'บิ๊กตู่' ลั่นไม่พร้อม ไม่ตั้ง 'สังฆราช' ย้ำปฏิรูป ตร.ต้องให้เกียรติ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'บิ๊กตู่' ลั่นไม่พร้อม ไม่ตั้ง 'สังฆราช' ย้ำปฏิรูป ตร.ต้องให้เกียรติ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2559 21:26
5,167 ครั้ง


"ประยุทธ์" ฮึ่มถึงเป็น "สงฆ์" ก็ต้องอยู่ใต้กฎหมาย ลั่นไม่พร้อมไม่ตั้ง "สังฆราช" ปรามอย่าใจร้อน ห่วงการเมืองแจมปั่นกระแสขัดแย้ง ระบุคุย "ประวิตร" ปมซื้อขายตำรวจแล้ว เตือนคนแฉ เจตนาดีก็ห้ามพูด มีอะไรร้องเรียนมา ย้ำปฏิรูป "สีกากี" ต้องให้เกียรติเจ้าของบ้านด้วย ห่วงภัยแล้ง ขอทุกฝ่ายร่วมกันประหยัด

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยตอนหนึ่ง ถึงความคืบหน้าของกระบวนการสถาปนา สมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ว่า จริงๆ แล้วไม่อยากพูดเรื่องนี้ แต่เห็นว่ามีการเคลื่อนไหวหลายด้านในระยะหลัง อยากจะขอให้หยุดทั้งพระและฆราวาส เพื่อทำให้เกิดความสงบสุขในสังคม พระพุทธเจ้าคงไม่ต้องการให้นำพระธรรม มาทำให้เกิดความขัดแย้ง วินัยสงฆ์นั้นมีเพื่อเป็นระเบียบปฏิบัติของสงฆ์ ส่วนกฎหมายฆราวาส คือ กฎหมายของประชาชนทั่วๆ ไป ทั้งพระทั้งฆราวาสก็คือ ประชาชนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นต้องเคารพกฎหมายโดยรวมของชาติด้วย ต้องแยกให้ออกว่าประเด็นใดเป็นทางโลก ประเด็นใดเป็นทางธรรม ทั้งนี้ อย่าให้ใครมาใช้ประโยชน์ไปในเรื่องการเมือง จะเข้าทางกับคนที่ไม่หวังดีที่เขากำลังทำอยู่ในวันนี้

"ทุกอย่างจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอันเดียวกัน เลือกปฏิบัติไม่ได้ ไม่ฉะนั้นอีกฝ่ายก็เอากฎหมายนี้มาเล่นงานพวกข้างนี้ ข้างนี้เอากฎหมายอีกอันมาข้างนี้ จะทำยังไง กฎหมายสงฆ์ก็กฎหมายสงฆ์ กฎหมายฆราวาสก็กฎหมายฆราวาส แต่ทั้งพระ ฆราวาส อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐ ถ้าพร้อมเรียบร้อยก็ตั้งได้ทั้งหมด ถ้าไม่พร้อม ก็ขัดแย้งอยู่อย่างนี้ เรื่องของกลไกทางกระบวนการยุติธรรมก็ตรวจสอบกันไป ทำไมจะต้องใจร้อนอะไรกันขนาดนั้น" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงแนวทางปฏิรูปตำรวจด้วยว่า ในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ มีการพูดกันไปมา แต่การพูดทำให้เสื่อมเสียไม่อยากให้เกิดขึ้น แม้คนพูดจะเจตนาดี ซึ่งตนได้หารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงแล้วว่า ต้องคุยกันให้รู้เรื่องว่าเป็นอย่างไรกันแน่ ไม่อยากให้มีความขัดแย้งกันต่อไป ถ้ามีหลักฐานการซื้อขายตำแหน่ง ขอให้มีการแจ้งหรือการร้องเรียนมา หรือจะปฏิรูปอะไรก็หารือกัน สิ่งใดที่ตำรวจเห็นด้วย ก็ต้องให้เกียรติเขาด้วย เพราะเขาต้องปกครอง บังคับบัญชาคนของเขา

"เดี๋ยวผมจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็ว แล้วถ้าหากว่ามีปัญหาอะไรเรื่องนี้ก็ร้องทุกข์มา แจ้งความ กล่าวโทษ อะไรก็แล้วแต่ สอบสวนให้ทุกอัน อย่าพูดกันลอยไปลอยมา มีปัญหาหมด เดี๋ยวก็ฟ้องศาล ฟ้องอะไรกันเยอะแยะไปหมด รกศาลนะ อะไรพูดได้พูดกัน อย่าเอากฎหมายอะไรมาสู้กันเลย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเรียกรับผลประโยชน์ที่มีกระแสข่าวเป็นระยะๆ ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ก็ได้สอบสวนและลงโทษ ซึ่งรัฐบาลก็ได้สั่งการไปแล้วว่าเรื่องการเรียกรับส่วยต้องพิจารณาทั้งผู้รับและผู้ให้ ถ้าไม่ทำผิดกฎหมายแล้วเจ้าหน้าที่ดำเนินการไม่สุจริต ฟ้องมาเลย แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมาย แล้วเราทำผิดกฎหมาย ก็ต้องพิจารณาตัวเอง แต่หากผิดทั้งสองฝ่ายก็ต้องถูกทำโทษทั้งคู่ เพราะถือว่าละเมิดกฎหมาย

"วันนี้ตีกันหมดทุกเรื่องไป แล้วจะปฏิรูปกันได้ยังไง ก็ต้องมาคุยกัน คนอยากจะปฏิรูปก็คุยกับคนถูกปฏิรูป ไว้เนื้อเชื่อใจกัน การปรับโครงสร้างไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องปรับไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ปฏิรูปทีเดียว โครมเดียวถอดเครื่องแบบออก ถอดยศ แบบนั้นไม่จบหรอก คนไทยอย่าใจร้อน แล้วก็เล่นงานผมว่าช้า ไม่ปฏิรูป ต้องบอกว่าปฏิรูปมาตลอด โดยคิดว่าเราจะทำยังไงให้องค์กรตำรวจเข้มแข็ง" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ก็ขอเวลาเปลี่ยนผ่านยังไม่ได้ ขอความร่วมมือทุกองค์กร ประชาชน ที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ทำอย่างไรจะใช้วิธีการน้ำดีไล่น้ำเสีย เอาคนดีเข้ามาในสังคมของเรา คนไม่ดีเอาออกไป ออกไปด้วยกฎหมาย ออกไปด้วยวิธีการถูกต้อง ไม่ใช่ไปใช้วิธีการนอกกฎหมาย เราอย่าไปมุ่งหวังว่าจะสลายอำนาจใคร ซึ่งรัฐบาลนี้ไม่เคยมุ่งหวังจะสลายอำนาจทางการเมืองของใคร หากทำดี ตนก็ไม่ไปยุ่งอยู่แล้ว ถ้าไม่ดีก็ต้องเข้ากระบวนการยุติธรรม

"เราไม่อยากให้มีการแทรกแซงจากภายนอก เข้าไปภายใน ไม่ว่าจะตำรวจที่อยู่ต้นทางกระบวนการยุติธรรม อัยการ ศาล ทุกคนก็ว่ากันไป ว่ากันมา วันนี้ต้องเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องของการใช้กฎหมาย ให้เกิดความเป็นธรรม ชัดเจนมากที่สุด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ในส่วนของสถานการณ์ภัยแล้งนั้น นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลเน้นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ในส่วนของเกษตรกร ไม่เพียงพัฒนาความรู้ เปลี่ยนมุมมอง ให้รู้จักการทำอาชีพทางการเกษตรที่หลากหลายเป็น Smart farmer โดยใช้หลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ เพราะการทำสิ่งเดิมๆ อาจจะเกิดปัญหาขึ้นในปัจจุบัน เพราะภัยธรรมชาติมากขึ้นทุกปีๆ ตลอดจนไปถึงการโซนนิ่งพื้นที่ให้สอดคล้องกับแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำ และพืชที่เพาะปลูก เคยเรียนไปแล้วว่า ทำได้ทั้งนาข้าวแปลงใหญ่ ทำได้ทั้งไร่นาสวนผสมแปลงใหญ่ แต่ต้องประยุกต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยปีนี้เราสามารถจะลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังใน 22 จังหวัดภาคกลาง ได้ประมาณ 1 ล้านไร่ จากเดิม 2.91 ล้านไร่ เหลือ 1.92 ล้านไร่ ก็ยังคงเยอะอยู่ แต่ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน น้ำก็น้อยลง บางทีปลูกไปก็ตาย ตนก็สงสารชาวนา แต่ก็ต้องหาวิธีการอื่นช่วยกันปรับเปลี่ยนกันบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการอื่นๆ นั้นวันนี้ก็เป็นที่น่ายินดี ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือ ทั้งภาคอุตสาหกรรมที่เราได้ผ่อนปรนเงื่อนไขการห้ามระบายน้ำทิ้งออกนอกบริเวณโรงงานเป็นการชั่วคราว เพื่อรองรับฤดูฝน ในภาคเกษตรกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ได้เร่งส่งเสริมการสร้าง "ฝายชาวบ้าน ฝายประชารัฐ" เพื่อเตรียมรองรับน้ำฝนในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึง ในส่วนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคก็ขอให้ทุกคนร่วมกันรับผิดชอบ ช่วยกันประหยัด ไม่ว่าจะวาระใดก็ตาม สนุกสนานได้ รื่นเริงได้ แต่ต้องพอเพียง ใช้เท่าที่จำเป็น เราไม่ได้ไปห้ามเล่นน้ำสงกรานต์ แต่เราจะทำยังไง ปีนี้น้ำเราน้อย เราจะเล่นสงกรานต์กันอย่างไร ไม่ใช่เล่นกันจนหมด ถ้าจะเล่นกันขนาดนั้นก็เหมือนทุกปี สนุกสนานรื่นเริง แต่หลังจากสนุกสนานแล้วเราจะต้องมาเสียใจ ว่าเราไม่มีน้ำกิน จะทำยังไง ไปคิดเอาเอง

"เรื่องการใช้น้ำ ก็ห่วงอีก ห่วงแล้ว ห่วงอีก ก็ไม่ใช่เพื่อวันนี้ เพื่ออนาคตด้วย จะทำยังไงให้ทุกคนช่วยกันประหยัด ประหยัดทุกคน ประหยัดทุกส่วน อย่าให้ถึงขนาดต้องมากินน้ำวันละเท่านี้ อาบน้ำวันละครั้ง ผมว่าไม่ใช่ แค่อาบให้น้อยลงเท่านั้น อย่าขัดสีฉวีวรรณนานนัก" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    31.4%
  • ไม่ชอบ
    53.1%
  • สนุก
    3.6%
  • ประหลาดใจ
    2.5%
  • เสียใจ
    3.3%
  • ให้กำลังใจ
    6.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement