2 ชายฉกรรจ์ ควงมีดบุกทวงเงินลูกหนี้ถึงบ้าน หลังเบี้ยวส่งเงิน 2 วัน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

2 ชายฉกรรจ์ ควงมีดบุกทวงเงินลูกหนี้ถึงบ้าน หลังเบี้ยวส่งเงิน 2 วัน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2559 00:40
3,285 ครั้ง


ชายฉกรรจ์ 2 คน บุกรุกทวงหนี้ถึงบ้าน ถืออาวุธมีดเข้าข่มขู่ ถามหาญาติบ้านหลังติดกัน ขณะที่ลูกหนี้ไม่อยู่ คนในบ้านตะโกนเรียกให้ช่วย แจ้งตำรวจรวบตัว สารภาพลูกหนี้เบี้ยวส่งเงิน ไม่ได้คิดมาข่มขู่ แค่มาถามหา แต่น้ำเสียงอาจดังไป

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 11 มี.ค. 59 พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผกก.สภ.แม่ยาว จ.เชียงราย รรท.ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ สภ.เชียงแสนว่า มีเหตุทำลายทรัพย์สินที่บ้านปางหมอปวง ม.6 ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จึงพร้อมด้วย ร.ต.อ.พิชิต ปินตาพุฒ รอง สว.สส. ร.ต.อ.เอกพล ยาสิทธิ์ รอง สว.สส. ร.ต.ท.จำลอง มาตรา หน.ตู้ยามป่าสักน้อย และ ร.ต.ต.อุดม ผอนวล รอง สวป. รุดไปยังที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบชายฉกรรจ์ 2 คน ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.6 ต.ป่าสัก มีนางสาวอรอุมา สุประการ อายุ 18 ปี อยู่ภายในบ้าน อยู่ในอาการร้องไห้ตกใจ พร้อมชี้ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมชาย 2 คนไว้ จากนั้นนางสาวอรอุมา ได้เล่าให้กับเจ้าหน้าที่ฟังว่า ขณะที่ตนอยู่ในบ้านได้มีชาย 2 คนดังกล่าวได้บุกรุกเข้ามาในบ้านโดยถืออาวุธมีดเข้ามาข่มขู่ พร้อมทั้งถามหานายทินกร สุประการ ซึ่งเป็นญาติของตน และอยู่บ้านหลังติดกัน ซึ่งขณะนั้นนายทินกรได้เข้าไปทำธุระที่ตัวอำเภอเชียงแสน โดยความกลัว ตนจึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อนบ้านจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวชายทั้งสองพร้อมอาวุธมีดสั้นปลายแหลม ยาวประมาณ 40 เซนติเมตร 1 เล่ม นายทินกรได้กลับมาถึงบ้าน ได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ตนได้ยืมเงินจากชายทั้งสองเป็นเงิน 10,000 บาท และต้องจ่ายเงินให้คนทั้งสองวันละ 300 บาท เป็นเวลา 50 วัน ซึ่งตนได้จ่ายมาแล้ว 21 วัน และไม่ได้จ่ายมา 2 วัน จึงถูกชายทั้งสองตามทวงหนี้ ซึ่งตนไม่คิดว่าทั้งสองคนจะใช้วิธีทวงหนี้โหดแบบนี้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชายฉกรรจ์ทั้งสองมาสอบสวนทราบชื่อว่า นายเจษฎา แก้วเข้ม อายุ 36 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.นาขำ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ และนายไกรสร แก้วย้อย อายุ 39 ปี ชาวบ้าน ม.10 ต.นาขำ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ทั้งสองให้การว่านายทินกรมาขอกู้เงินของพวกตน 10,000 บาท โดยจะใช้คืนให้วันละ 300 บาท เป็นเวลา 51 วัน และจ่ายมาแล้ว 21 วัน

"จน 2 วันนี้นายทินกรไม่ชำระเงินคืนให้ จึงมาตามหาที่บ้านไม่เจอตัวนายทินกร กระทั่งพบกับนางสาวอรอุมา และถามหานายทินกร ซึ่งนางสาวอรอุมาก็บอกว่าไม่ทราบนายทินกรไปไหน ซึ่งน้ำเสียงของเราทั้งสอง อาจจะเสียงดัง ทำให้ นางสาวอรอุมา ตกใจ" นายเจษฎา กล่าว 

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทั้งสองคนว่า ร่วมกันออกเงินกู้ เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร่วมกันข่มขู่ผู้อื่นโดยใช้อาวุธมีด และร่วมกันบุกรุกเคหสถานของผู้อื่น นำตัวส่งให้ พ.ต.ต.รัฐภิรักษ์ เรือนสิทธิ์ สว.สอบสวน สภ.เชียงแสน ดำเนินคดี

ทางด้าน พ.ต.อ.สุคนธ์ กล่าวว่า พวกปล่อยเงินกู้รายนี้ ค่อนข้างจะหนัก ยืมเงินต้นหนึ่งหมื่นบาท ลูกหนี้จะถูกหักค่าธรรมเนียมไป 500 บาท จะรับจริงเพียง 9,500 บาท จ่ายคืนวันละ 300 บาท 50 วัน เป็นเงิน 15,000 บาท ตนเห็นว่าออกจะโหดไป ได้สั่งให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวว่า ในพื้นที่เชียงแสน หากพบพวกปล่อยเงินกู้โหดในลักษณะนี้พบที่ไหน ให้จับมาดำเนินคดีให้หมด เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทั้งสองคนว่า ร่วมกันออกเงินกู้ เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร่วมกันข่มขู่ผู้อื่นโดยใช้อาวุธมีด และร่วมกันบุกรุกเคหสถานของผู้อื่น นำตัวส่งให้ พ.ต.ต.รัฐภิรักษ์ เรือนสิทธิ์ สว.สอบสวน สภ.เชียงแสน ดำเนินคดี.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    58.1%
  • ไม่ชอบ
    27.9%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    11.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    2.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement