13 มี.ค.วันช้างไทยยังถูกคุกคามทารุณ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

13 มี.ค.วันช้างไทยยังถูกคุกคามทารุณ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 มี.ค. 2559 06:01
1,520 ครั้ง


(ภาพจาก:REUTERS)

ขัดแย้งคนถิ่นที่อยู่อาศัยถูกบุกรุก สร้างคูกันเพิ่มแหล่งอาหารในพื้นที่ป่า

นางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า วันที่ 13 มี.ค.ของทุกปี เป็น “วันช้างไทย” สัตว์ที่มีความสัมพันธ์และผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นเวลานาน แต่ปัจจุบันคนไทยกลับเห็นคุณค่าและความสำคัญของช้างไทยลดลงไปทุกขณะ จนช้างถูกนำไปเร่ร่อนหาผลประโยชน์และต้องเผชิญภัยคุกคามนานาชนิด เช่น การถูกล่าเพื่อเอางาหรืออวัยวะ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ช้างไทย กรมอุทยานฯ ได้พยายามแก้ปัญหาช้าง โดยเฉพาะช้างป่าที่สร้างผลกระทบต่อราษฎรนอกพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งมีสาเหตุมาจากพื้นที่อยู่อาศัยถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การท่องเที่ยว การลักลอบล่าสัตว์ป่า การบุกรุกพื้นที่ป่าของราษฎรที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเดิมของสัตว์ป่าเพื่อต้องการพื้นที่เกษตรกรรม อีกทั้งจนกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในที่สุด

ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พบว่ามีช้างป่าประมาณ 3,000-3,500 ตัว กระจายอยู่ในป่าอนุรักษ์ 68 แห่ง แบ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ 38 แห่ง อาทิ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เขาชะเมา จ.ระยอง กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น และเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า 30 แห่ง อาทิ เขาอ่างฤาไน ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เขาสอยดาว จ.จันทบุรี ภูหลวง จ.เลย เป็นต้น ถ้ามองในแง่ของการอนุรักษ์ช้างไทย ถือว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูประชากรช้างให้มีมากขึ้น แต่ด้วยเหตุที่ป่าอนุรักษ์ของไทยมีจำนวนลดน้อยลง ทำให้สัดส่วนพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของช้างป่ามีจำกัด จึงนำไปสู่การเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่า จนทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในหลายพื้นที่ เช่น จ.จันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ระนอง บึงกาฬ เป็นต้น

นางเตือนใจกล่าวอีกว่า กรมอุทยานฯได้พยายามแก้ปัญหา เช่น เฝ้าระวังและติดตามตัวช้างป่าหรือโขลงช้างป่าที่สร้างปัญหา เพื่อให้ทราบถึงจุดที่อยู่ การเคลื่อนที่และแจ้งข่าวเตือนภัย การสร้างคูกันช้างรวมทั้งปรับปรุงแหล่งน้ำแหล่งอาหารในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น รวมทั้งจัดให้มีเวทีในการพูดคุยเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและเครือข่ายของแต่ละชุมชนในการแก้ปัญหาช้างร่วมกัน เป็นต้น.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    100.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement