คืนชีพละครวิทยุ EP.2 ฟังทัศนะไอคอนครีเอทีฟแห่งยุค เปิดทางรอดละครวิทยุไทย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คืนชีพละครวิทยุ EP.2 ฟังทัศนะไอคอนครีเอทีฟแห่งยุค เปิดทางรอดละครวิทยุไทย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 05:30
2,231 ครั้ง


คำเตือนก่อนอ่าน สกู๊ปข่าวนี้ มีเนื้อหาอยากให้เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย ผู้ปกครองสามารถแนะนำบุตรหลานให้อ่านด้วยกันในครอบครัวได้ โดย นายฮกหลง แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่ง อยากจะให้ทุกท่าน ได้ร่วมกันคิดว่า เราจะทำอย่างไรให้ละครวิทยุยังอยู่ต่อไปได้ ซึ่งทุกท่านสามารถทิ้งข้อความฝากความเห็นต่างๆ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ให้ละครนี้ ยังสามารถยืนหยัดได้อยู่ต่อไป.....

(เสียงเพลงอลังการ โปรดจินตนาการตามประกอบ)

.....ศิลปะการแสดงอีกหนึ่งแขนง กำลังจะสูญหาย เพราะความโหดเหี้ยมแห่งเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดหย่อน.....

คำถามของ นายฮกหลง แห่งทีมช่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ในวันนี้คือ มันไม่เหลือทางเลือกอื่นใดๆ อีกแล้วหรือ ที่เราจะให้ศิลปะที่มีคุณค่าชนิดนี้ ซึ่งอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน สามารถพลิกฟื้นไปสู่คืนวันอันรุ่งโรจน์แบบที่เคยเป็นมา หรือ อย่างน้อยที่สุด ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มิใช่สูญสลายไปตามกาลเวลา ปล่อยให้บุคลากรอันทรงคุณค่า ที่มีความชำนาญในศิลปะแขนงนี้ กลายเป็นผู้ถูกลืมเหมือนกับอีกหลายๆ ศิลปะคู่ชาติของเรา เช่น ลิเก หรือ ลำตัด ที่นับวันจะหาผู้สืบทอดไ้ด้ยากเย็นแสนเข็ญ…

เราจะปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้น จริงๆ หรือ …….. นายฮกหลง ขอถามใจแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกๆ ท่าน?  

ในตอนที่ 2 ของ ซีรีส์ข่าว คืนชีพละครวิทยุ นี้ นายฮกหลง จึงได้เชื้อเชิญ ไอคอนนักคิดแห่งยุคสมัย 1. อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ขาโหดมือฉมังวิเคราะห์กลยุทธ์ด้านการตลาด 2. คุณทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับมือทองผู้สร้างปรากฏการณ์ ฮอร์โมนฟีเวอร์ 3. คุณวินิจ เลิศรัตนชัย สุดยอดนักคิดตำนานแห่งการจัดอีเวนต์ 4. คุณสมพล ปิยะพงศ์สิริ ผู้เบิกทางให้การจัดรายการวิทยุ ไม่จำเป็นต้องมีดีเจที่เอาแต่พูดเสียงหล่อ มาช่วยกันล้อมวงคิดกันว่า โจทย์ที่นายฮกหลง หยิบมาให้ช่วยพิจารณานี้ มันควรจะมีทางออกไปในแนวทาง อย่างไรดี.....

ทำอย่างไรให้ละครวิทยุยังอยู่ต่อไปได้?
การฟังละครวิทยุ เป็นเหมือนการหาอะไรฟังไปเพลินๆ ขณะที่ต้องทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งไปด้วย
ภาพจำ สำหรับละครวิทยุ คืออะไร?

คุณทรงยศ หรือ เฮียย้ง หนึ่งในไอดอลแห่งยุคสมัย ยกมือขอตอบ นายฮกหลง เป็นคนแรก โดยยอมรับ ส่วนตัวค่อนข้างห่างกับวงการละครวิทยุ จำได้เพียงว่า ตอนเด็กๆ เห็นคนงานในบ้านเปิดฟังในระหว่างที่ทำงานในบ้านไปด้วยแค่นั้น ทำให้รู้สึกว่า การฟังละครวิทยุ เป็นเหมือนการหาอะไรฟังไปเพลินๆ ขณะที่ต้องทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งไปด้วย เพื่อไม่ให้รู้สึกว่างานหลักที่ต้องทำอยู่มันนานเกินไป

ด้าน คุณวินิจ ซึ่งแม้จะคร่ำหวอดอยู่กับวงการวิทยุมานานพอสมควร ก็ยอมรับ ตัวเองเกิดมาในช่วงปลายๆ ของละครวิทยุแล้ว โดยช่วงนั้น ได้ยินผ่านทางวิทยุทรานซิสเตอร์ คลื่น AM แต่หากถามว่ามีความผูกพันอยู่บ้างไหม ก็คงตอบได้ว่า มีความผูกพันอยู่พอสมควร เพราะได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เล็กๆ  

ขณะที่ อาไก่ สะมะพล เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงสนุกสนานตามสไตล์ ก่อนตอบนายฮกหลงว่า ได้ยินละครวิทยุครั้งแรก ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กๆ เพราะคนงาน เปิดฟังชนิดดังลั่นบ้าน ในช่วงที่เค้าทำงานอยู่ ตอนนั้นฟังแล้วยอมรับเลยว่า รู้สึกสนุกมาก ชอบมาก เพราะทำให้เกิดจินตนาการตามไปด้วย ทำให้ช่วงนั้น จำได้เลยว่า รู้สึกนึกสนุก อยากจะเลียนเสียงต่างๆ ไปตามในละครวิทยุ ว่าแล้ว อาไก่ สะมะพล ก็จัดเสียงเลียนแบบ พี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) บิ๊กบอสเอไทม์ เรียกเสียงฮา จากนายฮกหลง ทันที ด้วยประโยคที่ว่า (กรุณาจินตนาการตามเสียง ที่อาไก่ของเรา มักยิงมุกนี้ เป็นไม้ตายมาโดยตลอด เพื่อประกอบการอ่าน) “แม่บอกลูกแล้วใช่ไหม ว่าอย่าไปยุ่งกับคุณภาคย์?”  “คุณแม่ขาาาา (สะอื้น) หนูขอโทษ (ลากกกเสียง) ก่อนที่ คุณสะมะพล ของเรา จะระเบิดหัวเราะตามสไตล์

วินิจ เลิศรัตนชัย สุดยอดนักคิดตำนานแห่งการจัดอีเวนต์
สมพล ปิยะพงศ์สิริ ผู้เบิกทางให้การจัดรายการวิทยุ
ละครวิทยุ กับ คนยุคสังคมก้มหน้า

พอถึงคำถามนี้ อ.ธันยวัชร์ ขาโหดประจำวงสนทนา เสียงเข้มขึ้นขอตอบเป็นคนแรก ในฐานะผู้เชี่ยวชาญทันทีว่า ในเชิงการตลาด ต้องยอมรับว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว ปัจจุบันคนฟังวิทยุน้อยลง บางทีอาจฟังแค่เฉพาะตอนอยู่ในรถเท่านั้น กลายเป็นว่า คนฟังนี่คือ คนแก่! และยิ่งสำหรับคนที่จะฟังละครวิทยุเอาในตอนนี้ก็น่าจะอายุประมาณ 50 ปีขึ้นไปถึงจะฟัง ขาโหดให้ความเห็นแบบตรงไปตรงมา

ด้าน สะมะพล ดีเจ ชื่อดัง เห็นคล้อยตามว่า ปัจจุบัน ประชาชนมีทางเลือกในการเสพสื่อเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งทีวีดิจิตอลหรือเว็บไซต์ต่างๆ และที่สำคัญเลยก็คือโลกโซเชียลมีเดีย ที่กำลังเป็นที่สนใจของคนในกว้าง ปัจจุบันต้องยอมรับว่า จะหาเด็กๆ สมัยนี้ ที่ฟังวิทยุ ก็หาได้ยากแล้ว ตอนนี้ คนที่ฟังวิทยุจริงๆ ก็คือคนที่กำลังอยู่ในวัยทำงาน หรือแฟนๆ ประจำที่ยังติดตามกันอยู่เท่านั้น

ขณะที่ เฮียย้ง ให้ความเห็นว่า ส่วนตัวยังไม่กล้าตัดสินว่า ละครวิทยุมันพ้นยุคสมัยไปแล้วหรือยัง เพราะส่วนตัวเชื่อว่า ยังคงมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยังรู้สึกว่าละครวิทยุยังสำคัญ หรือ เป็นความบันเทิงสำหรับพวกเค้าอยู่

ส่วน คุณวินิจ มองว่า อาจจะเป็นเรื่องยากแล้วที่จะให้ละครวิทยุเป็นที่สนใจในยุคนี้ เพราะต้องยอมรับว่าสื่อสมัยใหม่ มีความเร็วมากเพียงแค่ปลายนิ้ว อีกทั้งยังมีทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถตอบโจทย์คนในวงกว้างได้มากกว่าละครวิทยุ ที่สามารถตอบโจทย์เรื่องการได้ยินเสียงเพียงอย่างเดียว อย่าว่าแต่ละครวิทยุเลย ขนาดรายการวิทยุเอง ปัจจุบันยังถูกลดบทบาทลงไปมากแล้ว เพราะสื่ออื่นๆ มันมีความ MULTIMEDIA ครบกว่า อีกทั้ง คนยุคนี้ นิยมการบริโภคแบบ ต้องครบ ต้องเร็ว และต้องสะดวก เพราะฉะนั้น ส่วนตัวคิดว่า ละครวิทยุน่าจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ อีกบทหนึ่งไปแล้ว   

ยังคงมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยังรู้สึกว่าละครวิทยุยังสำคัญ หรือ เป็นความบันเทิงสำหรับพวกเค้าอยู่
อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ขาโหดมือฉมังวิเคราะห์กลยุทธ์ด้านการตลาด
ดันให้ ละครวิทยุกลับมา COOL วิธีการคือ ?……

แน่นอนคำถามนี้ มีหรือ กูรูการตลาด จะไม่อาสาขอตอบเป็นคนแรก.... ในเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เจ้าของธุรกิจใดๆ ก็ตาม จะต้องรู้จักวิธีปรับตัวให้เท่าทันกับยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างวิวัฒนาการ หรือ การปรับตัวของสินค้าแบรนด์หนึ่ง เช่น แต่เดิมน้ำยาอุทัย เอาไว้หยดใส่น้ำ เพื่อแก้กระหาย แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป น้ำยาอุทัยใช้วิธีการต่อยอดธุรกิจ โดยการนำ้อุทัยที่มีอยู่แล้วไปใช้ทาปาก ทาแก้ม

ดังนั้น หากละครวิทยุ ต้องการที่จะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ก็จะต้องพัฒนาตนเองให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคให้จงได้ 2 ประการดังต่อไปนี้ 1.ปรับบทละครให้มีความร่วมสมัย น่าสนใจ 2.ผู้จัดละครวิทยุจะต้องคิดหาวิธีดึงดูดวัยรุ่น หรือ คนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจกับละครวิทยุมากขึ้น สุดท้าย หากมีผู้สนใจเป็นวงกว้าง ก็จะทำให้เม็ดเงินจากการโฆษณาเข้ามาอุดหนุน จนสามารถสานต่อละครวิทยุต่อไปได้

อีกประเด็นคือ เมื่อโซเชียลมีเดียกลายเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต เพราะฉะนั้น เราก็หยิบเอาปัจจัยสำคัญในจุดนี้ มาปรับใช้กับธุรกิจของเราเสียเลย เช่น ลองให้ผู้ฟังละครวิทยุผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์, ลองยิงสดขึ้นเฟซบุ๊ก, อัพโหลดคลิปเสียงละครวิทยุลงยูทูบ เป็นต้น

สำหรับคำถามนี้ นักจัดอีเวนต์มือทองให้ความเห็นว่า เป็นคำถามที่ท้าทายมาก ก่อนอื่น เราต้องไม่ลืมว่า สมาธิในการบริโภคข่าวสารของคนสมัยนี้ มันสั้นลงๆ เรื่อยๆ เพราะมีสิ่งเร้าอื่นๆ เป็นองค์ประกอบร่วมเยอะ ทำให้คนโฟกัสกับอะไรได้ยากกว่าเดิม ไม่เหมือนสมัยก่อน ที่ทางเลือกมีมากนัก และวิถีชีวิตของคนสมัยก่อนไม่ได้เร่งรีบเหมือนปัจจุบัน ที่เร่งรีบกันเสียเคยชิน หากยอมรับได้ว่า ละครวิทยุคงจะกลายเป็นเพียงอีก 1 ทางเลือก มากกว่าที่จะพุ่งขึ้นเป็นทางเลือกระดับต้นๆ ของประชาชน เหมือนสมัยก่อน การปรับตัวก็คงน่าจะเป็นในเชิงว่า จะทำอย่างไรที่จะอยู่ร่วมสมัยให้ได้ เท่าที่มันจะสามารถเป็นได้เท่านั้น

เพราะฉะนั้น การวางตำแหน่งให้ละครวิทยุ เป็นเหมือนของ Antique ที่เหมาะสำหรับการสะสม มากกว่าที่นำมาแข่งขันในเชิงธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น หากเราทำ showcase ในลักษณะนำการจัดละครวิทยุแบบดั้งเดิมแท้ๆ ที่ยังคงวิธีการทำเสียงประกอบต่างๆ ตามแบบสมัยก่อนไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ หรือ แห่งท่องเที่ยวต่างๆ ก็น่าจะสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับละครวิทยุได้มากขึ้น

การปรับตัวก็คงน่าจะเป็นการทำอย่างไรที่จะอยู่ร่วมสมัยให้ได้
ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับมือทองผู้สร้างปรากฏการณ์ ฮอร์โมนฟีเวอร์

ด้าน เฮียย้ง ให้ความเห็นเสริมขึ้นว่า หากจะลงไปทำจริงๆ ส่วนตัวคงต้องลงไปศึกษาว่า สื่อนั้น platform นั้น กลุ่มคนดู คือ คนกลุ่มไหนบริโภคเป็นหลัก เพื่อหาทางสื่อสารกับคนกลุ่มให้ได้ เหมือนเช่นตอนที่ ทำภาพยนตร์แล้วเปลี่ยนแนวทางไปทำทีวี จากการศึกษาก็พบว่า มันมีความแตกต่างกันมาก เพราะคนที่ดูทีวี มีสภาพแวดล้อมและสิ่งเร้าแตกต่างจากคนที่ไปดูภาพยนตร์ในโรงหนังซึ่งจะมีสมาธิในการรับชมมากกว่ามาก เพราะฉะนั้น การทำคอนเทนต์ให้กับทีวีจึงต้องพยายามเร้าอารมณ์ เพื่อดึงดูดคนดูให้ได้ตลอดเวลา

อีกอย่างที่สำคัญคือ ต้องเข้าให้ถึงช่องทางของไลฟ์สไตล์ คนยุคนี้ ซึ่งไม่ใช่หมายถึงวัยรุ่นนะ แต่หมายถึงคนในยุคนี้ เพราะเดี๋ยวนี้คนเปิดวิทยุน้อยลง แต่ใช้โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตมากขึ้น

ขณะที่ อาไก่ สะมะพล มองว่า ควรมุ่งไปที่ จะต้องทำอย่างไรให้เนื้อหา เรื่องราวของบทละคร มันมีความเข้มข้นขึ้น สนุกขึ้น ให้มีสีสันมากขึ้น องค์ประกอบต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในละครวิทยุ ทั้งซาวนด์เอฟเฟกต์ ต้องให้เข้ากันกับยุคสมัย และที่สำคัญต้องเน้นหนักๆ ไปที่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งในที่นี้คงไม่ใช่เด็กรุ่นใหม่ ซึ่งแทบจะไม่เปิดวิทยุฟังกันแล้ว

ละครวิทยุ ต้องปรับตัวให้เข้าถึงช่องทางของไลฟ์สไตล์คนยุคนี้
เนื้อหา เรื่องราวของบทละคร มันมีความเข้มข้นขึ้น สนุกขึ้น ให้มีสีสันมากขึ้น ทั้งซาวนด์เอฟเฟกต์ ต้องให้เข้ากันกับยุคสมัย
Content is king ? จะกลับมาเข้ายุคสมัย เนื้อหาทิศทางบทละคร คือ?

ในเมื่อถามคำถามถนัด เฮียย้ง ทรงยศ เลยอาสาตอบนายฮกหลงเป็นคนแรก ว่า ในเมื่อเด็กวัยรุ่นยุคนี้ไม่ฟังวิทยุกันแล้ว คนที่ฟังวิทยุจึงน่าจะเป็นผู้ใหญ่หน่อย เพราะฉะนั้นเนื้อหา ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ประเด็นความสัมพันธ์ เช่น ชู้สาว เกี่ยวกับครอบครัว แต่รู้สึกว่าต้องมีความดราม่าอะไรบางอย่าง แต่ต้องเป็นผู้ใหญ่ ๆ หน่อย แล้วก็น่าจะต้องมีความฉูดฉาด ที่ผ่านการเล่าเรื่องโดย  Dialog (บทสนทนา) เยอะ ๆ เพื่อให้คนฟังสนุกไปตามบทสนทนา นั้น ๆ ได้ เพราะวิทยุไม่มีภาพ

ขณะที่ คุณวินิจ ให้ความเห็นกับนายฮกหลง ว่า หากได้มีโอกาสทำ ก็คงจะเน้นหนักเนื้อหาไปที่เรื่องที่เกี่ยวกับ Action ผสม Adventure นิดๆ เพราะมันจะมีมุม Action ที่นำมาสร้างลูกเล่นต่างๆ ให้เกิดความน่าสนใจจากแฟนๆ ละครวิทยุได้  

ด้าน ดีเจชื่อดัง มองว่า ส่วนตัวไม่อยากจะให้ละครวิทยุ ปรับเปลี่ยนมากเกินไป อยากให้คงความคลาสสิกในตัวเอาไว้ต่อไป เพราะต้องไม่ลืมว่า เสน่ห์ในแบบฉบับ Original (ดั้งเดิม) มันสามารถดึงดูด คนกลุ่มหนึ่งในปัจจุบัน ที่ยังถวิลหาความเป็น Back to basic ได้อยู่ เหมือนตัวผมเอง ที่ทุกวันนี้ ยังคิดอยากกลับไปนั่งดูหนังกลางแปลง ในแบบที่มีคนพากย์แค่คนเดียว ใช้ปากทำเอฟเฟกต์ อยู่เลย  

เหล่านี้ คือความเห็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ของไอคอนนักคิดแห่งยุค เราจะทำอย่างไรให้ละครวิทยุอยู่ต่อไปได้ แล้ว แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ เล่าคิดเห็นกันอย่างไรดี?

นายฮกหลง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน


อ่านเพิ่ม
โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    23.5%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    76.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement