้งในส่วนของ ส.ส. เลือกตั้งและ ส.ว.จากการแต่งตั้ง เพื่อเปลี่ยนผ่านตรงนี้ให้ได้ และต่อไปในอนาคต เมื่อทำยุทธศาสตร์ชาติ 5 ปีผ่านไปแล้ว เริ่มต้นการปฏิรูปทุกอย่างจะเดินไป และการเลือกตั้งจะอยู่ในกรอบ

“เป็นความตั้งใจดีของผมอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงาน เพราะที่ผ่านมาทะเลาะกันมาเยอะ อยากให้พอกันได้แล้ว ส่วน กรธ.จะดำเนินการอย่างไรเป็นหน้าที่เขา ถ้าเขาคิดดีกับผม เขาก็ทำไป แต่มองว่า กรธ.อยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้าเช่นกัน ส่วนจะเหมือนผมหรือไม่นั้นไม่ทราบ สำหรับกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่ให้ คสช.ไปนั่งเก้าอี้ ส.ว.ไม่เป็นอะไร ไม่ได้ไปกันทั้งหมด แล้วแต่คณะกรรมการคัดสรรที่จะได้มา หรือเขาอาจจะไม่เอาเลยก็ได้ ส่วนผมและนายกรัฐมนตรีจะรับนั่งเป็น ส.ว.หรือไม่นั้น ผมยังไม่รู้เลยว่าเขาจะให้เป็นหรือไม่ ผมเลือกตัวเองไม่ได้ เพราะมีคณะกรรมการคัดสรรอยู่” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ดักคอ “มีชัย” ไม่เอาด้วยต้องให้เหตุผล

เมื่อถามว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ระบุว่า อยากให้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรกรณีเสนอเรื่องที่มาของ ส.ว. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องทำเป็นหนังสือแน่นอน ถ้า คสช.เห็นด้วย ในหนังสือจะแสดงเหตุผลข้อดีและข้อเสีย ถ้านายมีชัยไม่เอา ต้องให้เหตุผลว่าเพราะเหตุใดจึงไม่เอา แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้มีธง ผู้สื่อข่าวถามว่าเหลืออีก 2 สัปดาห์ที่ กรธ.จะทำข้อสรุปร่างรัฐธรรมนูญ คสช.ห่วงอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ห่วง ในเมื่อนายกฯตั้ง กรธ.แล้วต้องมั่นใจว่า กรธ.ทั้ง 21 คนมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และคงจะมีการหารือกันเพื่อทำให้ดีที่สุด คงไม่มีใครจะทำร่างรัฐธรรมนูญไม่ดี

“มีชัย” ยังรอเรื่องใหญ่ต้องเห็นหนังสือ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในหมวดองค์กรอิสระและหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่น นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมถึงข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้มี ส.ว.สรรหาช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นข้อเสนออย่างเป็นทางการที่ต้องเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจะได้พิจารณาว่า กรธ.ทำได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนการเสนอผ่านสื่อ กรธ.จะไม่หยิบมาพิจารณา เพราะเป็นแค่ความเห็นที่นำไปอ้างอิงไม่ได้ แตกต่างกับการเสนอความเห็นผ่านเฟซบุ๊กของหลายกลุ่มที่ผ่านมา ที่ถือเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่ใช่เรื่องที่มีผลกระทบกับใคร แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่จะต้องเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนเท่านั้น

ลั่นทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็คือไม่ได้

เมื่อถามว่า กรธ.จะไปพูดคุยเรื่องดังกล่าวกับ คสช. และรัฐบาลหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยตกลงกันแล้วว่า ถ้ามีอะไรให้ส่งเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าไม่ส่งก็ไม่รู้จะคุยอะไร เหมือนกับว่าถ้ามีคนลือว่าคนนั้นสวย เราจะบอกว่าสวยหรือไม่สวยคงไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นเอง และถ้าพิจารณาแล้วทำได้ก็ทำ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็คือไม่ได้ ต้องยึดผลประโยชน์บ้านเมืองเป็นสำคัญ กรธ.มีเวลาน้อยไม่ใช่ทำแล้วทำอีกได้ ทั้งนี้ บทเฉพาะกาลที่เขียนไว้เป็นบทปกติที่ต้องมีอยู่แล้ว ไม่ได้เขียนเปลี่ยนผ่านอะไรมากมาย อย่างไรก็ตาม คาดว่าในสัปดาห์หน้า คสช.จะส่งข้อเสนออย่างเป็นทางการมาให้ กรธ. ถ้าเห็นแล้วทำไม่ได้ค่อยไปคุยกัน

ถ้าเพื่อประโยชน์บ้านเมืองจะเขียนให้

เมื่อถามว่า การพูดกรณีดังกล่าวผ่านสื่ออย่างต่อเนื่องเป็นการกดดัน กรธ.หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ไม่กดดัน เพราะเหมือนกับตอนที่เอ็นจีโอออกมาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก กรธ.จะพิจารณาว่าอะไรเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง จะเขียนให้ เรายึดประโยชน์ประเทศเป็นสำคัญ โดยไม่ได้คิดว่าเป็นใครเสนอ ถ้าทุกคนบอกเหตุผลมา เราฟังก่อน ส่วนข้อวิจารณ์ว่าจะเป็นการเขียนเพื่อสืบทอดอำนาจ ยืนยันว่ากรธ.ทำตามปกติ อะไรที่พิเศษต้องรอว่ามีเหตุผลอะไร ถ้าประชาชนไม่ไว้ใจ เราต้องอธิบายให้เขาฟัง

“บิ๊กตู่” ย้ำคืนอำนาจตามโรดแม็ป

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโมฮัมหมัด จาหวัด ซารีฟ รมว.ต่างประเทศ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เข้าพบและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือเอเชีย (เอซีดี : ACD) ครั้งที่ 14 ที่ไทยเป็น เจ้าภาพ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับ รมว.ต่างประเทศอิหร่านตอนหนึ่งว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการความร่วมมือกับอิหร่านในทุกด้าน เพื่อปูพื้นฐานความสัมพันธ์สู่อนาคต ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยที่จะกระชับความสัมพันธ์ในสาขาที่ทั้งไทย-อิหร่านมีศักยภาพและความสนใจร่วมกัน ให้ดำเนินการได้ทันทีให้เกิดขึ้นภายในปีนี้ และวางแผนความร่วมมืออนาคตในระยะกลางและระยะยาว โดยรัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาเพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ประเทศไทย ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจทางการเมือง และจะคืนอำนาจให้ประชาชนตามโรดแม็ปที่ได้วางไว้ในปี 2560

โฆษก คสช.จวก “ทักษิณ” เห็นแก่ตัว

พ.อ.ปิยะพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญว่า ทำไมต้องไปให้ความสำคัญนายทักษิณโดยสถานะแล้วเป็นนักโทษหนีคดีไม่ยอมรับกฎหมายไทย พูดมองแต่ตัวเองและตระกูล ไม่ได้มองประเทศและประชาชน ทำร้ายบ้านเมืองด้วยการให้ข้อมูลที่บิดเบือนกับต่างชาติ สิ่งที่นายทักษิณต้องการคืออยากกลับเข้าประเทศแต่ต้องไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย อยากให้ประชาชนเคารพแต่ไม่เคารพประชาชน เชื่อว่า กรธ.ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน จะร่างกติกานำพาประเทศไปสู่ความสงบสุขมั่นคงยั่งยืน รักษาประชาธิปไตย และจะระงับยับยั้งปัญหาในอดีตไม่ให้เกิดขึ้นอีก ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใหม่ในอนาคต

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวโจมตีรัฐบาลและ คสช.ว่า ยังไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ เห็นตามที่ออกมาจากสื่อว่ามีผู้เชิญไปอภิปราย แต่มีคนที่คัดค้าน เป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบจะติดตามดูว่าเนื้อหาที่พูดก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และภาพรวมของประเทศหรือไม่ ทุกคนปรารถนาดีอยากให้รอดูผลก่อน

ชี้ รมว.กต.ไม่จงใจกระทบใคร

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวระหว่างการแถลงผลการประชุมระดับรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือเอเชีย (เอซีดี:ACD) เกี่ยวกับการบรรยาย ของนายทักษิณ ชินวัตร ที่นครนิวยอร์กว่า กรณีที่ รมว. การต่างประเทศ พูดว่าหมากัดคนไม่เป็นข่าว แต่คน กัดหมาเป็นข่าวก็มีเจตนาเพียงแต่จะพูดถึงหลักการทั่วไปของสิ่งที่เป็นข่าว ไม่ได้เจาะจงถึงกรณีใดเป็นการเฉพาะหรือเจตนาจะพูดจากระทบกระเทียบไปถึงใครทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องการจะให้ความเข้าใจว่าควรนำเรื่องดีๆ อย่างผลสำเร็จของการประชุมเอซีดีเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบมากกว่าเท่านั้น

พท.ป้องเป็นสิทธินายใหญ่จ้อข้ามโลก

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เมื่อทักษิณถูกเชิญไปพูด” ว่าเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายที่แสดงออกมาเมื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯถูกเชิญให้ไปพูดที่ WPI แล้ว อดเป็นห่วงปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นไม่ได้ เรากำลังเป็นสังคมที่ขาดสติ แต่ที่น่ากลัวคือรัฐบาลกลับร่วมกับอีกฝ่ายทำให้ความขัดแย้งบานปลายมากขึ้น สิทธิการพูดหรือการแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิพื้นฐาน ยิ่งเมื่อนายทักษิณถูกเชิญให้ไปแสดงวิสัยทัศน์ในนามส่วนตัว จึงเป็นสิทธิที่ใครก้าวล่วงไม่ได้ หากสิ่งที่พูดออกมาไม่ถูกต้อง ผลเสียย่อมตกแก่ผู้พูดเอง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน รัฐบาลหรือผู้มีส่วนได้เสียยังมีสิทธิจะชี้แจงได้ จึงไม่ควรกลัวความจริง เพราะหากทำดีมีผลงานแล้วไม่ว่าใครจะพูดจาอย่างไรย่อมจะโยกคลอนศรัทธาของประชาชนไม่ได้

ซัด “ดอน” สุมไฟเพิ่มความขัดแย้ง

นายวัฒนาระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือการลดความขัดแย้งด้วยการทำตัวเป็นกลาง แต่การที่ รมว.ต่างประเทศแสดงความเห็นสนับสนุนฝ่ายที่คัดค้านนายทักษิณ คือการที่รัฐบาลกำลังเลือกข้างทำให้ความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็คงเป็นทางเดียวที่จะทำให้รัฐบาลและพรรคพวกที่สนับสนุนมีอำนาจ เพราะเมื่อใดก็ตามที่คนไทยรักใคร่ปรองดองต่อกัน คนพวกนี้จะไม่มีที่ยืนในสังคม จึงพยายามสุมไฟความขัดแย้งให้เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยไม่เคยเห็นหัวประชาชน ไม่เคยออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิของคนส่วนใหญ่ แต่จะวางเฉยหรือสะใจเมื่อเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน สนับสนุนการยึดอำนาจและควบคุมไว้ให้นานที่สุด โดยมีข้ออ้างคือคนไทยยังทะเลาะกันทั้งที่พวกคนเหล่านั้นเป็นฝ่ายก่อและขยายผล คนเหล่านี้คือพ่อค้าอาวุธที่ได้ดิบได้ดีเพราะการที่คนไทยทะเลาะกัน แล้วทำไมคนไทยยังยอมให้คนเหล่านี้มีที่ยืนในสังคมอีก

“อนุสรณ์” สวนหมาเห่าเครื่องบิน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ระบุสื่อไม่ควรลงข่าวเรื่องหมากัดคนว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ไร้ตรรกะและเหตุผล สับสนในตัวเอง ไม่รู้ว่าต้องการอะไรจากสังคม ถ้าไม่ฟังด้วยอคติหรือจิตใจมืดบอด จะเห็นว่านายทักษิณพูดอย่างสร้างสรรค์เรื่องเศรษฐกิจโลกศตวรรษที่ 21 ไม่มีการโจมตีใคร นายดอนเดือดร้อนอะไร กลัวว่าจะถูกปรับออกจากรัฐมนตรีหรือหวังปั่นโปรไฟล์ไว้รับตำแหน่ง ส.ว.สรรหา 5 ปี ปกติไม่ค่อยเห็น รมว.ต่างประเทศคนไหนแสดงอาการขัดกับมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมนักการทูต ที่ควรจะสร้างมิตรมากกว่าศัตรู ไม่ต้องตอบโต้ทางการเมืองทุกเรื่อง คงไม่มีใครอยากเห็นสุนัขเห่าทุกครั้งที่เห็นเครื่องบินบินผ่าน อันนี้ไม่ได้ว่าใครเป็นหมา ใครเป็นเครื่องบิน

จวกพูดจาไร้มาตรฐานนักการทูต

ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่าสิ่งที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯพูดที่สถาบันนโยบายโลกที่นิวยอร์ก เป็นวิสัยทัศน์ระดับโลกที่เสนอทางออกและชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างไทยและโลกผ่านความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ พูดอย่างสร้างสรรค์และไม่ได้โจมตีใครเลย ที่มีคนบิดเบือนว่านายทักษิณไปพูดโจมตีประเทศจึงไม่เป็นความจริง และการที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศพูดว่าสื่อไม่ควรลงข่าวเรื่องหมากัดคน เป็นการเปรียบเปรยที่นอกบริบทไปมากและภาษาเช่นนี้นักการทูตที่มีมาตรฐานไม่ค่อยใช้กัน สะท้อนสภาวะจิตใจของคนพูดได้ดี นายดอนควรเอาเวลาไปช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาการส่งออกตกต่ำอย่างต่อเนื่อง การลงทุนจากต่างประเทศลดลง 78 เปอร์เซ็นต์ การเจรจาการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปหยุดชะงัก เพื่อช่วยผู้ส่งออกไทยดีกว่า จะวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองบนพื้นฐานข้อมูลคลาดเคลื่อน ไม่ขอตอบโต้ พ่อแม่สอนว่าสำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล

ปูดทหารลงพื้นที่กล่อมรับร่าง รธน.

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เสนอให้มี ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีว่า รับไม่ได้ ถ้ามีก็คงสรรหาแต่พรรคพวกตัวเองไปนั่งเป็น ส.ว.เพราะมีการระบุมาแล้วว่า คสช.หรือ สนช.ก็เป็น ส.ว.ได้ สุดท้ายคนกลุ่มเดิมที่เป็นพวกไม่อยากลงเลือกตั้งแต่อยากนั่งในสภาฯ ยกคณะไปนั่งควบคุมประเทศ ทราบว่าขณะนี้รัฐบาลส่งทหารลงไปตามหมู่บ้านในพื้นที่ภาคอีสานเพื่อบอกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านให้รับร่างรัฐธรรมนูญ หากไม่รับจะมีการเลือกตั้งช้าหรือไม่มีการเลือกตั้ง ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จ เหตุใดจึงบอกชาวบ้านให้รับร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลทำแบบนี้ได้ แต่ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยไม่มีโอกาสได้ชี้แจง แม้ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านประชามติก็ต้องมีเลือกตั้ง อย่าปากว่าตาขยิบไม่ให้ข้อมูลประชาชนทั้งสองด้าน

ข้องใจ คสช.เพิ่งตื่นล้างบางมาเฟีย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว. กลาโหม ประกาศล้างบางผู้มีอิทธิพลว่า การปราบปรามมาเฟีย 6,000 คน คงไม่กลายเป็นกลไกสนับสนุนการเลือกตั้งหรือทำประชามติ เพราะข้อมูลรายชื่ออยู่ในมือของฝ่ายบ้านเมืองมาตลอด แต่ร่วม 2 ปีกลับทนอยู่กับมาเฟียถึง 6,000 คน โดยไม่ดำเนินการอะไรเลย แล้วมาประกาศล้างบางให้สิ้นซากในช่วงจะการทำประชามติ โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร ที่คุมหน่วยงานความมั่นคงมาร่วม 2 ปี จะไม่รู้หรือว่ามีมาเฟียถึง 6,000 คน จึงทำให้คนสงสัย ดังนั้นการจัดระเบียบผู้มีอิทธิพลอาจถูกแปรสภาพไปจัดการหัวคะแนนการลงประชามติหรือการเลือกตั้ง

“วัชระ” รู้แกว “ทักษิณ” ดิ้นเจรจา คสช.

ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีใช้เวทีในสหรัฐฯกล่าวตำหนิการร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นสิทธิของนายทักษิณ แต่ไม่ว่าจะร่างธรรมนูญอย่างไร นายทักษิณก็ทำตนอยู่เหนือรัฐธรรมนูญทุกฉบับอยู่แล้ว ไม่เคยเคารพรัฐธรรมนูญและสั่งการให้ลูกสมุนละเมิดปู้ยี่ปู้ยำรัฐธรรมนูญราวกับเป็นผ้าขี้ริ้ว ฉะนั้น ไม่ว่าจะร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรก็ไร้ความหมาย มีตัวอย่างมาแล้วในอดีต จุดประสงค์ใหญ่ของนายทักษิณคือต้องการเจรจาต่อรองกับ คสช.มากกว่า ได้ส่งสัญญาณถึงลูกหาบในประเทศกลายๆว่าให้เตรียมพร้อม อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยว่าได้ทำความเข้าใจกับกำนันผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือและอีสานเข้าใจข้อเท็จจริงแล้วหรือยัง

ยุ รบ.ต้องกล้าฟัน “โอ๊ค” คดี ธ.กรุงไทย

นายวัชระกล่าวว่า ถ้ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านยังคงเชื่อแบบเดิม คงยากจะแก้ไขปัญหา ยิ่งกระบอกเสียงของรัฐบาลคือ กรมประชาสัมพันธ์ยังหน่อมแน้มอ่อนด้อยประสิทธิภาพ ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์–โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ทำงานสายตัวแทบขาดก็ไร้ความหมาย สู้ทีมการตลาดประชาสัมพันธ์ของระบอบทักษิณไม่ได้ รัฐบาลต้องเร่งรีบปรับกลยุทธ์ให้เข้าถึงจิตใจชาวบ้านในชนบทให้ได้ ต้องเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องเร็วที่สุด อย่าให้นายทักษิณนั่งเยาะเย้ยอยู่ต่างประเทศ ที่สำคัญรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต้องเด็ดขาดดำเนินคดีกับนายพานทองแท้ ชินวัตร ในคดีธนาคารกรุงไทยจะดีกว่า

“ประวิตร” ไม่ห่วง “พะจุณณ์” งัดข้อ ตร.

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และอดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อชี้แจงความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ว่า ไม่ได้ดูและไม่ได้สนใจ ไม่ห่วงว่าจะเกิดความขัดแย้งระหว่างตำรวจกับ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอน ตำรวจดำเนินการไป และ พล.ร.อ.พะจุณณ์ก็ให้ข้อมูล ถ้าไม่มีอะไรก็จบ ตนถือว่าเป็นคนกันเอง อาจจะมีการพูดคุยกันได้ ให้ตำรวจดำเนินการต่อไป พิจารณาเรื่องเจตนาหรือไม่

ยก “ป๋าเปรม–ป้อม” ต่างทำเพื่อชาติ

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมงานโฆษก คสช. กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีกับผู้นำใน คสช.มีปัญหาความขัดแย้งกันว่า พล.อ.เปรมเป็นหลักของประเทศชาติมีคุโณปการแก่บ้านเมือง เป็นประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตหัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี ก็ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยเสียสละทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง ทุกคนมีบทบาทหน้าที่ต่างกันทำงานอย่างทุ่มเท เป้าหมายคือดูแลชาติบ้านเมืองให้ฝ่าฟันวิกฤติให้ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ ตนว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่เข้ามาทำงานให้กับประเทศชาติในช่วงวิกฤติและสำคัญการดำรงตนน่าจะเป็นตัวอย่าง และเป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์สุจริตที่เราน่าจะดูเป็นตัวอย่างได้

ผู้ใหญ่มีคุณธรรมทะเลาะกันไม่ได้

เมื่อถามว่า ข่าวที่ออกมาเกิดจากความขัดแย้งเรื่องฝากเด็กหรือไม่ พ.อ.ปิยพงศ์ตอบว่า ไม่มีเรื่องเหล่านี้และไม่เคยได้ยิน เชื่อว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมีคุณธรรมสูง ทุกอย่างให้ว่าไปตามทำนองคลองธรรมตามกระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้องตามระบบ ส่วนการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับ พล.ร.อ.พะจุณณ์นั้นเป็นไปตามการบังคับใช้กฎหมาย ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทุกคนยังสนับสนุน คสช.อย่างดีมากและเป็นกำลังใจกับผู้บริหารบ้านเมืองทุกกระทรวง ทบวง กรม ไม่มีอะไรที่จะไม่เรียบร้อย จะเห็นได้ว่าการบริหารงานของนายกฯอาจจะมีข้อติดขัดในเรื่องของกฎหมายที่ถูกผูกมัดรัดตรึงก็พยายามแก้ไขปัญหา พยายามกระตุ้นเตือนข้าราชการทุกหน่วยว่าทุกคนต้องเสียสละในการช่วยกันนำพาประเทศในช่วงนี้ ขอให้มั่นใจว่าในสถานการณ์ขณะนี้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทะเลาะกันไม่ได้

“บิ๊กตู่” เคลียร์ “บิ๊กป้อม” ดับปมขัดแย้ง

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า เรื่องของการซื้อขายตำแหน่งตำรวจที่พูดกันไปมาทำให้เสื่อมเสียไม่อยากให้เกิดขึ้นแม้คนพูดจะเจตนาดี ได้หารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมแล้ว ไม่อยากให้มีความขัดแย้งกันต่อไป ถ้ามีหลักฐานการซื้อขายตำแหน่งขอให้แจ้งหรือร้องเรียนมา จะปฏิรูปอะไรก็หารือกัน ต้องให้เกียรติตำรวจด้วย ส่วนของการเรียกรับผลประโยชน์ที่มีกระแสข่าวเป็นระยะๆ ผบ.ตร.ได้สอบสวนลงโทษ และรัฐบาลได้สั่งการไปแล้วว่าเรื่องการเรียกรับส่วยต้องพิจารณาทั้งผู้รับและผู้ให้ ถ้าไม่สุจริตฟ้องมาได้เลย แต่หาก ผิดทั้งสองฝ่ายต้องถูกทำโทษทั้งคู่ การปรับโครงสร้างไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องปรับเรื่อยๆ ไม่ใช่ปฏิรูปทีเดียว คนไทยอย่าใจร้อน รัฐบาลนี้ไม่เคยมุ่งหวังจะสลายอำนาจทางการเมืองของใคร หากทำดีตนก็ไม่ไปยุ่งอยู่แล้ว ถ้าไม่ดีต้องเข้ากระบวนการยุติธรรม

สนช.ผ่านฉลุย ก.ม.ฝ่ายบริหารปราบทุจริต

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธาน พิจารณาร่าง พ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ.. ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว มีสาระสำคัญเพื่อปรับโครงสร้างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้มีฐานะเป็นส่วนราชการระดับกรมที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง เพื่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน ให้เลขาธิการ ป.ป.ท.มีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นแทนคณะกรรมการ ป.ป.ท. สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาได้ โดยปรับการได้มาของคณะกรรมการ ป.ป.ท. กำหนดให้ ครม. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เสนอชื่อบุคคลเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ท.องค์กรละ 5 คน รวม 15 คน จากนั้นให้คณะกรรมการคัดเลือก ที่ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน คัดเลือกให้ได้ 5 คน ให้พ้นจากวาระเมื่ออายุครบ 75 ปี จากนั้นที่ประชุมพิจารณาเรียงรายมาตรา ส่วนใหญ่คณะ กมธ.เพิ่มเติมข้อความใหม่ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ โดยสมาชิกเห็นด้วยแล้วลงมติเห็นชอบวาระ 3 ด้วยคะแนน 168 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

“ประวิตร” ยกเครื่อง รปภ.เข้มกลาโหม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงกลาโหมว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ได้จัดระเบียบมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่กระทรวงกลาโหม (กห.) ใหม่ เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น หลังไปดูงานที่ประเทศรัสเซีย มาตรการรักษาความปลอดภัยของกระทรวงกลาโหม ยังอยู่ระหว่างทดลองการใช้งานศึกษาข้อดีข้อเสีย โดยกำหนดการเข้า-ออกประตูด้านหน้ากระทรวงกลาโหม เปิดให้เฉพาะนายทหารระดับสูงอัตราจอมพลขึ้นไป ได้แก่ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.อนุทัย รัตตะรังสี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ พล.อ.พอพล มณีรินทร์ รองปลัด กระทรวงกลาโหม และแขกบ้านแขกเมืองในฐานะแขกของ กห.เท่านั้น ส่วนกำลังพล ข้าราชการ ลูกจ้างของ กห.ต้องไปเข้าและออกประตูด้านหลังเท่านั้น

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การจัดระเบียบการดูแลรักษาความปลอดภัยกระทรวงกลาโหมใหม่ จะจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดในทุกพื้นที่ทุกกระทรวง ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงกลาโหมเพียงกระทรวงเดียว ได้เน้นย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว เนื่องจากเราต้องระมัดระวัง ที่ผ่านมาหลายประเทศยังเกิดเหตุระเบิด

พท.โวยปลัดคลังมั่วรวมตัวเลขเก่า

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯกล่าวถึงกรณีนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงข่าวถึงตัวเลขความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวปี 58 ว่าขาดทุนเพิ่มจากปี 57 เกือบแสนล้านบาทว่า ตั้งข้อสังเกตว่าการรายงานตัวเลขความเสียหายยังคงเป็นตัวเลขทางบัญชี นำตัวเลขที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลก่อนตั้งแต่ปี 47 ที่เกือบทั้งหมดไม่มีข้าวในสต๊อกคงเหลือและไม่มีหนี้คงค้างมารวมไว้ด้วยกัน โดยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จัดสรรงบฯจำนวนมากไปคืนหนี้ย้อนหลังจนหนี้คงค้างหมดสิ้น อาจทำให้เข้าใจได้ว่าต้องการให้ตัวเลขความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ดูสูงกว่าปกติ เพื่อปรักปรำสร้างความเสื่อมเสีย ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง 2.ตัวเลขทางบัญชีที่นำมาแถลงว่าขาดทุนมีข้อสมมติสำคัญคือ การประเมินราคาสินค้าคงคลัง ที่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการขายให้ได้ราคาที่ดีหรือไม่ดี และข้อสมมติเรื่องการเสื่อมสภาพของข้าวที่กำหนดขึ้นมาเองตามอำเภอใจ ควรระบุให้สื่อมวลชนได้ทราบข้อสมมติให้ชัดเจน สาธารณชนจะได้ไม่คลางแคลงใจ ที่ผ่านมาเคยมีกรณีการไม่เอาจริงเอาจังกับการเร่งขายข้าว ขายราคาถูกและล่าช้า ทั้งที่กระทรวงพาณิชย์เคยประกาศยุทธศาสตร์การระบายข้าวเอาไว้หลังการรัฐประหารใหม่ๆ หากเร่งดำเนินการตามที่ประกาศไว้จริงจะระบายข้าวในสต๊อกได้เกือบทั้งหมด หวังดีกับนายสมชัยไม่อยากให้ถูกมองว่ากำลังตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด

จี้ “วิษณุ” ไขก๊อกรับผิดชอบ จ.ม.น้อย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีจดหมายน้อยของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯที่ขอให้พักโทษผู้ต้องขังรายหนึ่ง ถูกเปิดเผยออกมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯรีบพิจารณาความผิดทางวินัยกับนายวิษณุโดยเร็ว ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องดำรงไว้ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรมสูงกว่าคนทั่วไป อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์พร่ำพูดอยู่ตลอดเวลา จึงต้องออกมาทวงถามและเรียกร้องคุณธรรมจริยธรรมของนายวิษณุในกรณีดังกล่าว ไม่นานมานี้มีกรณีคล้ายคลึงกันเมื่อมีจดหมายน้อยฝากเลื่อนขั้นนายตำรวจ โดยเลขาฯของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ในที่สุดผู้ใหญ่ท่านนั้นต้องแสดงความรับผิดชอบพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ไป วันนี้จึงมีคำถามว่า นายวิษณุไม่คิดจะแสดงสปิริตนักกฎหมายระดับปรมาจารย์บ้างเลยหรือ ที่จะรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน จะไม่ต้องทำให้นายกฯต้องลำบากใจ

ตอกลัดขั้นตอนอีไอเอแก้ ศก.ไม่ได้

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 44 แก้ไขความล่าช้าโครงการที่ต้องรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ว่า การลัดขั้นตอนเพื่ออนุมัติโครงการให้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอรายงานอีไอเอเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเป็นรัฐบาลปกติออกนโยบายลักษณะนี้จะมีสารพัดม็อบบุกมาคัดค้านกันคับคั่งแน่นอน ข้ออ้างจะช่วยย่นเวลาในการดำเนินโครงการต่างๆของภาครัฐลงได้มากกว่า 2 ปีหรือครึ่งหนึ่งของระยะเวลาเดิม ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในโครงการนั้น วิธีคิดถอดแบบมาจากการแก้ไขกฎหมายเช่าที่ดินจาก 50 ปี เป็น 99 ปี เพื่อส่งเสริมการลงทุน เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรง เกาไม่ถูกที่คัน ต้นตอปัญหาหลักที่แท้จริงคือการปฏิวัติรัฐประหาร ต้องแก้ด้วยการกลับคืนสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย นำไปสู่การจัดการเลือกตั้ง ให้ได้รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง

รัฐโต้แค่ลดขั้นตอนตามกรอบปฏิรูป

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสคัดค้านคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 9/2559 ที่อนุญาตให้เปิดประมูลโครงการต่างๆที่ยังไม่ผ่านการประเมินผลกระทบด้านสิ่ง แวดล้อม (อีไอเอ) และการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ได้ว่า รัฐบาลพยายามผลักดันโครงการต่างๆในเชิงปฏิบัติที่ติดบางขั้นตอน จึงหาวิธีการแก้ไขปัญหาโดยการทำคู่ขนานกันจนกว่าจะได้รับการอนุมัติงบฯ เรื่องอีไอเอและอีเอชไอเอเดินหน้า ไปหยุดรอที่ปลายทางยืนยันไม่ใช่การบีบเพื่อทำให้อีไอเอและอีเอชไอเอผ่าน ข้อมูลที่มีเผยแพร่ในสื่อถูกต้องแล้วแต่คำวิพากษ์วิจารณ์ยังคลาดเคลื่อนอยู่

ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่กระเหี้ยน กระหือรือจะทำอะไรอย่างที่มีการวิจารณ์เป็นการลดขั้นตอน เพื่อให้ทุกอย่างสั้นลงแต่ไม่เสียคุณภาพ เรื่องนี้อยู่ในกรอบของการปฏิรูป ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลไปกำหนดกฎกติกาใหม่

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    25.7%
  • ไม่ชอบ
    68.4%
  • สนุก
    2.6%
  • ประหลาดใจ
    0.4%
  • เสียใจ
    1.9%
  • ให้กำลังใจ
    1.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement